สามีข้าคือขุนนางใหญ่ - บทที่ 813 สงครามการละคร!
ณ ตำหนักเย็น
แม่นางหันหรืออดีตหันกุ้ยเฟยนั้นเข้านอนที่เรือน
ตะวันออกแล้ว
ทันใดนั้นนกเหยี่ยวตัวหนึ่งที่บินวนเวียนอยู่บน
หลังคาก็ชนกระแทกหน้าต่างนาง ทิ้งกระบอกไม้
ไผ่เล็กๆ ที่คาบไว้ในปากไว้ แล้วกระพือปีกบิน
จากไป
แม่นางหันตกใจ เรียกสวี่เกาที่เฝั้ายามอยู่ด้าน
นอกให้มาหา แล้วให้เขามองว่ามันเกิดอะไรขึ้น
ตรงหน้าต่าง
สวี่เกาเปิดหน้าต่างออก กระบอกไม้ไผ่อันหนึ่ง
ร่วงลงพื้น เขาอ้อมลานไปเก็บกระบอกไม้ไผ่
ขึ้นมา “กุ้ยเฟย กระบองไม้ไผ่ขอรับ”
“ข้างในมีอะไร” แม่นางหันถาม
สวี่เกายืดแขนออกยาว พยายามถือกระบอกไม้ไผ่
ให้ห่างตัวหน่อย เพื่อไม่ให้ปากกระบอกกับก้น
กระบองหันมาทางตน
เขาจีบมือท่าดอกกล้วยไม้ กัดฟันดึงจุกกระบอก
ออก
ไม่มีอาวุธลับพุ่งออกมา เขาจึงลอบพรูลมหายใจ
โล่งอก
“เป็นกระดาษข้อความขอรับ กุ้ยเฟย”
สวี่เกายื่นกระดาษข้อความในกระบอกไม้ไผ่ให้แม่
นางหันด้วยสองมือ หลังจากที่นางอ่านแล้ว ก็กำ
หมัดทุบโต๊ะ “น่าชังนัก! นึกไม่ถึงว่าพวกมันจะ
จับไท่จื่อไป!”
สวี่เกาหยิบกระดาษข้อความมาอ่าน เห็นเพียงใน
นั้นเขียนไว้ว่า คืนนี้ยามโฉ่ว[1] พบกันที่ศาลาไปั่
เฟิง ไม่เช่นนั้นไท่จื่อสิ้นแน่
ข้อความท้าทายนี้ ทำเอาสวี่เกาเห็นแล้วหนังตา
กระตุกยิกๆ
“กุ้ยเฟย นี่อาจจะเป็นความเท็จก็ได้นะขอรับ”
สวี่เกาเอ่ย
แม่นางหันเอ่ยอย่างใจเย็น “ข้ารู้ ดังนั้นเจ้ารีบไป
ที่จวนไท่จื่อที สืบดูความจริงเท็จ”
“ขอรับ!”
สวี่เกาขานรับ
แม้แม่นางหันจะถูกกักขังอยู่ที่ตำหนักเย็น แต่
ยามนี้นางเป็นคนควบคุม ‘ฮ่องเต้’ องครักษ์ที่เฝั้า
ประตูวังแต่ละแห่งก็เปลี่ยนเป็นคนตระกูลหัน
หมดแล้ว นางกับคนของนางจะออกไปย่อมไม่
ยาก
สิ่งที่ทำให้สวี่เกาตกใจก็คือ ไท่จื่อมิได้อยู่ที่จวน
จริงๆ หนำซ้ำองครักษ์เสื้อแพรสิบนายที่ไท่จื่อพา
ออกไปด้วยก็พากันเร่งรุดกลับมาโยกย้ายกำลัง
ทหาร บอกว่าไท่จื่อโดนลักพาตัวไปด้วย!
ได้ยินเสียงรายงานจากสวี่เกา หันซื่อก็โมโหจน
เส้นเอ็นเต้นตุบๆ “เตรียมรถ!”
…
ยามโฮ่ว รถม้าของแม่นางหันมาถึงสถานที่นัด
หมายไม่ขาดไม่เกินแม้แต่เค่อเดียว
กู้เจียวกับเซียวเหิงรออยู่ในศาลานานแล้ว
เห็นพระนัดดากับเซียวลิ่วหลัง แววตาแม่นางหัน
ก็เย็นเยียบขึ้น “เป็นพวกเจ้านี่เอง”
กู้เจียวแบมือ “วิญญาณทมิฬไม่ได้บอกเจ้ารึ ว่า
ฮ่องเต้ถูกข้าชิงตัวไปแล้ว!”
