สู่วิถีอมตะ - บทที่ 71 เม็ดบงกชแจ้งวิถี
บทที่ 71 เม็ดบงกชแจ้งวิถี
แกรก
ศิลาอัคนีทมิฬขนาดเท่าหัวแม่มือก้อนหนึ่งร่วงลงมา โอบล้อมด้วยเพลิงทมิฬ ปราณประหลาดสีดำวูบไหว
ผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิดขึ้นไปเท่านั้นที่สัมผัสกฎเกณฑ์ตรงหน้าได้
คนทั่วไปสัมผัสได้เพียงความร้อน
ดวงตาของเจ้ามือและผู้ฝึกตนรายล้อมต่างเบิกกว้าง กระทั่งเซี่ยชิงผู้เตรียมจรจากยังชะงัก
ทุกคนมองศิลาอัคนีทมิฬตรงหน้าด้วยสายตาตกตะลึง
สายตาของผู้ฝึกตนมากมายแดงก่ำด้วยริษยา แม้ศิลาอัคนีทมิฬก้อนนี้จะมีขนาดเล็ก แต่ก็ขายได้ล้านหินวิญญาณ!
ต่อให้สัตว์ประหลาดเฒ่าขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิดมาเห็น ก็ยังใจเต้นกระตุกได้อยู่ดี
มิน่าเล่า บางคนจึงชอบพนันศิลานัก สำหรับผู้ฝึกตนทั่วไป นี่คือโอกาสรวยชั่วข้ามคืน
“เป็นไปไม่ได้! ไม่มีทาง! ข้าทำงานที่นี่มาร้อยสามสิบปี ไม่ยักเคยเห็นเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นเลย!”
เมื่อเจ้ามือพนันศิลาเห็นเรื่องไร้เหตุผลเช่นนี้ เขาก็สงสัยไปเล็กน้อยว่าฝันอยู่หรือไม่
สองศิลามีค่าในหนึ่งศิลามารดา!
ปกติแล้ว ต่อให้ศิลามีค่าสองก้อนเกิดขึ้นด้วยกัน จะมีก้อนหนึ่งถูกดูดซับไป
แล้วศิลาอัคนีทมิฬก้อนน้อยนี้รอดมาได้เช่นไร?
“หวา! เจ้าท่อนไม้ยอดไปเลย ผ่าได้อีกก้อนแล้ว!”
เมิ่งจิงกอดแขนเจียงผิงอันกระโดดโลดเต้นอย่างยินดี สาวน้อยวัยสิบห้านางนี้หารู้จักซ่อนอารมณ์ไม่
นางกล่าวกับเจ้ามือพนันศิลา “เมื่อครู่เจ้าเพิ่งบอกว่าจะให้หินเราก้อนหนึ่งไม่คิดเงิน อย่าโกงกันเชียว!”
ใบหน้าของเจ้ามือดำคล้ำราวถูกเผาเกรียม
หลังทำงานมาหลายปี นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นสองศิลามีค่าในหนึ่งศิลามารดา
“องค์หญิง ตรงนี้ก็มีศิลาอัคนีทมิฬอีกก้อนขอรับ”
เจียงผิงอันหันไปกล่าวกับเซี่ยชิงอย่างนอบน้อม
เซี่ยชิงส่ายหัว “ก้อนนี้เจ้าใช้ได้ตามใจเลย ศิลาอัคนีทมิฬที่อวิ๋นหวงได้ไปเพียงพอใช้จนถึงขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิดแล้ว”
เจียงผิงอันหันไปถามเจ้ามือ “รับซื้อหรือไม่?”
“รับสิ แน่นอน ชิ้นนี้เล็กกว่าอยู่เอาการ ให้หนึ่งล้าน”
เจ้ามือเห็นว่าอีกฝ่ายคิดขายให้เขา อารมณ์ก็ดีขึ้นมานิดหน่อย
เขาเก็บศิลาอัคนีทมิฬไปแล้วส่งแหวนเก็บของวงหนึ่งให้
เมิ่งจิงเอื้อมมือรับแหวนเก็บของ ส่งจิตสำนึกเข้าไปรับหินวิญญาณภายใน
เมื่อเห็นกองหินวิญญาณพูนเป็นภูเขาภายใน เมิ่งจิงก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่หุบไม่ลง
เสียเจ็ดแสน ได้คืนหนึ่งล้าน กำไรสามแสนเหนาะ ๆ!
