สามีข้าคือขุนนางใหญ่ - บทที่ 921 ฉลองงานแต่ง (ตอนต้น) (1)
กู้เจียวกลับมาถึงตรอกปีสุ่ยหลังจากผ่านไปหนึ่ง
ชั่วยาม เพื่อให้การแสดงสมบูรณ์แบบ นางจึงซื้อ
ของติดไม้ติดมือกลับมาด้วย นั่นคือถังหูลู่หลายไม้
เมื่อนางมาถึงหน้าบ้านก็ได้ยินเสียงเอ่ยคุยเบาๆ
จากในตรอก
“เจ้าเข้าไปสิ”
เป็นเสียงของเสี่ยวจิ้งคง
“ข้าไม่กล้า”
เป็นเสียงของชายหนุ่ม กู้เจียวรู้สึกคุ้นหูแต่ก็นึกไม่
ออกว่าเป็นใคร
เสี่ยวจิ้งคงถอนหายใจอย่างกับผู้ใหญ่ “ทำผิดก็
ต้องกล้าเผชิญหน้าสิ”
ชายหนุ่มลังเล “แต่ผมข้ายังไม่ขึ้น”
“เจียวเจียว! เจ้ากลับมาแล้วหรือ! เหตุใดถึงกลับ
ดึกนัก”
ท่านย่าโจวออกมาจากบ้านท่านปั้าซุน ทันใดนั้น
ก็เห็นกู้เจียวที่ถือถังหูลู่
เสียงสนทนาในตรอกก็เงียบลงทันที ตามมาด้วย
เสียงฝีเท้าที่วิ่งหนีไป ชายหนุ่มคนนั้นจากไปแล้ว
“ไปซื้อถังหูลู่มานิดหน่อยน่ะ” กู้เจียวย่อตัวลง
แล้วยื่นถังหูลู่ให้หลานชายของท่านย่าโจว
หลานชายเงยหน้ามองท่านย่า สายตาอ้อนวอน
เพราะอยากได้
ท่านย่าโจวรู้สึกอายเล็กน้อย กู้เจียวจึงเอ่ย “รับ
ไปเถอะ พรุ่งนี้เสี่ยวเปั่าจะไปเล่นกับท่าน”
เมื่อได้ยินกู้เจียวเอ่ยแบบนี้ ท่านย่าโจวก็ยิ้มและ
รับถังหูลู่มา พร้อมบอกให้หลานชายขอบคุณและ
รับไว้
หลังจากกู้เจียวบอกลาท่านย่าโจว เสี่ยวจิ้งคงก็
บังเอิญเดินออกมาจากตรอก
“เจียวเจียว” เขากระโดดเข้ามาหากู้เจียว พร้อม
กับกอดนางด้วยความรัก
แม้ว่าเขาจะอายุหกขวบกว่าแล้ว แต่ก็ยังดูเหมือน
เด็กห้าขวบ ทำท่าทางน่ารักได้อย่างเป็น
ธรรมชาติ
เขาเห็นถังหูลู่ที่อยู่ในมือของกู้เจียว แล้วดวงตาก็
เบิกกว้าง “ว้าว! เจียวเจียว เจ้าไปซื้อถังหูลู่มา
หรือ!”
กู้เจียวจำใจต้องบอกว่าใช่ เพราะถ้าบอกว่านาง
ไปนัดพบกับพี่เขยตัวร้ายของเขา เขาคงจะหึง
แน่ๆ
“พรุ่งนี้ไปโรงเรียนไหม” กู้เจียวถาม
“พรุ่งนี้หยุด!” เสี่ยวจิ้งคงตอบ
“เช่นนั้นนอนดึกหน่อยก็ไม่เป็นไร” กู้เจียวให้เขา
เลือกถังหูลู่หนึ่งไม้
เขาเลือกไม้ที่ใหญ่เป็นอันดับสอง ส่วนอันที่ใหญ่
ที่สุดเก็บไว้ให้กู้เสี่ยวเปั่า นี่แสดงให้เห็นว่าเขารัก
น้องชายมากจริงๆ
กู้เจียวจูงมือเขาเดินกลับบ้านพลางถาม “เมื่อกี้
เจ้าคุยกับใครอยู่น่ะ”
เสี่ยวจิ้งคงเลียกินถังหูลู่ที่ถืออยู่ในมือข้างหนึ่ง มือ
อีกข้างหนึ่งยังคงจูงมือกับกู้เจียวอยู่ เขาตอบ “พี่
เฉิงหลิน”
กู้เฉิงหลิน
กู้เจียวเริ่มจำได้ว่ามีคนนี้อยู่
ลูกชายคนเล็กของอนุหลิงที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่าง
ผิดๆ เขาเข้าใจผิดมาตลอดว่าแม่นางเหยาเป็นคน
ฆ่าแม่ของเขา จึงมักจะกลั่นแกล้งกู้เหยี่ยนอยู่
เสมอ จนกระทั่งวันหนึ่งเขาถูกอนุหลิง ผู้ที่เขา
ไว้ใจและใกล้ชิดที่สุด แทงข้างหลัง ทำให้เขาหมด
หวังในชีวิตและคิดจะบวชเป็นพระ
แต่ระหว่างที่เสี่ยวจิ้งคงกำลังโกนหัวให้เขา ท่าน
เหล่าโหวก็กลับมา ทำให้เขากลับหวนคืนสู่โลก
แห่งความเป็นจริงอีกครั้ง
“เอ๊ะ ข้าจำได้ว่าผมเขางอกออกมาแล้วนี่นา”
กู้เฉิงเฟิงซื้อยาปลูกผมจากนางไปตั้งเยอะนะ
เสี่ยวจิ้งคงเอ่ย “ตอนแรกมันก็งอกออกมาแล้ว
แหละ แต่ตอนตรุษจีนเขาเล่นประทัด แล้วดัน
ระเบิดผมตัวเองจนไหม้อีก”
กู้เจียวถามจี้จุด “ตกลงเล่นประทัดหรือเล่น
ลูกแก้วเพลิงดำของเจ้ากันแน่”
เสี่ยวจิ้งคงกระพริบตา “ลูกแกล้งเพลิงดำของข้า
เองแหละ”
กู้เจียว “…”
เสี่ยวจิ้งคงเอ่ยอย่างใสซื่อ “แต่ข้าชดเชยให้เขา
แล้วนะ! ข้า ข้า ข้าเห็นว่าผมเขาโดนระเบิดจน
เละเทะ ข้าก็เลยโกนให้เขาใหม่เลย!”
