สามีข้าคือขุนนางใหญ่ - บทที่ 953 คืนส่งตัวเข้าห้องหอ (1)
ในขบวนขันหมากอันยิ่งใหญ่ของกู้ฉังชิง นอกจาก
ทหารตระกูลกู้ที่น่าเกรงขามแล้ว ยังมีน้องชาย
แท้ๆ สามคน กู้เฉิงเฟิง กู้เฉิงหลินและกู้เหยี่ยนที่
เสมือนน้องชายแท้ๆ ร่วมขบวนด้วย
คนทั้งสี่สวมชุดสีน้ำเงินลายเดียวกัน ยืนตัวตรง
สง่า หน้าตาหล่อเหลา ราวกับเป็นกลุ่มเพื่อน
เจ้าบ่าวที่หล่อเหลาที่สุดในยุคโบราณ
และสาเหตุที่เซียวเหิงไม่ได้เป็นพื่อนเจ้าบ่าวอัน
ทรงเกียรติ ก็เพราะว่าเสี่ยวจิ้งคงคนเดียวคง
เรียกว่ากลุ่มไม่ได้ นั่นคือโดดเดี่ยวลำพัง
ครั้งล่าสุดที่เมืองหลวงมีงานเลี้ยงฉลองอันยิ่งใหญ่
เพียงนี้ ก็คือยามที่ท่านโหวน้อยแห่งแคว้นเจา
แต่งงานกับธิดาของอันกั๋วกง ขบวนขันหมาก
ยิ่งใหญ่ราวกับขบวนสวนสนาม งานแต่งของนาย
น้อยแห่งตระกูลกู้ย่อมไม่ด้อยกว่าอย่างแน่นอน
กลุ่มเพื่อนเจ้าบ่าวหน้าตาหล่อเหลาจนดึงดูด
สายตาผู้คนจำนวนมาก ทว่าชายที่ทุกคนรอคอย
และอยากกรีดร้องที่สุดก็คือเจ้าบ่าวนี่เอง
กู้ฉังชิงตั้งแต่จำความได้ มิใช่ฝึกทหารในค่าย
ทหารก็ออกรบในสมรภูมิรบ ชุดเกราะสีเงินคือ
ชุดที่เขาสวมใส่บ่อยที่สุด เย็นชาเฉกเช่นฉายา
“พญายม” ของเขา
ทว่าวันนี้ เขาเปลี่ยนใส่ชุดแต่งงานที่สวมใส่เพียง
ครั้งเดียวในชีวิต ดูหล่อเหลาล่มเมืองขึ้นมาทันที
หล่อเหลาเกลี้ยงเหลาเหลือบรรยาย
หลังจากงานแต่งของใต้เท้าราชเลขา หัวใจของ
เหล่าสาวๆ ก็กลับมาแตกสลายอีกครั้ง ชายหนุ่ม
รูปงามเช่นนี้ กลายเป็นของคนอื่นไปเสียแล้ว
ณ ตระกูลหยวน
ภายในห้องนอนของหยวนเปั่าหลิน หยวนฮูหยิ
นร้องไห้จนน้ำตาอาบแก้ม
บุตรสาวของนางสุขภาพอ่อนแอตั้งแต่เด็ก จึง
จำเป็นต้องนำไปเลี้ยงไว้ที่สำนักเต๋า อุตส่าห์ถอด
ชุดนักพรตออก และสวมชุดแต่งงานของหญิง
สาว
หยวนเปั่าหลินสวมชุดแต่งงานมงกุฎหงส์ บดบัง
ความเย็นชาของนักพรตหญิง ริมฝีปากแดงระเรื่อ
งดงามชวนหลงใหล
หยวนเปั่าหลินปลอบโยนแม่ของตน “ท่านแม่
อย่าร้องเลย ข้าเพียงออกเรือน มิใช่ว่าจะไม่กลับ
มาแล้วสักหน่อย”
หยวนฮูหยินตีมือลูกสาว แล้วจ้องลูกสาวด้วย
น้ำตาคลอเบ้า “แน่นอนว่าลูกไม่อาจกลับมาไม่ได้
บ่อยๆ หรอก! เมื่อลูกออกเรือนแล้ว ก็จะ
กลายเป็นสะใภ้ใหม่ ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบ
ของบ้านสามี!”
