สู่ชีวิตนิรันดร์ - บทที่ 44 ฆ่าไอ้เด็กเวรนั่นซะ สุ่ยหยุน
บทที่ 44 ฆ่าไอ้เด็กเวรนั่นซะ สุ่ยหยุน
ภาพเหตุการณ์นี้ ยิ่งใหญ่และอันตรายประหนึ่งภูเขาไฟระเบิด!
ฝุ่นที่ลอยขึ้นมานั้น ภายใต้พลังควบคุมวัตถุ พวกมันก็พลอยหยุดลอยนิ่งไปในพริบตา พริบตาต่อมา วัตถุเบาหวิวเช่นนี้ย่อมพุ่งเข้าใส่หลัวถัวสุ่ยหยุนด้วยความเร็วที่มากยิ่งขึ้น!
เพียงหนึ่งลมหายใจ ฝุ่นควันที่ม้วนตัวขึ้น ก็กลืนกินหลัวถัวสุ่ยหยุนและสี่สาวจนมิด ไร้ร่องรอยให้เห็น
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้สตรีทั้งห้าจากสำนักไป่ตู๋แทบจะล้มทั้งยืนก็คือ เหลียงเฟยยังไม่ได้ปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมาแม้แต่นิดเดียว
เพียงแค่เห็นดวงตาของเขาปล่อยแสงอำมหิตออกมาเพียงเล็กน้อย ร่างทั้งร่างก็เริ่มเต้นระบำอย่างรวดเร็ว แสงสีขาวและสีเขียวนับไม่ถ้วนกระจายออกมาอย่างรวดเร็ว พุ่งเข้าไปในกลุ่มฝุ่นที่ม้วนตัว ล้อมรอบพวกนางอย่างแน่นหนา
ฝุ่นละอองเล็ก ๆ ทำให้พวกนางแทบหายใจไม่ออก ในขณะที่พลังของแสงบังคับให้พวกนางต้องปล่อยพลังออกมาต่อต้าน ทำให้ต้องหายใจเร็วขึ้น สูดฝุ่นเข้าไป นำไปสู่การขาดอากาศหายใจและเสียชีวิต!
พลังควบคุมวัตถุช่างทรงพลังจริง ๆ !
เมื่อครู่เหลียงเฟยแทบจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหลัวถัวสุ่ยหยุนเลย ตอนนี้เผชิญกับพลังที่รุนแรงยิ่งขึ้นของนางและการร่วมมือกันของสี่แมงมุมสาว ไม่เพียงแต่ไม่เป็นไร แต่ยังบีบให้พวกนางตกอยู่ในสถานการณ์ที่หนีไม่พ้น
เหลียงเฟยอดไม่ได้ที่จะยิ้มเล็กน้อย รู้สึกว่าพลังควบคุมวัตถุไม่ทำให้เขาผิดหวังจริง ๆ
แต่เขารู้ว่าพลังควบคุมวัตถุยังไม่ได้มีเพียงเท่านี้ เพราะการฝึกฝนวิถีเทพของเขายังต่ำมาก รอให้เขาฝึกฝนจนระดับสูงขึ้น การวิถีเทพที่แข็งแกร่งเมื่อผสานเข้ากับพลังควบคุมวัตถุ จะต้องไร้เทียมทานแน่นอน!
น่าเสียดายที่ตอนนี้พี่น้องตระกูลเซียวยังสลบไม่ได้สติ ไม่อย่างนั้น ถ้าให้พวกเขาได้เห็นเหลียงเฟยปล่อยกระบวนท่าที่เก่งกาจขนาดนี้ ต้องดีใจเป็นอย่างยิ่งแน่ ๆ
โหลวอวี้ตี๋และชายร่างผอมที่ดูเหมือนจะคอยปกป้องเขาอยู่ข้าง ๆ อ้ำอึ้งกับภาพที่เห็นนี้ไม่น้อย พลังนี้น่ากลัวและพวกเขาตระหนักได้ว่าหากเป็นตนที่โดนล่ะก็ ป่านนี้คงตายไปแล้วแน่ ๆ !
