สู่ชีวิตนิรันดร์ - บทที่ 118 สระพลังปราณ
บทที่ 118 สระพลังปราณ
เมื่อเซียวหนิงเสวี่ย ก้าวสู่ขั้นที่สาม ท่านผู้เฒ่าก็ปรากฏกายขึ้น มองดูเวลาที่เหลือเพียงสิบเอ็ดวัน ท่านก็อดเป็นห่วงพวกเขาไม่ได้
เสียงของท่านดังกังวานในโสตประสาทของเหลียงเฟย “เหลียงเฟย ความซื่อสัตย์และความกตัญญูของเจ้า ทำให้ข้าซาบซึ้งยิ่งนัก! เมื่อเจ้าฝึกฝนถึงขั้นที่สี่ จงไปฝึกฝนกันที่ก้นสระน้ำแห่งนี้ อุณหภูมิที่ก้นสระเย็นจัด และเต็มไปด้วยพลังปราณมากมาย ขอให้สิ่งเหล่านี้ช่วยให้พวกเจ้าประสบความสำเร็จ!”
เมื่อกล่าวจบ ท่านผู้เฒ่าก็อดถอนหายใจไม่ได้ ดูเหมือนว่าท่านจะไม่คาดหวังกับพวกเขามากนัก ท่านกล่าวต่อไปว่าไม่รู้ว่าในอนาคตจะได้พบกับอัจฉริยะเช่นเหลียงเฟยอีกหรือไม่!
มิฉะนั้น ท่านก็ไม่รู้ว่า ความแค้นของท่านจะได้รับการชำระหรือไม่!
เหลียงเฟยกล่าวขอบคุณ ไม่ได้หลงลำพองแม้แต่น้อย เดินมาถึงขอบสระน้ำ กระโดดลงไปในสระด้วยความมุ่งมั่น
ไม่กระโดดไม่รู้ กระโดดแล้วตกใจ!
สระน้ำแห่งนี้ลึกหลายสิบจั้ง ยืนอยู่ริมสระน้ำ เนื่องจากน้ำใสสะอาด จึงมองไม่เห็นก้นสระ
ใคร ๆ ต่างรู้ดีว่า น้ำที่ใสสะอาดเกินไปย่อมไม่มีปลา แต่ในสระน้ำที่ใสสะอาดเช่นนี้ กลับมีปลาหลากสีสันแหวกว่ายอย่างมีชีวิตชีวา
ด้วยเหตุนี้ คำพูดของท่านผู้เฒ่าจึงเป็นความจริง น้ำในสระนี้เต็มไปด้วยพลังปราณอันอุดมสมบูรณ์!
เหล่าปลาน้อยเหล่านั้นล้วนแข็งแรง มีชีวิตชีวา ยิ่งกว่าปลาที่อื่นใด ก็เพราะดูดซับพลังปราณอันบริสุทธิ์แห่งนี้นี่เอง!
เหลียงเฟยค้นพบความจริงเช่นนั้นแล้วก็รีบร้อนขึ้นจากผืนน้ำร้องเรียกด้วยรอยยิ้ม “แม่นางน้อย เชิญลงมาเถิด! คำของท่านผู้เฒ่านั้นล้วนเป็นความจริง น้ำในสระแห่งนี้มีพลังปราณเข้มข้นยิ่งนัก”
“ข้าแม้ว่ายน้ำไม่เก่งนัก แต่เมื่อลงไปใต้น้ำกลับไม่รู้สึกอึดอัดแม้แต่น้อย ยามหายใจเอาละอองน้ำเข้าไป ก็ไม่รู้สึกสำลักน้ำเลยแม้แต่น้อย กลับรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก!”
เซียวหนิงเสวี่ยแม้จะยิ้มรับคำอยู่ แต่กลับไม่ยอมขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย!
