สามีข้าคือขุนนางใหญ่ - บทที่ 773 เพื่อน้องสาว (1)
แม้กู้เจียวจะไม่ถนัดท่องบท แต่หาเป็นฉากบู๊
ขอให้บอก ถึงพริกถึงขิงแน่นอน
แต่ละท่วงท่า แต่ละหยาดเหงื่อ กู้เจียวทำออกมา
ได้อย่างเต็มที่จนคนดูต้องสูดปาก
หัวหน้าทหารผ้าแพร แย่ละ แบบนี้ไม่ดีแน่ๆ
“มัวแต่ยืนอึ้งอยู่ได้ รีบเข้าไปช่วยสิ!” ในที่สุด
ไท่จื่อก็ได้สติกลับคืนมาแม้จะยังมึนงงอยู่บ้าง
ด้วยความที่เซียวเหิงและคนอื่นๆ เล่นละครกันได้
สมบทบาท ทำเอาเขาเกือบหลงเชื่อ
ถึงขนาดที่ว่าเขาจินตนาการเห็นภาพเกิด
อุบัติเหตุกับเสด็จพ่อและซ่างกวานเยี่ยน! โอกาส
ที่เขาจะได้ขึ้นเป็นจักรพรรดิก็มาถึง!
นี่สินะความสำคัญของนักแสดงและบทละคร
แต่แน่นอนว่าเขายังพอมีสติอยู่บ้าง และไม่บ้าบิ่น
พอที่จะพลั้งมือสังหารพ่อบังเกิดกล้าของตัวเอง
หลังจากได้ยินคำสั่ง หัวหน้าทหารผ้าแพรก็พุ่ง
ตรงเข้าไปทางกู้เจียวและกู้เฉิงเฟิง
กู้เฉิงเฟิงยิ้มมุมปากหนึ่งที “ก็ดี มาช่วยข้าฆ่ามัน
เร็วเข้า! ฆ่าตาเฒ่าหง่อมนั่นไปด้วยกัน!”
คำพูดของเขาทำเอาหัวหน้าทหารถึงกับชะงัก!
บ้าจริง ข้าไม่ได้มาช่วยเจ้า! ข้าจะมากำจัดเจ้า
ต่างหาก!
กู้เฉิงเฟิงไม่ยอมรับความจริง เจ้าไม่ได้มาฆ่าข้า
หรอก
ขณะที่ทั้งสามคนกำลังตีกันวุ่น ความสนใจ
ทั้งหมดของฮ่องเต้อยู่ที่ซ่างกวานเยี่ยน
“ใช่แล้ว! ฆ่าเซียวลิ่วหลังซะ!” กู้เฉิงเฟิงตะโกน
ขณะสกัดดาบของหัวหน้าทหารไว้
“เจ้าเลิกเล่นละครได้แล้ว!” หัวหน้าทหารผ้าแพร
โต้กลับ
“เจ้ารู้แล้วสินะ เอาละ ข้าเริ่มบาดเจ็บแล้ว ที่
เหลือฝากเจ้าด้วยแล้วกัน! ข้าขอตัวไปทำแผล
ก่อน!” กู้เฉิงเฟิงพูดกับเขา
แบบนี้ก็ได้ด้วยหรือ!
กู้เฉิงเฟิงผละตัวออก จากนั้นปล่อยให้กู้เจียว
จัดการกับหัวหน้าทหารผ้าแพร
พอเสร็จ กู้เจียวก็มุ่งหน้าไล่ล่ากู้เฉิงเฟิงต่อ
กู้เจียวคว้าดาบจากมือของเขา ก่อนจะหมุนตัว
แล้วพุ่งดาบเล็งไปที่บริเวณเอวของเขา ซึ่งเป็นจุด
ที่กู้เฉิงเฟิงห้อยถุงเลือดไว้ จากนั้นเขาแอบยัดสี
ผสมอาหารเข้าไปในปากอย่างรวดเร็ว
พอกัดเม็ดสีผสมอาหาร ทำให้ดูเหมือนมี
เลือดกบปาก จากนั้นก็ทำท่าล้มลงบนพื้น…”ตาย
ตาไม่หลับ”!
