สู่วิถีอมตะ - บทที่ 211-220
บทที่ 211 ย่างจระเข้กลืนสวรรค์
คังรุ่ยอ้าปากกว้าง ใช ้กฎการกลืนกินย่อยทุกสิ่งที่เขาเขมือบลง ไป
กระทั่งศิลาก็ย่อยได้!
สุดยอดฝีมือเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์เขมือบได้กระทั่งดวงดาว!
เจียงผิงอันสัมผัสได้ชัดเจนว่าปราณในกายถูกอีกฝ่ ายสูบออก ร่างลอยเข้าไปหาอย่างเกินควบคุม
กฎการกลืนกินเป็ นอานาจกฎเกณฑ์ประหลาดยิ่ง
เพิ่งเคยได้เห็นเป็ นครั้งแรก
เมื่อเห็นเจียงผิงอันถูกสูบเข้ามาหา ผู้ฝึ กตนทั้งหลายก็หัวใจ สะท้าน
จบเห่แล้ว!
ถูกสูบเข้ามาแล้ว!
เจียงผิงอันก็ด้อยกว่าเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์หรือ?
เมื่อเห็นเจียงผิงอันถูกสูบเข้าหาได้ง่าย ๆ ดวงตาจระเข้ของคังรุ่ย ก็เรืองประกายดูแคลนและผิดหวัง
เจ้านี่อ่อนแอนัก ต้องไม่อร่อยแน่ ๆ
แต่เขาก็ยังเป็ นผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดผู้หนึ่ง ก็ยัง มีประโยชน์ต่อการเสริมสร ้างการฝึกฝน
เมื่อเจียงผิงอันถูกสูบมาถึงปากของคังรุ่ย เขาก็เงื้อหมัดขึ้น
คังรุ่ยเมินหมัดนั้นไปอย่างสมบูรณ์ การโจมตีขยะ ๆ ไร ้กฎเกณฑ์ เช่นนี้มิระคายผิวเขาหรอก…
เปรี้ยง!
โลหิตสาดกระเซ็นแดงฉาน ศีรษะจระเข้ของคังรุ่ยหายวับไปทั้ง หัว
ปีศาจจระเข้แรกก าเนิดในร่างมีสีหน้าสุดสะพรึง
“มิคาดจริง ๆ ว่าอีกฝ่ ายจะพละก าลังแข็งแกร่งจนไม่ต้องใช้ กฎเกณฑ์ ร่างนี้ก็พินาศได้!”
ผู้ฝึกตนบางคน กระทั่งใช ้กฎเกณฑ์ยังไม่สะท้านร่างของมันเลย!
มันคิดหลบหนี แต่ถูกเจียงผิงอันคว้าไว้แล้วระเบิดไปทันที
“ข้าเกลียดพวกเจ้าเผ่าปีศาจที่ใช ้ร่างมนุษย์จริง ๆ น่าขยะแขยง นัก”
เจียงผิงอันลดหมัดลงอย่างสุขุม
ร่างของคังรุ่ยร่วงลงกองกับพื้น ฝุ่นควันฟุ้ งตลบสูง
ฟ้ าดินเงียบกริบ
ปี ศาจจระเข้ที่เสวนากันนอกอาคมหุบปากฉับ ม่านตาหดตัว เล็กน้อย
ผู้ฝึกตนที่เป็ นห่วงเจียงผิงอันผ่อนหายใจโล่งอก ตกใจหมด คิด ว่าเจียงผิงอันจะรับมือเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์มิได้เสียแล้ว
แต่เมื่อคิดดูดี ๆ เป็ นห่วงไปก็เกินกว่าเหตุ เผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ ดาษดื่นเช่นนี้จะเป็ นภัยคุกคามต่อเจียงผิงอันได้อย่างไร?
เผ่าจระเข้ที่ถูกเจียงผิงอันสังหารหวนคืนร่างเดิมทันใด
มันเป็ นจระเข้ขนาดมหึมา ยาวสามจั้งกว่า เป็ นสีเทาดา ปกคลุม ด้วยเกล็ดแข็ง กรงเล็บแหลมคม ทว่าไร ้ศีรษะ โลหิตหยาดหยด
“คังรุ่ย ไอ้โง่นี่ไม่รู ้จักป้ องกัน สมควรตายแล้ว”
คังหงกวงเหินเข้าไปในอาคม “เจ้าแมลง! กล้าสังหารเผ่าจระเข้ กลืนสวรรค์อันสูงส่งของเรา เจ้ามีโทษสถานเดียวคือตาย!”
ผู้ดูแลอาคมกล่าวขึ้นเฉียบพลัน “จากกฎเกณฑ์ ต้องรอหนึ่งชั่ว ก้านธูปมอดจึงท้าทายได้ หากฝ่ าฝืนกฎ เจ้าจะตาย”
เผ่าปีศาจมาทาตัวกร่างกาแหงในถิ่นมนุษย์ หากมิใช่เพราะยอด ฝีมือเหล่านี้ไม่อาจลงมือกับตัวตนขอบเขตต่ากว่าตามใจชอบเพราะ
จะเป็ นการฝ่ าฝืนกฎเกณฑ์ พวกเขาคงฆ่าเจ้าพวกนี้ตกตายไปนาน แล้ว
เจียงผิงอันไม่ต้องฟื้นตัว แต่เขาฉวยโอกาสเวลาส่วนนี้ไปทา อย่างอื่น
ไม่ได้กินอะไรมานานแล้ว เกือบลืมแล้วด้วยว่าการกินอาหารเป็ น เช่นไร
เขารวบรวมไม้ฟืนบนพื้นมากองรวมกัน และใช ้วิชาลูกไฟใส่ฟืน
เจียงผิงอันนากระบี่เล่มหนึ่งออกมา ถลกหนังเหนียวแข็ง ภายนอกของจระเข้กลืนสวรรค์ ผ่าเครื่องในแล้วโยนส่วนที่กินไม่ได้ ให้กับแมลงสูบโลหิตเก้าวังเวง
จระเข้ตัวนี้มีขนาดยาวสามจั้งกว่า เขาตัดออกมาสองฉื่อ หลัง ชาระล้างแล้ว เขาก็เสียบกระบี่แล้วยกขึ้นย่างไฟ
“แกไอ้สารเลว! วอนตายเสียแล้ว!”
คังหงกวงมองสหายร่วมเผ่าถูกช าแหละย่างไฟต่อหน้า โทสะก็ ระเบิดเยี่ยงภูเขาไฟ ปราณชวนสะพรึงหลากจากร่าง ปรวนวายุป่ วน เมฆา
“โอ้? ยังรู ้จักโมโหเป็ นด้วยหรือ?”
เจียงผิงอันยิ้มหยัน
แม้เขาจะฝึกฝนอยู่ เขาก็ยังได้ยินวาทะของเจ้าพวกนี้
กักขังมนุษย์ กินเด็กชาวมนุษย์
ตราบใดที่เป็ นคนปกติ ได้ยินแล้วย่อมมีโทสะ
เจียงผิงอันวางกระบี่พักบนไม้ ลุกขึ้นปัดฝุ่นทรายบนมือ
“มาสิ ข้ารู ้ว่าเจ้าอยากมานอนข้างเพื่อนร่วมเผ่าเจ้าแทบทนไม่ ไหวแล้ว”
“เจ้ามนุษย์สามหาว! คิดจริง ๆ หรือว่าฆ่าคังรุ่ยไปแล้วจะท าตัว กร่างก าแหงได้? ข้าจะให้เจ้ารู ้เองว่าแมลงเป็ นเช่นไร!”
คังหงกวงแปรลักษณ์ ร่างปกคลุมด้วยเกล็ดจระเข้ ปราณปีศาจ รุนแรงทะยานสู่ฟ้ า
แม้จะมีอาคมคั่น ผู้คนภายนอกยังสัมผัสปราณปีศาจรุนแรงนี้ได้
มันน่ากลัวจริงแท้ เพียงสุ่มเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์มาสักตนยัง แข็งแกร่งเพียงนี้
หากมนุษย์คิดฝึกฝนให้แข็งแกร่งถึงระดับนี้ ก็ต้องใช ้ทรัพยากร มากมาย และในหมู่ผู้ฝึกตนนับแสน ก็อาจเกิดยอดฝีมือเช่นนี้ได้สัก คน
ทว่าเผ่าปีศาจเหล่านี้ แม้จะไม่ต้องฝึกฝนมากมาย ก็ยังมีร่างกาย แข็งแกร่งเหนือขอบเขตเดียวกัน
ความได้เปรียบเดียวของเผ่ามนุษย์คือ ภูมิปัญญาอันล้าหน้า
ก่อนที่มหาจักรพรรดิจะสร ้างวิชาฝึ กฝน เผ่าปี ศาจเหล่านี้ใช ้ เพียงพรสวรรค์สัญชาตญาณในการขับเคลื่อนกฎเกณฑ์ในฟ้ าดิน
มหาจักรพรรดิต่างหากที่ผสานกฎฟ้ าดิน สร ้างวิชาฝึกฝนขึ้นมา และเผ่าต่าง ๆ จึงลอกเลียนฝึกฝนตาม
ภายหลัง ราชันศักดิ์สิทธิ์คิดค้นการฝึกกายา ทุกเผ่าพันธุ์ก็เริ่ม ลอกเลียนท าตาม
สัตว์ภูตเกิดมาก็วิ่งได้ ขณะที่มนุษย์ต้องได้รับการดูแลจึงรอด ตายเมื่อเกิดมา อ่อนแอเป็ นยิ่งนัก
ร่างของคังหงกวงเต็มไปด้วยปราณปีศาจ กฎแห่งวารีและกฎการ กลืนกินโอบล้อมรอบกาย
หัวใจเหล่าผู้ชมกระดอนแขวนอีกครั้ง
พวกเขารู ้ว่าเจียงผิงอันแข็งแกร่งมาก แต่ก็ยังเป็ นห่วงว่าจะเกิด อะไรขึ้นกับเขา
หากเจียงผิงอันพ่ายลงยามใด จระเข้กลืนสวรรค์เหล่านี้จะเหิมเก ริมกันอีกแน่นอน
คังหงกวงฉีกปากจระเข้ยิ้มเย้ย “มีข่าวร ้ายมาบอก ข้าแข็งแกร่ง กว่าคังรุ่ยสามเท่า!”
เขาพุ่งมาตรงหน้าเจียงผิงอันในพริบตา ความเร็วสูงล้าเสียจนคน ทั่วไปมิอาจพินิจชัด
เขาเงื้อกรงเล็บอันเรืองประกายเย็นเยียบ ฟาดเข้าใส่ศีรษะของ เจียงผิงอัน
เปรี้ยง!
เจียงผิงอันเหวี่ยงหมัดใส่ศีรษะของอีกฝ่าย
ดวงตาข้างหนึ่งของคังหงกวงปลิ้นออกมานอกเบ้า ศีรษะบุบบี้ ร่างกระดอนกลับเร็วเสียยิ่งกว่าขามา
เปรี้ยง! ตู้ม! ตู้ม!
ร่างของคังหงกวงกระแทกกับบรรพตไปหลายลูกติดกันกว่าจะ หยุดได้
ความเหิมเกริมบนใบหน้า ปราณปี ศาจในกายล้วนมลายสิ้น ใน ดวงตาข้างเดียวที่เหลือมีเพียงความกลัว
เหตุใดมนุษย์นี่จึงน่าสะพรึงได้เพียงนี้!
หนี!
มีเพียงความคิดเดียวในหัวคังหงกวง
หนึ่งเสียงดังมาจากเบื้องหลัง ชวนให้เขาขนลุกขนพอง
“ร่างปีศาจแข็งหนาจริงหนอ หมัดเดียวไม่ระเบิด งั้นขออีกหมัด”
เจียงผิงอันออกอีกหมัดฟาดเขาลงพื้น แดนดินแยกร ้าว ขุนเขา ทรุดตัว ฝุ่นหินปลิวกระเด็น
จระเข้กลืนสวรรค์ตัวนี้จะแข็งแกร่งกว่าตัวที่แล้วหรือไม่ เจียงผิง อันมิอาจทราบ
แต่ขนาดตัวของเจ้านี่ใหญ่กว่าตัวที่แล้วสามเท่า ขนาดราวสิบ สองจั้งได้
เจียงผิงอันลากร่างไร ้ศีรษะของคังหงกวงกลับไปนั่งย่างเนื้อ ขณะ กล่าวกับเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ตนอื่น ๆ นอกอาคม “ต่อสิ”
สีหน้าจระเข้กลืนสวรรค์ทั้งหลายแปรเปลี่ยนเฉียบพลัน ดวงตา เปี่ยมความตกตะลึง
“เจ้านี่แข็งแกร่งยิ่งนัก!”
“พวกแมลงเผ่ามนุษย์ อย่าได้ใจไป! ข้าจะไปเรียกอัจฉริยะเผ่าเรา มา!”
เผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ทั้งหลายรู ้ว่าตนสู้เจียงผิงอันมิได้ ก็รีบเหิน จากไป
คนของพวกเขาอยู่ที่เนตรบรรพชน รอรับมรดกสาเร็จแล้วจึง จากจร
เมื่อเห็นพวกเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์เผ่นหนี ผู้ฝึ กตนมากมายก็ หน้าชื่นตาบาน
“ขยะ! อย่าหนีสิ!”
“นั่นสิ สู้กับเจียงผิงอันต่อสิ!”
“ถุ้ย! พวกตาขาว!”
เผ่าปีศาจมาเหิมเกริมในถิ่นมนุษย์ แม้จะขุ่นเคืองเพียงไร แต่ทุก ผู้ก็ใช่จะรับมือไหว
โชคยังดีที่เจียงผิงอันเก่งกาจพอ สังหารสองตัวตนเผ่าจระเข้กลืน สวรรค์ลงในพริบตา
บางที หากก่อนหน้านี้ส่งเจียงผิงอันไปสู้ยามเดิมพันกับเผ่าจระเข้ กลืนสวรรค์ พวกเขาก็อาจไม่พ่าย และเผ่ามนุษย์ก็อาจไม่เสียหน้า
เซี่ยชิงมองสีหน้าสุขุมของเจียงผิงอัน แล้วภาพยามแรกพบเขาก็ ค่อย ๆ ปรากฏซ ้อนขึ้นในใจ
เด็กหนุ่มสิ้นความเฉยเมยและความเยาว์วัยในกาลก่อน เยือก เย็นและอหังการขึ้นมาหน่อยแล้ว
“เด็กนั่นโตแล้ว”
บทที่ 212 อ่อนแอเกินไป
เซี่ยชิงส่งกระแสปราณแก่เจียงผิงอัน
“แม้เจ้าจะแข็งแกร่งอยู่แล้ว แต่อย่าได้ย่ามใจ”
“ปัวซือจากสานักบัญชาศพแดนประจิมขึ้นถึงยอดเขาเส้นทางสู่ สวรรค์ได้ในรวดเดียว พลังใจของเขามิได้ด้อยไปกว่ามหาจักรพรรดิ เลย”
“อัจฉริยะเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์เสียกาลังไปสองตนติดกัน กระทั่ง บุตรศักดิ์สิทธิ์ของแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อยังบาดเจ็บกว่าจะชนะได้”
“เหนือฟ้ ามีฟ้ า เหนือคนมีคนนะ”
นางกลัวว่าเด็กหนุ่มจะแข็งแกร่งเกินไปจนหลงลืมตัว
นับแต่โบราณ มีอัจฉริยะกี่มากน้อยต้องตกตายเพราะลาพองตน
เจียงผิงอันพยักหน้า เขานั่งย่างเนื้อพลางกล่าวกับอวิ๋นหวงที่ ด้านนอก “ขอยืมไฟหน่อย เพลิงทั่วไปย่างช ้าไปแล้ว”
จระเข้กลืนสวรรค์มิใช่สัตว์ภูตทั่วไป เนื้อของพวกมันพิเศษ ต่อ ให้ตกตาย เพลิงทั่วไปก็ยังมิอาจทาอะไรได้
ยามผู้ฝึกตนรอบข้างได้ยินเช่นนี้ พวกเขาก็เผยสีหน้าพิกล
จะยืมไฟจากร่างเทวะวิหคอมตะเพื่อย่างเนื้อ? ไม่หยามกันไป หน่อยหรือ? ใช ้เพลิงเทวะย่างเนื้อเนี่ยนะ?
อวิ๋นหวงจะไปตกลงได้อย่างไร
อวิ๋นหวงใช ้เวลาช่วงนี้ต่อสู้ในลานยุทธ ์เต๋า ทุกผู้คุ้นเคยกับนาง ว่าเป็ นหญิงทะนงตนเย็นชา เป็ นที่ชื่นชมของผู้ฝึกตนบุรุษมากมาย
ขณะที่ทุกผู้คิดไปว่าอวิ๋นหวงจะตอบปฏิเสธอย่างเย็นชา ใบหน้า เรียบเฉยของอวิ๋นหวงพลันคลี่ยิ้มเจิดจรัส กลบรัศมีฟ้ าดิน
“ได้เลย”
นางทะยานสู่เวหา อาภรณ์แดงเยี่ยงเปลวเพลิงพลิ้วพัด เข้ามานั่ง ข้างเจียงผิงอันในอาคม ยกหัตถ์หยกเพรียวบางปล่อยเพลิง ช่วยกัน ย่างเนื้อ
“อย่าล าบากเลย ยืมนิดเดียวพอ” เจียงผิงอันกล่าว
“ไม่เป็ นไรหรอก เดี๋ยวย่างสุกแล้วแบ่งข้ากินหน่อยนะ” อวิ๋นหวง กล่าวพลางยกริมฝีปากแดงแย้มยิ้ม
“ได้” เจียงผิงอันมิได้ปฏิเสธ
เมื่อเห็นอวิ๋นหวงช่วยเจียงผิงอันย่างเนื้อแต่โดยดี หัวใจผู้ฝึกตน มากมายก็สลายแหลก
ความประทับใจยามเจียงผิงอันพิชิตเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์เลือน สิ้น
“ชั่วช ้าสามานย์! มาขอแม่นางอวิ๋นหวงช่วยย่างเนื้อเสียได้! เห็น แม่นางอวิ๋นหวงเป็ นสาวใช ้หรือ?”
“อวิ๋นหวงคงมิใช่ชอบเจียงผิงอันหรอกกระมัง?”
“เป็ นไปไม่ได้! ร่างเทวะวิหคอมตะเป็ นหน้าตาเผ่าวิหคอมตะ ภาย หน้านางจะเป็ นยอดฝี มือเลิศล้าอย่างแน่นอน มีเพียงข้าเท่านั้นที่ คู่ควรกับนาง!”
“อี๋~”
ยามได้ยินวาทะไม่รักษาหน้าเช่นนี้ เสียงเย้ยเยาะอย่างเดียดฉันท์ ก็ดังตาม
เพลิงจากอวิ๋นหวงแข็งแกร่งยิ่ง เนื้อถูกย่างสุกอย่างรวดเร็ว ส่ง กลิ่นหอมเย้ายวนเตะจมูก
เจียงผิงอันไม่กลัวร ้อน ตัดชิ้นเนื้อเข้าปากเคี้ยวทันที
ความอุ่นร ้อนแผ่ซ่านทั่วกาย สัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงสารอาหาร หล่อเลี้ยง
คู่เนตรสุขุมของเจียงผิงอันเรืองประกายเฉียบพลัน “เนื้อนี่ดีจริง ๆ มิเพียงอร่อย ยังบ ารุงร่างกายได้มหาศาล เสียก็แค่ขาดเกลือ”
เจียงผิงอันตัดชิ้นเนื้อใหญ่กว่าศีรษะตนชิ้นหนึ่งส่งให้อวิ๋นหวง “เจ้ากินเยอะหน่อยนะ มันดีต่อร่างกาย”
โอสถทั่วไปไร ้ประโยชน์ต่อร่างกายของเจียงผิงอัน แต่เนื้อนี่ ให้ผลเยี่ยมยอด
อวิ๋นหวงมองเนื้อชิ้นใหญ่ตรงหน้า ถามขึ้นว่า “เจ้าจะให้ข้ากัด เคี้ยวตรง ๆ เลยหรือ?”
