สู่วิถีอมตะ - บทที่ 710 เจียงผิงอันบ้าไปแล้ว
ผู้ฝึกตนมากมายได้เปิดหูเปิดตา
เคยเห็นคนบ้ามาก็จริง แต่ไม่เคยเห็นใครบ้าได้เพียงนี้
ปวงชนล้วนเคยแอบด่าเซียนมาบ้างแล้ว แต่ไม่เคยด่ากันใส่หน้า
ตรง ๆ เช่นนี้
ต่อให้พวกเขาจะมีผู้หนุนหลังอย่างเจียงผิงอัน พวกเขาก็ยังมิ
กล้าเช่นนี้
พวกเขารู้สึกว่าเจียงผิงอันอาจจะบ้าไปแล้ว
“ไม่มีสำนักเซียนอวี่หวงคุ้มกะลาหัว เจ้าคงตายไปสามพันหน
แล้วกระมัง” โอวหยางหงอวิ้นมองเจียงผิงอัน ในสายตาเขา คนผู้นี้
เป็นคนตายมาแต่แรก
“หากมิใช่เพราะเจ้าเกิดก่อนข้าเป็นแสน ๆ ปี ข้าคงเข่นฆ่าเจ้า
เช่นสุนัขแล้ว”
เจียงผิงอันเย้ยสวน
ปวงชนเชื่อสนิทใจแล้วว่าเจียงผิงอันผู้นี้ต้องเสียสติแน่ ๆ
เซียนสวรรค์เป็นกำลังต่อสู้สูงสุดในแดนจันทร์มายา จะถือเป็น
ตัวตนสูงสุดในภพเซียนก็ย่อมได้
แต่ในวาทะเจียงผิงอัน เซียนสวรรค์กลับกลายเป็นสุนัข
หลังจากกลับสำนักเซียนเทียนหลาน เขาจะเพิ่มรางวัลค่าหัว
เจียงผิงอันจนเย้ายวนใจเซียนมนุษย์เกินวางลงเป็นแน่แท้
จะมียอดฝีมือมากมายรับภารกิจค่าหัวมาหาเรื่องเจียงผิงอันอย่าง
ไร้กังขา
เจียงผิงอันยื้อชีวิตได้ครู่หนึ่ง แต่ไม่มีทางยื้อได้ตลอดไป
เจียงผิงอันดูไม่รับรู้ถึงผลลัพธ์นี้ ใบหน้าของเขายังเปี่ยมความ
เหยียดหยาม ด่าทอต่อไป “หากพวกเจ้าสำนักเซียนเทียนหลานไม่ใช้
วิธีสกปรก แค่ผู้ฝึกตนขั้นต้นระดับเขตแดนอย่างข้า พวกเจ้าก็รับมือ
มิได้เลย”
“อยากจะฆ่าข้ามิใช่หรือ? ข้าจะให้โอกาสสักครั้ง พวกเจ้าสำนัก
เซียนเทียนหลานให้ส่งยอดฝีมือขั้นกลางระดับเขตแดนหนึ่งคนมาสู้
ตัดสินเป็นตายกับข้า!”
เจียงผิงอันอารัมภบทมาตั้งนาน ทำตัวเสียสติยั่วโมโหเซียน
ทั้งหลายก็เพื่อจุดประสงค์นี้
ทันทีที่วาทะถูกกล่าว ปวงชนก็จังงัง นี่เขาหาที่ตายอยู่หรือ?