สำหรับยอดฝีมือขอบเขตจินตานบางคนที่ไร้อำนาจหนุนหลัง หากคิดหาหินวิญญาณให้ได้สามแสน ก็ต้องทำงานหนักอย่างน้อยหนึ่งปี
หากผู้ฝึกตนคนนั้นสร้างค่ายอักขระเป็น หรือมีทักษะหลอมยาต่าง ๆ ความเร็วในการหาหินวิญญาณก็จะเร็วขึ้น
แต่ผู้ฝึกตนเช่นนั้นเป็นส่วนน้อย
ผู้ฝึกตนส่วนใหญ่หาเงินโดยการล่าสัตว์ภูตหรือปล้นชิง
ยอดฝีมือมากมายจึงเลือกสร้างมหาอำนาจ หรือเข้าร่วมมหาอำนาจอื่น
มีเพียงการทำเช่นนี้ จึงมีโอกาสหาทรัพยากรดี ๆ และประหยัดเวลาฝึกฝนได้
เพราะการหาเงินลำพังมันยากจริงแท้
เจียงผิงอันลงดาบไม่กี่ทีก็ได้หินวิญญาณเป็นกอบเป็นกำ ทำให้ผู้ฝึกตนมากมายริษยาข่มเขี้ยวกรามแทบแหลก
นึกเสียดายว่าทำไมข้าไม่ซื้อศิลาก้อนนี้นะ
เจียงผิงอันลงดาบผ่าศิลาต่อ ศิลานี้ยังเหลืออยู่ครึ่งหนึ่ง ยังมีหนึ่งประกายเรืองรอง
“หนนี้ไม่จำเป็นต้องผ่าแล้วจริง ๆ การหาศิลาอัคนีทมิฬเจอสองก้อนก็บังเอิญเหลือแสน หากยังมีอีกชิ้น ข้ายกศิลาที่นำกลับมาจากสมรภูมิโบราณให้เจ้าเลย”
เจ้ามือว่าพลางชี้ไปที่ศิลาสูงเท่าหนึ่งบุคคลที่ด้านหลัง
ด้วยราคาห้าล้าน ทำให้ศิลาก้อนนี้ราคาสูงที่สุดในร้าน
เขาพูดเช่นนี้ออกมา แสดงให้เห็นชัดเจนว่าเขาหาเชื่อไม่ว่าจะมีศิลาอัคนีทมิฬก้อนที่สาม
เซี่ยชิงหยุดชมแล้ว นางหันหลังเดินกลับ
นางเล่นพนันศิลามาหลายหน ทราบดีว่าความเป็นไปได้ในการมีสองศิลามีค่าในหนึ่งศิลามารดานั้นน้อยยิ่ง สามยิ่งเป็นไปได้ยากใหญ่
การผ่าเจอสองชิ้นแสดงให้เห็นชัดแล้วว่าโชคของเจียงผิงอัสสูงท้าทายสวรรค์
มีเพียงเมิ่งจิงผู้ไร้เดียงสานั่งลงจ้องมันด้วยคู่เนตรงดงาม พึมพำเพียงว่า “มาอีกชิ้น มาอีกชิ้น……”
วิ้ง~
ทันใดนั้น ดาบลายครามก็เหมือนผ่าโดนบางสิ่ง คลื่นพลังประหลาดพลันแผ่ออกจากศิลาพร้อมกลิ่นหอมสดชื่นสะท้านจิต
มีสมบัติ!
แต่มิใช่ศิลาอัคนีทมิฬ!
ขณะนี้ จู่ ๆ เจียงผิงอันก็เกิดความรู้สึกประหลาด เข้าใจเรื่องมากมายเกี่ยวกับสองวรยุทธ์ ‘หมัดอู๋จี๋’ และ ‘อัสนีพริบตา’ ขึ้นมา
ไม่เพียงเขา ทุกคนรอบข้างก็รู้สึกเช่นกัน
ปัญหาคาใจเกี่ยวกับวรยุทธ์การฝึกฝนกระจ่างแจ้งขึ้นมาเฉียบพลัน
ม่านตาของเจ้ามือหดตัวอย่างรุนแรงราวเดาบางอย่างได้
เซี่ยชิงซึ่งกำลังจะจรจากเปลี่ยนสีหน้า ร่างของนางพลันวูบไหวมาตรงหน้าศิลา ใช้หนึ่งมือผ่ามันแล้วมองสิ่งที่อยู่ภายใน
ไข่มุกสีทองเหลือบแดงเม็ดหนึ่งปรากฏต่อทุกสายตา
ไม่สิ มิใช่ไข่มุก มันดูเหมือนเมล็ดของพฤกษาบางอย่าง
“ว่าแล้วเชียว เป็นเม็ดบงกชแจ้งวิถีจริง ๆ ด้วย!”
เจ้ามือและเซี่ยชิงอุทานขึ้นพร้อมกัน
องค์หญิงเก้าแห่งต้าเซี่ยผู้สุขุมยิ่งเสมอมาหลุดกิริยาเล็กน้อย ใบหน้างดงามของนางเสียความเฉยชาในกาลก่อนไป
เจ้ามือพลันสร่างสติ “มิน่า! มิน่าจึงมีศิลาอัคนีทมิฬสองก้อน ที่แท้พวกมันก็เกิดขึ้นเพราะเม็ดบงกชแจ้งวิถี!”