“แทะไปเลย อร่อยนะ” เจียงผิงอันตอบ
คู่เนตรงามของอวิ๋นหวงค้อนบุรุษตรงหน้าไปหนึ่งขวับ “เจ้าเคย เห็นสตรีใดแทะเนื้อบ้าง?”
นางนาจานหยกและตะเกียบคู่หนึ่งออกมา ใช ้ตะเกียบแบ่งเนื้อชิ้น เล็ก ๆ ออกมาวางบนจาน
นางเผยอริมฝี ปากแดง ละเลียดเนื้อจระเข้กลืนสวรรค์อย่าง นุ่มนวล
หลังลิ้มรส คู่เนตรงามของอวิ๋นหวงก็เรืองประกาย “อร่อยมากจริง ๆ ด้วย”
“เจ้าพวกแมลงเผ่ามนุษย์! กล้าดีเช่นไรมากินคนของเรา!”
หนึ่งเสียงแผดก้องด้วยโทสะเลื่อนลั่นจากเบื้องบน จระเข้กลืน สวรรค์ตนหนึ่งแผ่ปราณปีศาจรุนแรงกระแทกลงมาสู่อาคม แดนดิน สั่นสะท้านเลื่อนลั่น
จระเข้กลืนสวรรค์ตนนี้แปลงลักษณ์เป็ นมนุษย์สมบูรณ์แล้ว แต่ ม่านตายังเป็ นเส้นขีดอยู่
เบื้องหลังเขามีภาพฉายจระเข้ตัวหนึ่ง ดวงตานั้นเย็นเยียบ ปราณปีศาจรุนแรงในกายปั่นป่ วนทั่วอาคมมิติ ประกายกฎเกณฑ์ เรืองรองล้อมกาย พริบพราวด้วยรัศมีศักดิ์สิทธิ์
ผู้ฝึกตนรอบข้างสัมผัสปรากฏอันชวนสะพรึงนี้ ต่างเปลี่ยนสีหน้า ตามกัน
“กฎเกณฑ์ขั้นแรกสมบูรณ์แบบ จระเข้กลืนสวรรค์ตนนี้จะบรรลุ ขอบเขตแปรเทวะได้อยู่แล้ว!”
ขอเพียงจระเข้กลืนสวรรค์ตนนี้ก้าวหน้าต่ออีกนิด ก็จะได้เป็ น ยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะ อายุขัยถึงสองพันปี!
เจียงผิงอันจะเอาชนะจระเข้กลืนสวรรค์ร ้ายกาจเช่นนี้ได้หรือไม่?
เจียงผิงอันนาเนื้ออีกชิ้นเข้าปาก “เดี๋ยวแบ่งเนื้อนี่ให้พี่หญิงเซี่ย กับผู้อาวุโสทั้งหลายลองด้วย”
ของอร่อยเช่นนี้ กินคนเดียวไม่ได้หรอก
“ได้! เดี๋ยวไว้ข้าย่างให้”
อวิ๋นหวงพยักหน้า ลุกขึ้นหยิบเนื้อของจระเข้กลืนสวรรค์เดินออก นอกอาคม
เจียงผิงอันใช ้มือปาดคราบน้ามัน ลุกขึ้นกล่าวกับจระเข้กลืน สวรรค์ผู้ปรี่เข้ามา “แค่เจ้าหรือ?”
“ข้าคนเดียวก็จัดการเจ้าได้แล้ว!”
จระเข้กลืนสวรรค์ตนนี้เปี่ยมล้นด้วยจิตสังหารแรงกล้า
“เปล่า ข้าหมายความว่าแค่เจ้า มันไม่พอกินต่างหาก” เจียงผิง อันเอ่ย
เนื้อของจระเข้กลืนสวรรค์มีสรรพคุณบารุงกาย รสชาติก็ดี เขา จึงอยากใช ้โอกาสนี้ตุนเพิ่ม
ยามจระเข้กลืนสวรรค์ได้ยินวาทะอันหยิ่งผยองนี้ เขาก็เดือดดาล เจ้าเด็กนี่บ้ากว่าเขาเสียอีก
“ตายเสีย!”
ภาพฉายจระเข้เบื้องหลังจระเข้กลืนสวรรค์ตนนั้นพลันขยายร่าง สู่หลายร ้อยจั้ง อ้าปากกว้างเร่งพลังสูบ ปราณวิญญาณทั้งมวลใน ค่ายอาคมถูกเขมือบหาย
ทั้งจระเข้กลืนสวรรค์และภาพฉายต่างร่วมกันจู่โจมเจียงผิงอัน
อานาจอักขระแผ่ออกจากฝ่ ามือเจียงผิงอัน ไต่ลามไปทั่วกายใน พริบตา ทาให้เขาดูพิกลอย่างยิ่ง
เมื่อเห็นอักขระคนเถื่อน ม่านตาของจระเข้กลืนสวรรค์ก็หดตัว
เหตุใดคนผู้นี้จึงบรรลุอักขระคนเถื่อนด้วย!
ทว่า แม้จระเข้กลืนสวรรค์จะตกใจ แต่เขาก็มิได้กลัวเกรง
อักขระนี้ทาเพียงทบทวีพละกาลังสองเท่าเท่านั้น
ทันใดนั้นเอง ลานาศึกโบราณก็ขานก้อง กฎจ านงสัประยุทธ ์แผ่ ล้อมทั่วกาย เจียงผิงอันดูราวเทพสงครามจากโบราณกาล เรืองรอง โรจน์รุ่ง
“กายาศักดิ์สิทธิ์!!”
จระเข้กลืนสวรรค์โพล่งอย่างตกใจ
กระทั่งพวกเขาเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ยังรู ้ซึ้งถึงความน่ากลัวของ กายาศักดิ์สิทธิ์ ร่างวิญญาณนี้ยอดเยี่ยม ร ้ายกาจเสียยิ่งกว่าพวกเขา เผ่าปีศาจส่วนใหญ่เสียอีก
“มิใช่กายาศักดิ์สิทธิ์ กายาศักดิ์สิทธิ์เทียมต่างหาก” เจียงผิงอัน เอ่ยแก้
กฎแห่งก าลังและกฎจ านงสัประยุทธ์ผสานกันในหมัดขวา สุญตา รอบข้างบิดเบี้ยวสิ้นลักษณ์
เมื่อสัมผัสอานาจนี้ หนังศีรษะของจระเข้กลืนสวรรค์ก็ชาวูบ เขา หันกายเผ่นหนี สิ้นความหยิ่งผยองก่อนหน้า
เจียงผิงอันออกหมัด
ด้วยหมัดนี้ สุญตาบิดเบี้ยว
หมัดนี้ กฎเกณฑ์หลีกหลบ
ตู้ม!
หนึ่งหมัดทะลวงออก สรรพสิ่งดับแสง อาคมสั่นสะท้านรุนแรง
สีหน้าผู้ดูแลอาคมแปรเปลี่ยน เหตุใดต้องคอยซ่อมอาคม ก็ เพราะเจ้าเด็กนี่ทุกทีไปหนอ
เขารีบร ้อนยกระดับค่ายกลสู่ขั้นกลางขอบเขตแปรเทวะ
ค่ายกลเรืองรองส่องสว่าง แยงตาปวงชนจนเกินลืมมอง แต่ทุกผู้ ก็ยังพยายามหยีพินิจเหตุภายใน
ยามแสงสว่างสลายไป อาคมมิติเสถียรตัว ก็พบเจียงผิงอันยืน ลาพังกับซากจระเข้สภาพเละเทะ ตายสนิทกว่านี้มิได้แล้วหนึ่งตัว
เหล่าผู้ฝึกตนชะงักค้าง
จระเข้กลืนสวรรค์แข็งแกร่งเช่นนี้ เพียงลมหายใจเดียวก็ตกตาย?
หลายบุคคลเดาไว้แล้วว่าเจียงผิงอันจะชนะ แต่มิคาดว่าจะชนะ ง่ายดายเช่นนี้ จึงมิอาจตั้งตัวได้
สัตว์ร ้ายมันใครกันแน่?
จระเข้กลืนสวรรค์ตนนี้จะบรรลุเป็ นตัวตนขอบเขตแปรเทวะอยู่ แล้ว แต่เจอไปหมัดเดียวก็ร่างแหลก!
“ใช ้แรงมากไปแล้วสิ เสียเปล่าไปครึ่งตัวเลย”
ขณะมองซากจระเข้ เจียงผิงอันก็ลอบบ่นเสียดายในใจ
โชคยังดีที่ยังมีเหลืออยู่หกจั้งกว่า
เขาลากซากจระเข้กลับสู่กองไฟ
หลังอวิ๋นหวงแจกจ่ายเนื้อเสร็จ นางก็กลับมานั่งข้างเจียงผิงอันใน อาคม ช่วยเขาย่างเนื้อต่อ
“บรรลุกฎจ านงสัประยุทธ ์สมบูรณ์แล้วหรือยัง?”
“เปล่า แค่เกือบน่ะ สิ่งนี้ต้องใช ้การต่อสู้เข้าขัดเกลา แต่เผ่าจระเข้ กลืนสวรรค์พวกนี้อ่อนแอเกินกว่าจะจุดจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ ขึ้นมาได้” เจียงผิงอันกล่าวอย่างเยือกเย็น
ใบหน้าจิ้มลิ้มของอวิ๋นหวงแปรเปลี่ยนสู่พิกล
คู่ต่อสู้แข็งแกร่งเช่นนี้ เขากลับบอกว่ามิอาจปะทุจิตวิญญาณ แห่งการต่อสู้แก่ตน
อวิ๋นหวงยกยิ้ม “อย่าห่วงเลย อีกไม่ช ้าเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ มากมายจะแห่กันมาหาเจ้า ได้สู้มือเป็ นระวิงไม่จบสิ้นแน่นอน”
“ข้าจะรออย่างใจจดใจจ่อเลยละ”
เจียงผิงอันมองเนื้อย่างหอมกรุ่นตรงหน้า แล้วน้าลายสออย่างไม่ รู ้ตัว
ไม่นานนัก เหตุการณ์ที่นี่ก็ถูกแพร่ออกไป
“รีบไปดูเร็ว มีคนก าลังสู้กับเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์!”
“ดูบ้าอะไร! ยังขายหน้าไม่พอหรือ? เผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ แข็งแกร่งเพียงนั้น ใครไปท้าทายก็ตายทั้งนั้นแหละ”
“ข้าก็ไม่ดู นอกจากโทสะและความไร ้ก าลัง ก็มีแต่ความหงุดหงิด ทาอะไรไม่ได้ กระทั่งอัจฉริยะจากต้าเฉียนและตระกูลเหลยโบราณยัง พ่ายเลย ใครจะไปหาที่ตายกัน”
ความล้มเหลวของสามมหาอ านาจใหญ่ในการประชันจระเข้กลืน สวรรค์ทาให้ผู้ฝึกตนทั้งหลายหดหู่ใจ ไม่อยากเห็นจระเข้กลืนสวรรค์ เฉิดฉายกันอีกแล้ว มันชวนรวดร ้าวใจเกินไป
บทที่ 213 รุมเข้ามาเลย
“ศึกนี้ไม่น่าเจ็บใจนะ! ผู้ที่สู้กับจระเข้กลืนสวรรค์อยู่คือเจียงผิง อัน!”
“เจียงผิงอันฆ่าจระเข้กลืนสวรรค์ไปแล้วเจ็ดแปดตน ท าให้เผ่า จระเข้กลืนสวรรค์ตาแดงฉานด้วยโทสะ! ดูแล้วสาแก่ใจนัก!”
“จริงหรือ? ในเมื่อเจ้าว่าเช่นนั้น เราก็ไปดูกันหน่อย”
ผลงานของสามมหาอ านาจใหญ่ท าให้ผู้ฝึกตนมากมายถอดใจ แต่เมื่อได้ยินว่าเจียงผิงอันกวาดล้างจระเข้กลืนสวรรค์ได้ พวกเขาก็ พากันไปดูอย่างตื่นเต้น
ยามผู้ฝึ กตนมากมายมาถึงลานยุทธ์เต๋า ก็ได้เห็นเหล่าจระเข้ กลืนสวรรค์เดือดดาลกันพอดี
“เจ้าแมลงนี่! ฆ่าคนของเราอีกแล้ว!”
“สารเลว! กินคนของเราต่อหน้าต่อตาเราเช่นนี้! ข้าจะไปฆ่าเขา เสีย!”
“อย่าได้วู่วาม เขาแข็งแกร่งมาก เราเอาชนะเขาไม่ได้หรอก รอคังเหยียนซานมาจัดการหลังรับมรดกส าเร็จเถอะ”
เจียงผิงอันสังหารจระเข้กลืนสวรรค์ไปแล้วหลายตน จระเข้กลืน สวรรค์กลุ่มนี้ก็มิได้โง่ ประจักษ์ในอานาจ ไร ้ผู้กล้าขึ้นไปท้าทาย
“ไอ้พวกอัปลักษณ์ มิใช่ก่อนหน้านี้กาเริบกันนักหรือ? แน่จริง พวกเจ้าก็ขึ้นไปกันสิ!”
ชัยชนะต่อเนื่องของเจียงผิงอันทาให้ผู้ฝึกตนมนุษย์ทั้งหลายแสน สาแก่ใจ ส่งเสียงเย้าเยาะยียวนกันไม่ขาดสาย
จระเข้กลืนสวรรค์ตนหนึ่งเหยียดยิ้ม “อย่าห่วงเลย รอคังเหยียน ซานรับมรดกก่อน แล้วหนึ่งฝ่ามือก็จะตบเจียงผิงอันนี่แหลกเละได้”
คังเหยียนซานคือหนึ่งในอัจฉริยะผู้เข้าประชันสามมหาอานาจ ใหญ่ก่อนหน้านี้ การฝึ กฝนอยู่ในขั้นปลายขอบเขตวิญญาณแรก ก าเนิด มีพลังต่อสู้ร ้ายกาจ เป็ นอัจฉริยะสูงสุดในหมู่พวกเขา
ยามคังเหยียนซานออกมา เขาจะฆ่าเจ้าแมลงนามเจียงผิงอันนี่ ได้แน่นอน!
เจียงผิงอันสัมผัสได้ว่าจระเข้กลืนสวรรค์เหล่านี้ ฆ่าไปก็ไม่พอกิน แต่ไร ้จระเข้กลืนสวรรค์ตนใดกล้าเข้ามาท้าทายต่อ
หลังครุ่นคิดครู่หนึ่ง เขาก็กล่าวกับพวกเขาว่า “เช่นนี้เป็ นไร พวกเจ้ายอดฝีมือขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิด รุมกันเข้ามาเลย”
ยามได้ยินวาทะนี้ ทุกดวงใจสั่นสะท้าน
ที่นี่มีจระเข้กลืนสวรรค์ขั้นปลายขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดอยู่ อย่างน้อยสิบกว่าตน ขั้นกลางขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดอีกยี่สิบ นี่เขาคิดท้าทายจระเข้กลืนสวรรค์สามสิบกว่าตนในคราวเดียวหรือ?
คิ้วเรียวเช่นกิ่งหลิ่วของเซี่ยชิงยับย่น “เจียงผิงอัน อย่าก่อเรื่อง!”
ว่าแล้วเชียว เจ้าเด็กนี่ยังทะนงตนอยู่
จระเข้กลืนสวรรค์ตนใดล้วนแข็งแกร่งกว่าผู้ฝึกตนทั่วไปทั้งสิ้น เขาไปท้าทายครั้งละเป็ นฝูงเช่นนี้ หากไม่ระวังก็อาจตายได้
ผู้ฝึกตนคนอื่น ๆ ก็รู ้สึกเช่นกันว่าเจียงผิงอันระห่าไปสักหน่อย แม้จะแข็งแกร่ง ก็มิอาจวู่วามได้เช่นนี้
จระเข้กลืนสวรรค์ขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดกลุ่มหนึ่งได้ยิน วาทะเจียงผิงอัน รอยยิ้มอัปลักษณ์ก็ปรากฏบนศีรษะจระเข้ใหญ่โต
“ฮ่า ๆ! พูดแล้วห้ามคืนค านะ!”
“ไปโว้ย! ไปแบ่งกันกิน!”
“โอหังกว่าเราเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์อีก ไอ้โง่เอ๊ย!”
ฝูงจระเข้กลืนสวรรค์ที่น่าสะพรึงกลัวปรี่เข้ามาในอาคม
พวกเขาไร ้มารยาทศึกใด ๆ ยามนี้มีเพียงต้องการกินเจียงผิงอัน ทาลายอัจฉริยะเผ่ามนุษย์ผู้นี้เสีย
อัจฉริยะแข็งแกร่งเช่นนี้ต้องอร่อยแน่ ๆ!
เจียงผิงอันส่งเนื้อย่างชิ้นสุดท้ายเข้าปาก โยนไม้เสียบเนื้อทิ้ง และ กล่าวกับอวิ๋นหวงที่นอกอาคม
“อวิ๋นหวง ฝากซื้อเกลือกับพริกหน่อยนะ”
ในซากโบราณมหาจักรพรรดิมีพ่อค้ามาตั้งร ้านมากมาย น่าจะมี ร ้านอาหารอยู่ด้วย
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ปวงชนก็ตะลึงไป
ป่ านนี้แล้ว เจียงผิงอันยังมัวห่วงกิน ไม่เห็นหรือว่าตนถูกจระเข้ กลืนสวรรค์สามสิบกว่าตนล้อมอยู่?
จระเข้กลืนสวรรค์เหล่านี้ล้วนเต็มไปด้วยปราณปีศาจ กฎเกณฑ์ สารพัดตระการสี ร่างจระเข้มหึมาปรากฏกลางอากาศ
ร่างมหึมาของจระเข้กลืนสวรรค์ตัดกับร่างเล็กจ้อยของเจียงผิง อันอย่างลิบลับ ให้ความรู ้สึกเยี่ยงนาวาน้อยกลางทะเล พร ้อมตลบจม ได้ทุกเมื่อ
ทว่าขณะนี้ เจียงผิงอันกลับฝากคนไปซื้อเครื่องปรุง!
“ได้”
อวิ๋นหวงยิ้มบาง ฟังวาทะเจียงผิงอันแล้วจากไปซื้อพริกกับเกลือ
“ไอ้คนสามหาว! ตายซะ!”
จระเข้กลืนสวรรค์ขนาดมหึมาตัวหนึ่งพ่นเสาแสงเรืองฤทธิ์ออก จากปาก เปิดฉากโจมตีเจียงผิงอัน
ร่างของเด็กหนุ่มแผ่ปราณชวนสะพรึง โลหิตสูบฉีดเช่นธารเชี่ยว เสียงหัวใจกระหึ่มเช่นอัสนี
เขาใช ้วิชาเทียมเทพสงคราม ใช ้อัสนีพริบตาไหวกายไป เบื้องหลังจระเข้กลืนสวรรค์ที่โจมตีเข้ามา แล้วออกหมัดเข้าใส่เยี่ยง อุกกาบาต
เปรี้ยง!
