สามีข้าคือขุนนางใหญ่ - บทที่ 898 ถอนพิษได้สำเร็จ (1)
เส้นทางที่ว่าไม่ได้เป็นแผ่นน้ำแข็งที่หนา
เหมือนกับที่ทุ่งน้ำแข็ง
กู้เจียวย่นคิ้ว “แสดงว่าต้องใช้ทางบกอย่าง
เดียว…แต่จะทันรึ ช่างเถอะ จะทันหรือไม่ก็ต้อง
ออกไปอยู่ดี!”
กู้เจียวลังเลอยู่พักหนึ่ง ก่อนออกคำสั่ง “ไปตาม
คนของเงาทมิฬมาเดี๋ยวนี้!”
“ขอรับ!”
เหวินเหรินชงน้อมรับคำสั่ง
ทหารเงาทมิฬส่วนใหญ่ออกเดินทางไปกับเหลี่ยว
เฉินเพื่อสู้รบกับแคว้นจิ้นแล้ว ทหารที่ยัง
ประจำการอยู่ที่ค่ายจึงมีจำนวนไม่มากนัก คนที่
เหวินเหรินชงไปตามตัวมาได้คือนายทหารเฉิน
หยาง ซึ่งเป็นคนที่เหลี่ยวเฉินมอบหมายให้อยู่ที่นี่
เพื่อช่วยเหลือกู้เจียว
เฉินหยางประสานมือให้กู้เจียว “ท่านผู้
บัญชาการน้อย”
ทหารที่นี่เรียกกู้เจียวว่าท่านผู้บัญชาการน้อย
ตอนแรกกู้เจียวนึกว่าเป็นเพราะสำเนียงของพวก
เขา แต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไร
เลยปล่อยให้พวกเขาเรียกไปแบบนั้น
“ทหารเงาทมิฬเคยไปอยู่ที่แคว้นเจากันมาก่อน
มีสายลับซ่อนอยู่ระหว่างทางหรือไม่” กู้เจียวถาม
“มีขอรับ ทุกจุดพักม้าจะมีคนของเงาทมิฬประจำ
อยู่ ท่านผู้บัญชาการน้อยต้องการอะไรหรือ
ขอรับ”
“ข้าต้องการส่งของไปยังเมืองหลวงของแคว้นเจา
ให้เร็วที่สุด!”
“เมืองหลวงแคว้นเจาหรือขอรับ” เฉินหยางเดิน
มาที่โต๊ะแผนที่พร้อมกับชี้นิ้ว “ถ้าเร็วที่สุดคงต้อง
ใช้วิธีเดินเรือจากท่าเรือถงโจว ทว่าเมื่อคืนอ่าวถง
โจวเริ่มแข็งแล้ว…อาจต้องไปทางอวิ๋นโจวแทน
อ่าวอวิ๋นโจวยังไม่แข็ง แต่สภาพอากาศแบบนี้
เกรงว่าอีกไม่นานคงจะแข็งตัวขอรับ”
“เจ้าหมายความว่ารีบเดินเรือในอ่าวอวิ๋นโจวให้
ทันก่อนที่มันจะจับตัวเป็นน้ำแข็งใช่ไหม” กู้เจียว
ถาม
เฉินหยางพยักหน้า “ใช่แล้วขอรับ น้ำตรงท่าเรือ
มีความตื้น กระแสน้ำไหลน้อย จึงแข็งตัวเร็ว ส่วน
ตรงที่กระแสน้ำไหลแรงหน่อย จะไม่จับตัวเร็ว
ขนาดนั้นขอรับ”
“เข้าใจแล้วล่ะ ข้าจะออกเดินทางไปที่อวิ๋นโจวป
ระเดี๋ยวนี้เลย!” กู้เจียวเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง
ระยะทางจากที่นี่ไปยังอวิ๋นโจวอยู่ที่ราวสามร้อยลี้
และด้วยสภาพอากาศที่เป็นอุปสรรคเช่นนี้ ไม่
ง่ายเลยที่จะไปให้ทันเวลา
กู้เจียวต้องเลือกม้าที่เหมาะสมที่สุดกับการ
เดินทางครั้งนี้
เจ้าเฮยเฟิงเดินมาหากู้เจียวที่ประตูค่ายทันทีราว
กับรู้ทัน