จากนั้นกู้เจียวก็จ่อปลายดาบลงไปที่ลำคอของ
ไท่จื่อ
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” เซียวเหิงจ้องกู้เจียวด้วยแวว
ตาหนักแน่น “ท่านชายเซียว ปล่อยให้เสด็จปูั่
จัดการกับเขาเองดีกว่า”
ขณะเดียวกัน ซ่างกวานเยี่ยนที่อยู่ในอ้อมกอด
ของฮ่องเต้ก็เริ่มหมดสติจนคอพับมือทิ้ง
สีหน้าของฮ่องเต้ย่ำแย่ลงกว่าเดิม “เยี่ยนเอ๋อร์!
เยี่ยนเอ๋อร์!”
กู้เจียวโยนดาบทิ้งทันที รีบวิ่งเข้ามาจากนั้น
คุกเข่า “ขอกระหม่อมดูหน่อย”
กู้เจียวเอานิ้วแตะวัดชีพจรบริเวณท้ายทอย “ยังมี
ลมหายใจอยู่ คงเป็นเพราะเสียเลือดหนักเกินจน
หมดสติ อันตรายมาก ต้องห้ามเลือดให้เร็วที่สุด”
การที่ฮ่องเต้ลงโทษซ่างกวานเยี่ยนด้วยความ
สมัครใจนั้นต่างกับการที่ซ่างกวานเยี่ยนถูก
สวรรค์ลงโทษอย่างสิ้นเชิง ถ้าเขาลงโทษนางเอง
อย่างน้อยเขายังพอรู้หนักเบา ขณะที่อย่างหลัง
นั้นเป็นเรื่องของโชคชะตาล้วนๆ
ฮ่องเต้พยายามข่มอารมณ์ของตัวเองให้ได้มาก
ที่สุด “กั๋วซือเล่า กั๋วซืออยู่ที่ไหน รีบเปิดประตูเร็ว
เข้า! ตามกั๋วซือเข้ามาเดี๋ยวนี้!”
กู้เจียวกับเซียวเหิงสบตากันในทันที
เซียวเหิง “ข้าไปดูก่อนว่าต้องเปิดประตูอย่างไร
ส่วนท่านชายเซียว คอยห้ามเลือดไว้ให้ได้นาน
ที่สุดเท่าที่ทำได้!”
ตามแผนการแล้ว ประตูบานนี้จะต้อง ‘เปิดไม่
ออก’ เพื่อที่ฮ่องเต้จะได้ซึมซับความรู้สึกเศร้าโศก
ของการสูญเสียลูกสาวและการถูกลูกชายหักหลัง
ได้อย่างเต็มที่
ในสภาพจิตใจเช่นนี้ อาจทำให้ฮ่องเต้ตัดสินใจ
ลงโทษไท่จื่อด้วยโทษสถานหนักที่สุด
“ส่งองค์หญิงมาให้กระหม่อมเถิด” กู้เจียวเอ่ยกับ
ฝั่าบาท
จากนั้นเขาก็ส่งร่างที่เต็มไปด้วยเลือดของซ่าง
กวานเยี่ยนให้แก่กู้เจียว
กู้เจียววางร่างของนางไว้บนแผ่นกระดานไม้
“เสื้อของข้าเปียกหมดแล้ว อาจไม่สะดวกทำแผล
ให้คนเจ็บ กระหม่อมขอยืมฉลองพระองค์ของฝั่า
บาทได้หรือไม่”
ฮ่องเต้ถอดเสื้อคลุมยาวสีเหลือสดใสออกแล้วยื่น
ให้กู้เจียวอย่างไม่ลังเล
ฮ่องเต้ถึงขั้นสละเสื้อคลุมอันสูงส่งให้ แปลว่าทรง
เริ่มใจอ่อนแล้ว
กู้เจียวไม่แสดงอาการเสียใจหรือเสียดายต่อฉลอง
พระองค์ ฮ่องเต้จะต้องทรงยอมลงแรงกายแรงใจ
ทั้งหมดที่มีเพื่อให้รู้สึกฝังพระทัยมากขึ้น
กู้เจียวฉีกฉลองพระองค์ออกเป็นชิ้นๆ
พลางพูดในใจ จำไว้นะท่าน นี่เป็นข้อพิสูจน์ว่า
ท่านรักและเป็นห่วงนางแค่ไหน และท่านจะต้อง
รู้สึกภูมิใจในภายภาคหน้าที่ได้ช่วยนางไว้
แล้วก็ได้โปรด รีบกำจัดไท่จื่อได้แล้ว
อึดอัดจะแย่แล้ว