หยวนเปั่าหลินเบ้ปาก มิใช่สามีภรรยาจริงๆ สัก
หน่อย ทุกอย่างเขียนไว้ในข้อตกลงกับกู้ฉังชิง
อย่างชัดเจน นางจะกลับมาบ้านได้ทุกเมื่อ กู้ฉัง
ชิงห้ามขัดนางเด็ดขาด
ส่วนเรื่องกฎระเบียบ กู้ฉังชิงไม่เข้มงวดกับนาง
นางย่อมไม่ทำให้เขาเสียหน้าแน่นอน และจะ
ปฏิบัติตามอย่างเต็มที่
หยวนเปั่าหลินถอนหายใจอย่างจนใจ “รู้แล้ว รู้
แล้ว ท่านบ่นมาแปดร้อยรอบแล้ว ลูกจำขึ้นใจ
แล้ว”
หยวนฮูหยินใช้ผ้าเช็ดน้ำตา “ก็เพราะเจ้าโตใน
สำนักเต๋าตั้งแต่เด็ก ข้าเลยกังวลว่าลูกจะไม่เข้าใจ
กฎระเบียบของครอบครัวทั่วไปน่ะ”
หยวนเปั่าหลินเอ่ย “ข้าเข้าใจ ข้าเข้าใจแล้ว”
บทบรรยายเขียนไว้ นางเรียนรู้มาแล้ว!
“พี่…” หยวนถงเดินเข้ามาหานางด้วยน้ำตา กอด
พี่สาวของนางไว้ “ข้าไม่อยากให้พี่ไป…”
“พอแล้ว พอแล้ว” หยวนเปั่าหลินปลอบทั้งแม่
และน้องสาว
ส่วนภรรยาที่อยู่ด้านข้างมองด้วยความตกตะลึง
เคยเห็นแต่เจ้าสาวกับแม่กอดกันร้องไห้ ยังไม่เคย
เจอเจ้าสาวที่นิ่งจนปลอบโยนคนทั้งครอบครัว
เมื่อถึงฤกษ์ พี่ชายของหยวนเปั่าหลินก็แบกนาง
ออกจากห้องนอน
หยวนถงวิ่งตามไปตลอดทางด้วยน้ำตา “ท่านพี่…
ท่านพี่…”
กู้ฉังชิงรับเจ้าสาว โค้งคำนับลาพ่อยายและแม่
ยาย “ท่านพ่อ ท่านแม่ โปรดวางใจได้ ข้าจะดูแล
เปั่าหลินเป็นอย่างดี”
หยวนฮูหยินร้องไห้สะอื้น
ท่านพ่อหยวนน้ำตาคลอเบ้า ตบไหล่กู้ฉังชิงอย่าง
แรง “จำคำพูดของเจ้าไว้ ไปเถิด เปั่าหลินมอบให้
เจ้าแล้ว”
กู้ฉังชิงจากไป ท่านพ่อหยวนก็กลั้นไว้ไม่อยู่ หัน
หลัง ยกมือใหญ่ปิดหน้า ร้องไห้เสียงดัง “ฮือ…
เปั่าหลินออกเรือนแล้ว…”
หยวนฮูหยินที่กำลังร้องไห้อย่างโศกเศร้า ร่างกาย
สั่นระริก มองสามีของตนราวกับเห็นผี