จระเข้กลืนสวรรค์ตนนั้นถูกขยี้หัวใจในหมัดนั้น
มหาศึกเปิดฉาก
ยอดฝีมือสามสิบกว่าตนรุมล้อมเจียงผิงอัน
กรงเล็บของจระเข้กลืนสวรรค์แหลมคมกว่าสมบัติมากนัก
วิชากลืนกินของพวกเขาดูดซับปราณจากตัวเขาได้
เผ่าปีศาจนั้นร่างกายแข็งแกร่ง ทุกการโจมตีไม่ต่างจากบรรพต กระแทกใส่
ทั้งสายลมเชือดเฉือนยอดเขา เปลวเพลิงผลาญสรรพสิ่ง พิรุณ กรดโปรยปราย…
การโจมตีสารพันประดังใส่เจียงผิงอัน ทิ้งบาดแผลลึกบนร่างกาย
เห็นเช่นนี้ หัวใจปวงชนนอกอาคมต่างกระเด้งจุกล าคอ ประเมิน ตนสูงไปแล้วจริง ๆ!
ถูกยอดฝีมือรุมล้อมมากมายเช่นนี้ จะไม่พ่ายได้เช่นไร?
เมื่อเซี่ยชิงเห็นเช่นนี้ หัวใจก็หนักอึ้ง รีบส่งกระแสปราณให้ยอด ฝีมือจากต้าเซี่ย “ช่างการประลองแล้ว! ช่วยเจียงผิงอันเถอะ!”
กฎเกณฑ์อะไรก็ช่าง นางไม่มีทางยอมให้เจียงผิงอันเกิดอุบัติเหตุ ใด!
ยอดฝีมือจากต้าเซี่ยส่ายหัว “ไม่จาเป็ นหรอก”
“หมายความเช่นไร? เจียงผิงอันอยู่ในอันตรายนะ!” เซี่ยชิงร ้อน ใจหนักขึ้นเรื่อย ๆ
ยอดฝีมือจากต้าเซี่ยจ้องมองเจียงผิงอัน พลางกล่าวว่า “ยังไม่ สังเกตหรือ? เขายังไม่ได้ใช ้หมัดอู๋จี๋เลย”
เมื่อถูกเตือน เซี่ยชิงถึงเข้าใจ
จริงด้วย เหตุใดเจียงผิงอันจึงไม่ใช ้หมัดอู๋จี๋เข้ารับ?
หากเขาใช ้หมัดอู๋จี๋ การโจมตีเหล่านี้จะทาร ้ายเขาไม่ได้เลย
ยอดฝีมือจากต้าเซี่ยปริปาก “กฎจานงสัประยุทธ ์ของเจียงผิงอัน ก าลังจะสมบูรณ์ ข้าเดาว่าเขาอยากพัฒนากฎจ านงสัประยุทธ ์ให้ สมบูรณ์ในศึกนี้”
ได้ยินเช่นนี้ เซี่ยชิงก็ประหลาดใจ เจียงผิงอันอายุแค่ไหนเอง แต่ จะขัดเกลาหนึ่งกฎเกณฑ์สู่สมบูรณ์
เหตุใดเจ้าเด็กนี่บรรลุกฎเกณฑ์เร็วนัก?
ก่อนหน้านี้ข้าทดสอบพรสวรรค์เจียงผิงอันมาแล้ว และผล ปรากฏเพียงแสนธรรมดาเท่านั้น
ยอดฝีมือจากต้าเซึ่ยผู้หนึ่งเอ่ยว่า “เสี่ยวชิง ใจเจ้ารวนแล้ว เสีย ความเยือกเย็นไป มิได้สนใจเรื่องที่เห็นได้ง่าย ๆ เลย”
ปลายนิ้วของเซี่ยชิงสะท้านน้อย ๆ “เจียงผิงอันคือเสาหลักของต้า เซี่ย หากเขาเป็ นอะไรไป ต้าเซี่ยก็เสียหาย ย่อมกังวลเป็ นธรรมดา”
ยอดฝีมือจากต้าเซี่ยพูดช ้า ๆ “จักรพรรดิมิอาจใช ้อารมณ์ตัดสิน กาล ยามเผชิญเหตุเสี่ยงเป็ นตาย ต่อให้เป็ นญาติสนิทก็ต้องยอมสละ เพื่อปกป้ องต้าเซี่ย”
สิ้นคา เขาก็ไร ้วาจาอื่นใด ทาเพียงจ้องมองสมรภูมิอย่างเงียบ ๆ
คู่เนตรงามของเซี่ยชิงสะท้อนภาพยามเจียงผิงอันต่อสู้ แววตา แปรเปลี่ยนตลอดเวลา ไม่รู ้ก าลังคิดอะไร
เจียงผิงอันเผชิญวงล้อม เขาไร ้วาทะ ร่างโชกเลือด มือฉีก กระชากร่างจระเข้กลืนสวรรค์ สองเท้าทะลวงแยกบรรพตล าธาร
ศึกอันน่าสะพรึงกลัวนี้ทาให้ทุกตารางชุ่นในอาคมไร ้จุดปลอดภัย
โลหิตย้อมนภาแดงฉาน ซากศพล้มตายต่อเนื่อง
เหล่าผู้ชมตื่นตะลึง มองตัวตนอันโดดเด่นเช่นตะวันนี้อย่าง เหลือเชื่อ
ใครกันที่เป็ นสัตว์ร ้าย?
จระเข้กลืนสวรรค์มากมายสัมผัสความน่าสะพรึงกลัวของเจียงผิง อันได้ ปากจึงตะโกนเพียง “ใช ้วิชากลืนกินร่วมกัน! สูบปราณเขาให้ เกลี้ยง!”
พวกเขาล้อมเจียงผิงอัน อ้าปากจระเข้มโหฬาร ออกแรงสูบ ปราณเจียงผิงอันอย่างบ้าคลั่ง
ในยามคับขันนี้ มุมปากเจียงผิงอันพลันยกยิ้ม “ขอบคุณมาก พวกเจ้าหมดประโยชน์แล้ว”
จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้พรั่งพรูในใจเจียงผิงอัน ในที่สุด ส่วน เล็กจ้อยที่ขาดไปของกฎจานงสัประยุทธ ์ก็ถูกเติมเต็มจนสมบูรณ์ ภายใต้แรงกดดันมหาศาลนี้
แสงทองเรืองโรจน์ระเบิดออกจากดวงตาของเจียงผิงอัน บาดแผลบนกายหายสิ้นทันที
หนึ่งภาพฉายบุคคลสูงสามสิบจั้งปรากฏขึ้นเบื้องหลังเขา
ภาพฉายนี้เหมือนเจียงผิงอันทุกประการ
ความต่างอยู่ตรงที่ ภาพฉายนี้เป็ นดั่งเทพสวรรค์ ทรงพลัง ศักดิ์สิทธิ์
ทันทีที่ภาพฉายปรากฏขึ้น หมื่นกฎเกณฑ์ชะงักงัน แรงกดดัน มหาศาลทาให้ร่างของจระเข้กลืนสวรรค์ที่เหลืออยู่สิบกว่าตนเกร็งนิ่ง
ยอดฝี มือมากมายที่ชมศึกอยู่เห็นภาพฉายสีทองนี้ ดวงตาก็ ปรากฏเค้าเคร่งขรึม
“ออกมาแล้ว”
“รากฐานแท้จริงของกายาศักดิ์สิทธิ์”
“วิญญาณศึก”
วิญญาณศึกสูงสามสิบจั้งนี้ราวข้ามผ่านธารนทีสายยาวแห่ง ประวัติศาสตร ์ เหยียบสุญตาบุกมาจากโบราณกาล จ านงสัประยุทธ ์ ชวนสะพรึงทะลวงสู่ฟ้ า
วิญญาณศึกเงื้อหมัดทองมโหฬารขึ้น ชกเข้าใส่จระเข้กลืน สวรรค์สิบกว่าตนหนึ่งหน สะบั้นมวลกฎเกณฑ์ลงสิ้น
เปรี้ยง! ตู้ม! ตู้ม!
จระเข้กลืนสวรรค์ตนแล้วตนเล่าร่างระเบิดแหลก
เพียงหนึ่งหมัด จระเข้กลืนสวรรค์สิบกว่าตนก็เหลือเพียงซาก ละอองโลหิตคลุ้งไปทั่วฟ้ า
บทที่ 214 อัจฉริยะผู้บรรลุห้ากฎเกณฑ์
เจียงผิงอันยืนกลางอากาศ เรือนผมและอาภรณ์ด าโบกไสวตาม ลม
เพียงอึดใจ จระเข้กลืนสวรรค์สามสิบกว่าตนก็ตายเรียบ
ภาพฉายมหึมาสีทองนั้นเปรียบเยี่ยงค้อนสะท้านสรวง ฟาดเปรี้ยง ใส่ทุกดวงใจจนสั่นสะท้าน
“นี่… นี่มันอะไร?”
เมื่อได้เห็นภาพฉายนี้เป็ นครั้งแรก ผู้ฝึกตนมากมายก็สัมผัสแรง กดดันได้ ปากอ้าหวอยืนตะลึง ม่านตากระตุกรุนแรง
“นี่คือวิญญาณศึก ความสามารถพิเศษของกายาศักดิ์สิทธิ์ เหตุ ที่กายาศักดิ์สิทธิ์ลือนามในโลกหล้ามิใช่เพียงเพราะพละกาลังและ ร่างกายอันแข็งแกร่ง แต่เป็ นเพราะวิญญาณศึกอันไร ้เทียมทานนี้ ด้วย”
“บางที อาจเป็ นเพราะเจียงผิงอันมีกายาศักดิ์สิทธิ์เทียม จึงสร ้าง วิญญาณศึกได้ค่อนข้างช ้า แต่ก็ท าได้อยู่ดี”
“สรุปคือ พลังต่อสู้ของเจียงผิงอันเพิ่งบรรจบจุดสูงสุดก็คราวนี้ หรือ?”
ลมหายใจของผู้ฝึกตนทั้งหลายเร่งกระชั้น
พวกเขาคิดว่าเจียงผิงอันแข็งแกร่งพอแล้ว หารู ้ไม่ว่าพลังต่อสู้ ของเขาเพิ่งบรรจบจุดสูงสุดก็ครั้งนี้
หนึ่งบุคคลสังหารจระเข้กลืนสวรรค์สามสิบกว่าตน ขณะที่จระเข้ กลืนสวรรค์ตนอื่นที่เหลืออกสั่นขวัญแขวน
มนุษย์ผู้นี้เป็ นสัตว์ประหลาดอะไร!
อัจฉริยะที่ตกตายไปเหล่านั้นล้วนเป็ นยอดฝี มือในขอบเขต เดียวกันของเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ แต่เจียงผิงอันคนเดียวก็ฆ่าพวก เขาเสียเรียบ!
“เจ้าท่อนไม้ ซื้อเกลือกับพริกมาแล้วนะ” อวิ๋นหวงทะยานเป็ นแสง สีแดงกลับมา
เมื่อเห็นซากศพเกลื่อนพื้น อวิ๋นหวงก็ผิดหวังเล็กน้อย “เจ้าไวไป แล้ว ข้าไม่ทันเห็นอะไรเลย”
ยามนางออกไปซื้อของ เจียงผิงอันก็จบศึกเรียบร ้อย มิอาจเห็น รายละเอียดใด ๆ
“ไม่เป็ นไรหรอก ศึกของจริงเพิ่งเริ่มต่างหาก” เจียงผิงอันเงยหน้า มองฟ้ า
ทุกผู้ต่างสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง และพากันเงยหน้าขึ้นไป
บนท้องนภา จระเข้ตัวใหญ่ยาวสามพันจั้งตัวหนึ่งทะยานเข้ามา ปราณปีศาจพล่านป่ วนรวนฟ้ าดิน
ไม่นาน จระเข้ใหญ่นี้ก็แปรลักษณ์เป็ นมนุษย์ ม่านตาขีดตั้งแดง ฉานเช่นเทพปีศาจ ยอดฝีมือขั้นต้นขอบเขตแปรเทวะมากมายรู ้สึก ถูกคุกคาม
“ฮ่า ๆ อัจฉริยะแท้จริงของเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์เรามาแล้ว!”
ยามจระเข้กลืนสวรรค์ซึ่งขวัญเสียเพราะเจียงผิงอันเห็นสหาย ร่วมเผ่าปรากฏตัว ความกลัวก็ถูกชะสิ้น
“พวกมนุษย์ขยะ! พวกเจ้าเหิมเกริมกันมานานแล้ว หนนี้จะให้ พวกเจ้าได้เห็นฤทธาอัจฉริยะสูงสุดในขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิด ของจระเข้กลืนสวรรค์!”
ยามผู้ฝึกตนมนุษย์เห็นผู้มาใหม่ สีหน้าก็พลันเปลี่ยนแปร
“คังเหยียนซาน! จระเข้กลืนสวรรค์ผู้พิชิตร่างวิญญาณอัสนี ตระกูลเหลย!”
“เจ้านี่บรรลุห้ากฎเกณฑ์ และได้ยินว่าเป็ นอานาจที่ได้มาจาก การกินผู้อื่นทั้งสิ้น!”
“เขารับมรดกสายเลือดส าเร็จแล้ว ดูเหมือนจะน่ากลัวกว่าเก่า ด้วย!”
ผู้ฝึกตนทั้งหลายที่ได้ประจักษ์ศึกระหว่างสามมหาอานาจใหญ่ และจระเข้กลืนสวรรค์เมื่อกาลก่อนล้วนจาคนผู้นี้ได้
ดวงตาสีเหลืองของคังเหยียนซานจ้องมองเจียงผิงอัน แล้วอดเลีย ปากมิได้
“ข้ายังไม่เคยกินมนุษย์กายาศักดิ์สิทธิ์มาก่อน หากได้กินเจ้า ข้า ก็จะได้กฎจ านงสัประยุทธ์ ช่วยให้ข้าบรรลุขอบเขตแปรเทวะได้!”
กฎจานงสัประยุทธ ์เป็ นที่ต้องการของชีวิตมากมาย แต่น่า เสียดายที่สายเลือดและร่างเทวะน้อยนักจะมีโอกาสได้ทาความเข้าใจ มัน
ขณะนี้ ขอเพียงกินเจียงผิงอันเข้าไป กฎจ านงสัประยุทธ์ก็จะเป็ น ของตน
แม้จะเห็นวิญญาณศึกทรงพลังเบื้องหลังเจียงผิงอัน คังเหยียน ซานก็ยังไร้ความกลัว มีเพียงความปรารถนาและความโลภบนใบหน้า
เจียงผิงอันกล่าวกับคังเหยียนซานอย่างสุขุม “บังเอิญจริง ข้าก็ ไม่เคยได้กินจระเข้กลืนสวรรค์ย่างพริกเหมือนกัน”
เซี่ยชิงตะโกนเสียงเข้ม “ห้ามเลินเล่อเด็ดขาดนะ! เขามีกฎแห่ง วารี การกลืนกิน ทอง วายุ และก าลัง! ทุกอย่างล้วนบรรลุจุดสมบูรณ์ ของขั้นแรกหมดแล้ว!”
ผู้ฝึ กตนที่ทาความเข้าใจสองกฎเกณฑ์ได้ล้วนเป็ นอัจฉริยะ และคังเหยียนซานผู้นี้ก็อาศัยพรสวรรค์เขมือบผู้อื่น บรรลุได้ถึงห้า กฎเกณฑ์!
นี่คือธรรมชาติอันน่าสะพรึงกลัวของเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ หนึ่ง เผ่าพันธุ์ไร ้เทียมทานอันเคยเป็ นใหญ่ แข็งแกร่งเสียจนไร ้เหตุผล
เจียงผิงอันเหินออกจากค่ายกลไปหาคังเหยียนซาน อาคมนั้น เล็กเกินไปส าหรับการต่อสู้
ภาพฉายจระเข้ยาวสามร ้อยจั้งปรากฏเบื้องหลังคังเหยียนซาน พุ่งเข้าใส่วิญญาณศึกของเจียงผิงอัน
ตู้ม!
พร ้อมเสียงปะทะนั้น ฟ้ าดินแปรสีสัน รอยร ้าวปรากฏบนสุญตา ประกายกฎเกณฑ์เรืองรอง คลื่นลมรุนแรงจากการต่อสู้พัดกระหน่า ฟ้ าดิน เมฆาในระยะหลายร ้อยลี้ถูกปัดเป่า
ปราณชวนสะพรึงท าให้ผู้ฝึกตนมากมายมิอาจหายใจ
นี่เป็ นการปะทะระหว่างผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดจริง ๆ หรือ?
เจียงผิงอันพุ่งเข้าใส่คังเหยียนซาน เปิดศึกอันสะท้านสะเทือน
ผู้ฝึ กตนมากมายหลีกถอยไปมองจากไกล ๆ ด้วยกลัวจะถูก ลูกหลงไปด้วย
“เจียงผิงอันต้องชนะ!”
หากเจียงผิงอันพ่าย เผ่ามนุษย์ก็มิอาจลืมตาอ้าปากได้แล้ว
“แมลงเหนื่อย ๆ นี่ชนะอัจฉริยะเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์เรามิได้ หรอก”
“อีกอย่าง คังเหยียนซานได้มรดกสายเลือดมาแล้ว ต่อให้ไม่ปลุก สายเลือด เจียงผิงอันก็ยังชนะไม่ได้อยู่ดี!”
เผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ทั้งหลายมั่นใจในคังเหยียนซานอย่างยิ่ง
บรรลุห้ากฎเกณฑ์ ปลุกสายเลือดบรรพชน แล้วเจียงผิงอันจะเอา อะไรมาชนะ?
กฎแห่งก าลังและกฎแห่งทองห้อมล้อมร่างของคังเหยียนซาน และ ด้วยร่างปีศาจ เขาสามารถประชันก าลังกับเจียงผิงอันได้ตรง ๆ
กฎการกลืนกินของเขาดูดซับปราณในฟ้ าดิน เติมปราณขณะ ต่อสู้ ไม่มีการขาดปราณใด ๆ
กฎแห่งวารีเยียวยาบาดแผล ท าให้เขาอยู่ในสภาพเหมาะสม สูงสุดในการต่อสู้ ขณะที่กฎแห่งวายุเสริมความเร็ว
นอกจากนั้น วิชาระดับสูงสุดของคังเหยียนซานซึ่งแผลงฤทธิ์ห้า ประการยังได้เปรียบกว่าก าลังลุ่น ๆ ของเจียงผิงอันด้วย
ทั้งสองปะทะกันบนฟ้ า กฎเกณฑ์แหลกมลาย รัศมีวูบไหวไปมา
สัตว์ประหลาดเฒ่าทั้งหลายในซากโบราณมหาจักรพรรดิสัมผัส คลื่นลมรุนแรง ต่างพากันปรากฏตัวมามองทั้งคู่สู้กัน
กระทั่งพวกเขายังต้องยอมรับว่าสองคนนี้แข็งแกร่งเกินไป พวก เขายามเยาว์เทียบไม่ติดเลย
เซี่ยชิงกาหมัดอย่างกระวนกระวาย หันไปถามยอดฝีมือจากต้า เซี่ยข้างกาย “ผู้อาวุโส เจียงผิงอันจะชนะได้หรือไม่?”
ยอดฝีมือจากต้าเซี่ยส่ายหัว “ข้าก็ไม่รู ้”
“แต่หากยังสู้กันเช่นนี้ต่อไป ผู้แพ้จะเป็ นเจียงผิงอันแน่นอน”
“เหตุที่เจียงผิงอันแข็งแกร่ง ก็เพราะปราณจานวนมหาศาลในร่าง ของเขา”
“แต่ไม่ว่าเขาจะเก็บปราณในร่างไว้มากเพียงไร ก็เทียบคังเหยียน ซานซึ่งเขมือบปราณตลอดเวลาไม่ได้หรอก”
ได้ยินเช่นนี้ อวิ๋นหวงก็กล่าวแย้งอย่างเคร่งขรึม “ผู้ชนะต้องเป็ น เจียงผิงอันแน่เจ้าค่ะ!”
