สามีข้าคือขุนนางใหญ่ - บทที่ 864 ราชาม้าเฮยเฟิงผู้แข็งแกร่งที่สุด!
กู้เจียวกับเซวียนหยวนฉีขี่ม้าตัวเดียวกัน ไม่
สะดวกอุ้มเด็ก นางกลัวว่าพอหยุดม้าจะเบียดจน
เด็กกลายเป็นขนมเปียะไส้เนื้อ
“เหล่าถัง เอาไป” กู้เจียวส่งเด็กให้ถังเย่ว์ซาน
ถังเย่ว์ซานอ้าแขนสองข้างออกยาวเหยียด แทบ
อยากจะจับเด็กให้ไกลตัวเท่าใดยิ่งดี “ข้าปฏิเสธ
ได้หรือไม่”
กู้เจียวเชิดหน้าขึ้น วางมาดใหญ่โตเอ่ย “ไม่ได้!”
ถังเย่ว์ซานมองเซวียนหยวนฉีดุจราชาผีแห่ง
ขุนเขา อุ้มเด็กมาไว้บนตัวตัวเองอย่างยอมรับ
ชะตากรรม
ไม่เป็นไร ข้ากำลังจะเป็นพ่อบุญธรรมคนแล้ว แม้
ลูกบุญธรรมข้าจะไม่เรียนการต่อสู้ แต่สมอง
ปราดเปรื่อง รอข้าช่วยลูกบุญธรรมออกมาได้
ก่อน ค่อยให้เขาจัดการกับปีศาจน้อยปีศาจใหญ่
อย่างพวกเจ้า!
ถังเย่ว์ซานครุ่นคิดด้วยความมั่นอกมั่นใจเต็ม
เปียม รู้สึกว่าชีวิตช่างงดงามนัก!
พวกเขาคิดแผนออกจากเมืองไว้สองทาง หนึ่งคือ
แสร้งปลอมตัวเป็นพ่อค้าหรือไม่ก็ชาวบ้านปะปน
ออกไป แต่วิธีนี้ถูกตัดทิ้งตั้งแต่ที่พวกเขามาถึงเขต
เมือง
เหตุเพราะในเมืองเข้มงวดอย่างผิดคาด ทหารจิ้น
ที่ลาดตระเวนมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า บน
ถนนแต่ละสายล้วนเห็นเงาทหารจิ้นได้ถ้วนทั่ว
กู้เจียวใคร่ครวญเอ่ย “เป็นเพราะเรื่องภูเขาผีลือ
มาถึงจวนเจ้าเมืองแล้วหรือ พวกเขาคิดว่าพวก
เราหลบหนีออกมาจากภูเขาผีแล้ว เพื่อไม่ให้พวก
เราออกจากเมืองได้จึงได้เพิ่มการเฝั้าระวังขึ้น
กะทันหันรึ”
ไม่ว่าอย่างไร หากสถานการณ์ตึงเครียดถึงเพียงนี้
คงออกทางประตูเมืองไม่ได้แล้ว
เช่นนั้นคงต้องใช้แผนสอง
“พวกเจ้า รออยู่ตรงนี้นะ” เซวียนหยวนฉีเอ่ย
กู้เจียวกับถังเย่ว์ซานพยักหน้า
เซวียนหยวนฉีทะยานตัวขึ้นเข้าสู่รัตติกาลสีมืด
ราวๆ ครึ่งชั่วยามต่อมาเขาก็สะพายห่อผ้าใบโต
กลับมา ในห่อผ้ามีชุดเกราะทหารจิ้นอุ่นๆ สาม
ชุด รวมถึงปั้ายเหล็กระบุตัวตนและตราอาญา
สิทธิ์ของพวกเขาด้วย
“ข้าไม่รู้หนังสือแคว้นจิ้น บนนี้เขียนว่าชื่ออะไร
หรือ” กู้เจียวพึมพำ
“อย่ามามองข้า ข้าก็ไม่รู้” ถังเย่ว์ซานเอ่ย
กู้เจียวนั่งอยู่บนหลังม้า โคลงศีรษะมองเซวียน
หยวนฉี แววตาใสแจ๋วนั่นราวกับกำลังบอกว่า
‘เจ้าก็น่าจะไม่รู้เหมือนกันกระมัง เจ้าแห่งเงา
ทมิฬรุ่นที่สองผู้รอบรู้’
เห็นเพียงเซวียนหยวนฉีฉวยปั้ายเหล็กมา แล้ว
ปล่อยมืออย่างเกินจริงสุดจะเปรียบ ปล่อยให้
ปั้ายเหล็กร่วงลงร่องพื้น “ไอ้ หยา ร่วง หาย
แล้ว”
กู้เจียวสีหน้าทะมึน
ความจริงแล้วเจ้าก็อ่านไม่ออกล่ะสิ!