มียอดฝีมือจากสำนักเซียนอวี่หวงคุ้มครอง เจียงผิงอันก็ด่าทอ
เซียนจากสำนักเซียนเทียนหลานได้อย่างปลอดภัยแน่นอนอยู่แล้ว
แต่เขากลับอยากปราชันกับผู้ฝึกตนจากสำนักเซียนเทียนหลาน
ซ ้ายังเป็นผู้มีขอบเขตสูงกว่าตนหนึ่งขั้น นี่มันเท่ากับหาที่ตายชัด ๆ
ต่อให้พลังต่อสู้ของเจียงผิงอันจะสูงจริงก็ตาม ก็ยังเสี่ยงยิ่งในการ
ปราชันผู้ฝึกตนขั้นกลางระดับเขตแดนอยู่ดี
ผู้ฝึกตนจากสำนักเซียนเทียนหลานมิใช่ผู้ฝึกตนไร้สังกัดทั่วไป
พวกเขามีวรยุทธ์เซียนแข็งแกร่ง พลังต่อสู้สูงล ้า
“เจ้าหนู หยุดก่อเรื่องเถอะ”
เซียวเหลียงเหยียน เจ้าสำนักเซียนอวี่หวงซึ่งเงียบอยู่นานปริปาก
ขึ้น
หากประลองกันจริง เขาก็มิอาจแทรกแซงเข้าช่วยได้แล้ว
“ผู้อาวุโสมิต้องห่วงขอรับ ข้ารู้ประมาณดี” เจียงผิงอันตอบอย่าง
สุภาพ
สีหน้าของเซียวเหลียงเหยียนแปรเปลี่ยนพิกล ท้าทายข้ามขั้น
แบบนี้ยังเรียกว่ารู้ประมาณดีอีกหรือ?
เหมียวจิ่งกล่าวกับเจ้าสำนัก “เจ้าสำนักวางใจเถิด ศิษย์ข้าสุขุม
ยิ่ง ไม่ทำสิ่งที่มิแน่ใจแน่นอน”
เซียวเหลียงเหยียนชำเลืองเหมียวจิ่ง ศิษย์อาจารย์คู่นี้ล้วนแล้ว
เหลวไหล เจียงผิงอันด่าเซียนต่อสาธารณะเช่นนี้ยังเรียกสุขุมได้
หรือ?
เจียงผิงอันผู้นี้เย่อหยิ่งนัก ถึงกับท้าทายผู้ฝึกตนสูงกว่าตนขั้น
หนึ่ง อุบัติเหตุอาจเกิดได้ง่ายมาก แต่เจียงผิงอันเสนอออกมาเองอย่าง
เด็ดเดี่ยว ไร้เจตนาฟังคำเกลี้ยกล่อมใด ๆ
“สมเป็นอัจฉริยะสูงสุดของสำนักเซียนอวี่หวง เราสำนักเซียน
เทียนหลานละอายแท้ ในเมื่อเจ้าจะดวล เช่นนั้นก็ดวลกัน!”
ปากโอวหยางหงอวิ้นเหมือนจะชมเจียงผิงอัน แต่ในใจเปี่ยมด้วย
จิตสังหาร ในเมื่อเจียงผิงอันอยากตาย เช่นนั้นก็ช่วยเขาหน่อย
เพื่อป้องกันมิให้เจียงผิงอันเปลี่ยนใจ โอวหยางหงอวิ้นจึงตะโกน
บอกปวงชนด้านล่างทันที “ผู้ฝึกตนขั้นกลางระดับเขตแดนของสำนัก
เซียนเทียนหลานอยู่ไหน!”
“ศิษย์อยู่นี่ขอรับ!”
ยอดฝีมือขั้นกลางระดับเขตแดนสามสี่สิบคนทะยานสู่เวหา แผ่
ปราณทรงพลังชวนสะท้าน
“ผู้ใดจะไปปราชันเขา?” โอวหยางหงอวิ้นถาม
“ข้าไป!”
“ศิษย์ขอรับ!”
“ศิษย์เต็มใจสร้างผลงานให้สำนักขอรับ!”