“ท่านกั๋วซือ ข้าต้องเปิดประตูนี้อย่างไร พวกท่าน
ดันประตูจากข้างนอกเข้ามาได้หรือไม่” เซียวเหิง
ยืนอยู่ที่หลังประตูพร้อมกับเอ่ยถามด้วยน้ำเสียง
ร้อนรน
แต่ความจริงแล้ว กลไกของประตูบานนี้ถูกกู้เฉิง
เฟิงจัดการไปเรียบร้อยแล้ว พวกเขาไม่อาจเปิด
ประตูเข้ามาจากด้านนอกได้
ณ นอกประตูห้องลับ เย่ชิงยืนมองอาจารย์ขอ
ตัวเองด้วยสีหน้าสับสนงุนงง
“พวกข้ากำลังหาวิธีอยู่ อดทนไว้ก่อนนะ” กั๋วซือ
เอ่ย
แววตาของเย่ชิงชะงักไปครู่หนึ่ง
เซียวเหิงตอบ “เร่งมือหน่อยนะพวกท่าน เสด็จ
แม่ทรงบาดเจ็บสาหัสมาก”
กั๋วซือตอบกลับด้วยสีหน้าราบเรียบ “เข้าใจแล้ว
อวี้เหอ ไปหาอุปกรณ์มางัดประตู”
“ขอรับท่านอาจารย์!” ชีวิตคนต้องมาก่อน อวี้เห
อรีบวิ่งออกไปตามอุปกรณ์อย่างรวดเร็ว
เย่ชิงได้แต่อ้ำอึ้งไม่กล้าเอ่ยอะไร
เพราะนอกจากเขา ท่านอาจารย์ ทหารหน่วย
กล้าตาย และลูกศิษย์คนอื่นๆ แล้ว ยังมีทหาร
ของไท่จื่ออยู่อีกด้วย
เขาควรรอถามนอกรอบจะดีกว่า
ขณะเดียวกันในห้องลับ ฮ่องเต้ก็ทรงร้อนพระทัย
กว่าเดิมหลังจากพบว่าประตูเปิดไม่ได้
กู้เจียวอยู่ในท่านั่งคุกเข่า และพยายามอย่างมาก
ในการห้ามเลือด แม้แต่ใบหน้าของกู้เจียวก็เต็ม
ไปด้วยเลือดของซ่างกวานเยี่ยน
“ยังไม่หยุดเลย แผลขององค์หญิงฉกรรจ์นัก อีก
ทั้งที่นี่ไม่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่พร้อม ทำให้
ทุกอย่างยากขึ้นกว่าเดิม!”
คำพูดของกู้เจียวเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้
ความโกรธของเขาที่มีต่อไท่จื่อมาถึงจุดสูงสุด
เขาเดินไปหาไท่จื่อช้า พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียง
เย็นชา “ข้าก็หลงนึกว่าเจ้าเป็นคนใจดี มีเกียรติ
ไม่หลอกลวงใคร ในบรรดาบุตรชายของจ้า
ทั้งหมด เจ้าเป็นคนที่มีจิตใจบริสุทธิ์ที่สุด แม้แต่
ท่านผู้อาวุโสหยางเกอก็ยกย่องเจ้า! แม้เจ้ามิใช่
บุตรเอก มิใช่พี่ใหญ่ แต่ข้ากลับไม่ฟังความคิดเห็น
คนอื่น ยังยืนกรานแต่งตั้งให้เจ้าเป็นรัชทายาท
แห่งแคว้นเยี่ยน หลายปีที่ผ่านมา ข้าไม่รู้เรื่องกล
อุบายทางการเมืองของเจ้า ทั้งเรื่องที่อยู่ใน
สายตาและนอกสายตา ข้าอนุญาตให้เจ้าสร้าง
อำนาจขึ้นด้วยตัวเอง เรื่องที่เจ้าพยายามเอาชนะ
ตระกูลขุนนาง ข้าก็ทำเป็นปิดตาข้างหนึ่งลืมตา
ข้างนึ่งมาตลอด ข้ารู้ดีว่าข้าไม่สามารถบังคับเจ้า
ให้เป็นจักรพรรดิได้โดยไม่มีการวางแผนใด ตราบ
ใดที่เจ้าไม่ล้ำเส้นกันเกินไป เจ้ามีทางเลือกตั้ง
มากมาย แต่กลับเลือกใช้วิธีสกปรกๆ แบบนี้!