แล้วมันก็ไม่งอกออกมาอีกเลย…
เสี่ยวจิ้งคงเลียขนมถังหูลู่ผลไม้ “อุ๊ย! เพิ่งนึกได้ว่า
ยังไม่ได้ให้อาหารเสี่ยวจิ่วเลย ไปให้อาหารเสี่ยวจิ่
วก่อนนะ!”
เอ่ยจบ เขาก็เงยหน้าขึ้น มองกู้เจียวด้วยท่าทาง
น่ารักน่าเอ็นดู “เจียวเจียว วันนี้เจ้าสวยมากเลย
นะ ข้าตกหลุมรักความงามของเจ้าจนถอนตัวไม่
ขึ้น หัวใจพองโตไปหมดเลย!”
กู้เจียว เอาสิ คำหวานของเด็กน้อยช่วยไขคดีได้
จริงๆ
“เดี๋ยวก่อน” กู้เจียวเรียกเสี่ยวจิ้งคงที่กำลังวิ่งหนี
เข้าไปในเรือน
เสี่ยวจิ้งคงดวงตาหลุกหลิก ยิ้มหวานแล้วหัน
กลับมา “เจียวเจียว มีอะไรหรือ”
ดูสิ เมื่อเจอกับเด็กที่น่ารัก เชื่อฟังและขี้อ้อนแบบ
นี้ ใครจะโกรธลงเล่า
กู้เจียวครุ่นคิดก่อนจะถาม “วันนี้เขามาทำอะไร
หรือ”
…
วันรุ่งขึ้น กู้ฉังชิงและกู้เฉิงเฟิงตื่นแต่เช้า
เมื่อคืนกู้เฉิงเฟิงกลับบ้านดึก กู้ฉังชิงเข้านอนแล้ว
เขาเพิ่งจะได้คุยกับพี่ชายเรื่องการแต่งงานกับ
ตระกูลหยวนที่หยวนถงเอ่ยถึงเมื่อเช้านี้เอง
“พี่ใหญ่ ท่านจะแต่งงานกับคุณหนูตระกูลหยวน
จริงๆ หรือ” เขาถามกู้ฉังชิง
กู้ฉังชิงเพิ่งจะซ้อมควบม้าเสร็จ หน้าตาหล่อเหลา
ของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อ เขาหยิบผ้าที่บ่าวรับใช้
ส่งให้มาซับเหงื่อที่หน้าผากและลำคอก่อนจะเอ่ย
“มีอะไร เจ้ามีปัญหาอะไร”
กู้เฉิงเฟิงเอ่ยอย่างไม่พอใจ “ข้าจะมีปัญหาอะไร
ได้ ข้าไม่ใช่พ่อของท่านสักหน่อย”
กู้ฉังชิงมองเขาด้วยสายตาเย็นชา
เขาหดคอลง ยิ้มเจื่อนแล้วเปลี่ยนเรื่อง “พี่ใหญ่
วันนี้ไม่ใช่ว่าเราจะไปตรอกปีสุ่ยกันหรือ เจ้าเด็ก
คนนั้นก็กลับมาพักผ่อนสองวันแล้ว”
ความหมายโดยนัยคือ พวกเขาสามารถมาเยี่ยม
เยียนได้แล้ว
กู้ฉังชิงเลิกคิ้วขึ้นอย่างมีเลศนัย ก่อนจะเอ่ยอย่าง
ภูมิใจ “เมื่อวานข้าได้เจอเจียวเจียวแล้ว”
กู้เฉิงเฟิงเบิกตากว้าง “อะไรนะ ไม่ใช่ว่าตกลงกัน
แล้วว่าจะไปวันนี้! ท่านกลับไปโดยไม่บอกข้า…”
กู้ฉังชิงตอบ “ใครใช้ให้ท่านปูั่เรียกเจ้าเข้าวังแล้ว
เจ้าไม่ไปเอง ข้ากับท่านปูั่กลับจากวัง ก็เจอนาง
มาเยี่ยมอันกั๋วกงพอดี”
กู้เฉิงเฟิงรู้สึกเหมือนพลาดโอกาสสำคัญไปทั้ง
ชีวิต!