แต่กู้เจียวไม่อยากให้เจ้าเฮยเฟิงทำงานหนักอีก
ต่อไปแล้ว ตั้งแต่มันมาถึงที่ชายแดน มันก็ไม่เคย
ได้หยุดพักเลย โดยเฉพาะศึกที่ประตูเมืองทิศใต้
ของเมืองผู่ที่เจ้าเฮยเฟิงได้รับบาดเจ็บสาหัสอย่าง
มาก
ทว่าหลังจากนั้นมันก็ยังไม่ได้พักผ่อนดีๆ สักครั้ง
ยังคงต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กู้เจียวอย่างต่อเนื่อง
กู้เจียวจะไม่ยอมเอามันไปเสี่ยงอีกเป็นอันขาด
กู้เจียวจึงเดินไปที่คอกม้า
ทหารม้าเฮยเฟิงเป็นกองกำลังที่เก่าแก่ที่สุดและ
ทรงพลังที่สุดของกองทัพเซวียนหยวน ทว่าด้วย
ความที่พวกมันผ่านการต่อสู้นองเลือดมาหลาย
ต่อหลายครั้ง ร่างกายของพวกมันจึง
สะบักสะบอมไปไม่น้อย
ม้าศึกที่อายุเยอะต้องได้รับการพักผ่อน
ทันทีที่กู้เจียวก้าวเท้าเข้าไปในคอกม้า ฝูงม้าที่อยู่
ในคอกต่างพากันลุกขึ้นเตรียมออกเดินทาง
พวกมันพร้อมเสมอ!
กู้เจียวกำมือแน่น
“ท่านผู้บัญชาการน้อย…” เหวินเหรินชงเดินเข้า
มาพร้อมกับจูงม้าศึกอายุสิบปี “ใช้เจ้าตัวนี้เถอะ
ขอรับ มันเคยผ่านศึกมาแค่ครั้งเดียว ได้รับ
บาดเจ็บเล็กน้อย แต่ตอนนี้หายดีแล้วขอรับ”
กู้เจียวถาม “ที่นี่มีม้าที่ไม่เคยได้รับบาดเจ็บไหม”
เหวินเหรินชงตอบ “มีขอรับ แต่พวกมันไป
ประจำที่ด่านหน้ากันหมดแล้ว หรือว่า ท่านผู้
บัญชาการน้อยสนใจเจ้าม้าน้อยที่เคยทำหน้าที่
แบกเสบียงไหมขอรับ”
และในตอนนั้นเอง เจ้าม้าน้อยอายุสามขวบก็วิ่ง
ต๊อกแต๊กเข้ามากระโดดโลดเต้นอยู่ข้างหน้ากู้
เจียวราวกับพยายามจะแสดงความแข็งแกร่งให้
ได้เห็น
กู้เจียวจำม้าตัวนี้ได้
มันคือเจ้าม้าที่เคยตกน้ำตอนข้ามเทือกเขาจน
เสบียงหลุดลอยไปกับน้ำ และได้เจ้าเฮยเฟิง
ช่วยชีวิตมันไว้
เหตุการณ์นั้นทำให้มันสูญเสียความมั่นใจ
จนกระทั่งกู้เจียวให้มันแบกถุงยาสมุนไพรแทน
“ไม่ได้เจอกันแค่สองเดือน โตเร็วขนาดนี้เชียว”
กู้เจียวสำรวจรูปร่างของมัน และพบว่ามันดู
แข็งแรงกำยำมาก แม้จะอายุเพียงแค่สามขวบ
แต่กล้ามเนื้อของมันเปียมไปด้วยพลัง
“เจ้าม้าน้อย มาดูกันว่าเจ้าจะส่งยานี้ขึ้นเรือทัน
ก่อนอ่าวจะกลายเป็นน้ำแข็งได้หรือไม่”
…
เจ้าม้าน้อยจะต้องใช้ศักยภาพของตัวเองให้ถึง
ที่สุดสำหรับการเดินทางสามร้อยลี้เพื่อไปยังอวิ๋น
โจว
สภาพอากาศที่หนาวเหน็บในฤดูเหมันต์ ทุกหน
แห่งล้วนหิมะตก ทำให้การสัญจรยากขึ้น มีอยู่
หลายครั้งที่เจ้าม้าน้อยเกิดลื่นขณะวิ่งจนขาเกือบ
หัก แต่ก็ลุกขึ้นมาได้ทุกครั้ง!