หรือว่าเจ้าไม่พอใจกับการเป็นไท่จื่ออย่างนั้นรึ!
เจ้าอยากกำจัดข้าไปให้พ้นๆ ทางของเจ้าเพื่อที่
เจ้าจะขึ้นครองบัลลังก์เป็นฮ่องเต้โดยเร็วที่สุด
สินะ!”
ไท่จื่อได้ฟังดังนั้นก็ถึงกับแขนขาอ่อนจนต้อง
คุกเข่าลงบนพื้น “เสด็จพ่อ! กระหม่อมไม่เคยคิด
เช่นนั้น! กระหม่อมไม่เคยคิดจะปลงพระชนม์
เสด็จพ่อ! กระหม่อมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเจ้า
หลงอ้าวเทียนนั่น! หากเสด็จพ่อไม่เชื่อ โปรด
เรียกตัวผังไห่เข้ามาทีพ่ะย่ะค่ะ เขาเป็นพยานให้
กระหม่อมได้!”
จากนั้นฮ่องเต้ชี้ไปทางกู้เฉิงเฟิงที่นอนจมกอง
เลือดอยู่บนพื้น “เช่นนั้น เป็นเรื่องบังเอิญหรือที่
พวกเขาเจอกันตอนเซียวลิ่วหลังกำลังถูกไล่
ล่าน่ะ”
ไท่จื่อพูดไม่ออก
“เจ้าคิดว่าข้าเขลานักรึอย่างไร ถึงอ่านอุบายของ
เจ้าไม่ออก เห็นได้ชัดว่าเจ้าจงใจหลอกล่อให้คน
คนนี้เข้าใกล้เซียวลิ่วหลัง และทำความคุ้นเคยกับ
เขา แล้วก็บังเอิญที่เยี่ยนเอ๋อร์ กับชิ่งเอ๋อร์พำนัก
อยู่ที่ตำหนักฉีหลิน จากนั้นเจ้าก็สร้างเรื่องให้พวก
เขาทั้งสามเป็นพวกเดียวกัน เจ้านี่เก่งจริงๆ นะ
ถึงขนาดหลอกให้ลูกศิษย์ของกั๋วซือเป็นพยาน
ได้!”
ไท่จื่อได้แต่อึ้งชะงักไปจนพูดไม่ออก
กู้เจียวเองก็เช่นกัน
คาดไม่ถึงเลยว่าทักษะการเชื่อมโยงเรื่องราวของ
ฝั่าบาทจะทรงพลังเช่นนี้ ที่เซียวเหิงได้พรสวรรค์
การเขียนบทนั้นเป็นเพราะกรรมพันธุ์หรือไม่นะ
บทที่ 773 เพื่อน้องสาว (2)
“เสด็จพ่อ! กระหม่อมไม่ได้ทำจริงๆ ! เสด็จพ่อได้
โปรดช่วยกระหม่อมด้วย! เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้หา
ใช่กระหม่อมไม่! กระหม่อมไม่รู้เรื่องแม้แต่นิด!”