แถมพี่ชายยังทำท่าทางโอ้อวดอีก
ใช่มันได้อย่างนี้สิ!
พี่ใหญ่ ท่านทำตัวเป็นเด็กเกินไปหรือเปล่า!
กู้ฉังชิงมองน้องชายแวบหนึ่ง แล้วเดินจากไป
อย่างผู้ชนะ
กู้เฉิงเฟิงกัดฟันกรอด เดินกลับเรือนของตัวเอง
ขณะที่เขากำลังเก็บของ กู้เฉิงหลินก็เดินเข้ามา
“วันนี้เหตุใดตื่นเช้านัก จะไปโรงเรียนหรือ” เขา
ถาม
กู้เฉิงหลินเกาศีรษะ “วันนี้หยุดเรียน”
“อ๋อ งั้นกู้เหยี่ยนก็หยุดเรียนเหมือนกัน” เขาเอ่ย
พลางเปิดตู้ แล้วใส่กล่องอะไรบางอย่างเพิ่มลงใน
ห่อผ้า “ไม่รู้ว่ากั๋วจื่อเจียนหยุดเรียนหรือเปล่า”
“หยุดเหมือนกัน” กู้เฉิงหลินตอบ
กู้เฉิงเฟิงลืมถามไปว่าเขารู้ได้ยังไง แล้วใส่ของเพิ่ม
เข้าไปในห่อผ้าอีกชิ้น “เดี๋ยวพี่กับพี่ใหญ่จะ
ออกไปข้างนอก เจ้าก็ตั้งใจอ่านหนังสืออยู่ที่บ้าน
นะ”
“อ๋อ” กู้เฉิงหลินก้มหน้าลง
“เป็นอะไรไป” กู้เฉิงเฟิงสังเกตเห็นความผิดปกติ
ทางอารมณ์ของน้องชาย
กู้เฉิงหลินดูเหมือนจะอยากเอ่ยอะไรแต่ก็หยุดไว้
“…ไม่มีอะไรหรอก ข้าไปอ่านหนังสือแล้ว”
“แปลกๆ ” กู้เฉิงเฟิงมองน้องชายเดินจากไป
แล้วเก็บกล่องผ้าไหมไปพบพี่ชายที่หน้าประตู
เสี่ยวจิ้งคงได้หยุดเรียน เหลี่ยวเฉินกับเซวียน
หยวนฉีก็เลยมาที่นี่ด้วย
เหลี่ยวเฉินถูกพ่อของเขาลากมา ไม่งั้นเขาคงไม่
อยากมาเจอเจ้าเณรน้อยที่เทศน์เก่งกว่าเจ้า
อาวาสคนนี้หรอก
เซวียนหยวนฉีกำลังสอนวิทยายุทธ์ให้เด็กชาย
สามคนอยู่ที่ลานหลังบ้าน เหลี่ยวเฉินนอนเล่นอยู่
บนเก้าอี้หวาย
อวี้หยาเอ๋อร์พากู้เสี่ยวเปั่าไปหาหลานชายของ
ท่านย่าโจว กู้เจียวไปที่โรงหมอ
แม่นางเหยากำลังทำขนมให้เด็กๆ อยู่ในครัว
เซวียนหยวนฉีสอนวิชามวยขั้นพื้นฐานที่สุดให้
เด็กๆ โดยสาธิตให้ดูหนึ่งรอบ แล้วค่อยสอนทีละ
ท่า
เสี่ยวจิ้งคงเรียนรู้ได้เร็วที่สุด รองลงมาคือกู้เสี่ยว
ซุ่น ส่วนกู้เหยี่ยนเรียนรู้ได้ช้าที่สุด คือแทบจะ
ไม่ได้อะไรเลย
เซวียนหยวนฉีเห็นเด็กๆ เหงื่อท่วมตัว จึงคิดว่า
วันนี้ก็ฝึกพอสมควรแล้ว
เขาประหลาดใจกับพรสวรรค์ของเสี่ยวจิ้งคง
เสี่ยวลิ่วทิ้งลูกหลานที่เก่งกาจไว้ให้ตระกูลซวน
หยวนจริงๆ
พี่น้องสองคนมาถึงสวนหลังบ้าน ทักทายเซวียน
หยวนฉีกับลูกชายก่อน จากนั้นก็ทักทายกู้เสี่ยว
ซุ่นทั้งสามคน แล้วไปที่ห้องครัวเพื่อคารวะแม่
นางเหยา
“พี่ใหญ่ พี่ใหญ่! ดูข้าชกมวยสิ!”