ผู้ฝึกตนมากมายตะโกนแข่ง ต่างผู้ล้วนอยากได้โอกาสแสดง
ฝีมือ
การฆ่าผู้ฝึกตนขั้นต ่ากว่าตนนั้นง่ายยิ่ง นี่คือโอกาสสร้างผลงาน
ที่เสนอตัวเองมาถึงที่
ขอเพียงฆ่าเจียงผิงอันได้ เจ้าสำนักไม่มีทางปฏิบัติต่อพวกเขาแย่
ชะตาของพวกเขาก็จะเปลี่ยนแปลงจากนี้ไป
“โอวหยางเจวี๋ยเฟิง เจ้าไป”
สายตาของโอวหยางหงอวิ้นหยุดที่ชายผมสั้นคนหนึ่ง เขาพอจะ
จำโอวหยางเจวี๋ยเฟิงได้ ไม่รู้คนผู้นี้เป็นทายาทรุ่นใดของเขา แต่ก่อน
หน้านี้เคยสร้างผลงานไม่เลวในการประลองของสำนัก เขาจึงจดจำ
ชื่อนี้ได้
ศิษย์ทั้งหลายซึ่งไม่ถูกขานนามสุดแสนเสียใจ เสียโอกาสแสดง
ฝีมือไปแล้ว ปล่อยโอวหยางเจวี๋ยเฟิงผู้นี้ฉวยไปเสียได้
“ศิษย์อยู่นี่ขอรับ!”
ร่างของโอวหยางเจวี๋ยเฟิงสะท้านอย่างตื่นเต้น ใบหน้าแดงก ่า มิ
คาดว่าเจ้าสำนักจะจำชื่อเขาได้ เป็นเกียรติโดยแท้จริง เขาจะทำให้
ความคาดหวังของเจ้าสำนักต้องเสียเปล่ามิได้เด็ดขาด
โอวหยางเจวี๋ยเฟิงเหินออกมา เจียงผิงอันก็เหินออกมาเช่นกัน
เมื่อเห็นว่าคนทั้งสองจะปราชันกันจริง ๆ ปวงชนก็รู้สึกเสมอว่า
เรื่องราวชักดำเนินผิดทิศผิดทางชอบกล มิใช่พวกเขามาแย่งโอกาส
กันที่นี่หรือ? ไฉนกลายเป็นศึกสองฝ่ายไปแล้ว?
แต่ก็เถอะ การประลองของทั้งสองก็น่าสนใจไม่น้อย
เรื่องสำคัญคือจะได้เห็นความตายของร่างศึกจากสำนักเซียน
อวี่หวง
แค่สำนักเซียนอวี่หวงมีเหมียวเสียคนเดียวก็น่ากลัวจะแย่แล้ว
ยามนี้มีเพิ่มมาอีกคน ขุมกำลังมากมายจึงไม่อยากให้เจียงผิงอัน
เติบโต ซึ่งจะรังแต่เพิ่มฤทธิ์ให้สำนักเซียนอวี่หวง
หากร่างศึกนี้ตายในการดวล ก็จะเป็นเรื่องดียิ่งนัก
“ตาเฒ่าผู้นี้จะเป็นกรรมการให้”
ผู้อาวุโสผู้หนึ่งจากเมืองหลิงเยว่ออกมาร่วมสนุก
ภายใต้สองดวงจันทรา สายตาเซียนหลายสิบผู้และผู้ฝึกตน
ทั้งหลายจับจ้องนิ่งที่เจียงผิงอันและโอวหยางเจวี๋ยเฟิง
“เจียงผิงอันผู้นี้บ้าคลั่งจริง ๆ ท้าทายยอดฝีมือขั้นกลางระดับเขต
แดน วอนตายแท้ ๆ มิใช่หรือ?”
“อาจเพราะเขามีพลังต่อสู้กล้าแกร่งเลยมั่นใจก็เป็นได้ อย่าลืม
เสียว่าเขาฆ่าผู้ฝึกตนร่วมระดับมามากมาย ผู้ฝึกตนทั่วไปทำมิได้เช่น
เขาหรอกนะ”
“ไม่ว่าพลังต่อสู้ของเขาจะแข็งแกร่งแค่ไหน สุดท้ายการฝึกฝนก็
อยู่ในขั้นต้นระดับเขตแดนอยู่ดี โอวหยางเจวี๋ยเฟิงลือนามมาหลาย
สิบปี จำได้หรือไม่ว่าสามสิบห้าปีก่อนมีกลุ่มทหารรับจ้างอันโด่งดังชื่อ
‘เจวี๋ยเฟิง’ ที่ถูกเขาถล่มราบลำพังเพียงเพราะใช้ชื่อเหมือนเขา?”