กระนั้น ฮ่องเต้ยังคงไม่เชื่ออยู่ดี
กู้เจียวพยายามอ่านสถานการณ์ และพบว่า
ฮ่องเต้เป็นคนขี้ระแวงและหูเบาเอามากๆ
แต่จะว่าไปแล้ว หากมิใช่เพราะพระอุปนิสัยเช่นนี้
ของเขา คงไม่กล้าตัดสินพระทัยกวาดล้างตระกูล
เซวียนหยวนจนหมดเพียงเพราะคำทำนายแค่
สองประโยค
ทุกอย่างมักเป็นดาบสองคม ทั้งองค์หญิงและ
ตระกูลเซวียนหยวนต่างก็ถูกพระองค์ทำร้าย
เพียงเพราะความหูเบา วันนี้ถึงคราของพวกเขา
เสียบ้าง
กงเกวียนกำเกวียน
ฮ่องเต้จ้องมองไท่จื่อด้วยแววตาที่ผิดหวัง “เจ้า
มันคนไร้คุณธรรม! บังอาจคิดการชั่ว! ผิดที่ข้าเอง
ที่เลี้ยงดูเจ้าไม่ดี ปล่อยให้เจ้าทำตัวกำเริบเสิบ
สานเช่นนี้จนกู่ไม่กลับ! ตัดไฟเสียแต่ต้นลมคงไม่
สายเกินไป! จางเต๋อเฉวียน!”
เซียวเหิงมองซ้ายขวา ก่อนจะเอ่ยกับฮ่องเต้ “ทูล
เสด็จปูั่ จางกงกงไม่อยู่ขอรับ”
“เช่นนั้นเจ้าก็เป็นคนลงอาลักษณ์แทนเขาแล้ว
กัน!” ฮ่องเต้ออกคำสั่งอย่างไม่ลังเล
เซียวเหิงได้แต่น้อมรับคำสั่งอย่างงุนงง “เอ่อ
ขอรับ ฝั่าบาทมีรับสั่งอันใดขอรับ”
แม้ประตูเหล็กจะหนาและกันเสียง แต่สำหรับผู้ที่
มีกำลังภายในแข็งแกร่ง การได้ยินบทสนทนา
จากข้างในจึงไม่ใช่เรื่องยาก
เสียงร้องโหยหวนอันสิ้นหวังของไท่จื่อดังขึ้น
หลังจากฮ่องเต้เอ่ยประโยคสุดท้าย “เสด็จพ่อ ได้
โปรดอย่าทำเช่นนี้”
เย่ชิงหันไปมองท่านอาจารย์ของเขาอย่างอดไม่ได้
“ทำอย่างไรดี เปิดประตูไม่ได้ เอ๋ เปิดออกแล้วนี่
นา!”
เป็นเพราะเซียวเหิงปลดกลไกออก ประตูจึงถูก
เปิดออก
เซียวเหิงจัดการมันได้อย่างรอบคอบ คนที่ไม่รู้
เรื่องนี้คงเป็นเหมือนกับอวี้เหอ ต้องไปหาอุปกรณ์
มาช่วยเปิด
แต่เย่ชิงรู้ชัดเจนดีว่าประตูเหล็กนี้ไม่สามารถเปิด
ออกได้ง่ายๆ เพียงแค่ใช้อุปกรณ์ช่วย
เซียวลิ่วหลังและพระราชนัดดาคงคิดว่าการลง
กลอนจากด้านในจะปั้องกันไม่ให้พวกเขาพัง
ประตูเข้าไป แต่อันที่จริงแล้ว กลไกหลักของ
ประตูอยู่ที่ด้านนอก การดึงเล็กน้อยอาจทำให้
ประตูเหล็กพังทลายลงในทันที
นี่เป็นกลไกที่มีเพียงแค่เย่ชิงและกั๋วซือเท่านั้นที่รู้
เขาอยากจะถามอาจารย์ของเขาใจจะขาด เหตุใด
ไม่ยอมเปิดประตูแต่แรก
แต่ท้ายที่สุด เขาก็ไม่ได้ถาม
เขาเป็นลูกศิษย์ หน้าที่ของเขาคือเชื่อฟังและทำ
ตามคำสั่งของท่านอาจารย์ก็เป็นพอ
หลังจากที่ทุกคนเข้าไปในห้องลับ กู้เจียวจึงบอก
กับทุกคนด้วยสีหน้านิ่งเรียบ “พวกท่านออกไป