เสี่ยวจิ้งคงคงจะอยากอวดวิชาหมัดมวยที่เพิ่ง
เรียนมาใหม่ให้กู้ฉังชิงดูมากแน่ๆ
ทั้งกู้ฉังชิงและเซวียนผิงโหวต่างก็เคยสอนวิชาให้
เสี่ยวจิ้งคงมาบ้าง เขาเลยได้วิชาหลากหลาย แต่ก็
ฝึกจนชำนาญทุกอย่าง
เด็กคนนี้ขยันมาก
เขาออกหมัดต่อเนื่องอย่างคล่องแคล่ว
“โอ้ เก่งนี่” กู้เฉิงเฟิงชม
เสี่ยวจิ้งคงพยักหน้าหงึกหงัก “ใช่ ใช่ ข้าเรียนเก่ง
ที่สุดแล้ว!”
กู้เสี่ยวซุ่นยังมีท่าที่ไม่คล่องอยู่บ้าง เลยค่อยๆ ฝึก
อยู่ข้างๆ เซวียนหยวนฉีก็คอยปรับท่าให้เขาเป็น
ระยะ
มีเพียงกู้เหยี่ยนที่ทำหน้าบึ้งกลับเข้าห้องไป
กู้ฉังชิงเดินตามเข้าไป เอ่ยกับเขาอย่างเข้าใจ
ความรู้สึก “จริงๆ แล้วหมัดมวยชุดนี้ข้าก็ทำได้
นะ ข้าสอนเจ้าก็ได้”
กู้เหยี่ยนเบือนหน้าหนี ก่อนจะเอ่ยอย่างไม่พอใจ
“ใครอยากจะเรียน”
เมื่อครู่ กู้ฉังชิงได้สาธิตท่ามวยให้ดูในห้อง เพราะ
ท่ามวยเหล่านั้นไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่มากนัก
ถึงแม้ตอนแรกกู้เหยี่ยนจะทำเป็นไม่สนใจ แต่
หลังๆ เขาก็เริ่มให้ความสนใจ
“เจ้าลองดู” กู้ฉังชิงเอ่ยกับเขา
“ข้าไม่ลองหรอก” กู้เหยี่ยนปฏิเสธที่จะเสียหน้า
ต่อหน้ากู้ฉังชิง
กู้ฉังชิงยิ้มเล็กน้อย ยกแขนของกู้เหยี่ยนขึ้น และ
ช่วยจัดท่าทางให้เขา
“ข้าบอกแล้วว่าข้าไม่เรียน…”
“เกร็งหน้าท้อง” นิ้วเรียวของเขาแตะที่หน้าท้อง
นุ่มๆ ของกู้เหยี่ยน อีกมือแตะที่แผ่นหลังบางของ
เขา
กู้เหยี่ยนเผลอสูดหายใจเข้าลึกๆ โดยไม่รู้ตัว
“แบบนี้นี่เอง” กู้ฉังชิงเดินมาด้านหลังเขา จับ
แขนเขา แล้วพาเขาทำท่าแรก
เขาซบลงบนแขนของพี่ชาย รับรู้ถึงรายละเอียด
ของแต่ละท่วงท่า “ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เองหรือ”
ตอนที่เขาดู เขาเห็นได้แค่ด้านหน้าหรือด้านหลัง
ทำให้ยากที่จะเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน แต่พอถูกกู้ฉัง
ชิงจับแขนทำตามครั้งหนึ่ง เขาก็รู้สึกเหมือน
เข้าใจขึ้นมาทันที
ด้วยการที่กู้ฉังชิงสอนกู้เหยี่ยนตัวต่อตัว กู้เหยี่ยน
ในที่สุดก็เรียนรู้กระบวนท่าท่อนแรกของอาจารย์
เซวียนหยวนฉีได้สำเร็จ
ไม่เพียงเท่านั้น เขายังเรียนรู้ท่อนที่สองล่วงหน้า
ถึงแม้จะเล่นได้ไม่ลื่นไหลเท่าครึ่งแรก แม้จะไม่
ราบรื่น ก็ยังสามารถผ่านพ้นไปได้
เขารีบเชิดหน้าชูตาไปอวดเสี่ยวจิ้งคงทันที!
เสี่ยวจิ้งคงเหมือนโดนฟั้าผ่า หน้าตาไม่อยากจะ
เชื่อ!
แม้แต่ท่านพี่เหยี่ยนก็ยังทำเป็นแล้วหรือ
ไม่ได้!
เขาต้องฝึกเพิ่ม!