วิญญาณทมิฬย่อมบอกแล้ว เพียงแต่แม่นางหัน
คิดไม่ถึงว่าพวกเขาสองคนจะจับตัวไท่จื่อในคืนนี้
ต่อ
นางฟาดฮ่องเต้สลบยังไม่ทันดี เซียวลิ่วหลังก็มา
ชิงตัวคนแล้ว
วันรุ่งขึ้นนางแต่งตั้งไท่จื่อ เซียวลิ่วหลังก็จับ
ตัวไท่จื่อไปในคืนนั้นเลย
แม่นางหันพาสวี่เกาขึ้นบันได นางนั่งลงตรงหน้า
ทั้งคู่อย่างใจกว้างผ่าเผย ก่อนจะหันไปมองเซียว
เหิง ยิ้มเย็นเอ่ย “ข้าไม่ได้พบคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง
เช่นนี้มานานแล้ว ซ่างกวานชิ่ง เจ้าทำให้ข้าต้อง
มองใหม่จริงๆ ”
“กุ้ยเฟยชมเกินไปแล้ว” เซียวเหิงเอ่ยอย่าง
ราบเรียบ “ดึกมากแล้ว ถ้อยคำทักทายตาม
มารยาทข้าว่าละเว้นดีกว่า คืนนี้ที่เชิญกุ้ยเฟยมา
เพราะอยากจะทำข้อตกลงกับกุ้ยเฟย”
สายตาแม่นางหันมองไปรอบๆ
เซียวเหิงยิ้มจาง ‘กุ้ยเฟยไม่ต้องมองหรอก ไท่จื่อ
ไม่ได้อยู่ที่นี่ กุ้ยเฟยก็อย่าได้คิดถ่วงเวลา เพื่อหวัง
ให้ยอดฝีมือใต้บัญชาผู้นั้นหาตัวไท่จื่อเจอได้”
แม่นางหันหรี่ตาลง “เจ้าอยากทำข้อตกลงอะไร
กับข้า”
เซียวเหิงเอ่ย “ส่งตัวฮ่องเต้ตัวปลอมออกมา ข้า
จะคืนไท่จื่อให้”
แม่นางหันเอ่ยโดยไม่ต้องคิด “เหอะ ฝันไปเถิด!”
แม่นางหันเอ่ยขู่ “เจ้าฆ่าไท่จื่อไป ข้าก็ฆ่าองค์
หญิงน้อยในวังเช่นกัน! นี่น่าจะไม่ใช่ผลลัพธ์ที่
พวกเจ้าอยากได้หรอกกระมัง!”
แววตาเซียวเหิงเป็นประกายเดือดดาล “แม่นาง
หัน! แม้แต่เด็กบริสุทธิ์วัยสี่ปีเจ้ายังลงมือได้ลง!
เจ้ามันช่างใจดำอำมหิตนัก!”
“เจ้าเพิ่งจะรู้หรือว่าข้าใจดำอำมหิต” แม่นางหัน
มองเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมสองคนตรงหน้า
อย่างไร้ซึ่งความหวาดกลัว ก่อนยิ้มเย็นเอ่ย “จะสู้
กับข้า พวกเจ้ายังอ่อนหัดนัก! ไม่อยากให้องค์
หญิงน้อยเป็นอะไรไป ก็ส่งตัวไท่จื่อคืนมาให้ข้า
เสียดีๆ !”
เดิมทีเปั้าหมายของเซียวเหิงกับกู้เจียวไม่ใช่แลก
ตัวกับฮ่องเต้ตัวปลอม แต่หากต้องการจะให้
หน้าต่างบนหลังคาที่แน่นหนาลมเล็ดลอดไม่ได้
เปิดอ้าออก ก็ต้องเป็นฝั่ายรื้อหลังคาทิ้งเสียก่อน
กู้เจียวเลิกคิ้วเอ่ย “ข้าจับตัวคนไม่เปลืองแรงหรือ
ไร ให้ส่งตัวไท่จื่อกลับไป ช่างฝันหวานนัก!”