ยอดฝีมือจากต้าเซี่ยกล่าวอย่างเสียดาย “มีโอกาส แต่จระเข้กลืน สวรรค์แข็งแกร่งเกินไป เจียงผิงอันยังเด็กนัก ร่าเรียนวรยุทธ์มาน้อย เกินไป”
หากให้เวลาเจียงผิงอันเรียนวรยุทธ์แข็งแกร่งอีกสักร้อยปี โอกาส ชนะก็จะเพิ่มสูงขึ้นได้
แต่เจียงผิงอันยังอายุไม่ถึงยี่สิบเลย
อายุน้อยเช่นนี้ จะเรียนวรยุทธ ์ได้สักเพียงไร?
“ผู้ชนะต้องเป็ นเจียงผิงอันแน่เจ้าค่ะ” อวิ๋นหวงพูดซ้าอีกครั้ง
ยอดฝีมือจากต้าเซี่ยชาเลืองอวิ๋นหวง เมื่อเห็นนางสุดแสนมั่นใจ จึงถามขึ้นอย่างสงสัย “เหตุใดจึงเห็นเช่นนั้น”
“ไม่ทราบเจ้าค่ะ แต่ผู้ชนะต้องเป็ นเจียงผิงอันเจ้าค่ะ”
คู่เนตรงามของอวิ๋นหวงจ้องตรงไปที่บุคคลบนท้องฟ้ า
ยอดฝีมือจากต้าเซี่ย “…”
นึกว่าแม่หนูนี่รู ้เรื่องที่เขาไม่รู ้เสียอีก
“เจ้าดวงตามืดบอดแล้ว สัจธรรมไม่เปลี่ยนเพราะจานงหรอกนะ”
“จานงของเจียงผิงอันเปลี่ยนทุกสิ่งได้ เขาชนะแน่เจ้าค่ะ!”
ใบหน้างดงามของอวิ๋นหวงเชื่อมั่นในเจียงผิงอันอย่างเหนียวแน่น
ยอดฝีมือจากต้าเซี่ย “…”
เขายังมีบางอย่างอยากเอื้อนเอ่ย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไร
เขาทราบมาสี่พันปีแล้วว่า ห้ามใช ้เหตุผลกับสตรี
ดูต่อไปดีกว่า
หากเกิดอะไรขึ้นกับเจียงผิงอัน เขาต้องพร ้อมช่วยเหลือทุกเวลา
คังเหยียนซานควบคุมห้ากฎเกณฑ์ ใช ้เคล็ดวิชาระดับสูงสุด หลากหลาย ทรงพลังอย่างยิ่ง
เจียงผิงอันปกคลุมด้วยกฎจ านงสัประยุทธ ์และกฎแห่งก าลัง อักขระคนเถื่อนคืบคลานทั่วกาย วิชาเทียมเทพสงครามขั้นสองถูก เปิดใช ้ทวีก าลังสามเท่าตัว
หนึ่งมือจู่โจม อีกมือใช ้หมัดอู๋จี๋ตั้งรับ ทลายหมื่นวิชาด้วยหนึ่ง หมัด
ดวงตาจระเข้ของคังเหยียนซานจ้องมองเจียงผิงอัน กล่าวยิ้ม ๆ ขึ้น
“หากยังสู้กันต่อไปเช่นนี้ สามวันก็คงหาผู้ชนะมิได้ กล้าทิ้งการ ป้ องกันมาสู้กันตรง ๆ หรือไม่?”
“ข้าก็ต้องการเช่นนั้นพอดี”
เจียงผิงอันเก็บหมัดอู๋จี๋ไป
ผู้ฝึ กตนคนหนึ่งตะโกนขึ้นทันควัน “อย่าถูกหลอกนะ! เขา เชี่ยวชาญวิชาเยียวยาธาตุน้าขั้นสูงสุด ฟื้นฟูบาดแผลได้เร็วยิ่ง! เจ้า ชนะไม่ได้หรอก!”
บทที่ 215 ประชันคังเหยียนซาน
เจียงผิงอันดูมิได้เก็บคาเตือนผู้คนใส่ใจ เขาทิ้งหมัดอู๋จี๋แล้วออก หมัด
คังเหยียนซานก็มิตั้งรับอีกต่อไป
อันที่จริง เขาช่าชองการโจมตี วิชาป้ องกันมิได้แกร่งเท่าเจียงผิง อัน จึงเอ่ยขอเช่นนี้ออกมา
มิคาดว่าเจียงผิงอันจะหยิ่งผยองจนตกลงออกมาทันที
ไอ้โง่!
ทั้งสองสู้กันนัวเนีย หมัดกระแทกเข้าใส่กัน ส่งเสียงเปรี้ยงปร ้าง สะท้านทุกดวงใจ
เมื่อเห็นทั้งสองสู้กันเช่นนี้ ผู้ฝึกตนมนุษย์ทั้งหลายที่มองอยู่ก็ร ้อน รน
“เหตุใดเจียงผิงอันจึงโง่ ไม่ใช ้หมัดอู๋จี๋แล้วล่ะ!”
“หมัดอู๋จี๋เป็ นทั้งวิชาตั้งรับและโจมตี ไม่ใช ้มันเช่นนี้ พลังต่อสู้ก็ หายไปอย่างน้อยสามส่วนนะ!”
“คังเหยียนซานคิดสู้แลกแผล แต่เขามีวิชาเยียวยาขั้นสูงสุด เขา จึงได้เปรียบอยู่!”
ผู้ฝึกตนแทบทั้งหมดคิดไปว่าการกระทาของเจียงผิงอันโง่เง่ายิ่ง
เซี่ยชิงจ้องมองสมรภูมิ ดวงตาเรืองประกายเคลือบแคลง
นางรู ้จักเจียงผิงอัน ทุกผู้รู ้ว่าการกระทานี้โง่เง่า และยิ่งมิอาจ เป็ นไปได้ที่เจ้าหนูนี่จะมาตายน้าตื้น ทาผิดโง่ ๆ เช่นนี้
เซี่ยชิงเดาว่าเจียงผิงอันต้องมีแผนบางอย่าง
ส่วนทาไปทาไมนั้น เซี่ยชิงหารู ้ไม่
หมัดของเจียงผิงอันกระแทกใส่ร่างของคังเหยียนซานจนเครื่อง ในปริแตกจนกระอักเลือดหนแล้วหนเล่า
ขณะที่กรงเล็บของคังเหยียนซานฝากแผลลึกบนร่างเจียงผิงอัน จนเห็นกระดูก
มุมปากคังเหยียนซานค่อย ๆ ยกยิ้ม เขาเร่งเคล็ดวิชาเยียวยา ธาตุน้าขั้นสูงสุด ฟื้นฟูอวัยวะภายในอันเสียหายอย่างรวดเร็ว
เขามีวิชาเยียวยาระดับสูงสุด หากลัวบาดแผลไม่ หากสู้กันเช่นนี้ ต่อไป เจียงผิงอันจะทนไม่ไหวก่อนแน่ ๆ!
ทว่าทันใดนั้น รอยยิ้มมุมปากของคังเหยียนซานก็ชะงักค้าง
เขาเห็นแผลบนร่างเจียงผิงอันสมานตัวเร็วเสียจนตาเปล่า ประจักษ์ชัด
เพียงพริบตา บาดแผลของเจียงผิงอันก็ฟื้นคืนเช่นก่อน ไม่เหลือ ร่องรอยใด ๆ
“เจ้าคิดว่าฟื้นตัวเป็ นอยู่ผู้เดียวหรือ?”
รัศมีกฎเกณฑ์แห่งไม้สีเขียวมรกตหลากออกจากร่างของเจียงผิง อัน
เห็นเช่นนี้ หัวใจเหล่าผู้ฝึกตนก็ตะลึงลาน
“กฎเกณฑ์แห่งไม้!”
“ปรากฏว่าเจียงผิงอันบรรลุอีกกฎเกณฑ์!”
“เขาอายุแค่สิบแปดสิบเก้าเท่านั้น แต่บรรลุถึงสามกฎเกณฑ์!”
ปวงชนตกตะลึง
ผู้ฝึกตนไร ้สังกัดทั่วไป บรรลุหนึ่งกฎเกณฑ์สมบูรณ์ในพันปีได้ก็ เยี่ยมยอดแล้ว
แต่เจียงผิงอันอายุเพียงสิบแปด ก็บรรลุสามกฎเกณฑ์สมบูรณ์!
ต้าเซี่ยทุ่มทรัพยากรกับการเลี้ยงดูเจียงผิงอันไปเพียงไร?
อันที่จริง พวกเซี่ยชิงเองก็งุนงง รู ้สึกเหลือเชื่อยิ่งกว่าผู้ใด
กระทั่งพวกเขาก็หารู ้เรื่องนี้ไม่
วรยุทธ ์‘ทวีคูณอนันต์’ เพิ่งถูกมอบให้เจียงผิงอันไปไม่ถึงปี
แต่เขาฝึกถึงขั้นที่สองแล้วในยามนี้!
นี่เป็ นวิชาลับระดับสูงสุด ผู้ฝึกตนทั่วไปแม้ใช ้เวลาเป็ นร ้อยพันปี ก็อาจเกินเข้าใจได้อยู่
หลังคังเหยียนซานคลายตะลึง ใบหน้าก็ยิ่งทวีความโลภ การ โจมตีเพิ่มความรุนแรงขึ้นทุกขณะ
“อาหารนี่กินแล้วดีแน่!”
ยิ่งแข็งแกร่ง หลังกินเข้าไปยิ่งเสริมพลังเขามหาศาล
ส่วนเรื่องที่เจียงผิงอันก็บรรลุวิชาเยียวยาขั้นสูงสุดนั้น คังเหยียน ซานหาสนใจไม่
วิชาเยียวยาเช่นนี้เปลืองพลังมหาศาล เจียงผิงอันทนได้ไม่นาน หรอก
ไพ่ตายสูงสุดของคังเหยียนซานคือวิชากลืนกินซึ่งสามารถดูด ปราณวิญญาณใกล้เคียงมาเป็ นของตนได้
ไม่ว่าจะเป็ นเช่นไร สุดท้ายผลก็แน่ชัดแล้วว่าเจียงผิงอันจะถูกเขา กลืนกิน!
การโจมตีระหว่างทั้งสองเร่งความเร็วขึ้นเรื่อย ๆ อย่าว่าแต่ผู้ฝึก ตนระดับต่า กระทั่งผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดส่วนใหญ่ยัง มองตามการเคลื่อนไหวของทั้งสองไม่ทันเลย
ได้ยินก็เพียงเสียงสะท้านสะเทือนเลื่อนลั่น
ทั้งสองสู้กันตั้งแต่ลานยุทธ ์เต๋าไปถึงเส้นทางสู่สวรรค์ จาก เส้นทางสู่สวรรค์สู่สถานพ านักของมหาจักรพรรดิ ดึงดูดสายตาผู้ฝึก ตนทั่วดินแดนลับให้มองมา
“เจียงผิงอัน! ทนไว้นะ! ฆ่าจระเข้กลืนสวรรค์นั่นเสีย!”
“ชัยชนะเป็ นของเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์!”
จระเข้กลืนสวรรค์จานวนมากก็พินิจการต่อสู้นี้อยู่
สองฝ่ ายล้วนสุดตึงเครียด ไม่ว่าจะเป็ นผู้ฝึกตนระดับต่าหรือเหล่า ยอดฝีมือล้วนรอผลศึกนี้อยู่
บนยอดเขาไกลออกไป ปัวซือในอาภรณ์สีเทานั่งแทะแตงบน ก้อนหิน มองสองผู้ประชันศึกด้วยสีหน้าคลั่งไคล้
“หากเจ้าสองคนนี้ถูกใช ้เป็ นศพ ต้องแข็งแกร่งมากแน่ ๆ พรู่ด!”
ปัวซือพ่นเปลือกเมล็ดแตงออก แต่พ่นแรงไปหน่อย มันจึง กระเด็นใส่ผู้ฝึกตนคนหนึ่ง
ใบหน้าผู้ฝึ กตนคนนั้นดาคล้า ชักกระบี่ที่เอวออกมาถามเสียง เย็น “ทาเสื้อเหลาจื่อเปื้อน วอนตายเสียแล้ว ขานชื่อมา ข้าไม่เคยฆ่า ผู้ไร้นาม”
“ปัวซือ สานักบัญชาศพ” ปัวซือโยนเปลือกเมล็ดแตงในมือทิ้ง พลางกล่าวเบา ๆ
เมื่อทราบตัวตนของอีกฝ่ าย สีหน้าเย็นชาของผู้ฝึ กตนคนนั้น พลันเปลี่ยนเป็ นรอยยิ้ม
“ฮ่า ๆ สหาย ข้าล้อเจ้าเล่นน่ะ ข้าชอบโดนคนถุยใส่ที่สุด เมื่อครู่ สหายถุยแล้วพอใจหรือไม่? ข้าเขยิบเข้าไปใกล้อีกได้นะ”
“ไสหัวไป” ปัวซือกล่าว
“ได้เลยจ้า”
ผู้ฝึ กตนคนนั้นขวัญเสีย รีบเผ่นหายไป กระทั่งใช ้ยันต์ เคลื่อนย้ายที่อุตส่าห์ถนอมไว้ตลอดมาด้วยกลัวปัวซือจะเปลี่ยนใจฆ่า ตน
ยามนี้ทั่วทั้งดินแดนลับ น้อยคนนักจะไม่รู ้เรื่องที่ปัวซือแห่งสานัก บัญชาศพสังหารสองตัวตนขอบเขตแปรเทวะด้วยสองการโบยไม้
ได้ยินว่าคนผู้นี้เดินสู่ยอดเขาเส้นทางสู่สวรรค์ พลังใจเทียบได้กับ มหาจักรพรรดิ
กอปรกับมหาอานาจอย่างสานักบัญชาศพ จึงมิใช่สิ่งที่ผู้ใดจะ ล่วงเกินได้ง่าย ๆ
ปัวซือเช็ดปากพลางมองเจียงผิงอันบนฟ้ า “เจ้านี่ไม่ไหวเลย เอา ตัวตนของข้ามาแอบอ้างเสียได้ ภายหน้าข้าจะแอบอ้างเป็ นเจ้าบ้าง”
ปัวซือได้ยินเรื่องที่ ‘ตัวเขา’ สัญจรถึงยอดเขาเส้นทางสู่สวรรค์ แล้ว
ในแดนบูรพา ผู้ที่ทราบตัวตนของเขามีเพียงเจียงผิงอัน ผู้แอบ อ้างย่อมไม่พ้นเจ้านี่แน่
“ว่าไปแล้ว เจ้าเด็กนี่ยังมีปราณอีกเพียงไหนกัน เหตุใดจึงไม่ แสดงอาการเหนื่อยล้าเลย?”
คังเหยียนซานสู้กับเจียงผิงอันอย่างสุดกาลังหนึ่งวันหนึ่งคืน ทว่า กลับไร้ผู้ใดแสดงอาการขาดปราณ
หากเป็ นผู้อื่น ในศึกอันดุเดือดซึ่งยืดเยื้อนานเพียงนี้ ปราณคง หมดเกลี้ยงไปนานแล้ว
ร่างของคังเหยียนซานมีปราณไม่หมดสิ้น ทุกผู้ทราบเหตุผลดีว่า เขาสูบปราณขณะต่อสู้ได้
แต่เจียงผิงอันนี่อะไร?
เขาฝึกฝนวิชาสั่งสมปราณเช่นไรกันแน่ จึงทนมาได้นานเพียงนี้
เจียงผิงอันแกร่งกล้าขึ้นตามกาล การโจมตีของเขาทวีความ ดุดัน ภาพฉายวิญญาณศึกชัดเจนขึ้นทุกขณะ
วิญญาณศึกเป็ นอานาจพิเศษซึ่งเชื่อมต่อกับวิญญาณ ยิ่งจานง สัประยุทธ ์แข็งแกร่ง วิญญาณศึกยิ่งแกร่งกล้า
“เจ้าฝึกวิชาสั่งสมปราณอะไรมา!”
ระหว่างศึก คังเหยียนซานถามสิ่งที่คาใจปวงชนอยู่
โลกหล้ามีวิชาสั่งสมปราณสูงสุดเพียงไม่กี่แขนง ทว่าพวกมัน ล้วนเป็ นวิชาลับของมหาอ านาจใหญ่
แล้วเจียงผิงอันฝึกสุดยอดวิชาสั่งสมปราณใดมา จึงอึดถึกทนได้ นานเพียงนี้?
เนื่องจากคังเหยียนซานออกวรยุทธ ์แข็งแกร่งต่อเนื่อง แม้จะสูบ ปราณวิญญาณได้รวดเร็ว ปราณวิญญาณที่มีในกายก็มิอาจรองรับ การใช ้จ่ายมหาศาลอย่างต่อเนื่องได้
สิ่งที่ตอบคาถามของคังเหยียนซานกลับมามีเพียงหมัดอันดุดัน ของเจียงผิงอัน
ดวงตาของคังเหยียนซานเย็นเยียบ “เดี๋ยวก็รู ้ว่าเจ้าจะทนได้นาน เพียงไร!”
แม้อีกฝ่ ายจะมีปราณในกายมากกว่า ก็ไม่มีทางใช ้ทิ้งใช ้ขว้างได้ ตลอดหรอก
หากทนได้อีกอย่างมากหนึ่งวัน เจียงผิงอันพ่ายแน่!
ศึกดาเนินต่อไป ผู้ฝึกตนมากมายทิ้งทุกการกระทา จ้องมองศึก อย่างพะวงร ้อนใจ
หากยืดเยื้อต่อไปเช่นนี้ เจียงผิงอันอาจทนไม่ไหวก็เป็ นได้!
บทที่ 216 เจียงผิงอันถูกเขมือบ
ยอดฝีมือเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์มากมายหน้าชื่นตาบาน
หากเขมือบกายาศักดิ์สิทธิ์เทียมตรงหน้าได้ พวกเขาก็จะ สามารถทาลายความยิ่งใหญ่แห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์ และทาให้เผ่าจระเข้ กลืนสวรรค์ยิ่งใหญ่ในหมู่ปีศาจด้วยกัน
ยิ่งกว่านั้น คังเหยียนซานยังได้มรดกสายเลือดบรรพชนมาแล้ว หากกินเจียงผิงอันได้ ความส าเร็จในภายหน้าของเขาก็จะยิ่งไร ้จากัด
บางที อาจคืนศักดิ์ศรียิ่งใหญ่ให้กับเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์เช่น กาลก่อน หวนคืนสู่ผู้นาเหนือเผ่าพันธุ์อื่นใด!
เมื่อคิดเช่นนี้ เหล่ายอดฝีมือเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์จะไม่ยินดีได้ หรือ?
ขณะเดียวกัน ปวงชนฝั่งเผ่ามนุษย์ล้วนหดหู่กดดัน
มิอาจทราบว่าปราณในร่างเจียงผิงอันจะยื้อได้นานเพียงไร
หากมิอาจจัดการกับคังเหยียนซานได้ก่อนปราณหมด อันตราย จะบังเกิดแน่
ผู้ฝึกตนทั่วซากโบราณมหาจักรพรรดิล้วนให้ความสนใจกับศึก นี้ ผู้คนมากมายรู ้สึกว่าศึกนี้น่ากลัวเกินกว่าจะสงบใจ
สองวันผ่านมา พวกเขาได้เห็นเจียงผิงอันและวิญญาณศึกยังคง ต่อสู้อย่างฮึกเหิม ทุกกาปั้นเหนี่ยวหน่วงสุดกาลัง ชวนให้หนังศีรษะ ชาวูบวาบ
“ล้อกันเล่นหรือ? เจ้านี่มีปราณในกายมากเพียงไรกัน?”