ตรอกปีสุ่ยได้เริ่มต้นการแข่งขันภายในอย่างเป็น
ทางการแล้ว…
บทที่ 921 ฉลองงานแต่ง (ตอนต้น) (2)
กู้เสี่ยวเปั่าเล่นจนเกือบจะถึงเวลาอาหารกลางวัน
แล้วถึงกลับมา
เขาพอก้าวเข้าบ้านก็เริ่มมองหาพี่สาว
แต่ว่าวันนี้ไม่มีพี่สาว
กู้เสี่ยวเปั่ายกมือเล็กๆ ขึ้นมา หน้าตาเหม่อลอย
เงยหน้าขึ้นมอง พี่ชายคนหนึ่ง พี่ชายสองคน…
พี่ชายทั้งแถว
กู้ฉังชิงไม่ได้เจอกู้เสี่ยวเปั่ามานานแล้ว เขายังจำ
ได้ว่าครั้งแรกที่เจอกัน เขาตัวสั่นอยู่ในอ้อมแขน
ของเขา ตอนนี้โตขึ้นแล้ว คงไม่เป็นแบบนั้นแล้ว
กู้ฉังชิงมั่นใจมาก ย่อตัวลง อุ้มกู้เสี่ยวเปั่าที่ทำ
หน้างงขึ้นมา
กู้เสี่ยวเปั่าไม่ได้ตัวสั่นเหมือนเมื่อก่อน แต่ตัวก็ยัง
แข็งทื่อ
“พี่ใหญ่ เขาเหมือนยังกลัวพี่อยู่นะ ให้ข้าอุ้มเอง
ดีกว่า” กู้เฉิงเฟิงรับตัวเสี่ยวเปั่ามาอุ้ม
แน่นอนว่า พอมาอยู่ในอ้อมกอดของกู้เฉิงเฟิง กู้
เสี่ยวเปั่าก็ผ่อนคลายลง
กู้ฉังชิงไม่ยอมแพ้ ลองอุ้มอีกครั้ง
กู้เสี่ยวเปั่าก็ตัวแข็งทื่ออีกครั้ง
กู้ฉังชิง “…”
“ฮ่าๆๆ !” กู้เฉิงเฟิงเท้าสะเอวหัวเราะลั่น “พี่
ใหญ่! เสี่ยวเปั่าน่ะไม่ชอบพี่จริงๆ ด้วย!”
เขาอุ้มเสี่ยวเปั่ากลับมาหาตัวเอง เอ่ยอย่างภูมิใจ
“เสี่ยวเปั่า เจ้าชอบพี่รองที่สุดใช่ไหมล่ะ”
กู้เสี่ยวเปั่ามองเขาอย่างตั้งใจ เหมือนกำลังคิด
ตามคำเอ่ยของเขา
ทันใดนั้น กู้เสี่ยวเปั่าก็เอื้อมมือออกไป คว้าหูของ
เขา แล้วดึงออกจนกลายเป็นหูลู่ลม!
กู้เฉิงเฟิง “…!!”
…
ในช่วงเวลาหนึ่งปีที่กู้เจียวไม่อยู่ เมี่ยวโส่วถังก็
ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เสี่ยวซ่งที่เคยตามกู้เจียวมา
แสวงโชคที่เมืองหลวงก็กลายเป็นที่รู้จัก มีลูกค้า
มากมายแวะเวียนมาไม่ขาดสาย
เถ้าแก่รองซึ่งเป็นอัจฉริยะด้านการค้า ก็กำลัง
วางแผนที่จะเปิดเมี่ยวโส่วถังสาขาใหม่บนถนนฉัง
อัน
นอกจากนี้หอเซียนเล่อ หญิงงามแห่งหอเซียน
เล่อ ที่เคยบาดเจ็บและพักรักษาตัวอยู่ที่โรงหมอก็
จากไปแล้ว ฮวาซีเหยาก็หายตัวไปจากเมืองหลวง
เช่นกัน
เถ้าแก่รองไม่รู้ว่าทั้งสองคนไปไหน
บางคน เมื่อจากกันแล้ว อาจจะไม่ได้พบกันอีก
เลยตลอดชีวิต
กู้เจียวและเซียวเหิงได้รับพระราชโองการให้จัด
งานแต่งงานเร็วขึ้น เป็นวันที่สิบแปดเดือนหก
ตามที่เซียวเหิงได้บอกไว้
ปลายเดือนห้า ในที่สุดท่านโหวกู้ก็เสร็จสิ้น
ภารกิจจากกรมโยธา เขาได้ยินข่าวการกลับมา
ของพ่อและลูกชายพร้อมกับชัยชนะ เขากลับไป
ยังจวนโหวเพื่อชำระร่างกายและเปลี่ยนเสื้อผ้าที่
แห้งสบาย ก่อนจะไปคารวะท่านพ่อ
ผลก็คือเห็นสาวใช้ข้างกายกู้จิ่นอวี๋รีบร้อนมาขอ
พบเขา
“มีเรื่องอะไร” เขาขมวดคิ้วถาม
“ท่านโหว คุณหนู… นาง… นาง…” สาวใช้เอ่ย
ตะกุกตะกัก เอ่ยไม่ออก
ท่านโหวกู้ขมวดคิ้ว แล้วตรงไปยังเรือนของกู้จิ่
นอวี๋
ตั้งแต่ครั้งที่แล้วที่ตัวตนที่แท้จริงของกู้จิ่นอวี๋ถูก
เปิดเผย ท่านโหวกู้ก็รู้สึกเสียใจอย่างมาก รับไม่ได้
ที่ลูกสาวที่ตัวเองรักมาหลายปี กลับเป็นคนเจ้า
เล่ห์เช่นนี้
เขาโกรธกู้จิ่นอวี๋
แต่กู้จิ่นอวี๋คุกเข่าลงร้องไห้ฟูมฟาย บอกว่าตัวเอง