“เจ้าหนูแคว้นล่างนี่อีกแล้ว!” แม่นางหันมองกู้
เจียวอย่างเย็นชาแวบหนึ่ง จู่ๆ สายตาก็ลุ่มลึก
ขึ้นมา “อันที่จริงติดตามพระนัดดามีอะไรดีรึ สิ่ง
ที่ซ่างกวานเยี่ยนกับพระนัดดาให้เจ้าได้ ข้า
กับไท่จื่อให้เจ้าได้มากกว่า ไม่สู้พิจารณามาเป็น
คนทำงานให้ข้าดีกว่า ข้าจะไม่ปฏิบัติต่อเจ้าไม่ดี
เด็ดขาด”
ไอ้หยา นี่มันตีท้ายครัวต่อหน้ากันเลยนี่นา
แม่นางหันมองภาพลักษณ์ตัวเองในแง่ดีและมั่น
อกมั่นใจยิ่งนัก
กู้เจียวหยักยกมุมปาก ยกมือขึ้นวางบนมือเซียว
เหิงที่วางอยู่บนโต๊ะหินแผ่วเบา ก่อนเอ่ยขึ้นอย่าง
เนิบช้า ท่ามกลางสายตาจดจ้องของแม่นางหันที่
ราวกับเห็นผีก็มิปาน “สิ่งที่ข้าต้องการคือเขา เจ้า
ให้ได้หรือ”
แม่นางหันรู้สึกราวกับฟั้าผ่าสรรพางค์กาย บุรุษ
สองคน… นึกไม่ถึงว่า…
“ผิดผีประเวณี!”
นางทนมองไม่ได้แล้ว!
แม่นางหันหันหน้าหนี เอ่ยอย่างเย็นชา “องค์
หญิงน้อยพวกเจ้าเอาไปเลย! นี่เป็นการอ่อนข้อ
ที่สุดที่ข้าจะทำได้แล้ว! ไม่เช่นนั้นข้าก็ไม่ถือสาที่
จะมัจฉาตายตาข่ายขาด[2]ไปกับพวกเจ้า!”
นางกระจ่างแจ้งดี ซ่างกวานชิ่งไม่มีทางสังหาร
ไท่จื่อจริงๆ หรอก เพราะหากเขาทำเช่นนี้ นางก็
ต้องสังหารองค์หญิงน้อยทิ้งเช่นกัน
แต่ซ่างกวานชิ่งก็น่าจะรู้ดีเช่นกัน ว่านางไม่มีทาง
ส่งตัวฮ่องเต้ให้เด็ดขาด
ทั้งสองฝั่ายจะตกลงร่วมกันได้อย่างเสมอภาคก็
คือเอาองค์หญิงน้อยมาแลกกับไท่จื่อ มากกว่านี้
ไม่ได้แล้ว
เซียวเหิงเอ่ย “ได้ เจ้าให้คนพาตัวองค์หญิงน้อย
มา ข้าก็จะให้คนของข้าพาไท่จื่อมาเช่นกัน เจ้า
อย่าคิดเล่นลูกไม้เชียว หากมาเกินห้าคน ข้าจะ
ฆ่าไท่จื่อทิ้ง!”
นี่เป็นการปั้องกันไม่ให้แม่นางหันให้คนพาทหาร
มาปราบปรามพวกเขา
เซียวเหิงเอ่ยอย่างเย็นเยือก “อย่างไรเสียหาก
พวกเราตายไป องค์หญิงน้อยในมือเจ้าก็คงไม่
รอดเช่นกัน ไม่สู้ก่อนพวกเราตายก็ให้องค์หญิง
น้อยได้ไปสู่สุคติเสีย!”
