สู่ชีวิตนิรันดร์ - บทที่ 27 ของวิเศษระดับเทพเจ้า
บทที่ 27 ของวิเศษระดับเทพเจ้า
ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากที่ไม่ไกลนัก เป็นเสียงเด็ก ๆ
เหลียงเฟยคิดว่าเป็นเด็กคนไหนกำลังเจออันตราย จึงรีบวิ่งไปดู แต่กลับไม่เจอใครเลย ขณะที่เขากำลังรู้สึกแปลกใจอยู่นั้น จู่ ๆ ก็เห็น ยันต์สื่อวิญญาณ กำลังส่องแสงวูบวาบ จึงรู้ว่าที่จริงแล้วนั่นไม่ใช่เสียงของมนุษย์ หากเป็นอสูรเด็กที่กำลังประสบภัย
ตามทิศทางที่เสียงดังมา เหลียงเฟยออกตามหา สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมากก็คือ สิ่งที่ส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือนั้น กลับเป็นไข่มุกเม็ดเล็ก ๆ งามวิจิตร
ในตอนนั้น ไข่มุกเม็ดนี้กำลังอยู่ในปากของห่านป่าตัวใหญ่
ห่านป่าตัวนั้น รูปร่างใหญ่โต ปีกทั้งสองข้างกางออก ยาวถึงหลายสิบจั้ง บินวนอยู่บนท้องฟ้า บดบังทั้งแม้กระทั่งแสงอาทิตย์ เหมือนกับก้อนเมฆดำขนาดใหญ่ก้อนหนึ่ง
ขณะนั้นเหลียงเฟยยังคงมีพลังที่ต่ำต้อย แต่เขาก็ไม่มีความกลัวแม้แต่น้อย!
เพียงแต่เขารู้ดีว่าตนเองมีกำลังเท่าไร จึงไม่ได้ใช้กำลังอย่างบ้าคลั่ง แต่ใช้สมองคิด ใช้วิธีต่อสู้ด้วยปัญญา
เหลียงเฟยไปหาอาหารของสัตว์วิเศษมาก่อน มาถึงหน้าผาชันที่มีกำแพงหิน เก็บก้อนหินขึ้นมา ใช้พลังอันแข็งแกร่ง ขว้างใส่ห่านป่าอย่างแรง เพื่อดึงดูดความสนใจของมัน จากนั้นจึงโยนอาหารลงไปทันที
ห่านป่าส่งเสียงร้องดังสะท้านฟ้า หมุนตัวบินโฉบมา ไล่ตามอาหารไป ปีกขนาดใหญ่กระพือ พลังอันแข็งแกร่งปัดเป่าให้เมฆลอยกระจายหายไปจนหมด ลมพายุพัดกระหน่ำ
เหลียงเฟย ไม่รีบร้อน กระโดดตัวขึ้นไปที่หน้าผาสูงพันจั้ง โผบินลงไป ตกลงไปบนตัวของห่านป่าที่ใหญ่โตมหึมา
ห่านป่ารู้สึกได้ว่าเหลียงเฟยตกลงมาบนหลังของมัน จึงม้วนตัวไปมาบนท้องฟ้าไม่หยุด แต่เหลียงเฟยได้ใช้พลังทั้งหมดในร่างกาย กำขนของมันไว้แน่น ทำให้ไม่ว่ามันจะทำอย่างไรก็สลัดเขาออกไปไม่ได้ กลับเป็นเพราะขนแทบจะถูกดึงขาด รู้สึกเจ็บปวดอย่างที่สุดจนส่งเสียงคำรามประหลาดออกมา
ในขณะเดียวกัน เหลียงเฟย ก็ค่อย ๆ เคลื่อนไปที่คอของห่านป่าอย่างยากลำบาก ในที่สุดหลังจากพยายามอย่างหนัก ก็มาถึงด้านหน้าของคอมันได้ ใช้สองมือกอดคอของมันไว้แน่น ตั้งใจจะบีบคอมันให้ตาย!
