สู่วิถีอมตะ - บทที่ 886 อันผิงมอบของล้ำค่า
บทที่ 886 อันผิงมอบของล้ำค่า
“อันผิงเป็นผู้ใดกัน?”
เจ้าสำนักเซียนเทียนหลานโอวหยางหงอวิ้นได้ยินเสียงจากภายนอก จึงถามด้วยความสงสัย
เจ้าสำนักยอดเขาหลอมศาสตราจางจื้อหยวนตอบว่า “เรียนท่านเจ้าสำนัก ผู้นี้คือแขกผู้มีเกียรติที่ถูกเชิญมาเมื่อหลายร้อยปีก่อน มีฝีมือในการหลอมศาสตราสูงมาก โดยทั่วไปแล้วสามารถหลอมศาสตราเซียนได้หนึ่งเล่มในทุก ๆ สิบปี และยังสร้างศาสตราระดับต่ำกว่าเซียนได้จำนวนมาก”
โอวหยางหงอวิ้นพยักหน้า ที่แท้ก็เป็นปรมาจารย์ช่างตีเหล็กที่สำนักเชิญมา
“เมื่อครู่เขาพูดว่าอะไร หลอมศาสตราที่สามารถหลีกเลี่ยงการถูกเจียงผิงอันทำลายได้? นี่เป็นความจริงหรือ?”
ตามข่าวจากแนวหน้า เจียงผิงอันครอบครองพลังพิเศษชนิดหนึ่ง สามารถทำลายแม้แต่ศาสตราเซียนระดับเซียนปฐพีได้ น่าสะพรึงยิ่ง ทำให้เซียนที่ต่อสู้กับเขามิกล้าใช้ศาสตราเซียน พลังในการต่อสู้ลดลงไปหลายส่วน
หากสามารถหลอมศาสตราเซียนชเช่นนี้ได้จริง ก็จะจัดการกับเจียงผิงอันได้ง่ายขึ้น
“เรียนท่านเจ้าสำนัก ข้าก็ไม่ค่อยแน่ใจ เรียกคนเข้ามาถามดูก็จะรู้”
จางจื้อหยวนก็รู้สึกคลางแคลงเช่นกัน อันผิงผู้นี้มั่นใจได้อย่างไรว่าศาสตราเซียนที่หลอมขึ้นจะไม่ถูกทำลาย?
กระบี่เซียนระดับเซียนปฐพีที่เขาใช้ล้วนหลอมสร้างด้วยตนเอง แต่ก็ยังต้านทานการทำลายของเจียงผิงอันมิได้ แล้วอันผิงผู้นี้เป็นเพียงช่างตีเหล็กขอบเขตเซียนมนุษย์เท่านั้น จะทำได้อย่างไร”
“ท่านอัน เชิญเข้ามา”
โอวหยางหงอวิ้นพยายามทำให้น้ำเสียงของตนฟังดูเป็นมิตรมากขึ้น ยามนี้สำนักกำลังต้องการคน ช่างตีเหล็กเช่นนี้จำเป็นต้องรักษาไว้ให้ดี
ไม่นานนัก ชายในชุดเต้าผาวสีขาวเดินเข้ามา แล้วค้อมกายคำนับโอวหยางหงอวิ้นและเหล่าผู้อาวุโส
คนผู้นี้ก็คือเจียงผิงอันที่เปลี่ยนปราณและแปรลักษณ์ ยามนี้ใช้ชื่อว่า ‘อันผิง’
ก่อนที่โอวหยางหงอวิ้นจะทันได้เอ่ยวาจา เจียงผิงอันก็หยิบกระบี่เซียนสีเขียวมรกตออกมา
“ท่านเจ้าสำนัก ข้าได้ยินมาว่าเจียงผิงอันจากสำนักเซียนอวี่หวงสามารถทำลายศาสตราเซียนได้ ข้าจึงตีกระบี่เซียนเล่มนี้ขึ้นมาเป็นพิเศษ เพื่อต้านทานการทำลายนั้น”
ถึงเวลาแล้ว การจะเลื่อนตำแหน่งในสำนักเซียนเทียนหลานได้อย่างรวดเร็วหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับการแสดงครั้งนี้แล้ว
โอวหยางหงอวิ้นโบกมือเบา ๆ กระบี่เซียนสีเขียวมรกตลอยมาตรงหน้าเขา จากนั้นเขาก็พิจารณาอย่างช้า ๆ
“กระบี่เล่มนี้ดูงดงามยิ่งนัก แต่นี่เป็นเพียงกระบี่เซียนระดับเซียนมนุษย์ เจ้าแน่ใจได้เยี่ยงไรว่าจะต้านทานเจียงผิงอันได้?”