ประโยชน์ของปั้ายเหล็กชนิดนี้โดยทั่วไปแล้วจะ
ใช้แยกแยะศพหลังตายในสงคราม ปกติจะไม่
ตรวจสอบ หายแล้วก็หายไป
นอกจากนี้ เซวียนหยวนฉีไม่รู้ไปเอาตะกร้า
สะพายใบน้อยมาจากไหน สามารถวางเด็กทารก
น้อยลงไปได้พอดี
เห็นได้ชัดว่ามีแค่ตะกร้าน้อยใบนี้ก็ไม่พอ เสียง
ร้องของเด็กแรกเกิดดังขึ้นได้ทุกเมื่อ
กู้เจียวเพิ่งใส่เด็กเข้าไปในตะกร้าที่ปูผ้าฝั้ายไว้
เด็กก็ร้องอุแว้ๆ ขึ้นมา
ลำคอแปดหลอดนี้ทำเอาทั้งสามพากันสะดุ้ง
โหยง!
เสียงดังเกินไปแล้ว กลางกระหม่อมแทบจะเปิด
เพราะเสียงร้องของเด็กแล้ว!
ถังเย่ว์ซานหน้าซีดเผือด กัดฟันเอ่ย “อย่าร้องสิ!
บรรพบุรุษน้อย! เดี๋ยวเจ้าได้เรียกพวกทหารจิ้นมา
กันหมดหรอก!”
“อุแว้…อุแว้…อุแว้…”
เขากำหมัดน้อยๆ แน่น ร้องเสียลั่นฟั้าสะเทือน
ดิน!
“ผู้มีพระคุณ!”
ทันใดนั้น สตรีออกเรือนคนหนึ่งก็ถือโคมปรากฏ
ตัวขึ้นหน้าตรอก
นางสาวเท้าสั้นๆ เดินมาหาถังเย่ว์ซาน “เป็นท่าน
จริงๆ ด้วย!”
ถังเย่ว์ซานสีหน้างุนงง
ตอนนั้นกู้เจียวไม่ได้ปรากฏตัว นางจึงจำได้แค่
ถังเย่ว์ซาน
“ผู้มีพระคุณ ท่านช่วยคุณหนูข้าไว้ ท่านลืมแล้ว
หรือ” นางเอ่ยพลางหันไปมองทารกในอ้อมอก
ถังเย่ว์ซาน เอ่ย “เพิ่งเกิดหรือ”
กู้เจียวเอ่ย “บิดาเขาถูกทหารจิ้นสังหาร มารดา
เขากำลังหลบหนีการไล่ล่าของทหารจิ้น พวกเรา
อยากพาเขาจากไป”
“ข้าเองเถิด” สตรีออกเรือนยื่นโคมให้ถังเย่ว์ซาน
ยื่นมือไปรับตัวทารกจากมือกู้เจียว “เขาน่าจะหิว
แล้ว คุณหนูเล็กของข้าก็เพิ่งคลอดได้ไม่นาน ที่
บ้านมีแม่นม ข้าอุ้มไปปั้อนให้”
กู้เจียว “รบกวนแล้ว”
สตรีออกเรือนรีบเอ่ย “พวกท่านหากไม่รังเกียจก็
เชิญตามข้ามาเถิด”
พวกนางตามนางเข้ามาในเรือน
นี่เป็นตระกูลร่ำรวย น่าเสียดายที่บุรุษในบ้านโดน
จับไปหมด มีเพียงสตรีและสาวใช้แม่บ้านปิด
ประตูใช้ชีวิตอย่างหวาดผวา
สตรีออกเรือนอุ้มเด็กไปห้องหลัก เสียงร้องของ
เด็กพลันเงียบลง ดูท่าจะได้กินนมแล้ว
ราวๆ ครึ่งเค่อต่อมา สตรีออกเรือนก็ออกมาจาก
ห้อง ไปยังห้องบุปผาคำนับให้พวกกู้เจียว แล้ว
เอ่ยกับถังเย่ว์ซาน “ฮูหยินข้ายังอยู่เดือนอยู่ ไม่
สะดวกออกมาขอบพระคุณบุญคุณช่วยชีวิตของผู้
มีพระคุณ แต่ฮูหยินข้าบอกว่าหากผู้มีพระคุณไม่