“กลุ่มทหารรับจ้างเจวี๋ยเฟิงถูกโอวหยางเจวี๋ยเฟิงถล่มหรือนี่?”
ผู้คนมากมายที่ทราบข่าวต่างตกใจ
กลุ่มทหารรับจ้างเจวี๋ยเฟิงมีชื่อเสียงยิ่ง มีอัตราสำเร็จภารกิจสูง
มากจึงลือนาม ในนั้นมียอดฝีมือขั้นกลางระดับเขตแดนอยู่สี่ห้าคน
และผู้ฝึกตนขั้นต้นระดับเขตแดนอีกสิบกว่าคน
แต่ผู้คนมากมายเช่นนี้กลับถูกคนผู้เดียวสังหารเรียบ ขณะนั้นจึง
เป็นเรื่องฮือฮาอยู่ไม่น้อย
ปรากฏว่าเป็นฝีมือของโอวหยางเจวี๋ยเฟิงนี่เอง
แม้โอวหยางเจวี๋ยเฟิงผู้นี้จะมิติดสิบอันดับแรกของสำนัก แต่ก็ไม่
ธรรมดายิ่ง
พลังต่อสู้ของเจียงผิงอันอาจแข็งแกร่งมากก็จริง เอาชนะยอด
ฝีมือขั้นกลางระดับเขตแดนซึ่งอ่อนแอสุด ๆ ได้ แต่ต่อหน้าผู้ฝึกตน
ชั้นนำของขอบเขตนี้ ย่อมไม่มีทางเอาชนะได้แน่นอน
โอวหยางเจวี๋ยเฟิงชักกระบี่ยาวสีทอง มองเจียงผิงอันยิ้ม ๆ เขาล่ะ
อยากขอบคุณเจียงผิงอันจริง ๆ ที่ให้โอกาสเขาแสดงฝีมือต่อหน้าเจ้า
สำนัก
แน่นอน เขาพูดไม่ได้หรอก ยามนี้เจ้าสำนักอาฆาตมาดร้ายเจียง
ผิงอันสุดแสน
โอวหยางเจวี๋ยเฟิงพลิกข้อมือ แล้วกระบี่อันไวสุดขั้วก็แทงสู่สุญ
ตาตรงสู่หว่างคิ้วของเจียงผิงอัน พร้อมประหารในพริบตา
เจียงผิงอันรีบถอยออกมา
ขณะนั้นเองที่โอวหยางเจวี๋ยเฟิงปลดเขตแดนของตน
เขตแดนมิติ!
ภายใต้เขตแดนมิติ เขาสามารถควบคุมมิติได้ตามใจ แม้จะไม่
ใช้วรยุทธ์ใด เขาก็ยังมีพลังป้องกันและพลังทำลายอันแข็งแกร่งยิ่ง
เจียงผิงอันซึ่งถอยออกไปถูกตรึงนิ่งด้วยมิติจนมิอาจขยับ!
เห็นเช่นนี้ เหล่าเซียนจากสำนักเซียนอวี่หวงก็หน้าเคร่ง
เหมียวจิ่งหัวใจสะท้าน มิคาดว่าโอวหยางเจวี๋ยเฟิงจะมีพรสวรรค์
เขตแดนมิติ
เกิดเรื่องแล้ว!
“เกิดชาติหน้าก็สงบเสงี่ยมหน่อยนะ!” โอวหยางเจวี๋ยเฟิงใช้วิชา
กระบี่ระดับเซียน เมื่อมีอำนาจมิติหนุนเสริม ต่อให้เป็นยอดฝีมือขั้น
ปลายระดับเขตแดนทั่วไป เขาก็ทลายเกราะคุ้มกันได้
ไม่ว่าเจียงผิงอันจะใช้สิ่งใดคุ้มกัน ก็มิอาจหยุดกระบี่เขาในยามนี้
ได้ นี่คือการลงมือเต็มกำลังของเขา เจียงผิงอันตายแน่แล้ว!