เป็นแค่ลูกบุญธรรมของจวนโหว ปูั่และพี่ชายต่าง
ไม่ชอบนาง แม้แต่ในใจของแม่ก็มีแต่ลูกสาวแท้ๆ
ของตัวเอง
นางไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องใช้เล่ห์เหลี่ยม
เล็กน้อยเพื่อปกปั้องตัวเอง
นางสูญเสียทุกอย่างไปหมดแล้ว เหลือเพียงพ่อ
คนเดียว นางไม่อยากให้พ่อเกลียดนาง
ถ้าแม้แต่พ่อก็ไม่ต้องการนางแล้ว การมีชีวิตอยู่ก็
ไม่มีความหมายอะไรอีก
นางเอาศีรษะโขกเสา เลือดสาดกระเซ็น
ท่านโหวกู้ใจอ่อน ยกโทษให้ลูกสาว
แต่ในใจเขาก็ยังมีปม
เมื่อท่านโหวกู้ไปหากู้จิ่นอวี๋ ดวงตาทั้งสองข้าง
ของกู้จิ่นอวี๋ก็บวมเปั่งจากการร้องไห้
“จิ่นอวี๋ เป็นอะไรไป” ท่านโหวกู้ถามข้างๆ นาง
กู้จิ่นอวี๋ตาแดงก่ำ เอ่ยด้วยความน้อยใจ “ท่าน
พ่อ…”
ท่านโหวกู้เอ่ย “อย่าเพิ่งร้องไห้ พูดดีๆ ”
กู้จิ่นอวี๋ร้องไห้จนพูดไม่ได้ศัพท์
ชุนหลิ่วสาวใช้ข้างกายเอ่ยเสริมขึ้น “ท่านโหว
ท่านคงยังไม่รู้สินะว่าคุณหนูกลับมาแล้ว! แถมยัง
ไปรับคนอื่นเป็นพ่ออีก! ตอนนี้ไม่ใช่คุณหนูแห่ง
จวนติ้งอันของเราแล้ว!”
ท่านโหวกู้สีหน้าเปลี่ยนทันที “อะไรนะ”
กู้จิ่นอวี๋เอ่ยด้วยน้ำเสียงสะอื้น “ข้าเห็นกับตา
ตัวเอง พี่สาวข้าได้กลายเป็นคุณหนูตระกูลสูงแห่ง
แคว้นบนแล้ว และจะแต่งงานอีกครั้งในฐานะ
คุณหนูแห่งแคว้นบน…”
ท่านโหวกู้กำหมัด “ลูกสาวตัวดี! นางไม่เคย
คำนึงถึงหน้าตาของจวนโหวเลย!”
ชุนหลิ่วเอ่ย “จริงๆ แล้วคุณหนูจะแต่งงานก็แต่ง
ไปเถอะ เหตุใดต้องมาทำให้จวนโหวเสียหน้าด้วย
ในเมืองหลวงมีตั้งหลายที่ เหตุใดไม่ไปซื้อเรือนที่
อื่น กลับต้องมาซื้อตรงข้ามจวนโหว แล้วยังจงใจ
พูดจาดูถูกคุณหนูต่อหน้าคนรับใช้ทุกคนอีก!”
กู้จิ่นอวี๋ตวาด “ชุนหลิ่ว เจ้าหยุดพูดได้แล้ว!”
ชุนหลิ่วเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง “วันนี้ถึงคุณหนูจะ
ฆ่าบ่าวให้ตาย บ่าวก็จะพูด! คุณหนูใหญ่ได้เป็น
คุณหนูสูงศักดิ์แห่งแคว้นบน มาอวดสินสอดของ
ตัวเองต่อหน้าจวนโหวและคุณหนู จงใจทำให้
ท่านเหล่าโหวเข้าใจผิด จนทำให้ท่านเหล่าโหวไม่
พอใจคุณหนู! ไม่เพียงเท่านั้น เดิมทีงานแต่งของ
นางคือเดือนสิบ แต่เพื่อแย่งความสนใจจาก
คุณหนู นางถึงกับเปลี่ยนวันแต่งงานให้ตรงกับวัน
แต่งงานของคุณหนู!”
กู้จิ่นอวี๋ปาดน้ำตา “เรื่องอื่นข้าพอจะทนได้… แต่
เหตุใดพี่สาวต้องเปลี่ยนวันแต่งงานมาเป็นวัน
เดียวกับข้าด้วย… ข้ารู้ว่าข้าสู้พี่สาวไม่ได้… ข้าก็ไม่
เคยคิดจะแข่งกับพี่สาว… ข้าแค่หวังว่าท่านพ่อ
ท่านแม่จะมาร่วมงานแต่งงานของข้า… แต่
ตอนนี้… ตอนนี้…”
ท่านโหวกู้ถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา “นางเปลี่ยน
วันแต่งงานจริงหรือ”
น้ำตาของกู้จิ่นอวี๋ไหลริน “ชุนหลิ่วไปเจอพี่สาว
กับท่านแม่ที่ร้านขายเครื่องประดับ นางบอกว่า
วันแต่งงานของข้าถูกกำหนดแล้ว คือวันที่สิบ
แปดเดือนหน้า ไม่กี่วันหลังจากนั้น พระราช
โองการเปลี่ยนวันแต่งงานของพี่สาวก็ประกาศ
ออกมา เป็นวันเดียวกับวันแต่งงานของข้า…”
ท่านโหวกู้กำหมัดแน่นจนดังกรอบ “เหลวไหล
นัก! เด็กคนนี้!”