…ทันใดนั้น นางก็พบกับคนที่ร้องไห้มากกว่านาง
นางตกตะลึงจนร้องไห้ไม่ออก
ขบวนขันหมากมาถึงจวนติ้งอันโหวอย่างคึกคัก
กู้ฉังชิงพลิกตัวลงจากม้า เดินไปหน้าเกี้ยวเจ้าสาว
ยื่นนิ้วมือเรียวออกไป
หยวนเปั่าหลินเดิมตั้งใจจะลงจากเกี้ยวด้วยตัวเอง
แต่ทันใดนั้น นางเหลือบเห็นมือที่ยื่นออกมาจาก
ใต้ผ้าคลุมศีรษะ
นางนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ
นางเข้าใจดีว่าต้องเล่นให้สมบทบาท การจับมือ
กันนิดหน่อยคงไม่เป็นไร
นางวางมืออันอ่อนนุ่มไร้กระดูกไว้บนฝั่ามือของกู้
ฉังชิงเบาๆ
กู้ฉังชิงขาดประสบการณ์ใกล้ชิดกับหญิงสาว
หญิงที่เขาสนิทที่สุดหลังจากโตเป็นหนุ่มแล้วคือ
น้องสาว มือของน้องสาวมีหูดและรอยแผลจาก
การทำงานและทำสงคราม แต่มือของหยวนเปั่า
หลินกลับแตกต่าง
นี่คือมืออันบอบบาง
เขากังวลมากว่าจะเผลอทำมือนางหัก
เขาจูงเจ้าสาวลงจากเกี้ยว
เถ้าแก่ถึงหยิบผ้าแพรสีแดงมาอย่างช้าๆ เมื่อครู่
เกิดเรื่องผิดพลาดเล็กน้อย โชคดีที่เจ้าบ่าวรับ
เจ้าสาวลงจากเกี้ยวแล้ว มิเช่นนั้นคงเขินอายเป็น
แน่
นางยิ้มและส่งผ้าแพรสีแดงให้คู่บ่าวสาว
ทั้งสองจับผ้าแพรสีแดงเดินเข้าจวน
เจ้าสาวต้องข้ามอานม้าและเหยียบกระเบื้อง
ขณะข้ามอานม้าราบรื่นอย่างมาก แต่พอเหยียบ
กระเบื้อง กู้เสี่ยวซุ่นที่ยืนอยู่ด้านข้างก็ตกใจ รีบ
เอ่ยกับกู้เหยี่ยนกระซิบ “นั่นคือกระเบื้องหินบด
ของข้า! ใครเอามาผิด!”
“กระเบื้องหินบดอะไร” กู้เหยี่ยนหยิบกระเบื้อง
มา เขาหยิบแผ่นที่บางที่สุดมาเพื่อให้เหยียบแตก
ง่ายๆ
กู้เสี่ยวซุ่นกุมศีรษะตัวเองด้วยความสิ้นหวัง “แย่
แล้ว แย่แล้ว กระเบื้องประเภทนี้พี่สาวสอนข้าทำ
เอาไว้ให้ซ่อมหลังคาให้ฮูหยิน…ข้ายังเหยียบไม่
แตกเลย!”