ห่านป่ารู้สึกถึงอันตรายตัวน้อย มันไม่หยุดตีปีกและม้วนตัวไปมา
แต่เหลียงเฟยกอดคอของมันไว้ ไม่ยอมปล่อยมือไม่ว่าอย่างไร
ห่านป่าเป็นสัตว์อสูรวิเศษชั้นสูง
สัตว์อสูรในโลกเสินอู่แบ่งเป็น 5 ระดับ ได้แก่ อสูรร้าย อสูรวิญญาณ อสูรสงคราม อสูรสวรรค์และสัตว์ในตำนาน แต่ละระดับแบ่งเป็น 3 ขั้น คือ สูง กลาง ต่ำ
ห่านป่าอสูรวิญญาณขั้นสูงนั้นแตกต่างจากสัตว์ร้ายธรรมดา ถึงแม้จะไม่มีท่วงท่าพิเศษอะไร แต่ก็ฉลาดหลักแหลม ยามที่เห็นว่าตนไม่อาจจะสลัดหลุดเหลียงเฟยได้ จึงหาทิศทางที่เหลียงเฟยอยู่ หลบเลี่ยงไม่ให้เขาหลบหนีจากการหมุนตัว พุ่งชนไปที่หน้าผาอย่างบ้าคลั่ง ตั้งใจจะชนให้เหลียงเฟยตายในครั้งเดียว
เหลียงเฟยคาดการณ์ไว้แล้วว่ามันจะใช้วิธีนี้ มุมปากเผยรอยยิ้มเล็กน้อย จงใจกอดมันแน่นไม่ขยับ ปล่อยให้ห่านใหญ่พุ่งชนไป เมื่อมันกำลังจะพุ่งชนผนังหิน เขาก็ปล่อยมือออกทันใด พุ่งไปหาต้นสนต้อนรับแขกที่ห้อยอยู่บนหน้าผา
แม้ว่าเขาจะมีระดับการฝึกฝนต่ำ แต่รากฐานแน่น ความทนทานสูง แขนขาคล่องแคล่ว รูปร่างปราดเปรียว ดังนั้นเมื่อตกลงบนต้นสนต้อนรับแขก จึงไม่ได้รับบาดเจ็บถึงชีวิต
ส่วนห่านใหญ่กลับเพราะพุ่งชนผนังหิน ทำให้คอบิดเบี้ยวทันที ส่งเสียงร้องโหยหวนดังขึ้นครั้งหนึ่ง ก่อนจะร่วงลงสู่ก้นหุบเขา
การดิ้นรนก่อนตายทำให้ห่านใหญ่ใช้แรงที่เหลือกระพือปีกไม่หยุด ทำให้ความเร็วในการร่วงลงของมันช้าลง
เหลียงเฟยเห็นสถานการณ์แล้วยิ่งรู้สึกดีใจ ร่างกายทะยานขึ้นอีกครั้ง กระโดดขึ้นหลังห่านใหญ่ กำหมัดแน่น ทุบตีอย่างบ้าคลั่งใส่หลังของห่านใหญ่
ห่านใหญ่ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสไม่มีทางจัดการเหลียงเฟยได้เลย ปล่อยให้เขาทุบตีอย่างบ้าคลั่งบนหลัง ความเร็วในการร่วงลงสู่ก้นหุบเขายิ่งเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ยามที่ตกลงกระแทกพื้นไม่นานก็สิ้นใจตาย
ผิดกับเหลียงเฟยที่ไม่ได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อยเพราะอยู่บนร่างกายมหึมาของมัน จากนั้นเขาก็ผ่าท้องมัน ท้ายที่สุดก็ได้ไข่มุกเม็ดนั้นมา เขาสามารถช่วยไข่มังกรประหลาดเม็ดนั้นไว้ได้
นกกระเรียน เหล่าไป๋ เป็นพยานเห็นการต่อสู้ครั้งนี้กับตาตัวเอง และในฐานะเพื่อนสนิทของเหลียงเฟยบนเกาะหมื่นอสูร ยังเคยเห็นเหลียงเฟยต่อสู้กับสัตว์ปีกและสัตว์ป่าอื่น ๆ อีกหลายครั้ง รู้ว่าถึงแม้เจ้าจะชอบแข่งขันและต่อสู้ แต่ทุกครั้งจะใช้สมอง เอาชนะการต่อสู้ที่ดูเหมือนไร้ความหวังครั้งแล้วครั้งเล่า
ก็เพราะเช่นนี้เหล่าไป๋ จึงรู้สึกว่าเหลียงเฟยคนนี้ ไม่ใช่คนโง่ที่ใช้ความรุนแรงอย่างเดียว แต่เป็นคนที่กล้าหาญและเฉลียวฉลาด!