แม้แต่กระบี่เซียนปฐพีก็ยังมิอาจต้านทานการทำลายได้ แล้วจะกล่าวไปใยถึงกระบี่เซียนมนุษย์ สิ่งนี้ทำให้เขาคลางแคลงยิ่งนัก
เจียงผิงอันเอ่ยวาจาเนิบช้า “เจียงผิงอันเป็นเพียงผู้ฝึกตนขอบเขตเซียนมนุษย์ ต่อให้แข็งแกร่งเพียงใด ก็มิอาจทำลายศาสตราเซียนระดับเซียนปฐพีได้ในพริบตา”
“ดังนั้น การที่เจียงผิงอันสามารถทำลายศาสตราเซียนระดับเซียนปฐพีนี้ได้ จะต้องใช้วิชาลับบางอย่างแน่นอน และตามที่ข้ารู้มา มีวิชาหนึ่งที่สามารถทำเช่นนั้นได้”
“วิชานี้คือวิชาสลายยุทธภัณฑ์ในวิชาหลอมศาสตรา ‘วิชาพันค้อนร้อยหล่อหลอม’ การใช้วิชานี้จะสามารถแยกส่วนศาสตราเซียนได้อย่างง่ายดาย”
“นี่อาจเป็นเหตุผลที่เจียงผิงอันสามารถทำลายศาสตราเซียนได้”
“และกระบี่เซียนที่ข้าสร้างขึ้นนี้ ข้าได้เพิ่มอักขระเซียนพิเศษเข้าไป พอที่จะต้านทานวิชาที่เจียงผิงอันใช้ได้”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นจางจื้อหยวน ผู้นำยอดเขาหลอมศาสตราก็เข้าใจในทันที
“อ้อเช่นนั้นเอง! ที่แท้เจียงผิงอันก็ชำนาญวิชา ‘วิชาพันค้อนร้อยหล่อหลอม’ มิน่าแปลกใจที่สามารถทำลายศาสตราเซียนได้ง่ายดาย!”
“วิชา ‘วิชาพันค้อนร้อยหล่อหลอม’ คืออะไรหรือ?”
ผู้อาวุโสรอบข้างมองจางจื้อหยวนด้วยความสงสัย
จางจื้อหยวนอธิบายว่า “พวกเจ้ามิได้เดินเส้นทางสายหลอมอาวุธ ไม่รู้เรื่องวิชานี้ก็เป็นเรื่องปกติ”
“วิชาการหล่อหลอมนี้ เป็นสิ่งที่อัจฉริยะผู้ยิ่งใหญ่แห่งสกุลอวิ๋นคิดค้นขึ้น โดยผสมผสานวิชาหล่อหลอมของเซียนมากมายเข้าด้วยกัน วิชานี้มีค่ามากกว่าสำนักเซียนเทียนหลานทั้งสำนักของพวกเรารวมกันเสียอีก!”