เหลียงเฟยเห็นดังนั้นก็เข้าใจว่านางเกรงกลัวอยู่ จึงเอ่ยปากร้องเรียกอีกครา “แม่นางน้อย เวลาเหลือน้อยเต็มที รีบลงมาเถิด หากฝึกเคล็ดวิชาขั้นที่สี่ไม่สำเร็จ ไม่อาจออกไปจากที่นี่ได้ พวกเราก็คงต้องจบชีวิตลงแล้ว!”
เซียวหนิงเสวี่ยพยักหน้ารับ แต่กลับมีสีหน้าแดงก่ำ นางรวบรวมความกล้าอยู่นาน กว่าจะยอมกระโดดลงไปในสระน้ำ
เช่นเดียวกับเหลียงเฟย นางมิได้ปลดอาภรณ์ใดๆ ก่อนลงไปแม้แต่ชิ้นเดียว แต่ชุดฤดูร้อนของนางนั้นช่างบางเบาเหลือเกิน
ร่างอันงดงามของเซียวหนิงเสวี่ย ปรากฏขึ้นทันทีที่นางสัมผัสผืนน้ำ ผิวพรรณของนางภายใต้ชุดที่เปียกชุ่มนั้นขาวผ่องราวกับหิมะ งดงามดุจหยกชั้นเลิศ สะอาดบริสุทธิ์ เย้ายวนใจยิ่งนัก!
เนื่องจากภายในสระน้ำแห่งนี้มิได้มีสิ่งใดเป็นพิษเป็นภัย อีกทั้งยังมีพลังปราณบริสุทธิ์อยู่มากมาย ดวงตางดงามคู่นั้นจึงไม่รู้สึกเจ็บปวดแม้จะลืมตาอยู่ใต้น้ำ กลับรู้สึกสบายตา ราวกับได้รับการชำล้าง จนมองเห็นสิ่งต่างๆ ได้ชัดเจนยิ่งกว่าที่เคย
ด้วยเหตุนี้เหลียงเฟย ที่ลืมตาอยู่ใต้น้ำ จึงสามารถมองเห็นภาพอันงดงามตรงหน้าของเซียวหนิงเสวี่ยได้อย่างชัดเจนตั้งแต่หัวจรดเท้า
เหลียงเฟยแม้ว่ายังคงเป็นชายชาญไร้ประสบการณ์ หูกลับผ่านเรื่องราวหลากหลายมาโชกโชน ยามโดดเดี่ยวเดียวดายจึงมักวาดฝันถึงเรื่องราวเร่าร้อน จนบางส่วนลุกชูค้ำฟ้า
ครั้นได้ยลโฉมเบื้องหน้า ด้านล่างจึงตอบสนองฉับพลัน เพลิงพิศวาสโหมกระหน่ำในกาย
กระแสพิศวาสพลุ่งพล่าน ไร้สิ่งใดต้านทาน กลิ่นปรารถนาพุ่งตรงสู่สมอง บังคับให้เหลียงเฟยคิดสิ่งบัดสี
ข้าทนต่อไปไม่ไหวพุ่งเข้าหาเซียวหนิงเสวี่ย กอดนางแน่น อุ้งมือขย้ำทรวงอกอิ่มเอมแน่นหนัก
ทันใดนั้น ความรู้สึกสุขสมก็แล่นปราด เพลิงพิศวาสจึงยิ่งลุกลาม ดุจไฟป่า พลังอำนาจถาโถมเข้าสู่เหลียงเฟยจนนางเคลิบเคลิ้ม
เซียวหนิงเสวี่ยคาดไม่ถึงว่าเหลียงเฟยจะปลดปล่อยสัญชาตญาณดิบเช่นนี้ กล้าทำเรื่องเช่นนี้ในยามคับขันเช่นนี้ ความบริสุทธิ์ของหญิงสาวทำให้นางผลักเขาออกไปโดยสัญชาตญาณ พร้อมกับร้องว่า ” เหลียงเฟย ท่านทำกระไร”
ทว่าสิ่งที่เซียวหนิงเสวี่ยคาดไม่ถึงยิ่งกว่านั้นคือ เหลียงเฟยรู้สึกเร้าใจกับการขัดขืนของนาง เพลิงพิศวาสยิ่งโหมกระหน่ำ การกระทำยิ่งทวีความรุนแรง โอบกอดนางแน่นขึ้น ลมือลูบไล้ไปทั่วทรวงอกและสะโพกผายผัน
