สามีข้าคือขุนนางใหญ่ - บทที่ 78 ว่ากันตามตรง
หวงจงยืนอยู่ถัดจากท่านโหวกู้ พวกเขามากันแค่
สองคน ไม่มีใครอื่นแล้ว กู้เจียวสลัดความคิดที่ว่า
เขาจะมาจับนางออกไป แล้วถ้าไม่ใช่เพราะเรื่อง
นั้น เหตุใดเขาถึงโผล่มาที่นี่ได้
กู้เจียวไม่ค่อยถูกชะตากับคนอย่างท่านโหวกู้ที่
คอยเอาแต่อวดเบ่งและมองคนเป็นแค่แมลงสาบ
นางกอดจิ้งคงน้อยเอาไว้แน่น พลางใช้สายตา
หวาดระแวงมองไปที่เขา
ถ้าพวกเขาคิดจะทำมิดีมิร้ายอีก คราวนี้นางไม่
ปล่อยให้พวกเขามีชีวิตรอดออกไปได้แน่นอน
ท่านโหวกู้สัมผัสได้ถึงความไม่เป็นมิตรของนาง
จึงกระแอมเบาๆ หนึ่งทีแล้วเอ่ย “ข้ามาดี แล้วก็
มิได้จะมาจับพวกเจ้าด้วย”
กู้เจียวไม่สนใจคำพูดของเขา ยังคงทำท่าระแวง
เช่นเดิม ท่านโหวกู้รู้สึกสับสนไปหมด เขาไม่
อยากจะเชื่อเลยว่าเด็กสาวที่เอาแต่สร้างความ
ลำบากให้เขาคนนี้จะเป็นลูกในไส้ของเขา แถม
ความประทับใจแรกของพวกเขาก็แทบจะไม่มี
แต่ไม่ว่าจะยังไง ในเมื่อมาถึงนี่แล้ว ก็ต้องพูด
ออกไปให้ชัดเจน ท่านโหวกู้ส่งสายตาให้หวงจง
เดินถอยออกไป
ท่านโหวกู้สะบัดแขนเสื้อออก พลางเอ่ย “ข้ามา
จากตระกูลกู้ ติ้งอันโหวแห่งหมู่บ้านเวินเฉวียน
ซาน”
กู้เจียวเดาออกแต่ทีแรกแล้วว่าเขาเป็นคนใหญ่คน
โต เพราะครั้งแรกที่นางเจอกับเขา ก็เห็นว่ากู้จิ่
นอวี้นั่งอยู่ในรถม้า นางจำเสียงของกู้จิ่นอวี้ได้
คนที่นั่งรถคันเดียวกันกับกู้จิ่นอวี้แถมยังเรียก
แทนตัวเองว่าโหว ก็คงจะเป็นใครไปไม่ได้แล้วล่ะ
ครั้งที่นางได้เจอกับเขาที่ปั่า ตอนนั้นเองที่กู้เจียว
ได้มีโอกาสเห็นหน้าท่านโหวกู้ในระยะใกล้
เหมือนกับว่าได้เห็นกู้เหยี่ยนในร่างที่แก่ขึ้น
อย่างไรอย่างนั้น เพียงแต่เขาเองก็ไม่เคยบอกนาง
เรื่องนี้ และนางเองก็ไม่เคยเอ่ยถามก่อนเช่นกัน
ท่านโหวกู้เอ่ยต่อ “เรื่องวันนี้…”
กู้เจียวรีบแย้ง “หากท่านต้องการจะมาขอโทษ
ไม่เป็นไรหรอก ข้าไม่ติดใจอะไรแล้ว”
ท่านโหวกู้เมื่อได้ยินดังนั้นก็ทำตาแข็งใส่
“ไม่สิ เดี๋ยวก่อน…เหตุใดถึงได้พูดจาเช่นนี้ล่ะ ไม่