ชัดเจนเลยว่าจงใจหาเรื่องจิ่นอวี๋!
นางรู้ว่าท่านแม่นางเหยาห่วงนาง ไม่มีทางยกเลิก
งานแต่งของนางแน่ ซึ่งนั่นทำให้จิ่นอวี๋ไม่มีแม่ใน
งานแต่งของตัวเอง!
…
ท่านโหวกู้ไม่สนใจแม้แต่จะไปคารวะท่านพ่อ รีบ
ตรงไปตรอกปีสุ่ยทันที
“เด็กบ้า เจ้าไปรังแกจิ่นอวี๋อีกแล้วใช่ไหม ใคร
อนุญาตให้เจ้าเปลี่ยนวันแต่งงาน! ใครอนุญาตให้
เจ้าย้ายไปอยู่บ้านตรงข้าม! เจ้าออกมาเดี๋ยวนี้…”
เขาผลักประตูเข้าไป เห็นผู้อาวุโสมากมายอยู่ใน
บ้าน เสียงของเขาก็หยุดลงกะทันหัน
วันนี้เซวียนหยวนฉีและเหลี่ยวเฉินมาสอนวิทยา
ยุทธให้สามหนุ่มน้อยตามปกติ
ท่านเหล่าโหวมาเล่นกับกู้เสี่ยวเปั่า
ไทเฮาจวงมาเล่นไพ่นกกระจอก พร้อมกับเสี่ยว
หงหงที่ตามมาด้วย
จี้จิ่วอาวุโสและอันกั๋วกงก็อยู่ด้วย ทั้งสองกำลังจิบ
ชาและเล่นหมากรุกอย่างสบายใจ
ไม่ต้องเอ่ยถึงผู้ยิ่งใหญ่แห่งเมืองเยียน แค่ฮอง
ไทเฮาและฮ่องเต้แห่งแคว้นเจาก็ทำให้เขาเข่า
อ่อนแล้ว
นี่มันเกิดอะไรขึ้น
เหตุใดเรือนเล็กๆ แห่งนี้ถึงมีผู้ยิ่งใหญ่ซ่อนอยู่
มากมายเช่นนี้
“ไท ไท ไท ไทเฮา…”
“ฝั่า ฝั่า ฝั่า ฝั่าบาท…”
“พ่อ พ่อ พ่อ ท่านก็อยู่ที่นี่ด้วย”
เขาเอ่ยติดอ่างอย่างมาก
พอได้ยินเขาเรียกท่านโหวเหล่าว่าพ่อ อันกั๋วกงก็
เข้าใจได้ทันทีว่าเขาคือใคร
เขาคือติ้งอันโหวแห่งแคว้นเจา ผู้ที่ลำเอียงจนน่า
โมโห!
อันกั๋วกงได้ยินเรื่องการกระทำของเขาจากกู้เสี่ยว
ซุ่นมาบ้าง และรู้ว่าคนผู้นี้สมควรโดนสั่งสอน
แน่นอนว่า ในวันแรกที่เขากลับมาถึงเมืองหลวง
เขาก็มาหาเจียวเจียวเพื่อเอาเรื่อง
อันกั๋วกงเอ่ยอย่างเรียบเฉย “บ้านหลังนี้ ข้าซื้อ
เอง”
ฮ่องเต้แห่งแคว้นเจาตรัสอย่างเคร่งขรึม “กำหนด
วันแต่งงาน ข้าเป็นคนเปลี่ยน”
จวงไทเฮาตรัสด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ข้าจะจัดงาน
มงคล ต้องขออนุญาตเจ้าก่อนด้วยหรือ”
ท่านโหวกู้ที่ถูกหลอกอีกครั้งโดยกู้จิ่นอวี๋ …ตอนนี้
ข้าจะหนีทันไหมเนี่ย
สุดท้ายท่านโหวกู้ได้รับของขวัญสุดพิเศษจาก
ท่านพ่อและเซวียนหยวนฉีเป็นการซ้อมคู่
…
หนึ่งวันก่อนงานแต่ง กู้เจียวได้ย้ายเข้าไปอยู่ใน
จวนอันกั๋วกง
สถานที่จัดงานแต่ง ได้ข้อสรุปแล้วหลังจากที่
ผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่ายได้ปรึกษากันว่าจะจัดที่จวนเซ
วียนผิงโหว ส่วนห้องหอจะจัดไว้ที่จวนองค์หญิง
ส่วนเรื่องหลังแต่งงาน คู่บ่าวสาวจะไปอยู่ที่ไหนก็
แล้วแต่พวกเขาจะตัดสินใจกันเอง
อันกั๋วกงศึกษาธรรมเนียมการแต่งงานของแคว้น
เจาอย่างละเอียด ทุกอย่างจึงเป็นไปตามธรรม
เนียมท้องถิ่น
ภายในจวนประดับประดาไปด้วยโคมไฟสีแดงที่มี