แต่เจ้าม้าน้อยหามีความกลัวหรือความท้อ อีกทั้ง
ความเร็วที่ไม่ลดละ
มันยังคงทะยานไปข้างหน้าสู้กับลมหนาว มุ่งหน้า
ไปยังปลายทางที่มองไม่เห็น
หากว่ากันด้วยเรื่องความสามารถ แม้มันจะไม่ใช่
ม้าที่ดีที่สุด ม้าที่ดีที่สุดที่กู้เจียวเคยพบเจอคือเจ้า
เฮยเฟิงและเจ้าสืออี
ทว่าเจ้าม้าน้อยตัวนี้มีความมุมานะอย่างมาก
แม้ทั้งคนทั้งม้าจะหกล้มระหว่างทาง ทว่ามัน
ยังคงลุกขึ้น และมุ่งหน้าต่อไป
เพื่อที่จะพากู้เจียวไปส่งถึงจุดหมายปลายทาง!
มันคือราชาของมันเอง ท่ามกลางลมและหิมะอัน
หนาวเหน็บ!
ในระยะทางสามร้อยลี้ ในสภาพอากาศอัน
โหดร้ายเช่นนี้ ต่อให้เป็นม้าที่ไม่เคยบาดเจ็บมา
ก่อนก็อาจทนไม่ไหว
สภาพร่างกายของมันเริ่มได้รับผลกระทบ
มือของกู้เจียวถูกหิมะและลมกัดจนไร้ความรู้สึก
ไปนานแล้ว หน้าผากและริมฝีปากมีแต่ความชา
กว่าจะเอื้อนเอ่ยอะไรบางอย่างออกมานั้นเต็มไป
ด้วยความยากลำบาก “เจ้าม้าน้อย อดทนหน่อย
นะ ใกล้ถึงอวิ๋นโจวแล้ว”
เจ้าม้าน้อยสูดลมหายใจลึก กัดฟันแน่น พยายาม
ยืดตัวขึ้น พร้อมกับทะยานไปบนถนนที่มุ่งหน้าไป
ยังกำแพงเมืองอวิ๋นโจว
…
สิบค่ำเดือนสิบสอง หิมะตกทั่วทั้งเมืองหลวง
แคว้นเจาทั้งคืน
อวี้จิ่นที่ตื่นตั้งแต่ฟั้ายังไม่สางก็เกือบจะเปิดประตู
ออกไปไม่ได้
“หิมะหนาขนาดนี้เชียวรึ…ใครก็ได้มาช่วยที!” อวี้
จิ่นตะโกนเรียกให้คนมาช่วย
บ่าวรับใช้นางหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับพลั่ว และ
จัดแจงตักหิมะที่กองอยู่หน้าประตูออก จากนั้น
ช่วยเปิดประตูให้ “หม่อมฉันกำลังออกมาตักหิมะ
พอดี ไม่คิดว่าแม่หญิงจะตื่นเช้าขนาดนี้เจ้าค่ะ”
อวี้จิ่นไม่ได้มีเจตนาจะโทษบ่าว เพราะวันนี้นาง
ตื่นเช้าจริงๆ จากนั้นก็หันไปมองห้องที่อยู่ทิศใต้
กระซิบถามบ่าว “ท่านชายน้อยตื่นแล้วหรือยัง”
บ่าวตอบ “น่าจะยังนะเจ้าคะ หม่อมฉันไม่ได้ยิน
เสียงอะไรเลย”
อวี้จิ่นพยักหน้า “เข้าใจแล้วล่ะ เจ้าไปทำงานของ
เจ้าต่อเถิด”
“เจ้าค่ะ” แล้วบ่าวก็เดินไปกวาดหิมะที่ลานต่อ
ณ ห้องนอนทิศใต้ ซ่างกวานชิ่งตื่นนานแล้ว เมื่อ
คืนสองแม่ลูกอยู่คุยด้วยกันจนดึกดื่น องค์หญิง
ซิ่นหยางต้านความเหนื่อยล้าของร่างกายในช่วง
ตั้งครรภ์ไว้ไม่ไหวจึงผล็อยหลับไป
ซ่างกวานชิ่งไม่ได้กินยาของตำหนักราชครู และ
ทนอยู่กับพิษในร่างกายทั้งคืน
อันที่จริงเขาก็ไม่ได้ตั้งใจจะหลับอยู่แล้ว
เขามองดูใบหน้าขององค์หญิงที่กำลังหลับพริ้ม
นางคือมารดาของเขา คนที่อุ้มท้องเขานานถึงสิบ
เดือน คนที่เกือบจะได้ไปเยือนยมโลก และคือคน
ที่พาเขามายังโลกใบนี้
นางช่างเป็นคนที่อบอุ่นเหลือเกิน
แม้จะได้ยินมาว่านางเป็นคนเข้มงวด แต่เขาไม่
เคยได้เห็นด้านนั้นของนางเลย