รู้จักที่ต่ำที่สูงเอาเสียเลย”
แม้ท่านโหวกู้จะรู้สึกผิดต่อนางก็จริง แต่เขาเป็น
ถึงท่านโหวเชียวนะ จะมาขอโทษขอโพยเด็กได้
อย่างไรกัน! พ่อแม่นางไม่สั่งสอนเลยหรือไงกัน
พ่อแม่นาง…
อ่อ ลืมไป ตัวเขาเองกับแม่นางเหยาไม่ได้เป็นคน
เลี้ยงนางมาสักหน่อย กู้ซานหลังกับแม่นางสวีก็
ดันลาโลกไปก่อน
ได้ยินมาว่านางเคยเป็นคนสติไม่สมประกอบมา
ก่อน พอโตมาถึงได้อาการดีขึ้นและกลับมาเป็น
ปกติ
พอคิดได้เช่นนี้ ท่านโหวกู้จึงรู้สึกว่าเขาควรจะ
ปราณีนางให้มากกว่านี้
เขาข่มความโกรธเอาไว้ แล้วเอ่ยกับนาง “ที่ข้ามา
หาเจ้า เพราะข้ามีเรื่องต้องพูดกับเจ้า เจ้าอาจจะ
ไม่เชื่อในสิ่งที่ข้าพูดก็ได้ แต่ข้า…กับเจ้า…พวก
เรา…”
เฮ้อ เหตุใดเขาถึงพูดไม่ออกล่ะ
ท่านโหวกู้เริ่มหงุดหงิด
“ข้ากับท่านทำไมรึ” ลำพังแม้แต่กู้เจียวเองก็ขบ
คิดไม่ได้ว่านางกับเขาจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น แต่
ด้วยความที่กู้เจียวใช้ชีวิตมานาน มีหรือเรื่อง
แปลกๆ ที่นางไม่เคยพบเคยเห็น
“ท่านคงมิได้คิดพิเรนทร์มาสนใจในตัวข้าหรอก
ใช่ไหม”
แม้นางจะมีรอยบนหน้า แต่นางยังอยู่ในวัยเยาว์
พวกผู้ชายบางคนมักจะมีความชอบไปทางนั้น
ท่านโหวกู้เมื่อได้ยินดังนั้นถึงกับเข่าทรุดจน
เกือบจะตกลงไปในหลุมดินข้างหน้า!
นี่นางเห็นเขาเป็นคนแบบไหนกัน ลูกที่ไหนกัน
มองพ่อแท้ๆ ของตนเองแบบนี้ ท่านโหวกู้ทำใจดี
สู้เสืออยู่สักพักด้วยความกระอักกระอ่วนก่อนจะ
เอ่ยกับกู้เจียวต่อ “เจ้ารู้ไหมว่าข้าเป็นใคร ข้าน่ะ
เป็น…”
…
ช่วงเวลาผ่านไปหนึ่งเค่อ ท่านโหวกู้ค่อยๆ แบก
ร่างทียืนทีล้มพร้อมกับใบหน้าฟกช้ำดำเขียวขึ้น
บนรถม้า
หวงจงที่เดินเข้ามา พอเห็นสภาพท่านโหวก็ถึงขั้น
ร้องอุทาน “ท่านโหว ท่าน ท่านถูกนางต่อยรึ
หรือว่า จะเป็นฝีมือของนายหญิงน้อย นี่ท่านคุม
นางไม่อยู่รึ”
ท่านโหวกู้ตะโกนอย่างไม่สบอารมณ์ “เป็นเพราะ
ข้าไม่อยากมีเรื่องกับนางต่างหากล่ะ!”
ใครจะไปยอมรับล่ะว่าตนเองสู้นางไม่ได้!