ก่อนเถิด อาการขององค์หญิงสาหัสจนไม่สามารถ
เคลื่อนย้ายร่างกายได้ ข้าต้องเย็บแผลให้พระองค์
ที่นี่ พระราชนัดดาโปรดไปที่ห้องของข้าแล้วหยิบ
กล่องยามาให้ทีพ่ะย่ะค่ะ”
“ได้เลย” เซียวเหิงตอบ
“กั๋วซือ” ฮ่องเต้ตรัส
กู้เจียวกลัวเหลือเกินว่าเขาจะขอดูอาการของนาง
พวกเขาอาจถูดเปิดโปงได้
แต่กั๋วซือกลับตอบออกไป “ฝั่าบาท พวกเรา
ออกไปจากที่นี่ก่อนเถิด”
ในเมื่อกั๋วซือพูดขนาดนี้ เขาจึงไม่รบเร้าให้กั๋วซื
อช่วยทำการรักษา อีกทั้งเป็นเพราะคราวก่อน
ซ่างกวานเยี่ยนก็ได้ความช่วยเหลือและการรักษา
จากเซียวลิ่วหลังผู้นี้เช่นกัน
ดูเหมือนทักษะทางการแพทย์ของเซียวลิ่วหลังจะ
เหนือกว่ากั๋วซือจริงๆ
แล้วพวกเขาก็เดินออกไป
เซียวเหิงเดินเข้ามาพร้อมกับกล่องยากู้เจียว
จากนั้นเขาก็เดินออกไปนอกห้องเหมือนกับคน
อื่นๆ
แม้เขาไม่จำเป็นต้องออกไป มีเหตุผลมากมายที่
เขาสามารถอยู่ด้านในต่อได้ แต่เขามองว่าอยู่ข้าง
นอกอาจปลอดภัยกว่า หนึ่งเพื่อกันคนเข้าไป
สองเพื่อจัดการเก็บ ‘ศพ’ ของกู้เฉิงเฟิง
หลังจากผ่านเรื่องหนัก ทำให้อาการปวดพระ
เศียรของฮ่องเต้ปะทุอีกครั้ง
เซียวเหิงเข้าไปประคองตัวให้เขา “เสด็จปูั่ เข้าไป
นั่งพักที่ห้องก่อนเถิด เดี๋ยวกระหม่อมจัดการตรง
นี้เองพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้พยักหน้า จากนั้นไปที่ห้องรับรองที่อยู่
เยื้องตรงข้าม
เซียวเหิงตามสารถีรถมาเพื่อช่วยเคลื่อนย้าย
‘ศพ’ และนำไปฝัง
ส่วนในห้องลับ ซ่างกวานเยี่ยนกำลังหลับลึก
นางลงทุนกินยาที่ทำให้อุณหภูมิร่างกายเย็นลง
รวมถึงส่งผลให้ชีพจรเต้นช้าลง เพื่อให้ทุกอย่างดู
สมจริงที่สุด
กู้เจียวคาดไม่ถึงว่านางจะหลับได้ลงใน
สถานการณ์แบบนี้
ต้องเป็นคนแบบไหนกันนะ
ซ่างกวานเยี่ยน เฮอะ ร้องไห้ก็ต้องใช้พลังงาน
เยอะเหมือนกันนะ
กู้เจียวเก็บกวาดถุงเลือดและเนื้อหมูออกไป
จากนั้นจัดแจงเปลี่ยนชุดให้นาง แล้วใส่กล่องยา
เข้าไปในร่องผนัง
ทุกอย่างที่เกิดขึ้นวันนี้ล้วนเป็นการจัดฉาก
ตั้งแต่วินาทีที่กู้ฉังชิงไปหากู้เจียวหลังจากได้รับ
บาดเจ็บสาหัส จึงตัดสินใจใช้อาการบาดเจ็บของ
เขาเพื่อเป็นประโยชน์
ใช้อุบายทำร้ายองค์หญิง แล้วโยนความผิด
ให้กับไท่จื่อ
เพราะทุกคนรู้ดีว่ากู้ฉังชิงเป็นคนของไท่จื่อ แถม
ยังเคยลงแข่งคัดเลือกในนามของตระกูลหันอีก
ด้วย
ต่อให้ไท่จื่อกล่าวหาว่าเขาเป็นคนทรยศ แต่ก็ใช่
ว่าจะมีคนเชื่อคำพูดเขา