ฟั้าใกล้สางแล้ว ร่างกายที่รวดร้าวขึ้นกำลังเตือน
เขาว่าเวลาของเขาใกล้เข้ามาทุกที
“เร็วกว่าที่คิดไว้แฮะ…”
ตอนที่กำลังเดินทางมาที่นี่ ก็คิดว่าน่าจะยังมีเวลา
สักสามวัน พอตอนกินมื้อเย็น ก็เริ่มรู้สึกว่าเหลือ
เวลาไม่มากแล้ว อาจแค่วันเดียวเท่านั้น
แต่ว่าตอนนี้…
เขาเอามือกุมหน้าอก
ตรงนี้ของเขาแทบจะระเบิดออกมาแล้ว เขาใกล้
จะทนไม่ไหวแล้ว
“ท่านพี่”
เสียงของเซียวเหิงดังขึ้น
ซ่างกวานชิ่งอยากตอบเขา แต่ก็กลัวว่าองค์หญิง
จะตื่น
“เข้าไปละนะ” เซียวเหิงเอ่ย
ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป เซียวเหิงเดินตรงไปที่
เตียงทันที
และเห็นช่างกวานชิ่งในสภาพหน้าซีดเหงื่อออก
และตัวสั่น
สีหน้าของเซียวเหิงเคร่งขรึ้มทันที และเข้าไปคว้า
ร่างของพี่ชาย
“พา…ข้า…ออกไป…ที” น้ำเสียงของช่างกวานชิ่ง
สั่นเครือและไร้พลัง
เซียวเหิงคว้าร่างของเขาไว้ในอ้อมอก ก่อนจะเห็น
ใบหน้าที่กำลังกลั้นน้ำตาขององค์หญิงซิ่นหยางที่
กำลังนอนอยู่บนเตียง “…ได้สิ เดี๋ยวข้าพาพี่
ออกไปเองนะ”
เซียวเหิงอุ้มร่างของช่างกวานชิ่ง ให้เขาใช้มือโอบ
ที่คอ จากนั้นค่อยๆ เดินออกไปทางนอกห้อง
ขณะที่เซียวเหิงเพิ่งจะก้าวขาพ้นธรณีประตู ร่าง
ของช่างกวานชิ่งก็อ่อนยวบลงตามแรงโน้มถ่วง
ทันที
“ท่านพี่!” เซียวเหิงตะโกนเรียกเขา
“ชิ่งเอ๋อร์…”
ความอดทนทั้งหมดขององค์หญิงซิ่นหยางมลาย
ลงทันทีเมื่อได้เห็นภาพตรงหน้า นางไม่อาจทำ
ตามที่สัญญาไว้กับเขาได้ นางไม่ต้องการให้เขา
สิ้นลมที่ข้างนอกนั่น!
นางไม่ต้องการให้เขาจากโลกนี้ไปอย่างเดียวดาย!
องค์หญิงซิ่นหยางพุ่งตัวเข้าไปกอดร่างที่แข็งทื่อ
ราวกับตุ๊กตาไม้ของช่างกวานชิ่ง
“ชิ่งเอ๋อร์…อย่าเพิ่งไป…อย่าเพิ่งจากแม่ไป…อย่า
นะ…”
หยดน้ำตาของนางค่อยๆ ไหลรินลงบนใบหน้า
และดวงตาของเขา
เช่นเดียวกับหยดน้ำตาของเขาที่กำลังร่วงหล่น
จากขอบตา
ท่านแม่ ข้าขอโทษ
ข้าไม่อาจทำหน้าที่ลูกของท่านได้แล้ว
ข้าไม่เสียใจที่ได้เป็นลูกของท่านแม่
ขอบคุณที่พาข้ามาที่นี่
โลกมนุษย์นี่ดีจัง
ข้าชอบมาก
องค์หญิงซิ่นหยางกอดร่างของเขาไว้แน่น
เซียวเหิงเบือนหน้าหนีพร้อมกับดวงตาที่แดงก่ำ
อวี้จิ่นยืนอยู่หน้าประตูพร้อมกับเอามือปั้องปาก
กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
ไย…ไยสวรรค์ถึงได้โหดร้ายเช่นนี้
องค์หญิงเพิ่งจะได้เจอท่านชายแค่วันเดียวเท่านั้น
ไยถึงพรากเขาไป
องค์หญิงจะต้องเผชิญกับความเจ็บปวดอีกกี่ครั้ง
กันนะ
อวี้จิ่นร่ำไห้ด้วยความปวดใจ
บ่าวไพร่คนอื่นๆ ที่อยู่ที่ลานต่างพากันเบือนหน้า
หนีเพื่อนปาดน้ำตา
ไม่มีเรื่องใดที่น่าเศร้าไปกว่านี้แล้ว…
บทที่ 898 ถอนพิษได้สำเร็จ (2)
……….