เซียวหนิงเสวี่ยต้องการร้องห้ามเหลียงเฟย ไม่ให้ทำเรื่องล่วงเกิน
ใครจะรู้ว่าเหลียงเฟยกลับชิงช่วงชิงจังหวะ กอดร่างนางแน่น ใช้ลิ้นสอดเข้าไปในโพรงปาก ประทับจูบอย่างดุดันและป่าเถื่อน
ทีละน้อย เหลียงเฟยค่อย ๆ ปลดอาภรณ์บางเบาของ เซียวหนิงเสวี่ยเส้นใยฤดูร้อนหลุดร่วง ลอยละลิดไปกับเกลียวคลื่น
ครั้นเสื้อคลุมฤดูร้อนล่วงหลุดจากกาย ปรากฏเพียงผ้าแพรสีฟ้าครามชิ้นน้อย อวดรูปโฉมเย้ายวนชวนมอง เหลือเพียงเซียวหนิงเสวี่ยยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น นางช่างงามพิลาสจนเหลียงเฟยเกิดอาการคลุ้มคลั่ง
ในยามนั้นเหลียงเฟยปรารถนาเพียงจะเปลี่ยนความฝันอันเร่าร้อนให้กลายเป็นจริงโดยพลัน มิอาจห้ามใจได้อีกต่อไป!
มิอาจทราบได้ว่าเซียวหนิงเสวี่ยยอมสยบต่อเหลียงเฟยเพราะเหตุใด หรืออาจเป็นเพราะในใจนางมีใจให้เขาอยู่ก่อนแล้ว หรืออาจมีเหตุผลอื่นใดซ่อนเร้น
แต่เรื่องไม่คาดฝันก็บังเกิดขึ้น… ไม่นานนัก เซียวหนิงเสวี่ยก็ดูเหมือนจะยืนยันคำกล่าวของบุรุษในยามราตรี นางมิอาจหลุดพ้นจากวังวนของสตรีที่ทำทีปฏิเสธครึ่งยินยอมครึ่ง นางเริ่มตอบสนอง เหลียงเฟยอย่างเร่าร้อน จุมพิตเขาอย่างดูดดื่มพลางปลดอาภรณ์ของเขาออก
ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลก!
เมื่อเซียวหนิงเสวี่ยมิได้ขัดขืนอีกต่อไป กลับยินยอมแต่โดยดีเหลียงเฟย กลับรู้สึกราวกับว่าความสุขในการเอาชนะนั้นเลือนหายไป ความปรารถนาในใจพลันมลายหายไปสิ้น
เขาพลันรู้สึกตัวผลักเซียวหนิงเสวี่ย ออกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะถอยหลังไปสองก้าว
แต่เรื่องน่าขบขันก็บังเกิดขึ้น… เซียวหนิงเสวี่ย กลับถูกลำนำแห่งราคะครอบงำ จนหลงลืมความยับยั้งชั่งใจ นางก้าวเข้าหาเหลียงเฟย โผเข้ากอดเขาไว้แน่น จุมพิตริมฝีปากเขาอย่างดูดดื่ม
ทว่าเหลียงเฟยยังคงมีสติต้านทานความเย้ายวน นางจุมพิตเขาได้เพียงไม่กี่ครั้ง เขาก็รู้สึกตัวอีกครั้ง รีบผลักนางออก ถอยหลังไปจนสุดมุมหนึ่งของสระน้ำ
แล้วจึงร้องตะโกนเสียงดังว่า “ท่านหญิงเซียว! โปรดมีสติเถิด!”