สภาพของท่านโหวแย่เสียจนหวงจงไม่อาจทนดู
ได้ เขาเป็นผู้ติดตามท่านโหวมาสิบกว่าปี ไม่เคย
เห็นท่านโหวในสภาพนี้มาก่อน
หวงจงเอ่ยถาม “เหตุใดคุณหนูถึงได้ลงไม้ลงมือ
หนักขนาดนี้ ท่านไม่ได้บอกนางไปรึว่าท่านเป็น
บิดาของนาง”
พอเอ่ยถึงเรื่องนี้ ท่านโหวกู้ยิ่งโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
“ทำไมจะไม่พูดล่ะ”
หวงจงถามต่อด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ “แล้วท่าน…
พูดกับนางว่าอย่างไรรึ”
ท่านโหวกู้กระแทกเสียงตอบ “ข้าบอกว่าข้าเป็น
พ่อนาง! นางคิดว่าข้ากำลังด่านาง แล้วนางก็เข้า
มาต่อยข้าเลย!”
แถมหมัดหนักเสียด้วย!
ท่านโหวกู้ไม่เคยต้องมาตกที่นั่งลำบากขนาดนี้มา
ก่อน! หวงจงคิดในใจ ทำไมท่านไปบอกไปเลยล่ะ
ว่าท่านเป็นนายใหญ่ของนาง แค่คำว่าบิดามันพูด
ยากมากเลยหรือไงกันนะ
…
กู้เจียวพอปล่อยหมัดเสร็จ ก็อุ้มจิ้งคงเข้าเรือน
เซียวลิ่วหลังไม่อยู่ที่เรือน เพราะเขาต้องออกไป
สอบ เดือนหน้าถึงจะกลับมา พอสมาชิกหายไป
คน ดูเหมือนจะเงียบขึ้นถนัดตา
ที่จริงตอนที่เซียวลิ่วหลังอยู่ด้วยเขาก็อยู่เงียบๆ
ของเขาอยู่แล้ว เขามักใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในห้อง
ของตนเอง พอกู้เจียวเปิดประตูเข้าไปแล้วไม่พบ
ชายหนุ่มนั่งอ่านหนังสือตรงจุดเดิม ก็เกิดรู้สึกไม่
คุ้นชินขึ้นมา
กู้เจียววางจิ้งคงน้อยลงบนเตียง แล้วเอาผ้าห่มห่ม
ให้เขา
จากนั้นกู้เจียวเข้าครัวไปทำกับข้าว
จิ้งคงน้อยกินจากในเมืองมาจนอิ่มแล้ว กู้เจียวจึง
ไม่ปลุกเขา เลยนั่งกินข้าวกับหญิงชรา กู้เจียวเอ่ย
ถาม “เอ๋ กู้เสี่ยวซุ่นไม่มาด้วยรึ”
กู้เสี่ยวซุ่นจะมากินข้าวที่นี่ทุกคืนก่อนจะกลับบ้าน
ตัวเอง
“เขาบอกว่าจะไปอยู่ที่สำนักบัณฑิตพักใหญ่”
หญิงชราเอ่ยพลางใช้ตะเกียบคีบชิ้นเนื้อพะโล้
ลิ่วหลังกับเจ้าตัวแสบไม่อยู่ที เนื้อพะโล้เลยจืด
สนิทไปเลย! กู้เจียวถามด้วยความประหลาดใจ
“ทำไมเขาถึงระเห็ดไปอยู่ที่สำนักบัณฑิตเฉยเลย
ล่ะ”
หญิงชราเอ่ยตอบ ”ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่เขาดู
รีบๆ นะ”
กู้เสี่ยวซุ่นดันไปปั่วนพวกตระกูลกู้จนได้ แน่นอน
ว่าทั้งกู้ฉังไห่ แม่นางโจว แม่นางหลิวแทบ
อยากจะเฆี่ยนเขาให้ตาย กู้เสี่ยวซุ่นจึงต้องลี้ภัยใน
ตระกูลไปหลบอยู่ที่สำนักบัณฑิตก่อน
สำนักบัณฑิตไม่อนุญาตให้คนนอกเข้ามาอยู่แล้ว
จะมีก็แต่กู้ต้าซุ่นที่เข้าไปได้ แน่นอนว่าพวกเขา
ต้องฝากฝังให้กู้ต้าซุ่นไปลงโทษเสี่ยวซุ่นให้ได้ แต่
คิดหรือว่าคนอย่างกู้ต้าซุ่นจะทำอะไรเขาได้น่ะ
ไม่มีทางหรอก!