“ต่อให้เขาไปเรียนคัมภีร ์มหาสมุทรจากแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อ ก็ไม่มีทางเก็บปราณได้มากมายเช่นนี้ได้!”
ไม่ว่าเผ่ามนุษย์หรือเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ เมื่อเห็นเจียงผิงอันมี ปราณไม่ขาด ไร ้ความเหนื่อยล้าจนบัดนี้ ก็ยังตะลึงในใจเกินระงับได้
ราวกับเขามีปราณไม่จ ากัด!
เปรี้ยง!
เจียงผิงอันฉวยโอกาสยามคังเหยียนซานตั้งตัวไม่ทัน ออกหมัด ชกอีกฝ่ายกระเด็นสู่จักรวาลพร่างดาว
อกของคังเหยียนซานยุบตัว เขากระอักเลือดต่อเนื่อง ก่อนจะ หวนกลับมาพลางแผดเสียงอย่างเดือดดาล “เจ้ายังมีปราณวิญญาณ อีกมากเพียงไร!”
แม้เขาจะสูบปราณต่อเนื่อง ก็ยังใช ้ปราณวิญญาณไปมากมาย แต่ปราณวิญญาณในกายเจียงผิงอันดูไม่จบไม่สิ้น ใช ้ได้ไม่มีวัน หมด!
นี่คือเหตุผลที่เจียงผิงอันยอมสร ้างขอบเขตเองดีกว่าทิ้ง ‘วิชา ซ่อนจักรวาล’
เพราะมันแข็งแกร่งเกินไป ปราณวิญญาณและปราณโลหิตที่มัน กักเก็บได้นั้นน่าสะพรึงนัก
เจียงผิงอันพินิจคังเหยียนซานอย่างสุขุม “ข้ารู ้ว่าเจ้ามีอ านาจ พิเศษในตัว ยังไม่ใช ้มันอีกหรือ?”
ภายใต้สายตาของเขา ไร ้สิ่งใดซุกซ่อนพ้น
เจียงผิงอันเห็นได้ว่าในตัวคังเหยียนซานมีหนึ่งอานาจแข็งแกร่ง ยิ่ง กระทั่งสะพรึงฤทธิ์มันอยู่
คังเหยียนซานกัดฟัน “เจ้าหาที่ตายเองนะ!”
อานาจที่อีกฝ่ ายกล่าวถึงนั้นคือมรดกสายเลือดที่เขาเพิ่งได้มา เป็ นพลังแห่งบรรพชน
เดิมที เขาไม่อยากใช ้อานาจนี้ แต่หารู ้ไม่ว่าตนจะมิอาจรับมือ เจียงผิงอันได้เลย ยามนี้เขาจึงต้องใช ้มัน
แม้อานาจนี้จะเพิ่งถูกใช ้งาน ก็เพียงพอรับมือเจียงผิงอันหนึ่งคน ได้
ร่างของคังเหยียนซานคืนสู่ลักษณ์จระเข้กลืนสวรรค์อย่าง รวดเร็ว จระเข้กลืนสวรรค์ตัวมหึมายาวสามร ้อยจั้งปรากฏบนท้องฟ้ า
ขนาดอันชวนสะพรึงนี้ทาให้ผู้คนรายล้อมดูเล็กจ้อย
ปราณปีศาจสะท้านแดนดินปกคลุมร่างของเขา ดวงตามหึมา เปี่ยมความดุร ้าย
หัวใจเหล่าผู้ชมเต้นระทึกรุนแรง
ช่างเป็ นปราณที่น่ากลัวอะไรเช่นนี้
“เจ้าแมลง! นี่จะแผลงฤทธาแท้จริงของเราจระเข้กลืนสวรรค์ให้ เจ้าเห็น!”
คังเหยียนซานอ้าปากจระเข้ สร้างหลุมด ามหึมาในปากก่อนจะ ออกแรงสูบอย่างรุนแรง ปราณในฟ้ าดินหลากหลั่ง ประหนึ่งกลืนกิน สิ้นฟ้ ามลายแดน!
เมื่อสัมผัสอานาจนี้ ผู้ฝึกตนมนุษย์ทั้งหลายต่างถอยกรูดอย่าง ครั่นคร ้าม สัมผัสได้ชัดเจนว่าปราณในกายถูกสูบออกไป!
เพียงพริบตานั้น ปราณที่คังเหยียนซานใช ้ไปก็ถูกเติมล้นปรี่ ชวนสะพรึงอย่างยิ่ง
ดวงตายอดฝีมือเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ทั้งหลายรื้นน้า ดูตื่นเต้น กันยิ่งนัก
“นี่คือฤทธาแท้จริงของเราเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์!”
“เขมือบสวรรค์กลืนพิภพ ย่อยสลายสรรพสิ่งจริงแท้!”
“ขอเพียงสามสหายร่วมเผ่าที่ได้รับมรดกเติบโต เราเผ่าจระเข้ กลืนสวรรค์จะได้เป็ นหนึ่งในยุคสมัยอีกแน่นอน!”
จระเข้กลืนสวรรค์ทั้งหลายเริ่มวาดฝันถึงความรุ่งเรืองในอดีตกัน แล้ว
คังเหยียนซานใช ้พลังกลืนกินอันน่าสะพรึงกลัว เขมือบร่างและ วิญญาณศึกของเจียงผิงอันเข้าสู่หลุมด าอย่างเกินควบคุม
ยอดฝี มือจากต้าเซี่ยล้วนสีหน้าเปลี่ยน รีบร ้อนพุ่งเข้าไป ช่วยเหลือ
ยอดฝีมือเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์พลันยืนขวาง จ้องมองยอดฝีมือ จากต้าเซี่ยอย่างเหยียดหยามทันที
“ผู้น้อยประชัน พวกเจ้าจะท าอะไร? แพ้ไม่ลงหรือไร?”
สีหน้าของยอดฝีมือจากต้าเซี่ยดาคล้าถึงขีดสุด
มียอดฝีมือเช่นนี้ขวางทาง อย่าว่าแต่พวกเขา ต่อให้เชิญบรรพ ชนมาก็อาจมิเป็ นผลก็ได้
ยอดฝี มือจากต้าเซี่ยทั้งหลายสุดแสนคับแค้น ตีอกชกหัวโทษ ตัวเองในใจ
พวกเขาไหวตัวไม่ทัน เจียงผิงอันถึงถูกเขมือบไป
ยามเห็นเจียงผิงอันถูกเขมือบหาย ศีรษะของเซี่ยชิงอื้ออึง สมอง ว่างโล่ง ยืนนิ่งค้างกับที่
ใบหน้างดงามของอวิ๋นหวงก็เผยความรวดร ้าว
ผู้ฝึกตนมนุษย์ทั้งหลายต่างผงะ สีหน้าแปรเปลี่ยนเฉียบพลัน
“เจียงผิงอันโดนเขมือบไปแล้ว!”
“เป็ นไปได้เช่นไร มิได้สิ!”
“จบสิ้นแล้ว เผ่ามนุษย์จะตกต่าอีกครั้ง”
เหตุกะทันหันนี้เกินตั้งตัวสาหรับทุกบุคคล
มิคาดว่าเจียงผิงอันจะถูกเขมือบไปดื้อ ๆ!
เรื่องนี้ทาร ้ายจิตใจผู้ฝึกตนมนุษย์อย่างมหาศาล
กระทั่งผู้แข็งแกร่งอย่างเจียงผิงอันยังชนะจระเข้กลืนสวรรค์มิได้ จระเข้กลืนสวรรค์ต้องน่ากลัวเพียงไร
“เจียงผิงอันต้องไม่เป็ นไร!” อวิ๋นหวงกาหมัด สีหน้ามาดมั่น
“ฮ่า ๆ ๆ”
ฝ่ ายจระเข้กลืนสวรรค์หัวเราะร่า
“ขอเพียงใครถูกเราเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์เขมือบเข้า มันจะไม่ กลับออกมาแน่นอน! ขอเพียงถูกเขมือบ ก็ขึ้นกับเวลาแล้วว่าจะถูก ย่อยยามใด!”
“พวกเจ้าเผ่ามนุษย์ ลองก าเริบอีกสิ!”
“กายาศักดิ์สิทธิ์บ้าบออะไร จระเข้กลืนสวรรค์ก็ยังกลืนได้”
เหล่าจระเข้กลืนสวรรค์เชิดคางอย่างภาคภูมิ
ไม่มีสิ่งใดจรรโลงใจเท่ามาพิชิตมนุษย์ในถิ่นมนุษย์อีกแล้ว
ขณะมองท่าทีก าเริบเสิบสานของเหล่าจระเข้กลืนสวรรค์ เหล่าผู้ ฝึกตนมนุษย์ต่างข่มเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างเดือดดาล
จระเข้กลืนสวรรค์ตนหนึ่งตะโกนท้าทาย “พวกมนุษย์ขยะ! ยังมี ผู้ใดจะสู้อีกหรือไม่?”
เมื่อเห็นว่าไร ้ผู้ใดตอบ เผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ก็ยิ่งเหิมเกริม
บนภูเขาไกลออกไป ปัวซือแทะเมล็ดแตงพลางมองท่าทีเหิมเกริม ของเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ แล้วใบหน้าก็ปรากฏเค้าเดียดฉันท์
“ไอ้โง่ ผู้ที่ข้ายังฆ่าไม่ได้ พวกเจ้าฆ่าได้หรือ?”
ขณะนี้ ผู้ฝึ กตนมากมายที่จ้องมองคังเหยียนซานอยู่พลัน สังเกตเห็นความผิดปกติ
“พวกเจ้าดูที่คังเหยียนซานเร็ว ดูเจ็บปวดมากเลยนะ!” ผู้ฝึกตน คนหนึ่งตะโกน
ร่างมหึมาของคังเหยียนซานทุรนทุรายฟาดหาง ผิวกายมีน้าสีดา ซึมไหลต่อเนื่อง ลมหายใจแผ่วลงอย่างเฉียบพลัน
“เจ้าก็วางยาข้าเรอะ!” คังเหยียนซานแผดเสียงอย่างเจ็บปวด
ได้ยินเช่นนี้ เหล่าผู้ฝึกตนมนุษย์ผู้สิ้นหวังพลันปรากฏความหวัง ในใจ
หนึ่งในผู้ฝึกตนเสสรวลกล่าว “ไอ้โง่! ร่างของเจียงผิงอันมีพิษ แต่ พวกเจ้าไม่รู ้ก็เท่านั้น!”
คังเหยียนซานกลิ้งเกลือกไปมาอย่างเจ็บปวด มิคาดว่าเจียงผิง อันจะมีความสามารถนี้
หากรู ้แต่แรก คงไม่มีทางกลืนอีกฝ่ายลงท้องไปเช่นนี้
คังเหยียนซานอ้าปากคายเจียงผิงอันออกมา
เจียงผิงอันลอยกลางอากาศ ครบถ้วนสมบูรณ์
เดิมทีเขาจงใจให้อีกฝ่ ายเขมือบ ฉวยโอกาสยามอีกฝ่ ายจะย่อย เขาปล่อยพิษทั้งหมดของแมลงหมื่นพิษเจ็ดดาราให้คังเหยียนซาน ย่อย
แมลงหมื่นพิษเจ็ดดาราสามารถวางยาตัวตนขอบเขตวิญญาณ แรกก าเนิดได้นับแต่ก่อนวิวัฒนาการด้วยโอสถกระจ่างแจ้งเสียอีก มิ ต้องพูดถึงว่าขณะนี้มันวิวัฒนาการแล้ว พิษยิ่งทวีความน่ากลัวกว่า เก่า
คังเหยียนซานตายแน่อย่างไร ้กังขา
ทว่า เพื่อป้ องกันมิให้มีผู้มาช่วยได้ทัน เจียงผิงอันจึงตัดสินใจ เผด็จศึกในคราวเดียว
ชีพจรทั้งสามร ้อยหกสิบจุดในกายถูกกระตุ้นใช ้พร ้อมกัน สาด แสงเรืองโรจน์เยี่ยงดวงตะวัน ปราณมหาศาลหลากทะลักดุจคลื่น สมุทร
เมื่อทุกผู้เห็นเช่นนี้ ดวงตาก็เบิกกว้าง
“ชีพจรบนร่างเขาก าลังเรืองแสง!”
“มีบางอย่างไม่ถูกต้อง! ท าไมปราณของเขาจึงไม่ได้อยู่ใน วิญญาณแรกก าเนิด แต่เป็ นจุดชีพจรล่ะ!”
“นี่คือขอบเขตที่เขาสร ้างเอง ขอบเขตผนึกวิญญาณ เก็บปราณ ในชีพจรทั้งสามร ้อยหกสิบจุดในกาย”
“ปรากฏว่าเรื่องที่เขาสร ้างขอบเขตเองเป็ นความจริง!”
เคยมีข่าวลือเรื่องเจียงผิงอันสร ้างขอบเขตเป็ นของตนเอง
ทว่าเรื่องเช่นนี้เหลือเชื่อเกินไป โลกภายนอกมีแต่จะปรุงแต่งข่าว ลือ หามีผู้เชื่อไม่
ยามนี้ ได้ประจักษ์แก่ตาแล้ว!
บรรดาจระเข้กลืนสวรรค์ต่างผงะจังงังยามได้ยินเสียงสนทนาของ เหล่ามนุษย์
เจียงผิงอันผู้นี้สร ้างขอบเขตของตนเอง?
ล้อเล่นอะไรอยู่?
ราชันศักดิ์สิทธิ์และนักพรตเสินซวียังเริ่มสร ้างขอบเขตของตน หลังเป็ นยอดฝีมือแล้ว
แต่เจียงผิงอันเริ่มสร ้างขอบเขตของตนตั้งแต่การฝึ กฝนยังต่า ต้อย เรื่องเช่นนี้เหลือเชื่อเกินไป
เจียงผิงอันผสานรวมกับวิญญาณศึก รวมกาลังทั้งหมดในกาปั้น ฟาดเข้าใส่คังเหยียนซาน
บทที่ 217 เผด็จศึก
“ไอ้หนู! หยุดนะ!”
เมื่อสัมผัสฤทธายิ่งใหญ่จากหมัดนี้ ยอดฝี มือเผ่าจระเข้กลืน สวรรค์ก็สะดุ้ง ท่าทีจะรีบเข้าไปขวาง
ห้ามปล่อยคังเหยียนซานตายเด็ดขาด!
คังเหยียนซานได้มรดกมาแล้ว หากเขาตายไป เผ่าจระเข้กลืน สวรรค์จะเสียหายมหาศาล
ทว่า ก่อนที่ยอดฝี มือจระเข้กลืนสวรรค์จะมาถึง ยอดฝี มือเผ่า มนุษย์มากมายก็ขวางไว้ตรงหน้า
แม้ยอดฝีมือมนุษย์เหล่านี้จะไร ้สิ่งเกี่ยวพันกับเจียงผิงอัน ต่อหน้า ศัตรูจากต่างเผ่าเหล่านี้ หากเผ่ามนุษย์ไม่เป็ นปึกแผ่น คงถูกเผ่าพันธุ์ อื่นลบหายไปช ้านาน
“ผู้น้อยประชัน พวกเจ้าจะท าอะไร? แพ้ไม่ลงหรือไร?” ยอดฝีมือ มนุษย์ผู้หนึ่งปริปาก
วาทะเหล่านี้เคยออกจากปากยอดฝีมือเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ยาม มาหยุดยอดฝีมือจากต้าเซี่ยก่อนหน้านี้
เปรี้ยง!
เบื้องหลังเกิดเสียงเปรี้ยงสนั่นดุจอุกกาบาตตกกระแทก รัศมี ศักดิ์สิทธิ์สาดส่องไร ้สิ้นสุดสู่สุญตา
ศีรษะจระเข้ขนาดมหึมาของคังเหยียนซานแหลกระเบิดไปดุจ เต้าหู้
“ไม่!”
ยอดฝีมือเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์คารามลั่น
นี่คืออัจฉริยะสูงสุดขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดของพวกเขา เผ่าจระเข้กลืนสวรรค์
ตกตายไปเช่นนั้น!
วิญญาณแรกก าเนิดของคังเหยียนซานหนีจากสังขาร ไปหลบ เบื้องหลังยอดฝีมือเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ผู้หนึ่ง
เจียงผิงอันมิได้ไล่ตาม ทว่าเก็บร่างใหญ่โตไปอย่างรวดเร็ว
จระเข้ตัวขนาดนี้ กินได้เป็ นร ้อยปี
เมื่อคังเหยียนซานตกตาย สรรพสิ่งก็ตกอยู่ในความเงียบสงัด ทุก สายตามาบรรจบที่ร่างอันเฉิดฉายของเจียงผิงอัน
หลายบุคคลเหม่อลอย
หลังเงียบไปเนิ่นนาน ทั้งซากโบราณก็เลื่อนลั่นด้วยเสียงโห่ร ้อง
“ชนะแล้ว! เราเผ่ามนุษย์ชนะแล้ว!”
“ฮ่า ๆ มรดกเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ไร ้สาระ มิใช่เราเผ่ามนุษย์ขยี้ แหลกแล้วหรือ?”
“จระเข้กลืนสวรรค์งี่เง่า เจียงผิงอันของเราเผ่ามนุษย์แข็งแกร่ง หรือไม่!”
คังเหยียนซานถูกสังหารในศึก เหล่าผู้ฝึกตนมนุษย์ล้วนชื่นบาน ปรีดา
ในฝูงชน ผู้อาวุโสคิ้วขาวจากสานักขวานฟ้ าจ้องมองเจียงผิงอัน อยู่นาน ก่อนจะพลันกล่าวกับเจ้าส านักหนิงโหยวข้างกาย
“เจ้าส านัก ท่านคิดหรือไม่ว่าเจียงผิงอันดูคลับคล้าย…”
“ไม่คล้ายหรอก! ใช่เลย!” หนิงโหยวก าขวานแน่น สีหน้า แปรเปลี่ยนซับซ ้อน
“ก่อนหน้านี้ยามเขาใช ้กิ่งไม้ ลวดลายที่มือขวาก็เหมือนของเจียง ผิงอันทุกประการ แล้วยังหน้าตายเหมือนกัน”
“กาลก่อน เจ้าสานักผู้นี้ก็สงสัยอยู่ ว่าเหตุใดคนจากสานักบัญชา ศพจึงใช ้ร่างตนต่อสู้แทนบัญชาศพ ที่แท้เขาก็มิได้มาจากสานัก บัญชาศพแต่แรก”
หนิงโหยวมองออกแล้วว่าเจียงผิงอันคือ ‘ปัวซือ’ ก่อนหน้านี้
ผู้อาวุโสคิ้วขาวดูริษยา “หากเขาเป็ นอัจฉริยะจากส านักเรา คง น าส านักขวานฟ้ าสู่จุดสูงสุดได้แน่”
หนิงโหยวชาเลืองกลับไปที่เขา “ข้าจาได้ว่า เจ้าเคยบอกจะฆ่า เขาเพื่อรับค่าหัวต่อหน้าต่อตาเจ้าตัวเลยนี่”
ได้ยินเช่นนี้ สีหน้าของผู้อาวุโสคิ้วขาวก็แปรเปลี่ยนเฉียบพลัน เข่าอ่อนสั่นเทิ้ม หยุดหายใจไปชั่วขณะ
ดูเหมือนจะมีเรื่องเช่นนั้นจริง ๆ!