รังเกียจ ให้เด็กคนนี้อยู่ที่นี่ก่อนได้ รอผู้มีพระคุณ
เสร็จงานในมือแล้ว ค่อยมารับเขา”
สตรีออกเรือนไม่ได้โง่ ฮูหยินผู้นั้นก็ไม่ได้โง่
บนตัวพวกเขาสวมชุดเกราะของทหารจิ้น แค่มอง
ก็รู้ว่ากำลังทำธุระอยู่
กู้เจียวถาม “จะนำอันตรายมาสู่พวกเจ้าหรือไม่”
สตรีออกเรือนเอ่ยด้วยสีหน้าอ่อนโยน “ไม่หรอก
เจ้าค่ะ ลูกแม่นมก็อยู่ในห้อง เด็กน้อยทั้งสองร้อง
กันทั้งวัน มีเพิ่มมาอีกคนก็ไม่เป็นไร ไม่มีผู้ใด
สังเกตรู้ ยิ่งไปกว่านั้นทหารจิ้นก็แค่ปล้นสะดม
ชาวบ้าน ไม่สนใจเด็กทารกหรอก”
กู้เจียวใคร่ครวญอย่างจริงจังครู่หนึ่ง รู้สึกว่าวิธีนี้
เป็นไปได้
“นางพูดว่าอย่างไรหรือ” ถังเย่ว์ซานถาม
กู้เจียวเอ่ย “นางให้พวกเราฝากเด็กไว้ที่นี่ก่อน
อีกสองสามวันค่อยมารับไป”
กู้เจียวเอ่ย “เป็นไปได้น้อยมาก ในห้องมีลูกของ
แม่นมคนหนึ่ง ไหนจะมีทารกแรกเกิดไม่นานอีก
คนหนึ่ง”
ด้วยเหตุนี้ถังเย่ว์ซานจึงได้วางใจลง
เมื่อปัญหาอย่างเด็กน้อยจัดการเรียบร้อย ทั้งสาม
ก็เดินทางต่อ
ระหว่างนั้น เซวียนหยวนฉีแอบเอา (ปล้น) ม้าศึก
ของทหารจิ้นมาตัวหนึ่ง แล้วบีบบังคับให้ทหารจิ้
นคนนั้นสอนภาษาแคว้นจิ้นให้สองสามประโยค
เดี๋ยวนั้นเลย
จากนั้นเขาก็สังหารคนทิ้ง พากู้เจียวกับถังเย่ว์
ซานไปหน้าประตูเมือง
เขาปล่อยหน้ากากที่ติดกับหมวกเหล็กลง ชูปั้าย
คำสั่งของตัวเองออกมาด้วยมาดเต็มเปียม!
ทหารเฝั้าประตูเมืองตกใจจนตัวสั่น รีบประสาน
มือคำนับให้ “ท่านแม่ทัพหลิว!”
กู้เจียว “…”
นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะทำให้ตัวเองเป็นถึงท่านแม่ทัพ
“ฟั้ายังไม่สางเลย ท่านแม่ทัพหลิวจะออกจาก
เมืองหรือ” ทหารรักษาการณ์ถาม
เซวียนหยวนฉีวางมาด มองกู้เจียวอย่างใหญ่โตยิ่ง
ทหารน้อยกู้เจียวใช้ภาษาจิ้นที่เพิ่งเรียนมาสดๆ
ร้อนๆ เอ่ยเสียงขรึม “ท่านแม่ทัพใหญ่มีคำสั่งลับ!
เปิดประตูเมือง!”
“…ขอรับ! ขอรับ!”
ออกจากเมืองได้ราบรื่นกว่าที่คิดไว้
กู้เจียวครุ่นคิดว่าท่านผู้เฒ่าไปปล้นชิงบุคคล
เก่งกาจใดมากันนี่ คงไม่ใช่เข้าจวนเจ้าเมืองไป
ปล้นมาหรอกกระมัง
“ไม่ใช่” หลังจากกู้เจียวสงสัยอยู่ในใจ เซวียน
หยวนฉีก็วางมาดจริงจังปฏิเสธ
เขาออกจากจวนเจ้าเมืองหลวง
ปล้นตรงหน้าประตูแทน!