ดวงตาของจางจื้อหยวนเต็มไปด้วยความปรารถนา
บรรดาผู้อาวุโสที่อยู่ในที่นั้นรู้สึกตื่นตะลึง เจียงผิงอันครอบครองวิชาหลอมศาสตราระดับสูงเช่นนี้ได้ ช่างเป็นสิ่งวิเศษอันยิ่งใหญ่
“ทุกท่านไม่ต้องกังวล ‘วิชาพันค้อนร้อยหล่อหลอม’ ฉบับสมบูรณ์สูญหายไปนานแล้ว มีเพียงสำนักร้อยศาสตราที่ยังเหลือเนื้อหาบางส่วนของ ‘วิชาพันค้อนร้อยหล่อหลอม’ อยู่ เจียงผิงอันไม่มีทางครอบครองวิชานี้ได้ทั้งหมด อย่างมากก็แค่รู้ความสามารถหนึ่งหรือสองอย่างในนั้น”
จางจื้อหยวนไม่เชื่อว่าเจียงผิงอันจะได้รับ ‘วิชาพันค้อนร้อยหล่อหลอม’ ฉบับสมบูรณ์ เพราะมันหายสาบสูญไปพร้อมกับการล่มสลายของสกุลอวิ๋นแล้ว
อย่างไรก็ตาม แม้เจียงผิงอันจะได้รับเพียงบางส่วนของ ‘วิชาพันค้อนร้อยหล่อหลอม’ ก็ยังน่าริษยาอยู่ดี
โอวหยางหงอวิ้นมองไปยังอันผิงที่อยู่เบื้องหน้า “หากสาเหตุที่เจียงผิงอันสามารถทำลายศาสตราเซียนได้เป็นเพราะเรื่องนี้จริง อักขระเซียนที่เจ้าวาดจะสามารถต้านทานการทำลายของเจียงผิงอันได้จริงหรือ?”
เจียงผิงอันกล่าวอย่างสุขุม “กล่าวมากไปก็ไร้ประโยชน์ ขอให้ท่านเจ้าสำนักส่งคนนำกระบี่ไปทดสอบที่แนวหน้าก็จะรู้”
“แม้ว่ากระบี่เล่มนี้จะไม่ใช่ศาสตราเซียนระดับเซียนปฐพี แต่ในมือของเซียนปฐพี ก็ยังคงแสดงพลังอันยิ่งใหญ่ได้”
“กระบี่เล่มนี้ข้าใช้ทรัพย์ของตนเองสร้างขึ้น หากไร้ประโยชน์ ก็ถือว่าข้าบริจาคให้แก่สำนัก”
โอวหยางหงอวิ้นจ้องมองอันผิงอยู่ครู่หนึ่ง เห็นเขามั่นใจเช่นนั้น จึงเริ่มเชื่อถือบ้าง
ยามนี้ก็ไม่มีวิธีดี ๆ ที่จะรับมือกับเจียงผิงอัน หากศาสตราเซียนเล่มนี้มีประโยชน์ อย่างน้อยก็จะช่วยให้ขุนพลที่ต่อสู้กับเจียงผิงอันในแนวหน้าสบายขึ้นมิน้อย
“ดี งั้นก็ลองดู หากกระบี่เล่มนี้มีประโยชน์จริง ข้าจะให้รางวัลเจ้าสามเท่าของศาสตราเซียน และเพิ่มจำนวนวัตถุดิบเซียนที่เจ้าสามารถใช้ได้”
โอวหยางหงอวิ้นไม่ตระหนี่ทรัพยากรเลย
ยามนี้เป็นเวลาที่ต้องใช้คน จำเป็นต้องให้ทุกคนที่มีประโยชน์ต่อสำนักได้รับค่าตอบแทนที่สมเหตุสมผล จึงจะรักษาคนไว้ได้
“งั้นข้าขอตัวก่อน ยังมีศาสตราเซียนที่ต้องหลอมสร้าง”
เจียงผิงอันประสานมือคำนับ “อ้อ ใช่แล้ว ผู้อาวุโสท่านใดต้องการสร้างหรือซ่อมแซมศาสตราเซียน ก็มาหาข้าได้เลย แม้ข้ามิอาจสร้างศาสตราเซียนระดับเซียนปฐพีได้ แต่ข้าสามารถซ่อมแซมศาสตราเซียนระดับเซียนปฐพีได้”
พูดจบก็หมุนตัวจากไป
ผู้อาวุโสรอบข้างมองแผ่นหลังที่จากไปของเขาด้วยความประหลาดใจยิ่ง
“ผู้มากพรสวรรค์ผู้นี้อยู่ในขอบเขตเซียนมนุษย์ แต่สามารถซ่อมแซมศาสตราเซียนเซียนปฐพีได้หรือ?”