หนิงโหยวชาเลืองผู้อาวุโสคนอื่น ๆ “กลัวบ้าอะไร อีกฝ่ ายไม่ได้ เก็บพวกเจ้ามาใส่ใจเลย นิ้วเดียวก็บี้พวกเจ้าตายได้แล้ว กลับไปทา เหมืองเสีย!”
อัจฉริยะระดับนี้มิใช่ผู้ที่พวกเขาสานักขวานฟ้ าจะแตะต้องได้
เจียงผิงอันยืนกลางสุญตา จ้องจระเข้กลืนสวรรค์ทั้งหลายอย่าง สุขุม “ยังมีผู้ใดคิดท้าทายอีก?”
ไร ้ผู้ใดส่งเสียง ใบหน้าเปี่ยมโทสะและจิตสังหาร
กระทั่งคังเหยียนซานยังตกตาย ผู้อื่นจะเหลืออะไร
“ส่งร่างของคังเหยียนซานคืนให้เรา!” ยอดฝี มือจระเข้กลืน สวรรค์ตนหนึ่งตะโกน
“อย่าให้นะ! ร่างของมันมีมรดกสายเลือดกลืนกิน แปรสภาพแล้ว อาจได้อ านาจกลืนกินมา!”
ยอดฝีมือมนุษย์ผู้หนึ่งกล่าวห้าม
ได้ยินเช่นนี้ หัวใจของเจียงผิงอันก็ตกตะลึง
สามารถได้อ านาจกลืนกินมาหรือ?
พูดขนาดนี้ เขาก็ไม่ส่งซากให้แล้ว
เจียงผิงอันเห็นมากับตาว่าอ านาจกลืนกินน่ากลัวเพียงไร
ด้วยอานาจนี้ คังเหยียนซานจึงบรรลุห้ากฎเกณฑ์ เป็ นเรื่อง อัศจรรย์
หากมิใช่เพราะลูกเล่นสุดท้ายและวางยาอีกฝ่ ายไว้ ก็ยากที่เจียง ผิงอันจะชนะได้
แน่นอน เขาก็ใช ้อานาจเนตรแห่งเวลาเอาชนะได้ แต่นั่นคือไพ่ ตาย
ขอสู้เสมอดีกว่าเผยอานาจนี้ต่อหน้าปวงชนมากมาย
เจียงผิงอันกล่าวกับเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ “ส่งคนมาสู้กับข้าสิ หากชนะได้ ก็เอาซากคืนไป”
ได้ยินเช่นนี้ ปวงชนจากเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ก็ข่มเขี้ยวเคี้ยวฟัน อย่างเดือดดาล
“คอยก่อนเถอะ! พวกเจ้าเผ่ามนุษย์คอยก่อนเถอะ! ไป!”
ยอดฝีมือเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ทิ้งคาอาฆาตไว้ ก่อนจะจากไปกับ สหายร่วมเผ่าอย่างไม่ฮึกเหิมเช่นกาลก่อน
ยังมีสหายร่วมเผ่าอีกสองตนที่ได้รับมรดกสายเลือด เพียงพอให้ พวกเขาเรืองอ านาจได้
ความแค้นวันนี้ และในอดีตเนิ่นนาน ไม่ช ้าก็เร็วพวกเขาจะตาม ช าระล้างแค้น!
เหล่าผู้ฝึกตนมนุษย์หน้าชื่นตาบาน สามมหาอานาจใหญ่พ่าย ศึกอยู่ก่อนหน้า ท าให้พวกเขาเสียโอกาสรับมรดก ท าให้พวกเขาคับ ข้องใจนัก
แต่ชัยชนะของเจียงผิงอันทาให้พวกเขาทวงคืนศักดิ์ศรีได้ เล็กน้อย
ยอดฝีมือเผ่ามนุษย์ผู้หนึ่งเหินมาตรงหน้าเจียงผิงอัน อดถามมิได้ “ซากนี้ขายหรือไม่?”
มูลค่าซากของคังเหยียนซานนั้นมิได้ด้อยกว่าโครงกระดูกกายา ศักดิ์สิทธิ์อันสมบูรณ์เลย
“ขออภัยด้วย ผู้อาวุโส ข้าอยากใช ้มันเพื่อตนเอง” เจียงผิงอัน ตอบกลับอย่างถ่อมตัว
ยอดฝีมือผู้นั้นผิดหวังเล็กน้อย แต่มิได้คาดคั้น “ก็ถูก เส้นทางนี้ ของเจ้าไร ้ผู้ชี้แนะ หากเจ้าได้อ านาจกลืนกินมา ก็จะดีต่อเจ้าเช่นกัน”
ยอดฝีมือทุกคนที่นี่เห็นได้ว่าอานาจต่อสู้แข็งแกร่งของเจียงผิง อันมาจากปราณมหาศาลที่กักเก็บในกาย
แต่เส้นทางนี้ สุดท้ายก็เดินได้ไม่ไกล
ไร ้ผู้ใดเชื่อว่าเจียงผิงอันจะสร ้างระบบอันสมบูรณ์ได้ ไม่ช ้าก็เร็ว เส้นทางนี้ก็จะจบลง ต้องหวนคืนสู่เส้นทางที่ถูกต้อง
มิใช่ว่าพวกเขาดูถูกเจียงผิงอัน แต่เพราะมันเป็ นไปไม่ได้เลย
นับแต่โบราณ มีอัจฉริยะมากมายในเผ่ามนุษย์ ทว่ามีเพียงสาม คนที่เบิกระบบอันสมบูรณ์ขึ้นได้
เจียงผิงอันในขณะนี้เด็กเกินไป การที่เขาเหยียบย่างถึงขั้นนี้ได้ นับว่ายอดเยี่ยมแล้ว
ก้าวที่สองนั้นยากเย็นยิ่ง
สามก้าวยิ่งยากดุจไต่สู่สรวง
อย่าว่าแต่สร ้างระบบเลย
หากมิอาจสร ้างระบบอันสมบูรณ์ได้ สู้ฝึ กฝนอย่างปกติทั่วไป ดีกว่า
เหล่าผู้ฝึกตนพินิจเจียงผิงอันอย่างลึกล้า จดจาใบหน้านี้เอาไว้
ศึกนี้ทาให้ปวงชนประจักษ์ความแข็งแกร่งของเจียงผิงอัน
นามของเขาจะมีผู้จดจามากขึ้น
ยอดฝีมือจากต้าเซี่ยเหินมาตรงหน้าเจียงผิงอัน
“เจ้าเด็กตัวเหม็น ทาพี่หญิงตกใจแทบตาย!”
เซี่ยชิงไม่สนภาพลักษณ์ คว้าศีรษะของเจียงผิงอันมากอดแน่น แนบอก
เห็นเช่นนี้ ดวงตาบุรุษมากมายก็แดงฉานด้วยริษยา คับข้องใจยิ่ง นัก พลังต่อสู้แข็งแกร่งยังไม่พอ ยังเป็ นที่ชื่นชอบของเหล่าหญิงงาม อีก
เจียงผิงอันเสียพลังงานไปมากกว่าจะเบี่ยงศีรษะออกมาได้ “ข้า อยากกลับไปเก็บตัว สร ้างอวตารร่างที่สาม”
แม้ชนะอัจฉริยะได้หนึ่งตน เขาก็หามีความทะนงไม่
ผู้ฝึ กตนขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดแข็งแกร่งมากจริงแท้ นับเป็ นมหาอ านาจหลักในส านักเล็ก ๆ เลย
แต่ศัตรูของเขาคือต้าฉู่ หนึ่งแดนดินอันมีสัตว์ประหลาดเฒ่าอยู่ มากมาย
เขาจะพยายามสร ้างอวตารร่างที่สาม แล้วเขมือบอวตาร!
หากสร ้างอวตารนี้ได้ พลังต่อสู้ของเขาก็จะโถมทะยานก้าว กระโดด!
“ไม่ต้องกลับไปหรอก ไปที่อดีตสถานพานักมหาจักรพรรดิสิ”
เซี่ยชิงคว้าศีรษะของเจียงผิงอันมากอดอีกครั้ง “ที่นั่นมีห้อง มากมายที่ถูกเปลี่ยนเป็ นห้องลับสาหรับฝึกฝน ผู้ฝึกตนเพิ่มความเร็ว ฝึกฝนได้ และยังมีผลประโยชน์มากมาย”
“แม้ราคาการฝึกฝนในนั้นจะแพงมาก แต่เจ้าได้ร ้อยกฎเกณฑ์ จากลานยุทธ ์เต๋า เงินแค่นั้นไม่ต้องสนใจหรอก”
เจียงผิงอันอยู่ในลานยุทธ ์เต๋ามาเกินเก้าสิบวัน แล้วผู้ท้าทายก็แห่ กันมา นับได้ว่าชนะร ้อยศึก ได้รับร ้อยกฎเกณฑ์เป็ นรางวัล
แต่เซี่ยชิงหารู ้ไม่ ว่าเจียงผิงอันก็ได้รางวัลจากเส้นทางสู่สวรรค์ อีกร ้อยกฎเกณฑ์
ด้วยกฎเกณฑ์เหล่านี้ ก็สามารถคัดลอกทรัพยากรที่ต้องการ ด้วยอ่างส าริดได้แล้ว
เช่นเม็ดบงกชแจ้งวิถี โอสถระดับสูงทั้งหลาย
เจียงผิงอันออกจากอ้อมแขนของเซี่ยชิง ไปรับรางวัลที่ลานยุทธ ์ เต๋า ขณะเดียวกันก็เก็บซากจระเข้กลืนสวรรค์ที่ฆ่าไปก่อนหน้าด้วย
จระเข้กลืนสวรรค์อร่อยขนาดนี้ จะทิ้งขว้างมิได้
ในโลกนี้ หากไม่กินผู้อื่น ก็ถูกผู้อื่นกิน
ผู้แข็งแกร่งนั่งโต๊ะ มิใช่ขึ้นไปนอนบนโต๊ะ
ยามผู้ดูแลลานยุทธ ์เต๋ามอบรางวัลแก่เจียงผิงอัน เขากล่าวว่า
“แดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อ ตระกูลเหลยโบราณ และต้าเฉียนจะ ร่วมกันลงทุน สร ้างแผนบ่มเพาะอัจฉริยะขึ้นมาในแดนบูรพา”
“หากมีเวลา ข้าอยากให้เจ้าเป็ นผู้น าอัจฉริยะรุ่นเยาว์ เราจะให้ ทรัพยากรและฝึกฝนเจ้าอย่างเฉพาะทาง”
เจียงผิงอันตะลึงไป แผนบ่มเพาะอัจฉริยะ?
ข้างกันนั้น เซี่ยชิงถ่ายทอดปราณแจ้งว่า “หนนี้ สามมหาอานาจ ใหญ่พ่ายแก่เผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ เป็ นเรื่องน่าอายยิ่งนัก เพื่อรักษา หน้า จึงต้องลงทุนฝึกฝนอัจฉริยะ”
“แต่หากเจ้าเข้าร่วม เจ้าก็จะต้องไปสู้กับเผ่าปีศาจทะเลบูรพาที่ ทะเลบูรพา”
“หากเจ้าไม่ถือสา เจ้าก็เข้าร่วมได้ แม้แผนที่ว่าจะยังไม่เป็ น รูปร่าง ผลประโยชน์ก็ยังมากมายแน่แท้”
“เช่นวรยุทธ ์ระดับสูงอย่างวิชาเทียมเทพสงครามและหมัดอู๋จี๋ หากเจ้าทุ่มเงินซื้อเอง ร ้อยกฎเกณฑ์ก็ไม่พอซื้อเลย แต่พวกเขาอาจ หามาให้เจ้าได้”
เซี่ยชิงเองก็ถูกเชิญ จึงพอรู ้อยู่บ้าง
เจียงผิงอันเงียบไปครู่หนึ่ง จึงตอบว่า “ขออภัยด้วย ผู้อาวุโส ขณะนี้ข้ายังไม่มีเวลา ข้าจะเข้าร่วมหรือไม่ ต้องขึ้นกับสถานการณ์ แล้ว”
เขาในขณะนี้อยากพัฒนาตัวเองก่อน หากกิจกรรมนี้แย้งกับการ ฝึกฝน การฝึกฝนก็ยังส าคัญกว่า
ผู้ดูแลลานยุทธ ์เต๋าแย้มยิ้ม “ไม่เป็ นไร เรื่องนี้ขึ้นกับความสมัคร ใจ”
เจียงผิงอันกุมกาปั้นคารวะ หันกายมุ่งหน้าสู่อดีตที่พานักมหา จักรพรรดิ
อดีตที่พานักมหาจักรพรรดินั้น มิได้เลิศล้าอลังการเช่นคาดฝัน ไม่มีโครงสร ้างงดงามชวนตะลึงใด ๆ
มีเพียงบ้านศิลากระท่อมไม้ธรรมดา ๆ ซึ่งดูดีกว่าบ้านชาวไร่ ชาวนาในหมู่บ้านเก่าของเขานิดหน่อยเรียงรายอยู่
ภายใต้อิทธิพลของกฎเต๋าหลากหลาย กระท่อมเหล่านี้ล้วนมี อ านาจพิเศษ แม้เวลาจะผ่านแสนนาน พวกมันก็ยังไม่ถล่มเสียหาย
หลังจากตระกูลเหลยบูรณะมัน บ้านเรือนเหล่านี้ก็กลายเป็ น สถานที่บรรลุแจ้ง มีผู้ฝึกตนมากมายฝึกฝนที่นี่
เจียงผิงอันไปหาผู้ดูแล เตรียมเช่าห้องฝึกฝน
เมื่อมาถึงที่ทาการเจ้าหน้าที่ เห็นหน้าตาผู้ดูแล เจียงผิงอันก็ผงะ จังงัง ประหลาดใจสุดขีด
“ผู้อาวุโสเหลย!”
ผู้ดูแลที่นี่ก็คือมารดาของเมิ่งจิง เหลยหลาน!
บทที่ 218 อดีตที่พำนักมหำจักรพรรดิ
ปรำกฏว่ำมำรดำของเมิ่งจิงอยู่ที่ซำกโบรำณมหำจักรพรรดิ
เหลยหลำนมิใช่เพียงมำรดำของเมิ่งจิง แต่ยังเป็ นผู้มอบ ‘อัสนี พริบตำ’ ซึ่งทำให้พลังต่อสู้ของเขำทะยำนสูง และเมตตำต่อเขำ
ใบหน้ำของเหลยหลำนงำมสง่ำ นุ่มนวลกระจ่ำงใสเช่นจันทรำ คิ้วเรียวเช่นกิ่งหลิว เผยเสน่ห์เช่นหญิงสำวทั่วทั้งกำย
เรือนผมยำวของนำงดำขลับ นุ่มลื่นเยี่ยงแพรไหม ตัดกับอำภรณ์ ผ้ำแพรขำว
ปิ่นหยกอันวิจิตรบรรจงเล่มหนึ่งปักในเรือนผมยำว ขมวดเก็บ อย่ำงอ่อนช ้อย ทำให้ดูเคร่งขรึมยิ่งขึ้น
เหลยหลำนแย้มยิ้มเช่นสำยลมยำมวสันต์ “เรียกผู้อำวุโสเหล ยห่ำงเหินไปแล้ว เรียกข้ำป้ ำหลำนก็พอ”
นำงถูกใจเจ้ำหนูผู้มีผลงำนโดดเด่นนี้นัก
ในศึกก่อนหน้ำนี้ เหลยหลำมย่อมประจักษ์ว่ำเจียงผิงอันเทียบชั้น อัจฉริยะสูงสุดในตระกูลนำงได้แล้ว
“ท่ำนป้ ำหลำน” เจียงผิงอันกล่ำวอย่ำงนอบน้อม
“ฟังดูระคำยหูอยู่แฮะ” เหลยหลำนไม่พอใจนิดหน่อย
เซี่ยชิงเข้ำมำช่วยไกล่เกลี่ย “อย่ำแกล้งเขำเลย เขำนิสัยแบบนี้ แหละ ที่นี่มีห้องว่ำงหรือไม่?”
เหลยหลำนส่ำยหัว “พวกเจ้ำมำช ้ำไป บ้ำนถูกเช่ำหมดแล้ว เหลือแค่ที่พำนักเดิมของมหำจักรพรรดิ”
“แต่หำกเจ้ำฝึกฝนที่นั่นหนึ่งปี ต้องจ่ำยยี่สิบกฎเกณฑ์ หำกจะมำ อยู่ยำว ๆ ลดเหลือสิบกฎเกณฑ์ต่อปีได้”
นำงแค่มำช่วยตระกูลเหลยบริหำรที่นี่ ไร ้สิทธิ์เปิ ดให้เข้ำเปล่ำ กำรช่วยลดรำคำเหลือครึ่งหนึ่งนับเป็ นขีดจำกัดแล้ว
เจียงผิงอันถำมว่ำ “ฝึกฝนในที่พำนักเก่ำของมหำจักรพรรดิ เร่ง กำรฝึกฝนได้หรือขอรับ?”
แพงเพียงนี้ ต้องมีเหตุผลแน่ ๆ
“ไม่เพิ่มมำกหรอก มันแพงก็เพรำะนั่นคือที่พำนักเก่ำของมหำ จักรพรรดิน่ะ” เหลยหลำนตอบตำมตรง
“ไม่มีผลพิเศษอื่นเลยหรือ?” เซี่ยชิงรู ้สึกเหลือเชื่อเล็กน้อย
“ไม่มี”
เหลยหลำนพูดอย่ำงละอำยเล็กน้อย
เซี่ยชิงอยำกบ่นอย่ำงช่วยมิได้ หำกมิใช่เพรำะมิตรภำพที่ตระกูล เหลยมีต่อต้ำเซี่ย คงได้บ่นประท้วงออกมำจริง ๆ แน่
ยี่สิบกฎเกณฑ์ต่อปี อย่ำว่ำแต่ผู้ฝึกตนทั่วไป ต่อให้เป็ นยอดฝีมือ ขอบเขตหลอมสุญตำหรือสูงกว่ำยังไม่ถลุงเงินทิ้งขว้ำงอย่ำงโง่เง่ำเพื่อ ฝึกฝนที่นี่เลย
เก็บเงินไว้ซื้ออำวุธวิเศษดี ๆ ยังเข้ำท่ำกว่ำ
“ช่ำงมันเถอะ เปลี่ยนที่ฝึกฝนดีกว่ำ”
เซี่ยชิงไม่อยำกให้เจียงผิงอันเสียเงินไปเฉย ๆ เช่นนี้
ขณะที่นำงกำลังจะพำเจียงผิงอันจำกไป ก็พบว่ำเจียงผิงอันจ้อง ตรงไปที่บ้ำนไม้ด้ำนในสุด
กฎเต๋ำซึ่งโคจรรอบบ้ำนไม้นั้นเรืองประกำยเล็กน้อย
“ท่ำนป้ ำหลำน บ้ำนหลังนั้นคืออดีตสถำนที่พำนักของมหำ จักรพรรดิหรือขอรับ?” เจียงผิงอันถำม
เหลยหลำนกล่ำวเนิบ ๆ “ใช่”
“เช่นนั้น ขอซื้อเวลำหนึ่งปีขอรับ” เจียงผิงอันกล่ำว
“เจ้ำโง่หรือไร?”
เซี่ยชิงยกมือขึ้นตบหัวเจียงผิงอัน
“ต่อให้ลดรำคำ เจ้ำก็ยังต้องจ่ำยสิบกฎเกณฑ์ สิบกฎเกณฑ์ซื้อ ‘หมัดอู๋จี๋’ ขั้นสี่หรือ ‘วิชำเทียมเทพยุทธ ์’ ขั้นสี่ได้เลยนะ!”