“องค์หญิง นี่คือสิ่งใดหรือเจ้าคะ?” เมิ่งจิงถามอย่างสงสัย
นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้ยินชื่อนี้ จากปฏิกิริยาขององค์หญิง มันน่าจะสูงค่ายิ่ง ทำให้นางตื่นเต้นเล็กน้อย
เซี่ยชิงสูดหายใจลึก ๆ เพื่อสงบสติตนลง หัตถ์เพรียวบางถือเมล็ดสีทองเหลือบแดงนี้ไว้พลางกล่าวอย่างเคร่งขรึม
“สิ่งนี้เรียกว่าเม็ดบงกชแจ้งวิถี เมล็ดของบงกชเพลิงโบราณอันเกือบสูญพันธุ์แล้ว”
“มันมีสรรพคุณพิเศษอย่างหนึ่งที่ทำให้ผู้ฝึกตนรู้แจ้ง เร่งการทำความเข้าใจได้”
“สำหรับผู้ฝึกตนระดับต่ำอย่างพวกเจ้า มันช่วยพวกเจ้าเพิ่มความเร็วการฝึกฝนวรยุทธ์ได้ และสำหรับผู้ฝึกตนระดับสูง มันช่วยเราทำความเข้าใจกฎเกณฑ์ฟ้าดิน”
“ผู้คนมากมายไม่อาจทำความเข้าใจกฎเกณฑ์แม้ใช้เวลาชั่วชีวิต แต่ขอเพียงกินเม็ดบงกชแจ้งวิถีนี้เข้าไป ก็จะแถลงไขได้เอง!”
ได้ยินคำอธิบายนี้ หัวใจของผู้คนรอบข้างก็สะท้านตะลึง
วัตถุที่ช่วยประจักษ์แจ้งวิถีเต๋าเช่นนี้ ประเมินราคาไม่ได้เลย!
เซี่ยชิงถือเม็ดบงกชแจ้งวิถีไว้ พลางกล่าวกับเจียงผิงอัน “ขายเม็ดบงกชแจ้งวิถีนี้ให้ข้า แล้วข้าจะปกป้องความปลอดภัยของเจ้าอย่างสุดสามารถ!”
“หอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกลของเราก็ให้เงื่อนไขเดียวกันได้ ขายมันให้เราหอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกล แล้วเราก็จะปกป้องเจ้าเช่นกัน!”
เจ้ามือพนันศิลาไม่สนใจเลยว่าเซี่ยชิงจะอยากซื้อมันหรือไม่ เขาเริ่มต่อรองแย่งซื้อ
เซี่ยชิงเป็นเพียงองค์หญิงเก้าแห่งต้าเซี่ย เทียบกับหอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกลแล้ว หามีความสำคัญไม่
เม็ดบงกชแจ้งวิถีเม็ดนี้สูงค่ายิ่งนัก กระทั่งยอดฝีมือเหนือขอบเขตแปรเทวะยังปรารถนาสมบัติล้ำเลิศเช่นนี้
ยามนี้ เว้นเพียงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ตระกูลโบราณ และเขตหวงห้ามลึกลับบางแห่ง สมบัติที่ช่วยการประจักษ์แจ้งเช่นนี้ก็มิอาจพานพบได้อีก
สัตว์ประหลาดเฒ่ามากมายกระหายอยากได้สมบัติเช่นนี้เหลือเกิน
มิคาดว่าเจียงผิงอันจะผ่าเจอสมบัติเช่นนี้!
เซี่ยชิงกำลังจะเอ่ยปาก ทว่าเจ้ามือชิงตัดหน้าขึ้นก่อนด้วยรอยยิ้ม
“องค์หญิงเก้าอย่าสู้เลย อย่าว่าแต่องค์หญิงที่ถูกลดตำแหน่งมาอยู่ในเขตเฮยเฟิงอย่างเจ้า ต่อให้ส่งองค์รัชทายาทแห่งต้าเซี่ยมา ก็แข่งงบประมาณกับเราหอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกลมิได้หรอก”
เซี่ยชิงสีหน้าแข็งค้าง
ใช่แล้ว อย่าว่าแต่นาง ต่อให้องค์ชายรัชทายาทมาเอง ก็มิอาจเทียบอำนาจทรัพย์กับหอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกลได้
กระทั่งงบการเงินของตระกูลโบราณหรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ยังเทียบชั้นหอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกลมิได้เลย
“เมล็ดนี้ ข้าไม่ขาย” เจียงผิงอันพลันเอ่ยปาก
เจ้ามือพนันศิลาซึ่งคิดไปว่าตนมีโอกาสชนะสีหน้านิ่งค้าง
“สหายน้อย แม้นี่จะเป็นของดี แต่หากมันอยู่ผิดที่ผิดมือ ก็เป็นภัยต่อชีวิตได้นะ”
ด้วยการฝึกฝนของเจียงผิงอันผู้ได้สมบัตินี้มา เขาจะถูกยอดฝีมือมากมายจำหน้าหมายหัวแน่แท้
“เจียงผิงอัน ขายเถอะ เจ้าเก็บมันไว้ไม่ได้หรอก” เซี่ยชิงมองเมล็ดบงกชในมือเขาอย่างอิดออดใจ
“เปล่าขอรับ ข้าอยากถวายมันแก่องค์หญิงขอรับ” เจียงผิงอันกล่าว
เซี่ยชิงผู้สิ้นหวังแล้วเบิกคู่เนตรงามจนกลมโต “เจ้าว่าอะไรนะ?”