ถึงแม้พวกเขาจะรู้มานานแล้วว่าเหลียงเฟยไม่ใช่คนธรรมดา แต่พวกเขาก็อดรู้สึกแบบนี้ไม่ได้ บ่งบอกว่าไม่กล้าจินตนาการว่าถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป พวกเขาจะยังมีชีวิตรอดอย่างโชคดีหรือไม่
ในที่สุดยอดฝีมือร่างผอมเห็นว่าหลัวถัวสุ่ยหยุนและคนอื่น ๆ ไม่สามารถหลุดออกจากวังวนฝุ่นได้เป็นเวลานาน จึงพาโหลวอวี้ตี๋ถอยหนีไปก่อนอย่างไร้ร่องรอย ความกลัวนี้ทำให้พวกเขาไม่แม้กระทั่งกล้าฉวยโอกาสจากคนที่กำลังลำบาก นำ เซียวหนิงเสวี่ยที่กำลังสลบไสลกลับจวนไปเพื่อปู้ยี่ปู้ยำสตรีสวยคนนี้ด้วย
ที่ไร้ยางอายที่สุดก็คือ โหลวอวี้ตี๋ ก่อนจะหนีออกจากสนามรบยังไม่ลืมตะโกนทิ้งทวน “หลัวถัวสุ่ยหยุน เจ้าต้องฆ่าเหลียงเฟยให้ได้! อย่าให้มันมีชีวิตรอด!”
ในโลกนี้ยังมีคนประเภทโหลวอวี้ตี๋อยู่จริง ๆ น่าประหลาดใจยิ่งนัก!
พวกนางทั้งห้าจากสำนักไป่ตู๋ยังคงดิ้นรนอยู่ในฝุ่นควันที่คละคลุ้ง
ขณะที่ดูเหมือนพวกนางกำลังจะตาย ไม่คาดคิดว่าในหมอกฝุ่นนั้น จู่ ๆ ก็เกิดแสงสีขาวระเบิดออกมาไม่หยุด คลื่นพลังอันทรงพลังกระจายออกไปทั่ว อย่างรวดเร็วกวาดฝุ่นควันบนท้องฟ้าจนหมด ทำให้ทุกอย่างกลับมาชัดเจนและสว่างไสวอีกครั้ง
แต่เหลียงเฟยไม่ได้ตกใจแต่อย่างใด เพียงแค่ยังคงใช้พลังควบคุมวัตถุต่อไป ควบคุมฝุ่นละอองเล็ก ๆ นับไม่ถ้วนเหล่านั้น พุ่งเข้าโจมตีพวกนางอีกครั้ง
หลัวถัวสุ่ยหยวนขบกรามแน่น กวาดตามองซ้ายขวา ไม่รู้ว่าส่งสัญญาณบอกคำสั่งแบบใด
หลังจากนั้นก็เห็นนางพาสี่นางแมงมุมปีศาจ เคลื่อนไหวราวกับปีศาจ จู่ๆ แสงสีขาวนับไม่ถ้วนก็พุ่งออกมาจากร่างของพวกนาง กวาดไปทั่วอย่างบ้าคลั่ง
ในตอนแรก แสงสีขาวหมุนวนไม่หยุด พร้อมกับคลื่นพลัง กระจายฝุ่นควันที่เหลียงเฟยส่งมาใส่พวกนาง
ต่อมา แสงสีขาวหลายสิบสายก็แบ่งเป็นสอง สองเป็นสี่ ค่อย ๆ เล็กลง ในที่สุดก็บางเฉียบราวกับใยแมงมุม
สุดท้าย แสงสีขาวทั้งหมดที่เหมือนใยแมงมุม ราวกับงูนับพันตัว คล่องแคล่วว่องไวพุ่งเข้าใส่เหลียงเฟย
เหลียงเฟยเห็นดังนั้นก็ยกคิ้วขึ้น เผชิญหน้ากับพลังที่แปลกและทรงพลังเช่นนี้ ไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย ในพริบตาก็เปลี่ยนจากการโจมตีเป็นการป้องกัน