ตามประเพณีของชาวแคว้นเจา หากเจ้าสาว
เหยียบกระเบื้องไม่แตก จะถูกมองว่าเป็นลางร้าย
และไม่บริสุทธิ์
หยวนเปั่าหลินไม่รู้เรื่องนี้ จึงยกเท้าขึ้นเหยียบ
กู้ฉังชิงมองกระเบื้องด้วยสายตาที่เฉียบคม รู้สึก
ถึงความผิดปกติ และทันทีที่เท้าของหยวนเปั่า
หลินจะแตะกระเบื้อง เขาก็ใช้สองนิ้วปลดปล่อย
พลังภายใน ทำลายกระเบื้องหินบดใต้เท้าของ
นาง
หยวนเปั่าหลินมองเศษกระเบื้องใต้เท้าของนางที่
แตกละเอียดเป็นผงธุลี ตกตะลึงอึ้งไปจนอ้าปาก
ค้าง “เอ๊ะ ข้าเก่งกาจเช่นนี้เลยเหรือ”
กู้เสี่ยวซุ่นยกนิ้วโปั้งขึ้น “พี่สะใภ้…พลังเท้าสุด
ยอดไปเลย…”
กู้ฉังชิงจับมือหยวนเปั่าหลินเข้าโถงใหญ่อย่างนิ่ง
เฉย
ท่านโหวกู้และแม่นางเหยานั่งอยู่บนเก้าอี้สูงไท่ซือ
ท่านโหวกู้หัวเราะจนตาปิด แม่นางเหยาเองก็มี
ความสุขอย่างยิ่ง
“หนึ่งคำนับฟั้าดิน”
“สองคำนับพ่อแม่”
“คำนับกันและกัน…”
หยวนเปั่าหลินและกู้ฉังชิงมิได้รักษาระยะห่างให้
ดี ทว่าทั้งคู่คำนับอย่างจริงจัง จนศีรษะกระแทก
กัน
“โอ้ย!” หยวนเปั่าหลินเปล่งเสียงด้วยความ
เจ็บปวด
กู้ฉังชิงใบหน้าแข้งทื่อ รีบกล่าวคำขอโทษ “ขอ
โทษ”
แขกในงานต่างหัวเราะครื้นเครง
บทที่ 953 คืนส่งตัวเข้าห้องหอ (2)
เจ้าสาวถูกส่งตัวเข้าห้องหอ นางนั่งลงบนเตียง
แต่งงานที่กู้เสี่ยวเปั่านอนกลิ้ง กู้ฉังชิงเหลือบมอง
นางแล้วเอ่ย “ข้าออกไปต้อนรับแขกข้างนอก
เจ้าหิวก็กินอะไรรองท้องก่อน”
หยวนเปั่าหลินเอ่ย “ถ้าอย่างนั้นก็ช่วยเปิดผ้า
คลุมศีรษะให้ข้าก่อนสิ”
ทั้งสองแต่งงานกันบังหน้า ใครเปิดผ้าคลุมก็
เหมือนกัน แต่ในเมื่อหยวนเปั่าหลินเอ่ยคำขอ
เช่นนี้แล้ว กู้ฉังชิงก็หยิบหยกหรูอี้บนโต๊ะเปิดผ้า
คลุมศีรษะของนาง
ใบหน้าที่ปรากฏต่อสายตาเขา คือใบหน้าที่ทั้ง
แปลกตาและคุ้นเคย
คุ้นเคยเพราะเขาเคยเห็นนางมาก่อนแล้ว แต่ที่
แปลกตาเพราะไม่เคยเห็นนางเช่นนี้มาก่อน
ความน่ารักอ่อนหวานของหญิงสาว
เปรียบเสมือนแสงตะวันยามเช้าอันสดใส และดู
โดดเด่นด้วยชุดแต่งกายที่นางสวมใส่
หยวนเปั่าหลินเองก็เพิ่งเคยเห็นกู้ฉังชิงในชุด
แต่งงานเช่นกัน นางเอ่ยปากชม “เจ้าสวมชุด
แต่งงานก็ดูดีไม่น้อยเลยนะ”
บุรุษผู้หล่อเหลาแห่งเจาตูมิได้มีเพียงท่านโหว