ปัง!
ประตูเรือนถูกถีบออกอย่างอุกอาจ จนบานประตู
เกิดหันและร่วงไปโดนต้นไม้ที่องค์หญิงปลูกไว้ใน
กระถาง
ขณะที่พวกบ่าวกำลังจะหันไปต่อว่า คนคนนั้นก็
เดินบุ่มบ่ามเข้ามาอย่างรวดเร็วพร้อมกันเอ่ย
“บร๊ะ(พระ)ราชนัดดา! ก้า (ข้า) นำผู้บัญชาการ
นุ้ย (น้อย) มาส่งบั้นฉา (บัญชา) ตามเยีย (ยา)
ขอรับ!”
ทุกคนล้วนทำหน้าเหวอ นี่มัน…ภาษาอะไรนี่
ทหารเงาทมิฬกระแอมหนึ่งทีแล้วเอ่ย “ไม่ใช่สิ!
ต้องบอกว่า ก้า (ข้า) นำเยีย (ยา) มาส่งตามบั้น
ฉา (บัญชา) ของผู้บัญชาการนุ้ย (น้อย) ขอรับ!
ขออภัยที่ข้ารีบจนเอ่ยรวน!”
“รีบเอามาให้ข้า!” เซียวเหิงรีบเดินไปหาทันทีโดย
ไม่รอให้อีกฝั่ายเดินเข้ามา
ทหารเงาทมิฬผู้นี้เคยเห็นภาพวาดของเซียวเหิง
จึงประสานมือแล้วรีบยื่นยาให้เขา
มียาอยู่ด้วยกันสองขวด พร้อมกับคำอธิบาย
คำอธิบายเขียนไว้ว่า ให้ใช้ยาสีขาวในขวดสีขาว
ก่อน ซึ่งสกัดมาจากผลของจื่อเฉ่า ไม่มีพิษ หาก
อาการไม่ดีขึ้น ค่อยใช้ยาสีน้ำตาลที่อยู่ในขวดสี
หยก ซึ่งเป็นยาที่สกัดจากจื่อเฉ่า และเป็นยาที่มี
พิษ
คำอธิบายเขียนด้วยลายมือของกู้เจียว
เซียวเหิงอ่านจบโดยไม่มีคำถามหรือข้อสงสัยใดๆ
เขารีบวิ่งกลับไปที่ห้อง อ้าปากของช่างกวานชิ่ง
แล้วปั้อนยาสีขาว
“เขาไม่กลืนมันลงไปเลย!” เซียวเหิงเริ่มหน้าเสีย
“เดี๋ยวข้าช่วยเอง!”
ทหารเงาทมิฬรีบพุ่งตัวเข้ามาในห้อง จากนั้นใช้
ฝั่ามือตบลงไปที่หน้าอกของซ่างกวานชิ่ง จนยา
นั้นไหลลงไปผ่านลำคอและลงไปที่กะเพราะของ
ช่างกวานชิ่ง
องค์หญิงซิ่นหยางมองทหารเงาทมิฬสลับกับมอง
เซียวเหิงด้วยสีหน้าผวา “นี่เจ้าให้เขากินอะไรเข้า
ไปรึ”
เซียวเหิงจึงตอบไป “เจียวเจียวให้คนเอา เอ่อ…
ยา…มาส่งให้”
จะบอกว่าเป็นยาถอนพิษก็คงไม่ถูก เพราะเขาไม่
รู้ว่ามันจะได้ผลหรือไม่
หากไม่ได้ผล อาจต้องเอายาอีกตัวให้ช่างกวานชิ่ง
กิน ซึ่งมันคือยาพิษที่ขึ้นชื่อว่าโอกาสรอดมีเพียง
หนึ่งในสิบ
หนึ่งในสิบอะไรกัน หนึ่งในหมื่นเสียมากกว่า
กระมัง
ยังไม่รู้ด้วยว่าหากรอดมาได้ จะมีอาการข้างเคียง
อะไรบ้าง
ช่างกวานชิ่ง เจ้าต้องดีขึ้นให้จงได้นะ
ถ้าเจ้าหายดีแล้ว ข้าจะเรียกเจ้าว่าท่านพี่ชาย จะ
ให้เรียกกี่ครั้งก็ย่อมได้
ทว่าตอนนี้ยังไม่มีปฏิกิริยาอะไรเกิดขึ้น
เซียวเหิงมองดูขวดสีหยกด้วยมือที่สั่นเทา อย่า
บอกนะว่า จะต้องลองใช้ยาพิษนี้ดู…
“เดี๋ยวๆๆ ! ตู (ดู) นั่นสิ!” ทหารเงาทมิฬชี้นิ้วไปที่
นิ้วมือของช่างกวานชิ่ง “เขาขยับแล้ว! ขยับ
แล้ว!”