สิบกฎเกณฑ์ หำกเปลี่ยนเป็ นหินวิญญำณ ก็หมื่นล้ำน!
ไอ้หนูนี่คิดเช่ำที่นี่หนึ่งปี นิสัยใช ้จ่ำยสุรุ่ยสุร่ำยแท้
เหลยหลำนเองก็เกลี้ยกล่อม “อย่ำเสียเงินเปล่ำเลย หำกอยำก ฝึกฝน เดี๋ยวมีผู้มำคืนห้อง ป้ ำหลำนจะช่วยเก็บไว้ให้เจ้ำเอง”
คนตระกูลเหลยเช่นนำงยังรู ้สึกว่ำกำรใช ้จ่ำยสุรุ่ยสุร่ำยเช่นนี้ยัง ได้ไม่คุ้มเสีย
เจียงผิงอันน ำกล่องผนึกกฎเกณฑ์สิบกล่องมำวำงตรงหน้ำเหลย หลำน
“ท่ำนป้ ำหลำน ขอเช่ำหนึ่งปีก่อนนะขอรับ”
เจียงผิงอันเห็นว่ำบ้ำนไม้หลังนั้น… แตกต่ำงจำกหลังอื่นเล็กน้อย
เหลยหลำนผงะ “ไฉนเจ้ำจึงพูดไม่ฟังนัก เจ้ำเก็บกฎเกณฑ์พวก นี้ไว้ ยังแลกทรัพยำกรดี ๆ ได้มำกมำย…”
“อย่ำเกลี้ยกล่อมเลย”
เซี่ยชิงกล่ำวขัดคำของเหลยหลำนอย่ำงจนใจ “เจ้ำเด็กนี่นิสัยน่ำ ตีแบบนี้แหละ พอปักใจเชื่ออะไรแล้ว ผู้ใดก็หยุดไม่อยู่”
เหลยหลำนพลันประจักษ์ “มิน่ำ แม่หนูตัวเหม็นเมิ่งจิงจึงดื้อด้ำน นัก ติดโรคจำกเจ้ำหนูตัวเหม็นนี่เอง”
เหลยหลำนโทษเจียงผิงอันที่เมิ่งจิงทำตัวดื้อรั้น
นำงหยิกแก้มเจียงผิงอันขณะยัดป้ ำยไม้สีทองชิ้นหนึ่งให้
กระท่อมเหล่ำนี้ล้วนล้อมด้วยค่ำยกล จะเข้ำไปได้ก็ต้องถือป้ ำย เหล่ำนี้
“ขอบคุณท่ำนป้ ำหลำน” เจียงผิงอันกล่ำวขอบคุณ
เหลยหลำนมองเจียงผิงอันอย่ำงขัดใจ เจ้ำเด็กนี่ไม่เชื่อฟังกันเลย จริง ๆ
เซี่ยชิงกล่ำวกับเจียงผิงอัน “เจ้ำฝึกฝนที่นี่ ข้ำจะพำอวิ๋นหวงไป หอวำณิชมั่งคั่งกว้ำงไกลก่อน ดูว่ำที่นั่นจะมีวิชำลับเผ่ำวิหคอมตะอยู่ หรือไม่”
“ที่นี่จะมีผู้อำวุโสปกป้ องเจ้ำ อำจำรย์เจ้ำก็จะกลับมำในเร็ววัน เขำจะคุ้มครองเจ้ำในยำมนั้น”
เจียงผิงอันพยักหน้ำ กุมก ำปั้นคำรวะยอดฝีมือจำกต้ำเซี่ยที่มำ ปกป้ องตน “รบกวนผู้อำวุโสแล้ว”
ให้ยอดฝีมือเช่นนี้มำปกป้ อง เขำเกรงใจจริงแท้
“ฮ่ำ ๆ ไม่ล ำบำกเลย เจ้ำคู่ควรให้ปกป้ องแล้ว” ยอดฝีมือจำกต้ำ เซี่ยผู้หนึ่งกล่ำวยิ้ม ๆ
เจียงผิงอันแข็งแกร่ง พวกเขำต้ำเซี่ยก็ได้หน้ำ
ยิ่งกว่ำนั้น เมื่อเจียงผิงอันเอำชนะรัชทำยำท ลิดรอนวำสนำ แห่งต้ำฉู่ วำสนำของพวกเขำต้ำเซี่ยก็ดีวันดีคืน
เจียงผิงอันไม่กล่ำวรักษำมำรยำทใดอีก เขำถือป้ ำยไม้สีทองเดิน ไปยังกระท่อมไม้ซึ่งมหำจักรพรรดิเคยอำศัย
ผู้ฝึกตนรำยล้อมเห็นเช่นนี้ ก็แอบกระซิบกระซำบกัน
“เจ้ำเจียงผิงอันนี่ พอมีเงินก็ใช ้เสียมือเติบ นั่นสิบกฎเกณฑ์เลย นะ! ข้ำฝึกฝนได้ตั้งพันปี!”
“หำกข้ำมีเงิน ข้ำก็อยำกเข้ำไปทัศนำอยู่เหมือนกัน นี่คืออดีตที่ พำนักของมหำจักรพรรดิเลยนะ ข้ำจะได้ชื่นชมอำนุภำพของมหำ จักรพรรดิ”
“แม้จะมั่งคั่งเพียงไร ก็เอำมำทิ้งขว้ำงเช่นนี้ไม่ได้หรอก มีเพียงคน โง่เท่ำนั้นที่ทำ”
น้อยคนจะเข้ำใจกำรกระท ำของเจียงผิงอัน สิบกฎเกณฑ์เป็ น ทรัพยำกรมหำศำลสำหรับผู้ฝึกตนทั่วไป
แต่เจียงผิงอันกลับใช ้มันเช่ำกระท่อมเพียงหนึ่งปี
โง่ โง่เง่ำโดยแท้
เจียงผิงอันเข้ำสู่กระท่อมไม้อย่ำงเกินห้ำมใจ
อ ำนำจกฎเกณฑ์ประหลำดโอบล้อมกำย ควำมเร็วในกำรท ำ ควำมเข้ำใจกฎเกณฑ์เพิ่มพูน
ทว่ำ กำรเพิ่มพูนเช่นนี้ยังมิสู้เม็ดบงกชแจ้งวิถี มิใช่สิ่งที่เจียงผิง อันนึกสนใจเลย
เขำปิดประตู เปิดอำคมปิดกั้นทุกจิตสัมผัสและสำยตำ
ห้องภำยในว่ำงโล่ง นอกจำกโครงสร ้ำงโดยรวมของกระท่อมไม้ ก็ไร ้สิ่งใดหลงเหลือ
ได้ยินมำว่ำ กระทั่งผมสักเส้นของมหำจักรพรรดิยังเป็ นยอด สมบัติ ถ้วยน้ำบรรลุเป็ นศำสตรำเซียนครึ่งขั้น
ทุกสิ่งที่เคลื่อนได้ถูกย้ำยออกไปนับแต่ยอดฝีมือกลุ่มแรกมำถึง แล้ว
พลังจิตทั้งหมดของเจียงผิงอันถูกจ่ำยสู่ตำขวำ จ้องมองที่จับ ประตู
ที่จับประตูนั้นดูเก่ำ แห้ง เรียบง่ำย พินิจจำกภำยนอกมิอำจเห็น อะไรได้มำก
แต่เจียงผิงอันกลับพบว่ำมีอำนำจประหลำดที่ยำกเข้ำใจอยู่ที่นั่น
เขำค่อย ๆ เอื้อมมือ วำงลงบนที่จับประตูอย่ำงระมัดระวัง
ไม่ได้รู ้สึกพิเศษอะไร
เจียงผิงอันกลืนเม็ดบงกชแจ้งวิถีเม็ดหนึ่ง เร่งอำนำจดวงตำถึงขีด สุด
ขณะนั้นเอง ปรำณอันชวนสะพรึงสำยหนึ่งพวยพุ่งออกจำกที่จับ ประตู
เจียงผิงอันคลับคล้ำยเห็นหัตถ์ใหญ่ข้ำงหนึ่งทับซ ้อนกับมือตน
มือนี้ดูเช่นหัตถ์สวรรค์ อำนำจเต๋ำพรั่งพรู ประหนึ่งบดขยี้ได้ทุก สิ่ง!
นี่คือมือของมหำจักรพรรดิ!
มือข้ำงนี้มีกฎเกณฑ์ไร ้สิ้นสุด!
ลมหำยใจของเจียงผิงอันขำดห้วง สัมผัสได้ว่ำ หำกบรรลุเข้ำใจ อำนำจนี้ได้ จะเกิดประโยชน์มหำศำลอย่ำงแน่นอน!
บทที่ 219 โอกาสที่เหลืออยู่
มหาจักรพรรดิเป็ นบุคคลสาคัญที่สุดของหนึ่งยุคสมัย
ผู้ฝึ กตนในปัจจุบันไม่อาจทราบว่ามหาจักรพรรดิแข็งแกร่ง เพียงไร มีเพียงบันทึกที่ยังเหลือในแดนศักดิ์สิทธิ์ คัมภีร ์จากตระกูล โบราณบางแห่งเท่านั้น
ก่อนหน้ามหาจักรพรรดิปรากฏ โลกหล้าหามีภพเซียนไม่ บาง บุคคลเล่าว่ามหาจักรพรรดิคือผู้สร ้างภพเซียน บ้างว่ามหาจักรพรรดิ เบิกภพเซียนขึ้นมา
ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด ก็ไร ้ผู้กังขาในฤทธามหาจักรพรรดิ
เส้นผมยังเทียบได้กับยอดสมบัติ ถ้วยน้าที่ใช ้กลายเป็ นศาสตรา เซียนครึ่งขั้น ผู้บรรลุเซียนในรุ่นหลังมิอาจทาได้เช่นนี้
ศาสตราเซียนที่มีอยู่ทุกวันนี้ ล้วนเป็ นของจากยุคสมัยของมหา จักรพรรดิทั้งสิ้น
หลังคณะของมหาจักรพรรดิจากจร ก็ไร ้ผู้ใดในหล้าสร ้าง ศาสตราเซียนได้ ยอดสมบัตินับเป็ นสุดยอดแล้ว
ที่จับประตูซึ่งมหาจักรพรรดิจับมาไม่รู ้กี่หน ได้รับการชโลมเหงื่อ และกฎเกณฑ์จากร่างของมหาจักรพรรดิเนิ่นนาน ทิ้งร่องรอยฤทธา เอาไว้
เจียงผิงอันยืนกาที่จับประตูหน้าประตูนิ่งงัน ใช ้อานาจดวงตาและ เม็ดบงกชแจ้งวิถีทาความเข้าใจกฎเกณฑ์ภายในนั้น
อย่าว่าแต่สิบกฎเกณฑ์เลย ต่อให้คิดราคาร ้อยกฎเกณฑ์เขาก็ จ่าย!
นอกซากโบราณมหาจักรพรรดิ เผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ทั้งหลาย จากจรด้วยสีหน้าหม่นหมอง
ยอดฝีมือเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์กล่าวเสียงขรึม “จาเจ้านี่ไว้ ไม่ช ้า ก็เร็ว เราจะท าให้เขาต้องชดใช ้!”
ยอดฝีมือเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์เดือดดาลสุดขีด
เสียอัจฉริยะไปสักตนนั้นเรื่องเล็ก ไม่กี่ปี หรือไม่กี่สิบปี ก็จะมี อัจฉริยะตนใหม่เกิดขึ้นในเผ่าเอง
แต่อีกฝ่ายนามรดกสายเลือดชั้นสูงจากบรรพชนไปนี่สิ
สายเลือดนี้สาคัญต่อพวกเขาเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์อย่างยิ่ง เป็ น กุญแจการเรืองอ านาจของพวกเขา
จะไม่แค้นเคืองได้อย่างไร?
ขณะนี้ ยอดฝีมือจากเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์สังเกตเห็นบางอย่าง พินิจผ่านสุญตา เห็นหนึ่งร่างทะยานด้วยความเร็วสูงยิ่ง
เป็ นผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมสุญตาผู้หนึ่งที่เหินมาทางพวกเขา
ยอดฝีมือเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์กาลังโมโห เมื่อเห็นยอดฝีมือเผ่า มนุษย์ผู้นี้ จิตสังหารก็ฉายขึ้นในดวงตา ยกมือตบออกไป
แค่เห็นผู้ฝึกตนเผ่ามนุษย์ เขาก็โมโหแล้ว ไม่ต้องพูดถึงที่อีกฝ่ าย เป็ นยอดฝีมือเผ่ามนุษย์ด้วยเลย
ฆ่าคนผู้นี้เสียก็เป็ นการระบายโทสะที่ดี
ฝ่ามืออันบรรจุกฎระดับสูงฟันข้ามเวหา รวนฟ้ าสะท้านแดนดิน
พริบตาที่ถูกอีกฝ่ายหมายหัว หวังเหรินก็ไหวตัว
เมื่อเห็นยอดฝี มือเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ปรากฏขึ้นมากมาย สี หน้าของเขาก็แปรเปลี่ยนเฉียบพลัน ใช ้ยันต์เคลื่อนย้ายระดับสูงที่ห มิงเฉินให้มาเพื่อหนีไปอย่างไม่ลังเล
ทว่า อีกฝ่ายแข็งแกร่งเกินไป ประตูมิติถูกท าลายทันที!
หวังเหรินพลอยถูกกระทบ ร่างแหลกร ้าวเจียนสลาย!
โชคยังดีที่เขาเคลื่อนย้ายไปแล้ว หาไม่ เขาต้องตกตายเพราะ การโจมตีนี้แน่!
แต่ถึงเช่นนั้น เขาก็ยังบาดเจ็บสาหัสอยู่ดี
“มารดามัน! หนีไปเสียได้!”
ยอดฝีมือเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ขัดใจยิ่งกว่า “เดี๋ยวต้องหาเมือง มนุษย์สักสองสามเมือง ข้าผู้ยิ่งใหญ่จะเขมือบมันให้ราบ!”
ที่ประตูซากโบราณมหาจักรพรรดิ เซี่ยชิงกับอวิ๋นหวงเดิน ออกมา เตรียมตัวจะไปที่หอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกล
ขณะนั้นเอง มิติรอบข้างก็ถูกฉีกกระชาก ชายร่างโชกเลือดผู้ หนึ่งร่วงลงมา
ปราณของยอดฝีมือขอบเขตหลอมสุญตาผู้นี้ทาให้ผู้คนรอบข้าง ตกใจ
เซี่ยชิงสังเกตเห็นคนผู้นี้ สีหน้าก็แปรเปลี่ยนมหันต์ “ผู้อาวุโส หวัง!”
นางรีบเหินไปหา นาโอสถฟื้นบาดแผลอันล้าค่าสูงสุดที่มีออกมา ใส่ปากหวังเหริน และใช ้ ‘ทวีคูณอนันต์’ รักษา
“ผู้อาวุโสหวัง เกิดอะไรขึ้น! ผู้ใดทาร ้ายท่านเช่นนี้!”
แม้หวังเหรินจะเพิ่งบรรลุขอบเขตหลอมสุญตา แต่ก็นับเป็ นยอด ฝีมือขอบเขตหลอมสุญตา ยากนักที่คนธรรมดาจะทาร ้ายเขาได้
“เผ่าจระเข้…… เผ่าจระเข้กลืนสวรรค์……”
ลมหายใจของหวังเหรินแผ่วเบา เขากระอักเลือดต่อเนื่อง ร่างร ้าว รานเจียนสลายทุกเมื่อ
ม่านตาของเซี่ยชิงหดตัว มิคาดว่าผู้อาวุโสหวังจะอับโชคจนไป เผชิญเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ที่เพิ่งออกไปเสียได้
“ผู้อาวุโส แข็งใจไว้นะ! ข้าจะพาผู้อาวุโสกลับต้าเซี่ย ให้คนมา รักษาท่าน!”
“แค่ก… แค่ก ๆ”
หวังเหรินกระอักไอรุนแรง “อย่า… อย่าบอกผิงอัน……”
เขารู้จักเจียงผิงอันดี เด็กคนนี้มีภาระให้แบกรับมากมายแล้ว เขา มิอาจเพิ่มภาระมากไปกว่านี้
พูดจบ หวังเหรินก็สิ้นสติแน่นิ่ง กฎระดับสูงชาแรกสู่กาย ทาลาย ร่างของเขาสาหัสร้ายแรง
เซี่ยชิงรีบพาหวังเหรินจากไปอย่างเคร่งเครียด
หากรักษาไม่ทันการณ์ หวังเหรินตายแน่!
เหตุการณ์นี้มิได้ก่อเสียงฮือฮามากนัก เพราะขณะนี้ปวงชนจด จ่อกับอีกเรื่องหนึ่ง
มีข่าวว่าสามขุมก าลังหลัก ต้าเฉียน ตระกูลเหลยโบราณและ แดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อจะสร ้างแผนชื่อแผนบ่มเพาะอัจฉริยะขึ้นมา
จุดประสงค์หลักคือขัดเกลาอัจฉริยะเผ่ามนุษย์ และสามขุมก าลัง หลักจะลงทุนฟูมฟักคนเหล่านี้ร่วมกัน
ไม่ว่าจะมีที่มาเช่นไร อานาจเช่นไร ต่อให้เบื้องหลังจะมีตระกูล หรือสานัก ก็ไม่มีผลทั้งสิ้น
เรื่องนี้แพร่ไปทั่วร ้อยเมืองและขุมกาลังใหญ่มากมายในแดน บูรพา ต่างฝ่ายล้วนเริ่มคัดเลือกอัจฉริยะสาหรับเหตุการณ์ใหญ่นี้
หากได้รับคัดเลือกให้สามขุมก าลังใหญ่ดูแล ก็จะเป็ นการ ช่วยเหลือเมืองและขุมกาลังเหล่านี้อย่างมาก
เรื่องสาคัญที่สุดคือ สามารถสร ้างสหายกับอัจฉริยะมากมาย สร ้างเส้นสายของตนได้
ในโลกหล้าผู้ฝึ กตนมิได้มีเพียงการต่อสู้เข่นฆ่า แต่ยังมีเรื่อง น้าใจคนมาเกี่ยวข้อง
เจียงผิงอันหารู ้เรื่องเหล่านี้ไม่ เขาอยู่ในห้องซึ่งเดิมมหา จักรพรรดิพานัก ยืนนิ่งกาที่จับประตู พยายามทาความเข้าใจอานาจ ภายใน
ทุกกฎเกณฑ์ล้วนยากเข้าใจพอ ๆ กับวรยุทธ ์ขั้นสูง
หนึ่งเดือน สามเดือน หกเดือน……
ร่างของเจียงผิงอันปกคลุมด้วยฝุ่ นเป็ นชั้น แต่เขาก็ยังยืนนิ่งที่ เดิมเช่นรูปสลัก
ด้วยอานาจเม็ดบงกชแจ้งวิถีและดวงตา นี่เป็ นครั้งแรกที่เจียงผิง อันใช ้เวลามากเพียงนี้ในการบรรลุเข้าใจบางสิ่ง
กระทั่งหกเดือนมานี้ เขายังทาได้เพียงจารึกกฎเกณฑ์ทั้งหลาย ในใจ
“ว่าไงเจ้าท่อนไม้ หกเดือนมานี้เจ้าทาอะไรอยู่ หากมิใช่ท่านแม่ บอกว่าเจ้าอยู่ในที่พานักเก่าของมหาจักรพรรดิ ข้าคงสงสัยแล้วว่า เจ้าแอบหนีไปกับสตรีใด!”