อย่างรวดเร็ว ก็เห็นฝุ่นผงและวัตถุนับไม่ถ้วนเหล่านั้น หมุนวนล้อมรอบร่างของเหลียงเฟย ก่อตัวเป็นเกราะป้องกันที่ไม่มีอะไรทำลายได้
การก่อตัวของเกราะป้องกันชั้นนี้ของเหลียงเฟย ผสมผสานท่วงท่าศิลปะการต่อสู้ของสองตระกูลเย่ว์และโหลว รวมถึงศิลปะการต่อสู้ขั้นสูงที่เขาคิดค้นขึ้นเองจากสรรพสิ่งในโลก
นี่ทำให้เกราะป้องกันทั้งหมด ผสมผสานความแข็งและอ่อน เปลี่ยนแปลงคาดเดาไม่ได้ ใช้แรงของศัตรู หรือใช้จุดอ่อนเอาชนะจุดแข็ง ในที่สุดก็ทำให้พลังโจมตีอันแปลกประหลาดของสำนักไป่ตู๋ ถูกขัดขวางไว้ที่ระยะสามฉื่อ[1] ไม่สามารถบุกเข้ามาได้อีกแม้แต่น้อย
ในขณะเดียวกัน เหลียงเฟยก็ใช้วิถีเทพและใช้พลังจิต ไม่หยุดผสานแสงสว่าง ค่อย ๆ บุกเข้าใส่หลัวถัวสุ่ยหยุน เตรียมพร้อมที่จะโจมตีอีกครั้งเพื่อสังหาร!
แต่การโจมตีผสานครั้งนี้ของห้าคนจากสำนักไป่ตู๋ มันรุนแรงยิ่งนัก ถึงแม้จะโจมตีเหลียงเฟยไม่ถูก แต่ในขณะที่พวกนางไม่หยุดขยับร่างกาย ปล่อยพลังออกมา อย่างน้อยก็สามารถขัดขวางไม่ให้เหลียงเฟยบุกเข้ามาใกล้ตัวได้
ในชั่วขณะหนึ่ง ทั้งสองฝ่ายต่างตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน ต่างฝ่ายต่างพยายามใช้พลังอย่างต่อเนื่อง
มองดูว่าใครจะสามารถอดทนได้จนถึงที่สุด!
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่หลัวถัวสุ่ยหยุนยืนหยัดมาได้ครู่หนึ่ง นางก็กล่าวขึ้นอย่างกะทันหัน “เหลียงเฟย พวกเราหยุดต่อสู้กันเถอะ! ข้าจะให้ยาแก้พิษแก่พี่น้องตระกูลเซียว และรักษาบาดแผลให้เซียวอู่เหยียน! หากเจ้ายังคงต้องการสู้ต่อไป ถึงแม้เจ้าจะสามารถฆ่าพวกข้าได้ เจ้าก็ไม่อาจได้ยาแก้พิษ และพี่น้องตระกูลเซียวก็มีโอกาสสูงที่จะตาย!”
เหลียงเฟย ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองด้วยสายตาเย็นชา แล้วถามกล่าว “เจ้าพูดจริงหรือ?”
“จริงสิ!”
“แต่ข้าจะเชื่อเจ้าได้อย่างไร? สำนักไป่ตู๋ของพวกเจ้ามีข่าวลือไม่ค่อยดีนักในดินแดนเสินอู่แห่งนี้!”
“หากพวกข้าผิดคำพูด เจ้าก็สามารถลงมือฆ่าข้าได้ทันที!” หลัวถัวสุ่ยหยุน ตอบกลับอย่างเด็ดขาด ดูเหมือนจะมีความจริงใจที่จะเจรจาสงบศึก
คราวนี้เหลียงเฟยกลับยิ้มเล็กน้อย และตอบตกลงกับนางอย่างรวดเร็ว “ได้ งั้นพวกเราก็หยุดพร้อมกัน ข้าจะนับถอยหลัง สาม สอง หนึ่ง!”