แต่หลังจากที่ทุกคนลองเล่นบทนี้ดูแล้ว ก็พบว่า
ยังมีช่องโหว่อยู่ เนื่องจากกู้ฉังชิงเคยเข้าออกที่
ตำหนักกั๋วซือ ลูกศิษย์ของกั๋วซือก็รู้จักเขา ผังไห่
เองก็รู้เรื่องที่เขาเคยช่วยเหลือเซียวลิ่วหลังไว้
กู้ฉังชิงรู้จักกับเซียวลิ่วหลังก่อนที่จะเข้าไปทำงาน
ในจวนไท่จื่อ ดังนั้นเขาอาจถูกสงสัยว่าเป็น
สายลับได้
หลังจากระดมความคิดกันอยู่นาน ในที่สุดเซียว
เหิงก็คิดแผนการใหม่ขึ้นได้ จึงให้เสี่ยวจิ่วส่งข่าว
ให้กู้เฉิงเฟิงเข้ามาที่ตำหนักกั๋วซือ
กู้เฉิงเฟิงต้องเดินทางมาถึงที่นี่ก่อนไท่จื่อเพื่อ
เตรียมปลอมตัวเป็นกู้ฉังชิง
ด้วยความที่พวกเขาเป็นพี่น้องกัน ลักษณะ
ใบหน้าของพวกเขาจึงมีความคล้ายกัน ทั้งยัง
เสริมด้วยการแต่งหน้าของกู้เจียว ถ้าคนที่ไม่
คุ้นเคยกับกู้ฉังชิงมาเห็นก็แทบจะแยกไม่ออกเลย
นอกจากทักษะการปลอมตัวแล้ว จุดเปลี่ยน
สำคัญของการเล่นละครตบตาครั้งนี้มีอยู่สอง
ประการ
ประการแรกคือการล่อทหารหน่วยกล้าตายให้
ออกมาจากการเฝั้าประตู แม้เซียวเหิงจะไม่
ถนัดบู๊ แต่ด้วยตำแหน่งพระราชนัดดาแล้ว ย่อม
ไม่เหนือบ่ากว่าแรง
สมกับเป็นลูกศิษย์ของจี้จิ่วอาวุโส
หลังจากที่ทหารหน่วยกล้าตายถูกล่อเสร็จ กู้เจียว
จึงพากู้เฉิงเฟิงและกู้ฉังชิงเข้ามายังห้องลับ โดย
ให้กู้ฉังชิงนอนอยู่ในห้องผ่าตัด
ด้วยความห้องมีกลไกลับ จึงไม่มีใครสามารถ
มองเห็นห้องผ่าตัดได้
ส่วนกู้ฉังชิงได้แต่รอแสดงอยู่ในห้องลับ
และด้วยเวลาที่กระชั้น กู้เจียวจึงไม่ได้ลงกลอน
ประตู
กู้เจียวกังวลมากว่ากั๋วซือจะเห็นเบาะแสและเดา
ว่าเป็นฝีมือนาง แต่กลับกลายเป็นว่ากั๋วซือช่วย
เหลือนางด้วยการล่อฮ่องเต้ออกไปที่อื่น
กู้เจียวยังคงคิดไม่ตกว่าเหตุใดกั๋วซือถึงช่วยเหลือ
นาง ทั้งๆ ที่เป็นคนเหลี่ยมจัดขนาดนั้น จนกู้เจียว
อดคิดไม่ได้ว่ากั๋วซือมีแผนอะไรต่อจากนี้
นี่เป็นความกังวลอันแสนแปลกของกู้เจียว
โชคดีที่กั๋วซือไม่ได้พูดอะไรกับเย่ชิง
ทำให้แผนการดำเนินไปอย่างราบรื่น
ส่วนปัจจัยสำเร็จประการที่สองก็คือฮ่องเต้
ตามแผนแล้ว พวกเขาต้องเปิดฉากทะเลาะ
กับไท่จื่อที่ตำหนักฉีหลินเพื่อให้เรื่องสะเทือนไป
ถึงวัง แต่กลายเป็นว่าฮ่องเต้ทรงเสด็จมาที่นี่เอง
ทำให้แผนการของพวกเขาดำเนินเร็วไปราวครึ่ง
ชั่วยาม
แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่ก็มิอาจประมาทได้
ยิ่งแผนสำเร็จเร็วเท่าไร กู้เจียวก็สามารถเข้าห้อง