น้อย แต่ยังมีนายน้อยแห่งตระกูลกู้ด้วย
“เจ้าก็เช่นกัน” กู้ฉังชิงตอบกลับอย่างสุภาพ
หยวนเปั่าหลินยิ้ม นึกบางอย่างออก มองเขา
พลางเอ่ยถาม “คืนนี้…”
“คืนนี้ข้านอนพื้น” กู้ฉังชิงเอ่ยจบ เห็นนางเผยสี
หน้าตกใจ คิดว่านางรู้สึกไม่เหมาะสม จึงอธิบาย
“หากข้าไม่อยู่ในคืนส่งตัวเข้าห้องหอ คนอื่นจะว่า
ข้ารังเกียจเจ้าเอาได้”
หยวนเปั่าหลินยิ้มอย่างเขินอาย “ข้ามิได้
หมายความเช่นนั้น ข้าอยากถามว่าเข้านอนก่อน
ได้หรือไม่ โดยไม่ต้องรอเจ้าน่ะ”
กู้ฉังชิง “…”
“ได้” เขาตอบ
หยวนเปั่าหลินถามต่อ “แล้วจะมีคนมาหาเรื่อง
ถึงห้องหอหรือไม่ ข้าต้องเตรียมตัวอะไรหรือไม่”
กู้ฉังชิงตอบเสียงเรียบ “ไม่หรอก”
ยามนี้ทั้งเมืองหลวงไม่มีใครกล้ามาหาเรื่องถึงห้อง
หอของเขา
หยวนเปั่าหลินถึงวางใจ “เจ้าจะไปทำอะไรก็ไป
เถิด ไม่ต้องห่วงข้า”
“ได้” กู้ฉังชิงหันหลังเดินออกจากห้อง
เขากำชับองครักษ์ลับ ใครหน้าไหนที่มีหาเรื่องถึง
ห้องหอให้โยนออกไปให้หมด
ไม่นาน กู้เสี่ยวเปั่าก็มาถึง
หยวนเปั่าหลินมองเด็กน้อยตัวเล็กที่ปรากฏตัวขึ้น
อย่างกะทันหัน จึงเอ่ยถามด้วยความอยากรู้
อยากเห็น “เจ้าเป็นใครกัน”
“ข้าชื่อกู้เสี่ยวเปั่า” กู้เสี่ยวเปั่าแนะนำตัว “เจ้า
คือพี่สะใภ้ใหญ่ของข้ารึ”
หยวนเปั่าหลินนึกขึ้นได้ว่ากู้ฉังชิงมีน้องชายคน
เล็ก เหมือนชื่อว่ากู้เสี่ยวเปั่า
นางยิ้มตอบ “ใช่แล้ว ข้าคือพี่สะใภ้ใหญ่ของเจ้า”
“อ้อ ถ้าอย่างนั้นอันนี้ให้พี่” กู้เสี่ยวเปั่าเอากล่อง
อาหารขนาดจิ๋วในมือส่งให้กับนาง
กล่องอาหารเล็กเหมือนกับกล่องอาหารใบใหญ่ มี
ลิ้นชักหลายชั้น และมีหูหิ้ว ราวกับของเล่นเด็ก
สำหรับเล่นขายของ
ตระกูลนี้ช่างเอาใจใส่จริงๆ แม้แต่เด็กก็ดูแลเป็น
อย่างดี
หยวนเปั่าหลินรับมาเปิดออก กลิ่นหอมเย้ายวน
ใจของอาหารโชยมาแตะจมูก นางเปิดลิ้นชักทีละ
ชั้น พบว่าเต็มไปด้วยของกิน
มีทั้งเนื้อสัตว์ ผัก และซาลาเปาอาหารว่าง ล้วน
เล็กกะทัดรัด ดูประณีตอย่างยิ่ง
“พี่ชายเจ้าให้เอามาหรือ” หยวนเปั่าหลินเอ่ย
ถาม
“อืม” กู้เสี่ยวเปั่าพยักหน้าหงึกๆ
กู้เสี่ยวเปั่าไม่พอใจที่ไม่ได้ไปรับเจ้าสาว กู้ฉังชิง
เพื่อให้เขามีส่วนร่วม จึงมอบหมายงานสำคัญนี้ให้