เซียวหนิงเสวี่ยได้ยินเสียงจึงรู้สึกตัวขึ้นเล็กน้อย นางมองเห็นเหลียงเฟยเปลือยท่อนบนไปแล้ว ส่วนตนเองเสื้อผ้าก็หลุดลุ่ย เหลือเพียงอกเสื้อสีฟ้าบางเบาเผยให้เห็นผิวขาวผ่องเป็นบริเวณกว้าง นางรู้สึกละอายยิ่งนัก ใบหน้าแดงก่ำรีบหันหลังกลับไป
ในยามนี้เซียวหนิงเสวี่ยงดงามเป็นอย่างยิ่ง!
เหลียงเฟยเกรงว่าตนจะหวั่นไหวไปมากกว่านี้จึงไม่กล้าแม้แต่จะมองหลับตาลงอย่างรวดเร็วเพื่อสงบสติอารมณ์ พอได้สติกลับคืนมาจึงกล่าวว่า “น้ำในสระนี้ช่างประหลาดนัก เมื่ออยู่ในน้ำนี้ อารมณ์ทั้งเจ็ดราวกับถูกขยายขึ้นมาจนควบคุมได้ยาก ยากที่จะสงบจิตใจลงได้ มีแต่ภาพลวงตาเต็มไปหมด ต่อต้านการล่อลวงไม่ไหว!”
เซียวหนิงเสวี่ยพยายามสงบสติอารมณ์ พอได้ยินที่เหลียงเฟยกล่าวก็รู้สึกเห็นด้วย
เพราะแม้แต่ตัวนางเองในตอนหลังก็ยังไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ถึงได้คล้อยตามเหลียงเฟยไปเช่นนั้น เกือบจะเสียความบริสุทธิ์ไปแล้ว
ทันใดนั้นเซียวหนิงเสวี่ยก็นึกถึงคำพูดของชายชราก่อนที่เขาจะหายตัวไป นางอดไม่ได้ที่จะสบถอยู่ในใจ “เจ้าแก่ลามก ในเมื่อเจ้าบอกว่าพวกข้าเป็นเนื้อคู่กัน เหตุใดไม่ช่วยเป็นแม่สื่อให้พวกข้า ครองคู่กันอย่างถูกต้อง กลับใช้วิธีนี้บีบบังคับให้พวกข้าทำผิดเช่นนี้!”
เหลียงเฟยเห็นว่าเซียวหนิงเสวี่ยไม่ตอบคำจึงไม่เอ่ยอะไรต่อ รีบลอยตัวขึ้นสู่ผิวน้ำ หยิบเสื้อผ้าที่เปียกน้ำขึ้นมาสวมใส่
แต่เขายังไม่คิดจะล้มเลิกการฝึกฝนในสระน้ำ ไม่ต้องพูดถึงว่าพลังปราณในสระนั้นบริสุทธิ์มาก การฝึกฝนในนี้ต้องได้ผลเป็นทวีคูณ ถึงแม้ว่ามันจะมีอะไรแปลกประหลาด แต่ตราบใดที่สามารถเอาชนะความคิดฟุ้งซ่านในใจได้ ตั้งใจฝึกฝน เชื่อว่าจะต้องก้าวหน้าได้เร็วขึ้นและประสบความสำเร็จมากขึ้นอย่างแน่นอน
เหลียงเฟยพยายามอย่างหนักที่จะเบี่ยงเบนความสนใจของตนเอง จดจ่ออยู่กับการฝึกฝนอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็สามารถควบคุมความปรารถนาของตนเองได้
ในขณะเดียวกัน เซียวหนิงเสวี่ยที่ขี้อายก็ลอยตัวขึ้นมาบนผิวน้ำอย่างระมัดระวังและสวมเสื้อผ้า นางยืนอยู่ริมสระน้ำครู่หนึ่ง เห็นว่าเหลียงเฟยที่อยู่ก้นสระสามารถสงบสติอารมณ์และตั้งใจฝึกฝนได้อย่างรวดเร็ว นางจึงไม่กลัวอีกต่อไป กัดฟันแน่นแล้วกระโดดลงไปในน้ำ
แม้ความตายจะมาเยือน ข้าก็หาหวั่นไม่ อย่างมากก็แค่ได้อยู่ร่วมกับเจ้า เหลียงเฟย …