ผ่าตัดและเช่วยเหลือกู้ฉังชิงได้เร็วเท่านั้น
พวกเขากำลังแข่งเวลากับยมทูต ต้องขอบคุณ
องค์หญิงน้อยที่ช่วยกอบกู้เวลาในการรักษาของกู้
ฉังชิง
ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด…
เสียงอุปกรณ์ดังมาจากห้องผ่าตัด
กู้เจียวเดินเข้าไป
กู้ฉังชิงที่อยู่ในชุดผู้ปั่วยนอนอยู่บนเตียงผ่าตัด
ด้วยสภาพร่างกายที่อ่อนแรง
อาการของเขาสาหัสจนไม่ได้สติ ทว่าตอนที่กู้
เจียวเดินเข้ามาใกล้ๆ เขา ร่างกายของเขาเริ่ม
ตอบสนองได้ด้วยการกระตุกเปลือกตา
เขาสวมหน้ากากออกซิเจน ไร้เรี่ยวแรงจะเอื้อน
เอ่ยคำใดๆ
“ห้ามพูดนะ” กู้เจียวสังเกตลมหายใจของเขา
“เจ้าต้องเก็บแรงไว้ เดี๋ยวจะผ่าตัดแล้ว”
เอ่ยจบ กู้เจียวก็เตรียมวางยาสลบ ปรากฏว่ากู้
เจียวไม่พบยาสลบในกล่องยา
ทันใดนั้น กู้เจียวก็จำได้ว่าร่างกายของเขา
สามารถต้านทานต่อยาสลบได้ น้อยคนนักที่จะ
เป็นแบบนี้
กล่องยาได้ทำการประเมินร่างกายเขาแล้ว จึงไม่
ปรากฏยาสลบ คราวก่อนที่ชายแดน กู้เจียวก็เย็บ
แผลให้เขาแบบสดๆ ไปครั้งหนึ่ง
แต่แผลของเขาไม่สาหัสเท่าครั้งนี้
จู่ๆ กู้เจียวก็รู้สึกว่ามีดผ่าตัดในมือเริ่มหนักขึ้น
หนักราวกับทองคำพันแท่ง
จากนั้นสูดหายใจลึกเพื่อสงบสติอารมณ์
อัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิตของ
เขาเริ่มลดลงอย่างรวดเร็ว มีเส้นสีแดงปรากฏบน
เครื่องวัดชีพจรพร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนที่ดัง
ขึ้น
กู้เจียวขมวดคิ้ว แล้วตระหนักได้ว่าอาการ
บาดเจ็บของเขาทรุดลงกว่าตอนแรก
กู้ฉังชิง… ใช้กำลังภายในเฮือกสุดท้ายเพื่อข่ม
ความเจ็บปวด และทำให้ดูเหมือนว่ามันไม่
ร้ายแรงขนาดนั้น!
เวลาของเขาเหลือไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม เขาอยู่ได้ไม่
ถึงครึ่งชั่วยามด้วยซ้ำ!
กู้เจียวกำมีดในมือแน่น “เจ้าทำแบบนี้ทำไม”
หากรู้ว่าเขาได้รับบาดเจ็บสาหัสมากแต่แรก นาง
คงไม่เข้าไปร่วมแผนการโค่นล้มไท่จื่อ นางคง
มุ่งมั่นผ่าตัดให้เขาที่นี่เพียงอย่างเดียว เพราะถึง
อย่างไรคนอื่นก็ตามหาพวกเขาไม่พบอยู่ดี!
กู้ฉังชิงพยายามลืมตาและหันไปมองน้องสาวของ
เขาพร้อมกับยกมุมปากที่ซีดเผือดของเขาขึ้น
เล็กน้อย
เจ้าอยากส่งจิ้งคงกลับบ้านใช่ไหม ข้า ข้าเองก็
อยากส่งเจ้ากลับบ้านเหมือนกัน
แม้ว่าข้าจะล้มลง ข้าก็จะเป็นอิฐใต้เท้าของเจ้า ปู
ทางกลับบ้านให้เจ้า