“คงเป็นเรื่องโกหกกระมัง พวกเราในแดนจันทร์มายาไม่น่าจะมีช่างตีเหล็กระดับนี้ได้ เว้นแต่จะเป็นสำนักหลอมอาวุธใหญ่ๆ ถึงจะมีบุคคลเช่นนี้ได้”
“คงมิใช่เรื่องโกหกหรอก ผู้ใดเล่าจะกล้ากล่าววาจาโอ้อวดเช่นนี้ต่อหน้าผู้คนมากมาย นั่นมิใช่ผู้สมองมีปัญหาหรอกหรือ”
เหล่าผู้อาวุโสที่อยู่ในที่นั้นต่างถกเถียงกันไปมา และจดจำชื่อของอันผิงไว้
จางจื้อหยวนหรี่ตาลง เขาไม่รู้ว่าเหตุใดจึงสัมผัสถึงวิกฤตบางอย่างที่อธิบายไม่ได้
แต่เดิมในสำนักมีเพียงเขาที่สามารถสร้างและซ่อมแซมศาสตราเซียนระดับเซียนปฐพีได้ บัดนี้กลับมีผู้ที่สามารถซ่อมแซมศาสตราเซียนระดับเซียนปฐพีปรากฏตัวขึ้นอีกคน
อย่างไรก็ตาม จางจื้อหยวนคิดว่าตนเองคงคิดมากเกินไป ปรมาจารย์ช่างตีเหล็กระดับเซียนมนุษย์ ไม่ว่าจะเก่งกาจเพียงใดก็มิอาจแทนที่ตำแหน่งของเขาได้
อย่างมากก็แค่ทำให้เขาหาทรัพย์ได้น้อยลงเท่านั้น
ทว่าเขาก็ไม่ได้สนใจทรัพยากรเพียงเล็กน้อยนั้น
ตอนนี้ผู้ที่ต้องการให้เขาหลอมและซ่อมแซมศาสตราเซียน ได้จับจองสิทธิ์ไปถึงอีกหลายพันปีข้างหน้าแล้ว
สำนักเซียนเทียนหลาน
ขุนพลทั้งหลายจรมาด้วยความหวัง นำศาสตราเซียนที่ช่างตีเหล็กอันผิงสร้างขึ้นไปยังแนวหน้า เพื่อทดสอบว่าจะสามารถรับมือกับเจียงผิงอันได้หรือไม่
สมรภูมิรบทะเลจันทรา
การต่อสู้ระหว่างอวี๋เฉินกับเจียงผิงอันดำเนินไปอย่างไร้สิ้นสุด
ทั้งสองฝ่ายต่างได้รับบาดเจ็บ ทว่าเจียงผิงอันบาดเจ็บหนักกว่า
ทุกครั้งที่เจียงผิงอันโจมตีอวี๋เฉิน ก็เท่ากับเขาโจมตีตนเองไปด้วย
แม้จะเป็นเช่นนั้น ชายชราก็มิได้รู้สึกยินดีแต่อย่างใด ถึงแม้เขาจะไม่ตายและมิพ่าย แต่การถูกไม้พลองฟาดใส่ร่างก็ยังคงเจ็บปวดอยู่ดี
หากมิใช่เพราะเจียงผิงอันสามารถควบคุมศาสตราเซียน ทำให้เขามิอาจใช้ศาสตราเซียนได้ เขาคงจัดการเจียงผิงอันไปนานแล้ว
อวี๋เฉินไม่รู้ว่าสถานการณ์เช่นนี้จะดำเนินต่อไปอีกนานเท่าไร
ไม่รู้ว่ากาลผ่านไปนานเพียงใด จู่ ๆ ก็มีเสียงตะโกนดังมาแต่ไกล
“ท่านผู้อาวุโสอวี๋ สำนักได้สร้างศาสตราเซียนที่ต่อกรกับเจียงผิงอันได้แล้ว!”
“จริงหรือ?”