จำต้องกล่าวว่า เซียวเหิงพิจารณาได้รอบคอบทุก
ด้าน ถ้อยคำของเขามีความสามารถโน้มน้าวให้
คล้อยตามมากทีเดียว
หากต้องถึงขั้นนั้นจริงๆ เขาจะฆ่าองค์หญิงน้อย
หรือไม่ก็ไม่สำคัญแล้ว ทำให้แม่นางหันเชื่อว่าเขา
จะทำได้ก็พอ
แม่นางหันมั่นใจในแผนการที่ให้คนนำกำลังทหาร
มาปราบปราม ใครจะคิดว่าโดนอีกฝั่ายมองออก
ทะลุปรุโปร่งอีกครา
อายุรุ่นเดียวกับหมิงจวิ้นอ๋อง แต่เล่นงานคนได้ถึง
ขั้นนี้
ช่างเป็นคนรุ่นหลังที่น่าหวั่นเกรงจริงๆ
แม่นางหันกระซิบสั่งสวี่เกาสองสามคำ สวี่เกา
พยักหน้าขานรับ “ขอรับ บ่าวจะไปพาตัวองค์
หญิงน้อยมาเดี๋ยวนี้”
“ไท่จื่อเล่า” แม่นางหันถามเซียวเหิง
เซียวเหิง “พวกเราเห็นองค์หญิงน้อยแล้ว ย่อม
พาไท่จื่อมา”
ยามอิ๋น[3]
สวี่เกาพาทั้งสามคนมายังศาลาไปั่เฟิง หนึ่งในนั้น
มีวิญญาณทมิฬด้วย อีกสองคนที่เหลือเป็นแม่นม
และองค์หญิงน้อยที่หลับปุั๋ยอยู่
กู้เจียวกอดอกพินิจมองวิญญาณทมิฬตั้งแต่หัว
จรดเท้า ถูกหลงอีซัดจนบาดเจ็บเพียงนั้น เวลา
เพียงหนึ่งวันหนึ่งคืนก็ฟืนฟูได้พอสมควรแล้ว เป็น
เพราะฤทธิ์ของยาจื่อเฉ่าหรือ ร่างกายและจิต
วิญญาณช่างแข็งแกร่งจริงๆ
กู้เจียวผิวปาก
เสี่ยวจิ่วไปแจ้งข่าว
หนึ่งเค่อต่อมา หลงอีก็แบกไท่จื่อใช้วิชาตัวเบา
มาถึงศาลาไปั่เฟิง
วิญญาณทมิฬมองหลงอีที่จู่ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้น
แววตามีไอสังหารวาบผ่าน
แม่นางหันเอาแต่พะวงจะช่วยไท่จื่อ ไม่คิดสร้าง
ปัญหาเพิ่มที่นี่ ที่สำคัญก็คือ นางไม่อยากให้อีก
เดี๋ยวต่อสู้กันขึ้นมาไท่จื่อกับตนจะโดนลูกหลงไป
ด้วย
“แลกเปลี่ยนได้แล้วกระมัง” นางเอ่ยนิ่งๆ
“ให้องค์หญิงน้อยมาก่อน” เซียวเหิงเอ่ย
แม่นางหันลังเล ก่อนจะพยักหน้าให้แม่นม
แม่นมอุ้มองค์หญิงน้อยเดินมาหา
วิญญาณทมิฬจ้องแผ่นหลังแม่นมเขม็งตั้งแต่ต้น
จนจบ หากอีกฝั่ายไม่ยอมส่งตัวไท่จื่อมา เขาจะ
ซัดฝั่ามือให้พวกนางตายทันที!
เคราะห์ดีที่เซียวเหิงไม่ได้เล่นตุกติก “หลงอี ส่ง
ไท่จื่อให้พวกเขา”
หลงอีโยนไท่จื่อไปให้อย่างเดียดฉันท์
วิญญาณทมิฬยื่นมือไปรับไท่จื่อไว้
“พวกเรากลับ!” เซียวเหิงเอ่ย
ทั้งสองฝั่ายไม่ได้สู้กัน หนึ่งเพราะทั้งสองฝั่ายมี
กำลังพอๆ กัน อีกประการหนึ่งเพราะทั้งสองฝั่าย
ต่างไม่อยากให้คนของตัวเองโดนลูกหลง
หลังจากที่พวกเซียวเหิงจากไป ไท่จื่อก็นั่งบนม้า
นั่ง กุมใบหน้าบวมเปั่งเหมือนหัวหมู น้ำตาไหล
นองหน้าฟั้อง “เสด็จแม่… พวกเขารังแกกัน
เกินไปแล้ว!”
แม่นางหันมองบุตรชายที่โดนต่อยจนจมูกช้ำหน้า
บวม ดวงใจดุจมีมีดเฉือน นางยกมือขึ้น ประคอง
ดวงหน้าลูกอย่างระมัดระวัง “สารเลว! นึกไม่ถึง
ว่าจะทำร้ายองค์ชายอย่างเจ้าถึงเพียงนี้! เจ้า
วางใจได้ แม่จะทวงความเป็นธรรมคืนให้เจ้า
แน่นอน!”