เขา
แต่กู้ฉังชิงคาดไม่ถึงว่าเขาจะพิถีพิถันถึงขั้นสั่งให้
ห้องครัวทำอาหารจานพิเศษของเขา และส่งมา
พร้อมกับกล่องอาหารพิเศษของเขา
สมแล้วที่เป็นเด็กเติบโตมากับจิ้งคง
หยวนเปั่าหลินรู้สึกว่ากู้เสี่ยวเปั่าน่ารักมาก จึงอด
หยิกแก้มเขาไม่ได้
กู้เสี่ยวเปั่า ก็ได้ เจ้าเป็นพี่สะใภ้ พี่ใหญ่สั่งให้ข้าดี
กับเจ้า ให้เจ้าหยิกก็ได้
กลางดึก กู้ฉังชิงที่ถูกแขกมอมสุราไปหลายรอบก็
กลับมายังห้องเจ้าบ่าวเจ้าสาว
กู้เสี่ยวเปั่าจากไปแล้ว เหล่าสาวใช้ของหยวนเปั่า
หลินเฝั้าอยู่ด้านนอก
เขาเดินเข้าไปในห้อง พบว่าหยวนเปั่าหลินหลับ
ไปแล้ว ม่านสีแดงบางถูกปล่อยลงมา สะท้อน
แสงเทียนหอมลายหงส์มังกร สร้างบรรยากาศที่
โอบอวลไปด้วยความสุข
ร่างกายอันอ่อนช้อยของนางปรากฏเลือนรางอยู่
หลังม่าน และแฝงไปด้วยความงามอันเป็น
เอกลักษณ์ของหญิงสาว ปลดปล่อยความ
อ่อนหวานและเย้ายวนใจโดยไม่ตั้งใจ
กู้ฉังชิงละสายตาจากนาง ไปหยิบที่นอนมาปูลง
พื้น จากนั้นหยิบผ้าห่มมาอีกผืน สุดท้ายเขานอน
ลงโดยไม่ถอดเสื้อผ้า
“กู้ฉังชิง”
ภายในม่าน จู่ๆ หยวนเปั่าหลินก็เอ่ยขึ้น
กู้ฉังชิงเผลอหันมองไปทางม่าน แล้วรีบละสายตา
อย่างสุภาพบุรุษ “เจ้ายังไม่นอนหรือ”
หยวนเปั่าหลินตอบ “ข้าหลับยากน่ะ เลยนอนไม่
หลับ”
กู้ฉังชิงชะงักไปครู่หนึ่ง “ถ้าอย่างนั้นเจ้า…”
“แม่นมจาง!”
ทันใดนั้น เสียงสาวใช้ดังขึ้นจากด้านนอก
“ข้ามาส่งน้ำแกงสร่างเมาให้ท่านชายใหญ่เจ้า
ค่ะ!”
แม่นมจางเป็นคนสนิทของเหล่าฮูหยินกู้ หากนาง
มาเห็นว่ากู้ฉังชิงนอนพื้น เรื่องคงไม่ดีแน่
หยวนเปั่าหลินลุกขึ้นนั่ง เปิดม่านและเอ่ยกับกู้ฉัง
ชิง “เจ้าขึ้นมาก่อน!”
หากเป็นคนอื่น กู้ฉังชิงคงไล่ไปได้ แต่กลับเป็นคน
ที่ท่านย่าส่งมา หากไล่แม่นมจาง ด้วยนิสัยของ
ท่านย่าแล้ว คงจะมาด้วยตัวเองอย่างแน่นอน
กู้ฉังชิงขมวดคิ้ว ม้วนผ้าห่มอย่างคล่องแคล่ว แล้ว
ยัดเข้าไปในตู้
หยวนเปั่าหลินรีบลุกจากเตียง ยกมือปลดเข็มขัด
ของเขา
กู้ฉังชิงเบิกตากว้าง “เจ้าจะทำอะไร”
หยวนเปั่าหลินตอบ “วันนี้เป็นคืนส่งตัวเข้าห้อง
หอ เจ้าแต่งตัวเต็มยศเช่นนี้ จะไม่ดูแปลกหรอก
หรือ”
“ข้าจัดการเอง” กู้ฉังชิงเอ่ย