ทุกคนจึงหันไปที่ช่างกวานชิ่งทันที
แม้นิ้วของช่างกวานชิ่งจะขยับแค่เพียงเล็กน้อย
แต่อย่างน้อยก็ขยับ
ทหารเงาทมิฬจ้องเขม็งไปที่ใบหน้าของช่างกวาน
ชิ่ง พร้อมกับเอ่ย “หน้าผากของเขามว่าย (ไม่)
ข้ำ (คล้ำ) แล้ว!”
องค์หญิงซิ่นหยางน้ำตาอาบแก้มมองไปทางเซียว
เหิง “เขาเอ่ยอะไร ข้าฟังไม่เข้าใจ…”
ทันใดนั้น เซียวเหิงก็แสดงใบหน้าคลี่ยิ้มราวกับได้
ยกภูเขาออกจากอก “เขาบอกว่าหน้าผากของ
ท่านพี่ไม่คล้ำแล้ว… นี่เป็นสัญญาณว่าพิษใน
ร่างกายของเขาค่อยๆ หายไป…ผลของจื่อเฉ่า
ได้ผลจริงๆ ด้วย…ไม่ต้องให้เขากินยาพิษจากจื่อ
เฉ่าแล้ว…”
มีหลายความรู้สึกเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน มัน
ซับซ้อนเสียยิ่งกว่าตอนที่รู้ว่ากำลังจะสูญเสียช่าง
กวานชิ่งเสียอีก
ความรู้สึกตอนนั้นคือความเศร้าโศก ราวกับภูเขา
น้ำแข็งที่ไม่อาจละลายใต้แสงอาทิตย์อันร้อนแรง
แต่ตอนนี้ ภูเขาน้ำแข็งนั้นได้ถูกทำลายลง
ความรู้สึกดีใจที่ปะทุขึ้นราวกับลาวาที่ระเบิด
ออกมาจากภูเขาไฟ
เลือดกำลังสูบฉีดไปทั่วร่างกายของเขาจนร้อนรุ่ม
“จริงๆ เลย…”
ก้นเซียวเหิงกระแทกลงไปที่พื้นเต็มๆ พร้อมกับ
ยกมือปาดน้ำตา
นอกจากที่หน้าผากที่หายคล้ำ ก็ไม่มีปฏิกิริยา
อะไรนอกเหนือจากนั้น
“เกิดอะไรขึ้นอีกละคราวนี้” องค์หญิงซิ่นหยาง
เอ่ยถามพร้อมกับดวงตาที่แดงก่ำ “แล้วไยเขายัง
ไม่ฟืนอีก…”
“มว่าย (ไม่) เร็วขนาดนั้น!” ทหารเงาทมิฬเอ่ย
“เขาได้รับพิษมานาน ต้องใช้เวลา มียาเหลือ
เยอะหรือไม่”
เซียวเหิงมองยาที่เต็มขวด “เหลือเยอะ!”
ทหารเงาทมิฬเอ่ยต่อ “เช่นนั้นก็เพียงพอแล้ว! ให้
เขากินเยีย (ยา) ทุกวัน เตี๋ยว (เดี๋ยว) ก็ฟืนเอง!”