เหลียงเฟยพกไข่มังกรติดตัวมาตลอด นอกจากรู้ว่าไข่มังกรใบนี้พูดได้ ยามที่เขาเหงา บางครั้งจะคุยกับมันสักพัก หรือรบเร้าให้มันเล่าเรื่องตลก นอกนั้นก็คิดว่ามันไร้ประโยชน์
จนกระทั่งวันนี้…
เขานิ่งชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วใช้ยันต์สื่อวิญญาณถามไข่มังกรเพื่อยืนยันว่านี่เป็นพลังของมันหรือไม่
เพราะมันยังมีความเป็นไปได้อีกอย่างหนึ่ง ศาสตร์บงการสวรรค์ เพราะศาสตร์ที่สร้างขึ้นเองนี้ ภายในร่างกายจึงมีพลังลึกลับบางอย่างที่ไม่รู้จักแฝงอยู่
แต่ความจริงนั้นอยู่ที่ปากของไข่มังกรวิเศษนี้แล้ว “ใช่แล้วล่ะ ข้ากำลังช่วยพวกเขาถอนพิษ จริง ๆ แล้วข้าเป็นมังกรกินพิษ ที่ไม่ยอมบอกเจ้ามาตลอด เพราะกลัวว่าถ้าเจ้ารู้แล้ว ด้วยนิสัยชอบช่วยเหลือผู้อื่นของเจ้า จะเอาข้าไปช่วยถอนพิษให้คนอื่นทั่วไป จนเกิดเรื่องวุ่นวาย! วันนี้ข้าเห็นว่าเซียวหนิงเสวี่ยและครอบครัวไม่ใช่คนไม่ดี ข้าจึงช่วยพวกเขา”
เหลียงเฟยได้ยินดังนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะทำสีหน้าอึดอัดใจและถอนหายใจเบา ๆ กับตัวเอง ข้าแค่ชอบต่อสู้เท่านั้น ทำไมถึงมองข้าเป็นเด็กเล็ก ๆ ที่ชอบก่อเรื่องวุ่นวายแบบไปวัน ๆ แบบนั้นไปได้?
อย่างไรก็ตาม เขาก็เข้าใจถึงเจตนาของอีกฝ่ายได้ ในโลกที่ผู้แข็งแกร่งกินผู้อ่อนแอเช่นนี้ ผู้บริสุทธิ์ไร้ความผิดก็จริง แต่ถ้าหากครอบครองของล้ำค่ากลับมีความผิด หากเจ้ามีของวิเศษ ผู้อื่นย่อมอิจฉาริษยา และจะมาหาเรื่องเจ้าอย่างแน่นอน
เช่นเดียวกับตระกูลเซียวที่มีเซียวหนิงเสวี่ย สตรีงามดุจนางฟ้าแดนสวรรค์ มันจึงได้ชักนำให้เกิดโศกนาฏกรรมเพียงเพราะต้องการครอบครองนางผู้งดงามเช่นนี้
ทว่าเหลียงเฟยมิใช่คนโง่ หากมีของวิเศษใด เขามักจะซ่อนมันไว้ให้ดี ไม่เคยเปิดเผยให้ใครรู้โดยง่าย
ดังนิสัยที่มักจะทำอยู่เสมอ นั่นคือ ไม่เผยไพ่ตายหากไม่จำเป็น!