หลังออกจากเมืองไม่นานฟั้าก็สาง
ราชาม้าเฮยเฟิงเป็นม้าผู้นำที่ยอดเยี่ยมมาก
ภายใต้การนำของมัน ม้าเฮยเฟิงกับม้าศึกทหาร
จิ้นก็แสดงความเร็วออกมาได้จนถึงขีดสุด
กู้เจียวกำบังเหียนแน่น “ลูกพี่ พวกเราต้องไป
ถึงฉวี่หยางก่อนฟั้ามืดนะ!”
ราชาม้าเฮยเฟิงต้านลมตะวันตก ควบวิ่งฮ่อตะบึง
อยู่บนถนนหลวง พวกเขาใช้เส้นทางลัดตอนขา
มา
หลังจากลงถนนหลวงแล้ว พวกเขาก็เข้าไปในปั่า
ที่มีเงาไม้ร่มรื่น ลัดเลาะไปตามเส้นทางคดเคี้ยว
และลำธารเล็กๆ ภูเขาสูงชัน มุ่งไปยังประตูเมือง
ฝังตะวันออกของฉวี่หยาง!
การรีบเร่งโดยไม่คิดชีวิตเช่นนี้ครั้งล่าสุดเป็นตอน
คัดเลือกผู้บัญชาการทหารม้าเฮยเฟิงรอบสุดท้าย
จากเมืองผู่ไปถึงฉวี่หยางเส้นทางตรงไม่ถึงสาม
ร้อยลี้ แต่เดินทางยาก
เมื่อออกมาจากปั่าอีกครา ม้าทั้งสามตัวก็ได้รับ
บาดเจ็บกันหมด
ราชาม้าเฮยเฟิงไม่กล้าหยุดพัก
เซวียนหยวนฉีไล่ตามมาตลอดทาง มองมันจาก
ไกลๆ
เสี่ยวเย่ว์น้อยเช่นนี้เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยคิดมาก่อน
คราเมื่อเสี่ยวเย่ว์น้อยเพิ่งเกิดเกือบจะเสียชีวิต
ตั้งแต่เด็ก เขานึกว่ามันจะโตไม่ได้แล้ว
แต่มันไม่เพียงเติบโตขึ้นเท่านั้น ยังกลายเป็นราชา
ม้าเฮยเฟิงตัวใหม่เอาชนะเหนือม้าตัวผู้แล้ว
มันเป็นราชาม้าเฮยเฟิงที่เก่งกาจที่สุด มีกำลังห้าว
หาญและแข็งแกร่งกว่าราชาม้าเฮยเฟิงของพี่ใหญ่
อีก
มันเข้าร่วมสงครามศึกแรกหลังจากเข้าร่วมการ
เกณฑ์เมื่ออายุสิบหก แต่นี่ก็อาจจะเป็นสงคราม
ศึกสุดท้ายในชีวิตของมันแล้วก็ได้
ทำศึกครานี้เสร็จ มันก็ควรเกษียณแล้ว
ราชาม้าเฮยเฟิงเนื่องจากการฝึกที่หนักและ
เข้มข้นมาก อายุมันจึงสั้นกว่าม้าศึกทั่วไป
เพื่อรักษากำลังรบที่มากที่สุด จึงไม่มีม้าศึกที่อายุ
เกินยี่สิบสองในค่ายเฮยเฟิง โดยปกติแล้วอายุสิบ
สามก็ปลดหน้าที่แล้ว
แต่มันเกือบสิบเจ็ดแล้ว ยังอยู่ในหน้าที่อยู่เลย!
เซวียนหยวนฉีมองมัน และมองเงาร่างเล็กองอาจ
ห้าวหาญที่อยู่บนหลังมัน
พวกเขาเป็นสหายที่เหมาะสมกันที่สุดในโลก
…
ตะวันค่อยๆ ลาลับขอบฟั้า
ราชาม้าเฮยเฟิงมุ่งนำหน้า
ม้าศึกสองตัวตามมาอยู่ไกลๆ ระยะห่างระหว่าง
พวกเขาห่างกันมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงขั้นที่เมื่อกู้เจียว
หันกลับมา ก็ไม่เห็นพวกเขาทั้งสองแล้ว
ไม่เป็นไร เมืองฉวี่หยางอยู่ข้างหน้านี้แล้ว!