เซียวเหิงอุ้มซ่างกวานชิ่งวางไว้ที่เตียง
พลางคิดในใจ ถ้าเกิดว่าอาการไม่ดีขึ้น แล้วต้อง
ใช้ยาพิษขึ้นมา จะทำอย่างไรดีนะ
เวลาผ่านไปครึ่งชั่วยาว จังหวะหายใจของซ่าง
กวานชิ่งเริ่มดีขึ้น แม้ใบหน้ายังซีดเหมือนเดิม แต่
สีหน้าของความเจ็บปวดเริ่มคลายลงไป
พอสมควร
แสดงว่าอาการของเขาเริ่มทุเลาลง
เซียวเหิงเดาว่าที่ซ่างกวานชิ่งหลับยาวเช่นนี้ ไม่ใช่
เพราะพิษในร่างกายของเขายังไม่เสื่อมลง แต่
อาจเป็นเพราะร่างกายของเขาได้รับความทรมาน
มาเป็นเวลานาน และทำให้เขาไม่ได้พักผ่อนอย่าง
เต็มที่
ร่างกายของเขาน่าจะเบาขึ้นบ้าง ถึงได้นอนหลับ
เต็มอิ่มขนาดนี้
เซียวเหิงหันไปเอ่ยกับองค์หญิงที่กำลังแบกครรภ์
นั่งลงที่ข้างเตียง “ท่านแม่ไม่ต้องกังวลไป ผล
ของจื่อเฉ่าได้ผลดีมาก ท่านพี่จะต้องหายดีอย่าง
แน่นอน”
“อื้อ” องค์หญิงซิ่นหยางพยักหน้าทั้งน้ำตา
ความรู้สึกที่สูญเสียคนรักและการได้คนรัก
กลับคืนมาเป็นอะไรที่ยากเกินกว่าจะบรรยาย
นางเคยสูญเสียชิ่งเอ่อร์มาแล้วครั้งหนึ่ง และหาก
มันจเกิดขึ้นอีกครั้ง นางรู้ดีว่านางคงหมดกำลังใจ
ที่จะมีชีวิตอยู่
องค์หญิงร้องไห้จนเสียงหาย ตาบวมเปั่ง และดู
อิดโรยไปมาก
หากไปรับแขกในสภาพนี้ คงเสียมารยาทน่าดู
เขาเอ่ยกับเซียวเหิง “ทหารคนนั้น ข้าฝาก
ขอบคุณเขาด้วย เมื่อครู่นี้ข้ามัวแต่เศร้าโศกจน
ไม่ได้ดูแลแขกเลย ดูเหมือนเขาจะได้รับบาดเจ็บ
ประเดี๋ยวหมอหลวงก็เข้ามาแล้ว ให้หมอช่วยดู
อาการของเขาด้วยล่ะ”
“ขอรับ”
มารดาของเขายังคงมีความละเอียดอ่อนเช่นเคย
ขนาดอยู่ในความทุกข์ ทักษะการสังเกตยังคง
เหมือนเดิมไม่เปลี่ยน เพียงแต่ตอนนั้นนางยังไม่
อยู่ในอารมณ์ พอเริ่มสงบลงแล้วถึงได้ดีขึ้นมาบ้าง
นี่เป็นทักษะที่น้อยคนนักจะมี
ทหารเงาทมิฬคนนั้นยังอยู่ที่โถงทางเดิน เขาต้อง
กลับไปรายงานสถานการณ์ถึงอาการของซ่าง
กวานชิ่ง
เซียวเหิงเดินออกมาจากห้อง แล้วประสานมือให้
เขา “วันนี้ พวกเราต้องขอบคุณท่านเป็นอย่างยิ่ง
ข้าไม่ทราบนามของท่านเลย”
ทหารเงาทมิฬยกมือเกาหัวด้วยความเคอะเขิน
“ขออภัยที่ข้าถีบประตูของท่าง (ท่าน) จนพัง…”
เซียวเหิงได้ยินดังนั้นก็หัวเราะ “ไม่เป็นไร เห็นว่า
ท่านได้รับบาดเจ็บ เชิญไปนั่งรอที่ห้องรับรอง
ก่อน ประเดี๋ยวหมอหลวงก็มาแล้ว”
อวี้จิ่นไปเชิญหมอหลวงให้มาที่นี่เป็นที่เรียบร้อย
หนึ่งคือเพื่อให้มาดูอาการของท่านชาย และสอง
คือมาดูอาการของแขกท่านนี้
“ข้าน้อยมว่ายเป็นราย (ไม่เป็นไร) ! ข้าน้อยมี
นามว่าเกาเฉียง เกาเฉียงที่แปลว่าเก่งกาจ! ฝั่า
บาท… เช่นนั้น อาการของบุรุษผู้นี้… ข้าน้อยต้อง
กลับไปรายงานข่าวขอรับ!”