เซียวหนิงเสวี่ยเห็นเหลียงเฟยช่วยบิดาและมารดาของนาง ก็รู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งนัก ครั้นเมื่อเห็นเขายืนเหม่ออยู่ จึงถามอีกครั้ง “เหลียงเฟย เจ้าไม่มีของวิเศษติดตัวแน่หรือ? พลังเช่นนี้ อย่างน้อยก็ต้องเป็นของวิเศษระดับเทพเจ้าขั้นกลางเลยนะ!”
ในโลก เสินอู่ วิเศษแบ่งเป็น 5 ระดับ ได้แก่ ของวิเศษทั่วไป ของวิเศษล้ำค่า ของวิเศษวิญญาณ ของวิเศษเทพเจ้าและของวิเศษศักดิ์สิทธิ์! แต่ละระดับยังแบ่งเป็น 3 ขั้น คือ สูง กลาง และต่ำ!
ของวิเศษระดับเทพเจ้าขั้นกลาง?
นับว่าเป็นของล้ำค่ายิ่งนัก
เช่นนี้แล้วพลังอันน่าอัศจรรย์ของไข่มังกรก็ทรงพลังยิ่ง มิเช่นนั้นเซียวหนิงเสวี่ยคงไม่กล่าวเช่นนี้
เหลียงเฟยได้สติ ถอนหายใจแล้วกล่าว “สภาพอย่างข้าเนี่ยนะจะมีของวิเศษระดับเทพเจ้า? แถมยังเป็นขั้นกลางอีก? ทั้งตัวข้า มีของวิเศษแค่ระดับล้ำค่าก็ถือเป็นบุญโขแล้ว!”
นางดูจะไม่ค่อยเชื่อนัก จึงชี้ไปที่บิดามารดาของนางด้วยความสงสัย “งั้นเจ้าใช้วิธีใดกำจัดพิษในตัวท่านทั้งสองได้?”
ชายหนุ่มชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วแสร้งทำสลบไปทันที!
แสร้งทำเป็นว่าเป็นพลังของตนเอง บัดนี้หมดแรงไปแล้วจึงยืนไม่ไหว
มิใช่เขาไม่ไว้ใจเซียวหนิงเสวี่ย หากแต่ไม่อาจไร้ซึ่งความระแวดระวัง แม้ตนจะช่วยนางแล้ว แต่ก็ยังไม่รู้จักนางดีพอ!
อีกทั้งดังคำของไข่มังกร บางสิ่งยิ่งมีคนรู้น้อยเท่าไรก็ยิ่งดี บางทีการบอกนาง อาจจะเป็นผลร้ายต่อนางเสียเอง กลัวมันจะกลายเป็นการทำร้ายนางไป!
ความลับ หากเก็บงำไว้ในใจของข้าเท่านั้น จึงจะเป็นความลับ หากบอกใครไป แม้จะเป็นคนที่ไว้ใจที่สุด ก็ไม่ใช่ความลับอีกต่อไป กลับกลายเป็นจุดอ่อนที่ผู้อื่นอาจใช้จับผิดข้าได้
ส่วนเรื่องที่จะไปตามหาความเป็นธรรมจากตระกูลโหลวนั้นค่อยว่ากันทีหลัง!
พอดีเลยที่จะหาข้ออ้างไม่ให้เซียวหนิงเสวี่ยตามไปด้วย จะได้ไม่ต้องเดือดร้อน
ไม่ว่าอย่างไรเขาก็เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แล้ว ตระกูลโหลวตระบัดสัตย์ไม่ยอมให้ยาถอนพิษ หนำซ้ำกลับให้ยาพิษมา เห็นได้ชัดว่าคนเหล่านี้ไม่ไว้หน้าผู้ใดอื่น หาโอกาสที่จะกลั่นแกล้งทุกเวลา
หากไม่แสดงฤทธิ์เดชให้พวกเจ้าเห็นบ้าง เสือไม่ขู่คำราม คงไม่ต่างจากแมวพาดลายตัวใหญ่ที่ปราศจากความเกรงขาม!