“พรุ่งนี้ข้าจะเอาเงินไปให้เขาดีกว่า” กู้เจียวเป็น
ห่วงว่าเสี่ยวซุ่นจะไม่มีตังซื้อข้าว
“ข้าให้ไปแล้วล่ะ” หญิงชราตอบ
“แล้วท่านไปได้เงินมาจากไหนล่ะ” กู้เจียวเอ่ย
ถาม
หญิงชรามาที่นี่ด้วยสภาพแร้นแค้นสุดๆ อย่าว่า
แต่เงินเลย แม้แต่เศษสตางค์เล็กน้อยก็แทบจะไม่
มีติดตัว ตอนช่วงปีใหม่ กู้เจียวก็มอบอั่งเปาให้
นาง แต่นั่นเป็นแค่ตั๋วเงินเท่านั้น
หญิงชราถอนหายใจพลางเอ่ย “เห็นข้าร้องละคร
ให้พวกเขาเปล่าๆ หรือยังไงกัน”
กู้เจียวทำหน้าตะลึง ดูเหมือนหญิงชราจะมีธุรกิจ
เป็นของตัวเองแล้วสิ หญิงชราเอ่ยต่อ “แล้วยังมี
ยาของเจ้าอีก ข้าเห็นว่าเจ้าไม่ได้ใช้แล้ว ก็เลยเอา
ไปขายน่ะ”
กู้เจียวทำท่าสงสัยใคร่รู้ “ยาอะไรรึ”
“ก็ยาห้ามเลือดยังไงล่ะ! ข้าเห็นเจ้าบดยานั่นมา
สักพักแล้ว คิดหรือว่าข้าไม่รู้น่ะ!”
“อ่อ ท่านมาเห็นนี่เอง”
ช่วงที่เซียวลิ่วหลังออกไปเรียนหนังสือ กู้เจียวก็
นั่งตำยาที่เรือน แม้หญิงชราจะอยู่ด้วย แต่นางก็
คิดไม่ถึงว่าหญิงชราจะรู้จักยานี้ด้วยเหมือนกัน
กู้เจียวเข้มงวดกับตัวยามาก นางตำยาออกมาสิบ
ขวด ที่ผ่านเกณฑ์ของนางจริงๆ มีเพียงแค่สาม
ขวดเท่านั้น ส่วนขวดที่เหลือหายไปไหนนั้น นาง
เองก็ไม่ได้สนใจอะไร นึกว่าหญิงชราจะเอาไปทิ้ง
แล้วซะอีก ที่ไหนได้ นางดันเอาไปขายต่อซะงั้น
กู้เจียวสัมผัสได้ถึงความช่ำชองด้านนี้ของหญิง
ชรา “ท่านเคยทำเรื่องแบบนี้ด้วยรึ”
“เจ้าหมายถึงขายยาน่ะหรือ อืม คงงั้นกระมัง!
แต่ยาที่ข้าเคยขายน่าจะไม่ใช่ยาห้ามเลือดหรอก”
หญิงชราครุ่นคิดพยายามนึกย้อนอดีตของตัวเอง
อยู่สักพัก จากนั้นเอ่ยออกมา “เหมือนจะเป็นยา
เสียสาวนะ”
“…”
ภายหลังมีพงศาวดารออกมาว่ามีเสียนเต๋อ
ฮองเฮาขายยาเสียสาวให้กับพวกนางสนม
จากนั้นรับสินบนเพื่อที่จะคุมปั้ายหยกที่ไว้ใช้
สำหรับเข้าพบฮ่องเต้
เสียนเต๋อฮองเฮาเคยกล่าวไว้ประโยคหนึ่ง “ลืม
เรื่องความรู้สึกชอบพอไปเถิด คนจ่ายเยอะสุด
ต่างหากที่จะได้นอนกับฮ่องเต้!”