ข้าไปส่งข่าวก่อนก็มีค่าเท่ากัน!
“ลูกพี่! เดี๋ยวหมดถนนหลวงแล้วก็จะเห็นกำแพง
เมืองแล้ว!”
นางเพิ่งจะเอ่ยจบ จู่ๆ ราชาม้าเฮยเฟิงก็ลด
ความเร็วลง กู้เจียวขมวดคิ้ว ดึงบังเหียนแน่นให้
หยุด
ข้างหน้าถนนหลวงมีเสียงเกือกม้าเร่งร้อนลอยมา
ก้อนหินดินทรายบนพื้นสั่นสะเทือนไปหมด
“เสียงเกือกม้านี้…หรือจะเป็นกองทหารม้ากอง
หนึ่ง”
พวกเขาใกล้เข้ามาเรื่อยๆ กู้เจียวเห็นธงที่พวกเขา
ชูขึ้นสูง
นึกไม่ถึงว่าจะเป็น…กองทัพจิ้น!
กองทัพจิ้นที่นางหลบหนีจากเมืองผู่ กลับมาเจอ
กองทัพจิ้นอีกกองที่นี่ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน
กู้เจียวตัดความเป็นไปได้ที่กองทัพจิ้นเมืองผู่แซง
หน้าพวกนางบนถนนใหญ่ แล้วค่อยย้อนกลับมา
สังหารทิ้ง
ถนนใหญ่ไกลกว่าถนนเส้นเล็กยังไม่ต้องพูดถึง ม้า
ของพวกเขาไม่ว่าอย่างไรก็วิ่งแซงราชาม้าเฮยเฟิง
ไม่ได้อยู่ดี
กองทัพจิ้นกลุ่มนี้เหมือนจะมาจากทางเมืองซิน
เมืองซิน เขตแดนของตระกูลหนานกง!
กองทัพจิ้นพวกนี้ซ่อนตัวอยู่ในเมืองซินตั้งแต่แรก
ยามนี้กองทัพใหญ่ราชสำนักหนึ่งแสนสองหมื่น
นายต้องช่วงชิงเมืองซินกลับคืนมา พวกเขามี
กำลังทหารไม่พอ เฝั้ารักษาการณ์เมืองซินไม่อยู่
จึงทิ้งเมืองหนีมาเสียเลย
พวกเขาต้องการไปตั้งค่ายที่เมืองผู่ จึงได้มาเจอ
กับกู้เจียวที่มาจากเมืองผู่
“โลกกลมจริงๆ …”
กู้เจียวทอดมองกองทัพจิ้นแน่นขนัด ประมาณ
คร่าวๆ อย่างน้อยมีกำลังทหารหนึ่งหมื่นนาย
ความเคลื่อนไหวของพวกเขาใหญ่โตเพียงนี้ ซ้ำยัง
ใกล้กับเมืองฉวี่หยางเพียงนี้ นึกไม่ถึงว่าจะไม่เจอ
การโจตีขัดขวางของกำลังทหารฉวี่หยาง
เช่นนั้นก็มีเพียงความเป็นไปได้เดียว…กำลังทหาร
เมืองฉวี่หยางแบ่งออกเป็นสองทาง แทบจะ
เคลื่อนพลไปทั้งหมด ทหารม้าเฮยเฟิงในเมืองที่
เหลือทำศึกไม่ได้ รวมถึงทหารรักษาการณ์
บางส่วนเฝั้ารักษาการณ์คูเมืองได้เพียงพอพอดี
การจัดวางเช่นนี้ไม่ผิด สามารถคว้าชัยชนะที่
ยิ่งใหญ่โดยที่บาดเจ็บล้มตายน้อยที่สุดได้ เพื่อให้
เหลือกำลังทหารเพียงพอที่จะจัดการกับ
กองทัพจิ้นสองแสนนายที่เมืองผู่
ใครจะไปคิดว่ากู้เจียวจะมาเจอกองทัพจิ้นกองนี้
เข้า
อย่างไรเสียหากมิใช่ได้รับข่าวด่วยยามอยู่ทีภูเขา
ผี กู้เจียวไม่มีทางเลือกเร่งเดินทางตอนกลางวัน
เด็ดขาด
กู้เจียวอยากหลบก็ไม่ทันแล้ว เพราะทหารจิ้นเห็น
นางแล้ว
“ข้างหน้านั่นผู้ใด” ทหารจิ้นนายหนึ่งตะโกนขึ้น