พร้อมกับเสียงสุดท้ายดังขึ้น เหลียงเฟยก็รีบหยุดมือ แต่เพื่อความปลอดภัย เขายังคงผสานพลังโจมตีเข้ากับเกราะป้องกัน เพื่อป้องกันไม่ให้หลัวถัวสุ่ยหยุนใช้กลลวงและฉวยโอกาสโจมตีอย่างไม่ทันตั้งตัว
ผลปรากฏว่าทั้งสองฝ่ายต่างรู้สึกเช่นเดียวกัน หลัวถัวสุ่ยหยุนเองก็กลัวว่าเหลียงเฟยจะใช้กลลวง จึงได้เปลี่ยนพลังของตนให้เป็นพลังป้องกันในขณะที่ถอยกลับ
สุดท้ายทั้งสองต่างหัวเราะเบา ๆ อย่างเยาะเย้ยตัวเอง
เหลียงเฟยเป็นฝ่ายกลับมาจริงจังก่อน เขาหันไปมองพี่น้องตระกูลเซียวที่สลบไสลอยู่
ไม่คิดว่าหลัวถัวสุ่ยหยุนจะไม่รอช้า นางลงมือโดยไม่รอให้เหลียงเฟยเอ่ยปาก เพียงแค่โบกฝ่ามือเรียวสวยเหมือนผิวหยกของนาง ใยแมงมุมที่อยู่บนตัวพี่น้องตระกูลเซียวก็พลันสลายออกทันที พร้อมกันนั้นเจ้าสำนักสาวก็ขว้างยาแก้พิษออกมาอีกสองเม็ด ด้วยฝีมือชั้นเลิศ ยาเหล่านั้นเข้าปากของพวกเขาได้อย่างแม่นยำไม่ผิดพลาด
ยานั้นเป็นยาดี พอเข้าปากก็ละลาย
แต่หลัวถัวสุ่ยหยุนก็ยังคงระมัดระวังตัวอย่างมาก นางและผู้ติดตามทั้งสี่ยังคงไม่ยอมปล่อยลดความหวาดระแวง และไม่ยอมกลับคืนสู่ร่างมนุษย์ปกติ
ด้วยเหตุนี้ เหลียงเฟยผู้ที่ไม่ได้โง่เขลา จึงลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะถามอีกครั้ง “ข้าจะเชื่อได้อย่างไรว่า เจ้าให้ยาแก้พิษที่แท้จริงแก่พวกเขา ข้าเคยถูกหลอกที่ตระกูลโหลวมาแล้ว ต้องพยายามอย่างหนักกว่าจะได้ยาแก้พิษมา แต่กลับเป็นของปลอม เกือบถูกพวกเขาหลอกแล้ว”
เมื่อหลัวถัวสุ่ยหยุนได้ยินดังนั้น นางรู้สึกไม่พอใจยิ่งนัก เงียบไปครู่หนึ่ง เห็นพี่น้องตระกูลเซียวค่อย ๆ ฟื้นขึ้นมา จึงกล่าวต่อ “เชื่อได้แล้วหรือไม่?”
ทว่าเหลียงเฟยก็ยังคงส่ายหน้าอย่างไม่เชื่อถือ
“เจ้า!” หลัวถัวสุ่ยหยุนรู้สึกไม่พอใจมากขึ้น จึงหันหน้าไปกล่าวถาม “ได้ งั้นเจ้าบอกข้ามาสิ เจ้าจะเชื่อได้อย่างไร?”
เห็นเช่นนั้นเหลียงเฟยก็คลี่ยิ้มอยู่ในใจ ดูจากปฏิกิริยาของหลัวถัวสุ่ยหยุนบางทีนางอาจจะไม่ได้หลอกลวงอีกแล้วก็ได้
——————-
ฉื่อ[1] หน่วยวัดสมัยจีนโบราณ 1 ฉื่อ มีค่าเท่ากับ 10 ชั่ง (ประมาณ 3 ฟุต)