ตัวอักษรมงคล ดอกไม้สองข้างทางก็ถูก
เปลี่ยนเป็นดอกโบตั๋นสีแดง
ดอกโบตั๋นเหล่านี้มีราคาแพงมาก เพียงแค่หนึ่ง
กระถางก็เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายของครอบครัว
ธรรมดาๆ ไปหลายปี
อันก๋วกงไม่เคยเสียดายเงินที่ใช้ไปกับลูกสาวเลย
แม้แต่น้อย และไม่คิดว่ามันมากเกินไป เงินทุก
เหรียญทุกสตางค์ล้วนได้มาจากน้ำพักน้ำแรงของ
เขา เขาไม่ได้ขโมยหรือปล้นมา ดังนั้นการที่เขา
จะใช้เงินทั้งหมดไปกับลูกสาวก็เป็นสิทธิ์ของเขา
ค่ำคืนล่วงเลย
อันก๋วกงนั่งเงียบๆ บนรถเข็นในสวน มองดู
พระจันทร์
เซวียนหยวนฉีเดินเข้ามา “ยังไม่นอนอีกหรือ”
อังกั๋วกงหันไปยิ้มก่อนจะเอ่ย “ท่านอาสองก็ยังไม่
นอนเหมือนกันหรือ”
ข้างๆ เขามีม้านั่งหิน แต่เซวียนหยวนฉีไม่ได้นั่งลง
เขาเงยหน้ามองท้องฟั้าที่กว้างใหญ่ไพศาล ก่อน
จะเอ่ยอย่างสะท้อนใจ “ไม่คิดเลยว่านางจะ
แต่งงาน”
อังกั๋วกงหัวเราะ “ท่านอาสองพูดอะไรอย่างนั้น
เจียวเจียวต้องแต่งงานอยู่แล้วสิ”
เซวียนหยวนฉีถอนหายใจ “ใช่ นางคือเจียว
เจียว”
อันกั๋วกงแปลกใจเล็กน้อย อาสองเอ่ยเช่นนี้
หมายความว่าอย่างไร หรือว่าเขารู้ว่าเจียวเจียว
คือยินยิน
“พรุ่งนี้จะลุกขึ้นยืนได้ไหม” เซวียนหยวนฉีถาม
ขึ้นอย่างกะทันหัน
ความคิดถูกขัดจังหวะ อันกั๋วกงก้มหน้าลง
หัวเราะเยาะตัวเอง “อาสองรู้แล้วสินะ”
“เห็นเจ้าฝึกทุกวัน ดูเหนื่อยมาก”
อันกั๋วกงคิดว่าเขาจะเอ่ยว่า จริงๆ แล้วเจ้าไม่ต้อง
ลำบากขนาดนี้ ไม่ว่าเจ้าจะยืนส่งหรือนั่งส่งนาง
ออกเรือน ความรู้สึกที่นางมีต่อเจ้าก็ไม่
เปลี่ยนแปลง
แต่ที่ไหนได้ เขากลับเอ่ย “เจ้ารู้ไหม เมื่อก่อนข้า
กับพี่ใหญ่คัดค้านการแต่งงานของเจ้ากับอาจื่ออ
ย่างมาก อาจื่อเป็นหมาปั่าแห่งทุ่งหญ้า เจ้าเป็น
นกในกรง พวกเจ้าทั้งสอง ไม่เหมาะสมกันเลย”
เขาบอกว่าการเอ่ยประโยคยาวๆ ยังคงเป็นเรื่อง
ยากสำหรับเขา
“แต่ เจ้าช่างกล้าหาญ เหมือนอาจื่อ”
“อาจื่อไม่ได้มองเจ้าผิดไป”
“อาจื่อแต่งงานกับคนที่ใช่แล้ว”
“หวังว่านางจะแต่งงานกับคนที่ใช่เช่นกัน”
….
วันรุ่งขึ้น หลังจากเวลาตีสี่ แม่นางเหยาไปรับช่าง
แต่งหน้ามาที่จวนอันกั๋วกง
กู้เจียวที่นอนหลับอย่างสบายถูกปลุกด้วยมือแสน
อ่อนโยน
“เจียวเจียว ตื่นได้แล้ว” แม่นางเหยาเอ่ยเบาๆ ที่
ข้างหูนาง
“หืม” กู้เจียวลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย
อวี้หยาเอ๋อร์ถือชุดเจ้าสาวสีแดงสดมาที่ข้างเตียง
แสงสีแดงที่สะดุดตาสะท้อนเข้าตาของกู้เจียว
กู้เจียวตกตะลึง
อวี้หยาเอ๋อร์เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “คุณหนู ท่านจะ
แต่งงานแล้วนะเจ้าคะ!”