“แต่ว่า” นึกบางอย่างขึ้นมาได้ แม่นางหันก็ถาม
ขึ้นอีก “เจ้าออกจากจวนมาได้อย่างไร”
ไท่จื่อล้วงกระดาษข้อความออกมาจากอก “ข้า
ได้รับข้อความนี้ นึกว่าเป็นเสด็จแม่เรียกข้า”
แม่นางหันรับมาดู เป็นลายมือนางไม่มีผิด นางนึก
ถึงเรื่องมนตร์ดำขึ้นมา ลายมือเหมือนกันกับใน
จดหมายที่ค้นเจอทุกประการ
แม่นางหันคล้ายคิดบางอย่างอยู่ “ดูท่าในมืออีก
ฝั่ายจะมียอดฝีมือที่ปลอมลายมือได้อยู่…แต่ข้าไม่
เข้าใจว่าเพิ่งจะให้สวี่เกามาเตือนเจ้า ว่าหากไม่มี
ธุระใดก็อย่าไปหาข้าที่ตำหนักเย็นมิใช่หรือ ข้าจะ
เป็นฝั่ายมาหาเจ้าได้อย่างไร เจ้าตกหลุมพรางได้
อย่างไร”
ไท่จื่อเอ่ยอย่างรู้สึกผิด “ลูก…ลูกเลินเล่อไป”
ไท่จื่อก้มหน้าลง ไม่ส่งเสียงใด
แม่นางหันเอ่ยอีก “หลังจากที่พวกมันจับตัวเจ้า
ไปแล้ว ได้พูดอะไรกับเจ้าบ้าง”
ไท่จื่อเอ่ยอย่างลังเล “พวกมันบอกว่า…เสด็จแม่
แอบก่อกบฏ เสด็จพ่อที่อยู่ในวังเป็นตัวปลอม”
แม่นางหันตบโต๊ะดังปัง “เหลวไหล! เจ้าอย่าได้
หลงกลชั่วๆ ของพวกมัน!”
ไท่จื่อรีบเอ่ย “ลูกก็คิดเช่นนี้เหมือนกัน!”
แม่นางหันอ้าปากพะงาบ อยากจะเอื้อนเอ่ยแต่ยั้ง
ไว้ นางถอนใจเอ่ย “เอาละ เจ้าบาดเจ็บถึงเพียงนี้
รีบกลับจวนไปให้หมอหลวงดูหน่อย นอกจากนี้
เจ้าบาดเจ็บเพียงนี้แล้ว คงเข้าประชุมเช้าไม่ได้
สองสามวันนี้ก็พักอยู่ที่จวนแล้วกัน”
ไท่จื่อมองนางพลางถาม “เช่นนั้นลูกไปเยี่ยม
เสด็จแม่ได้หรือไม่”
แม่นางหันครุ่นคิด ก่อนเอ่ย “อย่าเพิ่งเลยดีกว่า
หมู่นี้…ใ นวังไม่ค่อยสงบ เจ้าอย่าเพิ่งมาหาข้าที่
ตำหนักเย็น”
ไท่จื่อเอ่ย “เช่นนั้นลูกไปเยี่ยมเสด็จพ่อได้หรือไม่
ลูกเพิ่งถูกแต่งตั้งเป็นไท่จื่อดังเดิม ยังไม่ทันได้เข้า
วังไปขอบพระทัยเสด็จพ่อเลย”
แม่นางหันใคร่ครวญครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ย “รอให้
เสด็จพ่อเลิกประชุมก่อน เจ้าค่อยไปขอบพระทัย
แต่เจ้าบาดเจ็บ…”
ไท่จื่อแย้มยิ้มพลางเอ่ย “แผลเล็กน้อยแค่นี้ไม่
เป็นไรหรอกพ่ะย่ะค่ะ ยิ่งไปกว่านั้น ยิ่งข้า
บาดเจ็บก็ยังไม่ลืมไปขอบพระทัย ยิ่งทำให้เสด็จ
พ่อหวั่นไหวมิใช่หรือ”
แม่นางหันคิดในใจว่า นั่นมันฮ่องเต้ตัวปลอม จะ
ให้เขาหวั่นไหวอะไร
แต่การให้โอรสเข้าเฝั้านี้ก็เป็นการแสดงให้คนทั้ง
แผ่นดินได้ดู
จะชักช้าไม่ได้จริงๆ นั่นแหละ