หยวนเปั่าหลินส่งสายตาไปที่หน้าต่าง เงาของ
สองคนกำลังสะท้อนอยู่บนนั้น
“ท่านชายใหญ่” แม่นมจางยืนอยู่หน้าประตู
หัวเราะพลางเรียกขึ้นมา
กู้ฉังชิงปล่อยมือ ยอมให้หยวนเปั่าหลินปลดเข็ม
ขัดของเขา
ทั้งสองคนอยู่ใกล้กันมาก เขาสัมผัสได้ถึงลม
หายใจของนาง และกลิ่นหอมอ่อนๆ ของหญิง
สาว
หยวนเปั่าหลินปลดชุดคลุม ถอดเครื่องประดับ
พระยศของเขาออก ถึงเอ่ยด้วยความพึงพอใจ
“ดีแล้ว ดูยุ่งเหยิงดี”
กู้ฉังชิงปรับสีหน้า เดินไปเปิดประตูให้แม่นมจาง
“แม่นม ดึกดื่นแล้ว มาทำไมหรือ”
แม่นมจางเห็นกู้ฉังชิงแต่งตัวไม่เรียบร้อย รู้สึกดีใจ
ขึ้นมา ท่านชายใหญ่ไม่ได้แตะต้องแม้แต่สาวใช้ใน
จวน เหล่าฮูหยินยังกังวลว่าซื่อจื่อมีปัญหาเรื่อง
บนเตียงเสียอีก
แม่นมจางเหลือบมองเข้าไปในห้อง เห็นหยวน
เปั่าหลินนอนอยู่หลังม่าน เผยให้เห็นเพียงเท้าสี
ขาวเปล่งประกาย
ไอ้หยา ท่านชายใหญ่รุนแรงเพียงนี้เลยหรือ
เพิ่งกลับมาถึงห้องก็…
แม่นมจางปลื้มใจ “น้ำแกงสร่างเมา รีบดื่มขณะ
ร้อนเลยเจ้าค่ะ!”
กู้ฉังชิงรับมา ดื่มรวดเดียวหมด และเอ่ยกับแม่นม
จาง “ข้าจะนอนแล้ว รบกวนแม่นมบอกท่านย่า
ด้วย ให้ท่านรีบพักผ่อน พรุ่งนี้เข้าข้าจะไป
คารวะ”
“เจ้าค่ะ เจ้าค่ะ เจ้าค่ะ!”
แม่นมจางรับคำ ยิ้มแย้มแจ่มใสและเดินออกจาก
ห้องไป
เหล่าฮูหยินเป็นห่วงอะไรกัน กังวลว่าซื่อจื่อไม่เอา
ไหน ถึงกับต้องส่งน้ำแกงนั้นมาให้ ตามความคิด
ของนาง เช้าวันพรุ่งขึ้นเกรงว่าฮูหยินของท่าน
ชายใหญ่คงลุกไม่ขึ้นแน่ๆ !”
กู้ฉังชิงถอนหายใจยาว ถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ปิด
ประตูห้องและใส่กลอนประตู
หยวนเปั่าหลินรีบดึงเท้ากลับ
เท้าข้างนั้น นางตั้งใจให้แม่นมจางเห็น ไม่ได้
อยากให้กู้ฉังชิงเห็น
แต่กู้ฉังชิงเป็นผู้ฝึกยุทธ หันหลังกลับเร็ว ตาดี จึง
เห็นได้ทันที
เล็บเท้าเรียบเนียนดั่งหยกใส ไร้รอยตำหนิ เล็ก
กะทัดรัดน่าทะนุถนอม ชวนให้สัมผัส
นี่มิใช่สิ่งที่เขาควรมอง
เขาจึงรีบหันมองไปทางอื่น ตั้งสติ เดินไปที่หน้าตู้
เสื้อผ้า ดึงประตูตู้เสื้อผ้าออกแล้วโอบผ้าห่มขึ้นมา
อีกครั้ง
เขานอนลงอีกคราโดยมิได้ถอดเสื้อผ้า
ทว่าไม่ทราบว่าเหตุอันใด เขาจึงรู้สึกหัวใจร้อนรุ่ม
ขึ้นมา