ดวงตาอันชราภาพของอวี๋เฉินพลันเปล่งประกายขึ้นมา
ทันใดนั้น กระบี่เซียนสีเขียวมรกตเล่มหนึ่งก็ทะลวงผ่านสุญญะมาถึง
อวี๋เฉินรีบคว้าด้ามกระบี่ไว้อย่างรวดเร็ว
แต่เมื่อเห็นระดับของกระบี่เซียนเล่มนี้ ความยินดีบนใบหน้าของเขาพลันจางหาย
ไม่น่าเชื่อว่ามันเป็นเพียงกระบี่เซียนระดับเซียนมนุษย์เท่านั้น
แม้แต่กระบี่เซียนระดับเซียนปฐพียังมิอาจต้านทานการทำลายล้างของเจียงผิงอันได้ แล้วกระบี่เซียนระดับเซียนมนุษย์เล่มนี้จะมีประโยชน์อันใด?
เขาถึงกับสงสัยว่ามีคนกำลังหลอกเขาอยู่หรือไม่
“ฮ่า ๆ นี่คือ ศาสตราเซียนที่จะใช้จัดการข้าหรือ? ในสายตาของข้า มันเป็นเพียงขยะเท่านั้น”
เจียงผิงอันเสสรวลเสียงดัง เก็บกิ่งมารสะเทือนสรวง กำหมัดแน่นแล้วพุ่งเข้าไปสังหารอวี๋เฉิน
อวี๋เฉินอยากจะเก็บกระบี่เซียนเล่มนี้ไว้ แต่เมื่อเห็นเจียงผิงอันพุ่งเข้ามา เขาจึงตัดสินใจเสี่ยงดวง ถ่ายปราณเซียนเข้าไปในกระบี่ แล้วใช้วิชากระบี่โจมตี
แสงกระบี่เจิดจรัสทั่วนภาปะทะกับหมัดของเจียงผิงอัน
ฉับ!
หมัดของเจียงผิงอันถูกฟันจนเลือดนอง
อวี๋เฉินคิดว่ากระบี่ในมือจะแตกกระจายทันที ทว่ากลับไม่เป็นไรเลยแม้แต่น้อย
ทั้งสองฝ่ายต่างตะลึงงัน
สีหน้าของเจียงผิงอันเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน “เป็นไปไม่ได้! กระบี่เซียนระดับเซียนมนุษย์ เหตุใดข้าจึงทำลายมันไม่ได้?”
เขาพุ่งหมัดเข้าใส่กระบี่เซียนอีกครั้ง ทว่ากระบี่ยังคงเปล่งประกายดั่งเดิม ไม่มีรอยร้าวใด ๆ ปรากฏ
อวี๋เฉิงสรวลเสเริงร่า “ฮ่า ๆ ไอ้หนู เจ้าตายแน่!”
ไม่คิดว่ากระบี่เซียนเล่มนี้จะสามารถต้านทานการทำลายของเจียงผิงอันได้จริง ๆ
แม้ว่านี่จะมิใช่ศาสตราระดับเซียนปฐพี พลังอาจจะน้อยกว่าสักหน่อย แต่ก็ยังคงเป็นศาสตราเซียนที่สามารถเพิ่มพลังโจมตีได้
อวี๋เฉินทุ่มพลังทั้งหมดใช้วิชากระบี่ โจมตีใส่เจียงผิงอัน
เจียงผิงอันโต้กลับไม่หยุด พยายามทำลายศาสตราเซียน แต่ก็ไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง การโจมตีของเขายิ่งสับสนวุ่นวายขึ้นเรื่อย ๆ บาดแผลบนร่างก็มากขึ้นทุกที
กำลังพลจากสำนักเซียนอวี่หวง เมื่อเห็นเช่นนั้นสีหน้าก็ยิ่งหม่นหมองลง
“กระบี่เล่มนี้พิเศษนัก ดูเหมือนจะสามารถต้านทานพลังของผู้อาวุโสเจียงได้”
“ผู้อาวุโสเจียงตกอยู่ในอันตรายแล้ว!”