กู้เจียวไม่ได้บอกเขาว่าต้องส่งยาให้ใคร ทหารของ
เงาทมิฬรับคำสั่งและทำตามหน้าที่เท่านั้น ไม่
ถนัดสืบข่าวเท่าใดนัก
เกาเฉียงรีบอธิบาย “ข้าน้อยไม่ได้ยินที่ท่านเรียก
บุรุษท่านนั้นว่าท่านพี่ ไม่ได้ยินเลยขอรับ!”
เซียวเหิงได้ยินดังนั้นก็หัวเราะทันที ในเมื่อเรื่อง
มาถึงขั้นนี้แล้ว เขาจึงคิดว่าไม่มีความจำเป็นที่
ต้องปิดบังตัวตนของเขา
“รอหมอหลวงมาถึงที่นี่ก่อน จากนั้นเจ้าค่อย
กลับไปรายงานให้นายของเจ้าก็ได้” เซียวเหิงเอ่ย
เกาเฉียงพิจารณาคำเอ่ยของเซียวเหิงอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนตอบออกไป “ขอรับ!”
เซียวเหิงชายตามองไปทางลานนอกเรือน พลัน
นึกอะไรขึ้นได้ จึงหันไปถามเกาเฉียง “ว่าแต่
ท่านพ่อของข้าไม่ได้เดินทางมาด้วยกันกับเจ้ารึ”
“พ่อของท่านรึ” เกาเฉียงตอบ พลางคิดในใจ
พระนัดดาแคว้นเยียนมีพ่อด้วยรึ ไยเขาถึงไม่เคย
ได้ยินเรื่องนี้มาก่อนล่ะ!
เกาเฉียงจึงตอบ “ไม่มีนะขอรับ! ข้าน้อยเดินทาง
มาที่นี่เพียงลำพัง! คนที่มาส่งยาให้ข้าน้อย ก็มา
แค่คนเดียว! ไม่เห็นท่านพ่อของฝั่าบาทเลย
ขอรับ!”
“แปลกจริง ของสำคัญขนาดนี้ไยถึงมอบหมายให้
คนอื่นล่ะ” ยิ่งคิดก็ยิ่งน่าสงสัย
ขณะที่องค์หญิงซิ่นหยางกำลังเช็ดเหงื่อให้ช่าง
กวานชิ่ง เมื่อได้ยินบทสนทนาด้านนอก ก็ชะงัก
มือทันที
เกาเฉียงยกมือตีหัวตัวเอง พร้อมกับเอ่ย “อ๋อ!
ข้าน้อยนึกออกแล้ว! โชคดีที่ท่านเอ่ยขึ้นมา!
ไม่อย่างนั้นข้าน้อยคงลืมไปแล้ว! ยังมีจดหมายอีก
ฉบับที่แนบมาด้วย!”
จากนั้นเกาเฉียงก็หยิบจดหมายออกมาจากในเสื้อ
ของเขา แล้วยื่นให้กับเซียวเหิง
ตอนแรกเซียวเหิงคิดว่าเป็นจดหมายของกู้เจียว
พอเปิดออก ถึงได้รู้ว่าจดหมายนี้มาจากหลงอี
หลงอีใช้ดินสอวาดภาพธารน้ำแข็ง
และธารน้ำแข็งนั้นกำลังกดทับร่างของชายคน
หนึ่งที่เต็มไปด้วยเลือดและบาดแผลที่ลึกจนเห็น
กระดูก
หัวใจของเซียวเหิงเจ็บปวดราวกับกำลังถูกฝั่ามือ
ใหญ่บีบแน่น…
“เกิดอะไรขึ้น”
องค์หญิงซิ่นหยางเดินออกมา
เซียวเหิงรีบซ่อนจดหมายไว้ด้านหลัง กำหมัด
แน่นและหันไปทางมารดาที่กำลังท้องโต “…ไม่มี
อะไร”
องค์หญิงซิ่นหยางหันไปทางเกาเฉียง
“อ๋อ คนที่ไปหายามาให้เขาตายแล้วน่ะ!” เกา
เฉียงเอ่ยไปตามความจริง
แววตาขององค์หญิงเปลี่ยนเป็นแข็งทื่อทันที