เสียงบ่นของเมิ่งจิงดังออกมาจากป้ ายหยกสื่อสารที่ข้างเอว
นางทิ้งข้อความไว้มากมาย แต่เจียงผิงอันไม่เคยตอบ นางคิดถึง เจียงผิงอันยิ่งนัก จึงอดส่งเสียงมามิได้
เจียงผิงอันคืนสติ ปัดฝุ่นออกจากกาย
“มหาจักรพรรดิยากคะเนจริงแท้ ขนาดอานาจที่หลงเหลือบนที่ จับประตูของเขายังยากเข้าใจ”
เขาบันทึกกฎเกณฑ์ทั้งหลายในสมองแล้ว สิ่งต่อไปที่จะทาก็คือ ท าความเข้าใจพวกมัน
เจียงผิงอันปัดฝุ่นจากร่าง คว้าป้ ายหยกแล้วตอบกลับ “ครึ่งปีแล้ว หรือ?”
เมิ่งจิงพูดไม่ออก “เจ้านี่มันท่อนไม้จริง ๆ ฝึ กลืมวันลืมคืน คิด หาทางก้าวย่างที่สองได้แล้วหรือ?”
“ยังไม่ได้คิด มิต้องรีบร ้อน”
เจียงผิงอันขยับกายอันเมื่อยขบ
“หากไม่ไหวก็ทิ้งเส้นทางนั่นเถอะ แล้วมารับมรดกเซียนที่ตระกูล เหลยของข้า มันแข็งแกร่งมากนะ”
หากผู้เฒ่าตระกูลเหลยทั้งหลายมาได้ยินคาของเมิ่งจิง คงเดือด ดาลกันแน่แท้
รากฐานของพวกเขาตระกูลเหลยล้าค่าเพียงนี้ แต่นางคิดมอบ มันให้คนนอกเสียได้
“อย่าเลย ของทรงพลังอย่างนั้นอาจใช ้กับข้าไม่ได้ผลก็เป็ นได้” เจียงผิงอันสุดแสนตื้นตันในใจ อีกฝ่ ายอยากมอบสิ่งดี ๆ ให้เขาเสมอ มา
“ฮี่ ๆ ข้าได้ยินว่าเจ้าแข็งแกร่งมาก แต่ข้าตอนนี้ก็ใช่จะอ่อนแอ ข้าได้รับเลือกเข้าร่วมแผนบ่มเพาะอัจฉริยะด้วยนะ ถึงยามนั้นข้าอาจ ได้เป็ นผู้น าก็ได้”
หลังมิได้เสวนากันครึ่งปี เมิ่งจิงก็เล่าเรื่องที่เกิดในหกเดือนนี้ไม่ หยุดปาก
เจียงผิงอันรับฟังอย่างตั้งใจ
แม่หนูนี่พูดพล่ามตลอดวัน อยากเล่าทุกเรื่องที่เกิดในขณะนี้
จนมีผู้อาวุโสในตระกูลเรียกไปฝึกฝน นางจึงจากไปอย่างไม่เต็ม ใจ
เจียงผิงอันนาป้ ายหยกสื่อสารของน้องหู่นิวออกมา อีกฝ่ ายก็ทิ้ง ข้อความไว้มากมาย แทบจะหลายข้อความต่อครั้ง ทุกครั้งล้วนเปิด ด้วยคาว่า ‘พี่ผิงอัน ข้าคิดถึงพี่’
เมื่อติดต่อน้องหู่นิวกลับไป แม่หนูนี่ก็ร่าไห้ไม่ยอมหยุด
เจียงผิงอันลนลานเล็กน้อย เขาปลอบเด็กผู้หญิงไม่เป็ น โชคดีที่ ช่วงหลังนางไม่ร ้องแล้ว เขาจึงโล่งใจ
เขาไม่รู ้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ได้ยินเสียงผู้หญิงร่าไห้แล้วเครียดหนัก ยิ่งกว่าสู้กับคังเหยียนซานเสียอีก
บทที่ 220 ก่ออวตารร่างที่สาม
หลังเสวนากับน้องหู่นิว เจียงผิงอันก็เดินออกจากห้อง ตั้งใจจะส่ง เนื้อบางส่วนให้อาจารย์เขา
ท่านอาจารย์น่าจะมาแล้ว เขาในยามนี้มีเนื้ออยู่เยอะแยะ ของ อร่อยเช่นนี้ จะลืมท่านอาจารย์ได้อย่างไร?
ท่านอาจารย์ฆ่าเจ้าแคว้นหลิงไถเพื่อเขา และยังเสี่ยงชีวิตบุกฆ่า คนในต้าฉู่ สังหารตัวตนขอบเขตแปรเทวะไปมากมายเพื่อเขา
แม้ทั้งสองจะไม่ค่อยได้เสวนา แต่ก็เข้าใจความคิดกันและกันได้
เจียงผิงอันเดินผ่านกระท่อมต่าง ๆ มาถึงที่ทาการเจ้าหน้าที่ ณ อดีตสถานพ านักมหาจักรพรรดิ
ภายในนั้น เหลยหลานนั่งฝึกฝนอยู่ รายล้อมด้วยกฎเกณฑ์อัสนี งดงามไร ้มลทินเยี่ยงนางเซียน
เมื่อเห็นเจียงผิงอันมาหา นางก็ลืมตาขึ้นช ้า ๆ
“ผู้อาวุโสคุ้มกันทั้งหลายของเจ้ามีธุระ กลับกันไปก่อนแล้ว ฝาก ฝังข้าปกป้ องเจ้าแทน”
เจียงผิงอันถามอย่างสงสัย “อาจารย์ข้าล่ะขอรับ?”
มิใช่บอกว่าอาจารย์เขาจะมาหรือ?
“อาจารย์เจ้า…” เหลยหลานสีหน้าเปลี่ยน “อาจารย์เจ้าก็ติดธุระ เช่นกัน”
เจียงผิงอันสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงสีหน้าของเหลยหลาน หัวใจเกิดสังหรณ์ร ้าย
เขานาถุงเก็บของใบหนึ่งออกมาส่งให้เหลยหลานด้วยสองมือ “ท่านป้ าหลาน นี่เนื้อของจระเข้กลืนสวรรค์ อร่อยนะขอรับ”
เหลยหลานพยักหน้า รับถุงเก็บของไป “แผนบ่มเพาะอัจฉริยะจะ เริ่มแล้ว หากเจ้าเข้าร่วม จะประหยัดทรัพยากรฝึกฝนไปได้เยอะเลย นะ”
“อื้อ”
เจียงผิงอันตอบอย่างใจลอย “ท่านป้ าหลาน ข้าขอกลับไปฝึกฝน ก่อนนะขอรับ”
แล้วเขาก็กุมกาปั้นคารวะ หันกายรีบเดินกลับไป
ดวงตาเจนจัดของเหลยหลานปรากฏเค้ารู ้สึกผิด
สีหน้าลังเลของนางก่อนหน้านี้เกิดขึ้นด้วยจงใจ เพื่อให้เจียงผิง อันสังเกตเห็น
เหตุผลนั้นง่ายมาก นางต้องให้เจียงผิงอันเข้าใจว่าตนต้อง แข็งแกร่งขึ้น เพื่อปกป้ องผู้คนรอบกาย
เจียงผิงอันออกจากที่ทาการเจ้าหน้าที่ก็นาป้ ายหยกสื่อสาร ของเซี่ยชิงออกมา จ่ายปราณวิญญาณ ถามขึ้นด้วยน้าเสียง เคร่งเครียด “อาจารย์ข้ายามนี้เป็ นเช่นไรบ้าง?”
เมื่อได้ยินน้าเสียงของเจียงผิงอัน เซี่ยชิงก็เงียบไปเสียนาน “เจ้ารู้ แล้วหรือ?”
เจียงผิงอันหัวใจสะท้าน เกิดเรื่องขึ้นจริง ๆ ด้วย!
เขาถามด้วยน้าเสียงสะกดอารมณ์ “เหตุใดจึงปกปิดข้า?”
“อาจารย์เจ้าไม่อยากสร ้างภาระแก่เจ้าจนเกินไปน่ะ” เซี่ยชิงราพึง
เจียงผิงอันกาหมัด ร่างของเขาสั่นสะท้าน “ยามนี้ อาจารย์ข้า เป็ นเช่นไรแล้ว!”
“อย่าห่วงเลย ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอก แค่เสียอายุขัยไปพันปี พัก ฟื้นไม่กี่ปีก็หายดีแล้ว” เซี่ยชิงรีบร ้อนปลอบใจ
จิตสังหารในใจเจียงผิงอันปะทุเช่นภูเขาไฟ ค ารามออกมาว่า “ผู้ใดท าร้ายอาจารย์ข้า!”
เสียงค ารามของเขาท าให้ผู้คนรอบข้างสะดุ้งตกใจ ผู้ฝึกตนบาง คนคิดอยากสบถด่า แต่เมื่อเห็นว่าเจ้าของเสียงคือเจียงผิงอัน พวก เขาก็รีบก้มหน้าก้มตาจากไป คนผู้นี้มิอาจล่วงเกินได้เลย
เซี่ยชิงตะลึงไปเล็กน้อยยามได้ยินวาทะของเจียงผิงอัน “เจ้ายังไม่ รู ้ว่าเกิดอะไรขึ้นหรือ?”
นางตระหนักทันทีว่าถูกต้มเข้าเสียแล้ว
เซี่ยชิงผ่อนหายใจยาว รู ้แก่ใจว่าปิดบังมิได้ จึงมิคิดอาพรางอะไร อีก และเล่าเหตุการณ์แบบสรุปรวม
ปราณอันชวนสะพรึงจากร่างของเจียงผิงอันทะลักหลากอย่าง เกินควบคุม รวนวายุพัดกระชาก เส้นเลือดเส้นเอ็นทั่วร่างปูดเขียว
“จระเข้กลืนสวรรค์!!”
ความขัดแย้งระหว่างเผ่ามนุษย์และเผ่าปีศาจอยู่ในจุดเกินแก้ไข แล้ว และยามนี้ ท่านอาจารย์ก็บาดเจ็บสาหัสเพราะยอดฝีมือจากเผ่า จระเข้กลืนสวรรค์ เจียงผิงอันจึงยิ่งเดือดดาล
เขาในยามนี้กระเหี้ยนกระหือรือ อยากบุกไปล้างแค้นเผ่าจระเข้ กลืนสวรรค์ถึงถิ่นเสียเดี๋ยวนี้
เจียงผิงอันวางป้ ายหยกสื่อสารลง สะกดจิตสังหารไว้แล้วกลับที่ พานักมหาจักรพรรดิด้วยสีหน้าบึ้งตึง
ณ โรงหมอแห่งหนึ่งในเมืองหลวงต้าเซี่ย
เซี่ยชิงวางป้ ายหยกสื่อสารในมือลงแล้วถอนหายใจ
บนเตียงผู้ป่วย หวังเหรินผู้มีใบหน้าซีดขาวกล่าวอย่างกังวล “ผิง อันรู ้แล้วหรือ?”
เซี่ยชิงหันกลับมาตอบ “ไม่เป็ นไรหรอก เจ้าหนูนั่นไม่ว่าจะวู่วาม เพียงไร ก็จะไม่บุกถึงถิ่นเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์แน่นอน”
หวังเหรินส่ายหัว ใบหน้าเฒ่าชราเปี่ยมกังวล “ข้ามิได้ห่วงว่าเจ้า หนูผิงอันจะโง่งม เขาแค่มีภาระให้แบกมากเกินไปแล้ว ผู้อื่นในอายุ เช่นเขาควรมีความสุขกว่านี้”
เซี่ยชิงเงียบไปนาน จึงกล่าวว่า “ผู้อาวุโสหวัง ท่านพักฟื้นก่อน เถิด อย่าคิดมากไปเลย”
หวังเหรินถอนหายใจอีกครั้ง ก่อนจะค่อย ๆ หลับตาลง
หวังว่าเจ้าหนูเจียงผิงอันจะไม่กดดันเกินไปนัก
เจียงผิงอันกลับที่พานักมหาจักรพรรดิ ปิดประตูแล้วเปิดอาคม
จระเข้กลืนสวรรค์!
พวกเจ้ารอก่อนเถอะ!
แค้นนี้ เขาต้องชาระด้วยตนเอง
เจียงผิงอันเตรียมพร ้อมบุกถิ่นเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์
เขารู ้ว่ามันอันตราย แต่ก็ยังอยากไปอยู่ดี
แต่ไม่ใช่ตอนนี้
ก่อนเขาจะไป เขาต้องแข็งแกร่งพอ มิเช่นนั้นก็ไม่ต่างจากไปส่ง อาหารถึงถิ่นอีกฝ่ายแทน
ประการแรก สร ้างอวตารร่างที่สาม ทวีพลังต่อสู้ก่อน
สอง ท าความเข้าใจกฎแห่งแรงโน้มถ่วงให้สมบูรณ์ และเรียนวิชา ระดับสูงสุดซึ่งเกี่ยวข้องกัน
สาม เรียนวิชาพลังจิตระดับสูงสุด เร่งพลังจิตให้เกิดผลแท้จริง
สี่ ต้องเข้าใจรอยมือมหาจักรพรรดิให้ลุล่วง
ผู้อื่นคิดไปว่าพลังต่อสู้ของเจียงผิงอันถึงขีดจากัดของขอบเขตนี้ แล้ว ทว่าสัจธรรมมิใช่เช่นนั้น
พลังจิตและพรสวรรค์โน้มถ่วงของเขายังไม่ได้พัฒนาเลย หลัง บรรลุอานาจทั้งสองอย่างสมบูรณ์จึงเรียกได้ว่าถึงจุดสูงสุด
หากให้ผู้อื่นทราบ คงไม่รู ้จะคิดกันเช่นไร
เจียงผิงอันสะกดอารมณ์ด้านลบในใจ เรื่องสาคัญที่สุดในขณะนี้ คือพัฒนาความแข็งแกร่ง มิใช่วู่วาม
เขาน าโลหิตสีด าอันแผ่อ านาจกฎเกณฑ์การกลืนกินออกมา
โลหิตสีดาก้อนนี้มีขนาดเท่ากาปั้น เป็ นสีดาสนิทเช่นหมึก ภายในพลุ่งพล่านด้วยกฎการกลืนกิน ประหนึ่งเขมือบได้ทุกสิ่ง
นี่คือแก่นโลหิตซึ่งสกัดได้จากคังเหยียนซาน กล่าวกันว่ามีมรดก สายเลือดบรรพชนของจระเข้กลืนสวรรค์
เขาตั้งใจใช ้โลหิตนี้สร ้างอวตารร่างที่สามแล้วเขมือบอวตารเสีย
ความคิดนี้อาจใช ้ไม่ได้ แต่เขาก็อยากลองดู
หากท าส าเร็จ เขาจะพัฒนาได้อย่างมหาศาล
แต่โลหิตก้อนนี้ดูเล็กไปหน่อย
เจียงผิงอันนาอ่างสาริดออกมา วางโลหิตก้อนนี้ลงไป แล้วใช ้ หนึ่งกฎเกณฑ์เพื่อเพิ่มจานวนโลหิตเหล่านี้
ยามแสงหลากสีเรืองไหว ก้อนโลหิตแฝงกฎการกลืนกินสีด าก็ ปรากฏขึ้นอีกก้อน
เมื่อเห็นว่าลอกเลียนก้อนโลหิตได้เพียงครั้งละหนึ่ง เจียงผิงอันก็ ตะลึงในใจ หนึ่งกฎเกณฑ์แลกก้อนเลือดได้เพียงก้อน ระดับของ โลหิตนี้สูงเพียงนั้นเชียวหรือ?
เจียงผิงอันมิได้เสียขวัญที่ต้องใช ้ทรัพยากรมากมาย แต่กลับ ยินดียิ่ง
ยิ่งใช ้ทรัพยากรมากในการลอกเลียนออกมาสักชิ้น มูลค่าโลหิต นี้ยิ่งสูงล้า
เจียงผิงอันนากฎเกณฑ์ออกมาอีกสิบชิ้น ลอกก้อนโลหิตออกมา อีกสิบก้อน
โลหิตสิบกลุ่มหลอมรวม ปราณวิญญาณรอบข้างถูกสูบกลืน อย่างบ้าคลั่งราวมีชีวิต ชวนสะพรึงอย่างยิ่ง
เจียงผิงอันควบคุมก้อนโลหิตพลางใช ้ ‘ร่างเต๋า’ ก่ออวตารร่างที่ สาม
แม้เขาจะไม่เคยก่ออวตารร่างที่สาม แต่ก็เคยมีบทเรียนมาก่อน
เมื่อมีประสบการณ์แล้วครั้งหนึ่ง หนนี้จึงง่ายขึ้นมาก
โลหิตในกายหลากออกจากผิว แปรเปลี่ยนเป็ นเส้นสายสีเลือด สร ้างเป็ นลักษณ์มนุษย์ข้างกายเขา
ขณะเดียวกัน เจียงผิงอันก็ผสานโลหิตสีด าเข้าไป
โพละ!
โลหิตนั้นแตกกระจาย ย้อมทั่วห้องแดงฉาน
ก่ออวตารล้มเหลว
เจียงผิงอันมิได้รีบร ้อน เขากลืนโอสถฟื้นฟูปราณโลหิตแล้วก่อ อวตารต่อ
หนนี้ โลหิตมิได้ระเบิดตัว แต่ถูกโลหิตสีดากลืนเข้าไปแทน
ยังคงล้มเหลว
เจียงผิงอันลองใหม่
เขาใช ้เวลาเสียนานกว่าจะสร ้างอวตารร่างที่สองได้ในกาลก่อน หนนี้ไม่รู ้ใช ้เวลาอีกเพียงไร
ขณะเขาก าลังฝึกฝน แผนบ่มเพาะอัจฉริยะในแดนบูรพาก็เริ่ม ขึ้นอย่างเป็ นทางการ
สถานที่จัดก็ยังเป็ นซากโบราณมหาจักรพรรดิ
อัจฉริยะจากร ้อยเมืองและขุมก าลังใหญ่ต่าง ๆ ล้วนเร่งรุดสู่ซาก โบราณมหาจักรพรรดิ ทาให้ซากโบราณมหาจักรพรรดิครึกครื้นยิ่ง กว่าเก่า
เสียงหารือเกี่ยวกับแผนบ่มเพาะอัจฉริยะดังให้ได้ยินทุกแห่งหน
“ข้าได้ยินว่าอัจฉริยะตั้งแต่ขอบเขตสร ้างรากฐานถึงแปรเทวะถูก คัดมามากมาย และสามขุมก าลังใหญ่จะลงทุนฝึกฝน”
“ข้าก็ได้ยินว่าแต่ละขอบเขตต้องเลือกผู้นาหนึ่งคน ผู้ใดเป็ นผู้นา จะได้ทรัพยากรมากขึ้น และยังเลือกวรยุทธ ์ได้ตามใจ!”
“ข้าไม่รู ้ว่าผู้นาขอบเขตอื่นคือใคร แต่ผู้นาขอบเขตวิญญาณ แรกก าเนิดต้องเป็ นเจียงผิงอันแน่ ๆ!”
“อย่าเพิ่งแน่ใจนัก กล่าวกันว่าสามขุมกาลังหลักอับอายอยู่ เล็กน้อยในการประลองก่อนหน้านี้ ยามนี้จึงส่งอัจฉริยะตัวจริงที่ซ่อน ไว้ออกมา”
“สามขุมกาลังหลักไม่คิดทิ้งตาแหน่งผู้นากันอย่างเห็นได้ชัด เพราะถึงอย่างไร รางวัลที่ผู้นาแต่ละขอบเขตจะได้มหาศาลเกินไป พวกเขาไม่อยากให้ทรัพยากรแบบนี้กับคนนอกหรอก”