แม่นางหันส่งไท่จื่อกลับจวนแล้ว ก็นั่งรถม้ากลับ
วัง
ไท่จื่อเรียกองครักษ์มาคนหนึ่ง เอ่ยอย่างรำคาญ
“โคมอยู่ที่ใด จุดไฟหน่อยไม่ได้หรือไร ”
“ขอรับ!” องครักษ์รีบจุดไฟมาส่องทางให้
ไท่จื่อกลับมายังเรือนตัวเอง เขาผลักประตูห้องที่
แง้มไว้ให้เปิดอ้า
องครักษ์ถาม “องค์ชาย ท่านจะไปห้องหนังสือ
หรือไม่”
ไท่จื่อชะงัก “ฟั้าใกล้สว่างแล้ว ไม่ควรไปขยัน
ขันแข็งที่ห้องหนังสือ กลับห้อง”
“พระองค์ระวังขอรับ” องครักษ์ถือโคมส่องทาง
ให้ หลังมาถึงห้องแล้ว ก็ผลักประตูห้องเปิดเบาๆ
คำนับให้อย่างนอบน้อม “องค์ชาย จะให้ตาม
หมอหรือไม่ขอรับ”
ไท่จื่อสองมือไพล่หลัง หันกลับมามองเขาแวบ
หนึ่ง เอ่ย “ไม่ต้องหรอก แผลเล็กน้อยไม่ต้องทำ
ให้เป็นเรื่องใหญ่ เจ้าไปพักเถิด ตอนเช้าก็ไม่ต้อง
ปลุกข้านะ”
องครักษ์ชะงัก “เอ่อ… พ่ะย่ะค่ะ”
แปลกจริง จู่ ๆ ไท่จื่อจะนอนจนตะวันโด่รึ
ก็จริง อายุปูนนี้แล้ว ซ้ำยังบาดเจ็บกลับมา
ร่างกายคงรับไม่ไหว
องครักษ์ถือโคมไฟถอยไป
ไท่จื่องับประตูห้อง ลงกลอน เดินกลับไปกลับมา
อยู่ในห้องอันวิจิตรหรูหรา คว้าท้อเชื่อมผลใหญ่
วาววับขึ้นจากโต๊ะ มากัดกร๊วบๆ
“นี่เป็นสถานที่ที่ไท่จื่ออยู่อาศัยหรือนี่”
ไท่จื่อ… กล่าวให้ถูกคือ กู้เฉิงเฟิง
กู้เฉิงเฟิงพึมพำจบก็ร้องว้าวๆ มองท้อเชื่อมในมือ
อย่างตกใจ “แม้แต่ลูกท้อยังหวานเพียงนี้!”
กลางค่ำกลางคืนได้กินผลไม้เย็นๆ หวานฉ่ำ ไท่จื่
อแห่งแคว้นต้าเยี่ยนช่างรู้จักเสพสุขจริงๆ !
กู้เฉิงเฟิงล้มตัวลงบนเตียง สัมผัสอ่อนนุ่มนั่นแทบ
ทำให้เขาสบายจนหวีดร้อง
เขาสลัดรองเท้าทิ้ง มือหนึ่งถือลูกท้อ อีกมือรอง
ท้ายทอยต่างหมอน
เขายกขาขึ้นไขว่ห้าง สั่นขาพลางแทะลูกท้ออย่าง
ลำพอง แค่นเสียงเอ่ย “แม่นางหันหญิงโง่นั่น
ต้องกำลังดีอกดีใจที่ตัวเองเป็นยอดนักเจรจาอยู่
แน่ๆ ใช้แค่องค์หญิงน้อยคนเดียวก็แลกกับไท่จื่อ
ของนางได้แล้ว คิดไม่ถึงว่าความจริงแล้วคนที่
แลกมาจะเป็นข้ากระมัง! นี่เรียกว่า… เลียนแบบ
วิธีศัตรูมาโต้คืน!”
นึกถึงการแสดงในศาลาขึ้นมา เขาก็ลุกขึ้นนั่ง เอ่ย
อย่างเคลิบเคลิ้มสุดจะเปรียบ “ฝีมือการแสดง
ของข้าดีเพียงนี้ แม้แต่แม่นางหันที่เป็นมารดา
แท้ๆ ยังเชื่อ สมกับเป็นข้าจริงๆ !”
——————–
[1] ยามโฉ่ว 01.00-03.00 น.
[2] มัจฉาตายตาข่ายขาด ตาต่อตา ฟันต่อฟัน
[3] ยามอิ๋น 03.00-05.00 น.