สู่วิถีอมตะ - บทที่ 94 วิชาซ่อนจักรวาล
หวังหลานแย้มยิ้ม ใช ้หมัดวารีรินอย่างไม่รีบร ้อน
วิชาหมัดของเขาลื่นไหลเช่นสายน้า แปรเปลี่ยนไม่อยู่นิ่ง สลาย การโจมตีลงได้
หวังหลานมีร่างอันพิเศษ สั่งสมปราณได้มากมาย ซ้ายังมีวรยุทธ ์ พิเศษ จึงยิ่งสั่งสมพลังได้มากกว่าเก่า
ด้วยความสามารถนี้ เขาทาให้คู่ต่อสู้เหนื่อยอ่อนมานักต่อนัก
เหมือนเช่นนักล่าที่ลดทอนกาลังเหยื่อทีละน้อย สร ้างความ แตกตื่นกังวล รอให้เหยื่อสิ้นแรง แล้วจึงลงมือเผด็จศึก
มุมปากหวังหลานยกยิ้ม เจียงผิงอันติดกับเขาแล้ว ยามนี้ก็รอ เพียงให้พลังกายของอีกฝ่ายเหือดสิ้นเท่านั้น
แม้การโจมตีของหมัดอู๋จี๋จะไม่แข็งกล้า แต่การสิ้นเปลืองพลัง กายนั้นหาใช่น้อย
สองชั่วยาม อย่างมากก็สองชั่วยาม เจียงผิงอันจะร ้อนใจรีบจู่โจม สุดท้ายก็เหนื่อยพ่ายไปเอง
หวังหลานยังคงประมือกับเจียงผิงอันอย่างไม่รีบร ้อน ยามสอง หมัดเผชิญหน้า กระแสอากาศรอบทิศก็ปั่นป่วนรุนแรง
กาลเวลาผ่านไป ทั้งสองสู้กันแต่เช ้าจนเที่ยงวัน ดวงตะวันเด่น เหนือหล้า แดนดินร ้อนระอุ
ผู้ฝึ กตนบนอัฒจันทร ์หากไม่ฝึ กฝน ก็แยกย้ายออกจาก อัฒจันทร ์อย่างเบื่อหน่ายแล้ว
กระทั่งโฆษกคนงามยังใจลอย นั่งในเงาร่ม ขยับเรียวขางดงามไป มา
“น่าเบื่อยิ่งนัก ไปกันเถอะ ไม่ต้องดูแล้ว”
“ยังไม่จบอีก! เร็ว ๆ เข้า!”
“พวกเจ้าสองคนยังควรค่าให้เรียกเป็ นอัจฉริยะอยู่หรือ ไสหัวไป เสีย!”
ผู้ชมอารมณ์เสียเริ่มก่นด่า
หากการต่อสู้ระหว่างทั้งสองดุเดือดอลังการ นั่งดูสักสองชั่วยามก็ ไม่เสียหาย แต่ทั้งสองล้วนแล้วน่าเบื่อหน่าย เจ้าชก ข้าก็ชก หามีสิ่ง ใดให้ตื่นตา
หวังหลานมองเจียงผิงอันผู้ไร ้ปฏิกิริยาออกนอกหน้าใด ๆ แล้วใน ใจก็เริ่มปรากฏความลนลาน
เหตุใดเจียงผิงอันจึงไม่ร ้อนใจ?
มันผิดคาดของเขาไปอย่างสิ้นเชิง
หากเป็ นตามปกติ เจียงผิงอันควรร ้อนใจเร่งมือ โจมตีอย่างไม่สน พลังที่เหลือจนเหนื่อยล้ม
แต่เจียงผิงอันยังคงเยือกเย็นไม่แตกต่าง
ไม่รู ้ว่าจะยังสู้เช่นนี้ต่อได้อีกนานเพียงไร
หวังหลานคิดใช ้การสั่นคลอนจิตใจ กล่าวขึ้นว่า “สหายเต๋าเจียง เคยได้ยินชื่อ ‘วิชาซ่อนจักรวาล’ หรือไม่?”
“ไม่เคย”
เจียงผิงอันตอบเสียงเบา อีกฝ่ายเบื่อจนอยากชวนคุยหรือ?
สีหน้าของหวังหลานนิ่งค้าง เจียงผิงอันไม่เคยได้ยินชื่อวรยุทธ ์ สูงสุดเช่นนี้หรือ
เขาถามต่อ “แล้วสหายเต๋าเจียงเคยได้ยินถึงนักพรตเสินซวี หรือไม่?”
“ผู้สังหารมังกรมารน่ะหรือ?”
เจียงผิงอันและฮัวชิงอวี่มีข้อตกลงกัน อีกฝ่ ายขอให้เขาออกตาม หากระดูกมังกรมาร ซึ่งเกี่ยวข้องกับนักพรตเสินซวี
ฮัวชิงอวี่บอกว่ามังกรตนนั้นตกสู่วิถีมาร และถูกนักพรตเสินซวี สังหารที่เกาะเทวะ
“ถูกต้อง นั่นแหละนักพรตเสินซวี เซียนท่านสุดท้ายในโลกหล้า และเป็ นหนึ่งในสิบยอดฝีมือยิ่งใหญ่ ตัวตนเลิศล้าสะท้านหล้าด้วย”
สายตาของหวังหลานสุดแสนย าเกรงโหยหา “หมื่นปี ก่อน เส้นทางเซียนปลาสนาการ แค่คนผู้นั้นไม่รู ้ทาได้เช่นไร จึงฝืนเปิด เส้นทางเซียน บรรลุสู่ภพเซียนได้”
เจียงผิงอันถามอย่างใคร่รู ้“เจ้าพูดเช่นนี้เพราะเหตุใด?”
หวังหลานทิ้งความรู ้สึกอันซับซ ้อนในใจและกล่าวต่อ “นักพรต เสินซวีเคยสร้างคัมภีร์วรยุทธ์ท้าทายสวรรค์ไว้เล่มหนึ่ง นามว่า ‘วิชา ซ่อนจักรวาล’”
“เมื่อฝึกฝนวรยุทธ ์นี้ ผู้ฝึกจะสามารถเก็บปราณวิญญาณในฟ้ า ดินได้มหาศาล สูงส่งกว่าปราณที่ร่างผู้ฝึกตนร่วมขอบเขตจะรับได้ เป็ นร้อย ๆ เท่า!”
ได้ยินเช่นนี้ หัวใจของเจียงผิงอันก็ร่วงวูบ “ร ้ายกาจยิ่งนัก! เจ้า ใช้วรยุทธ ์เช่นนั้นได้หรือ?”
ยังมีวรยุทธ ์อื่นในหล้าใกล้เคียงเคล็ดป้ อมพสุธาเพียงนี้อยู่ด้วย
หวังหลานส่ายหัว “ข้าทาไม่ได้หรอก วิชานี้สูญหายไปแล้ว”
“ยี่สิบปีก่อน ที่พานักของนักพรตเสินซวีถูกค้นพบ ผู้คนมากมาย ออกตามหาวรยุทธ ์เลิศล้านี้ แต่ก็ไม่อาจหาพบ”
“แต่ข้ามีวิชาอันดัดแปลงมาจากวิชาซ่อนจักรวาล เก็บปราณ วิญญาณในกายมากกว่าผู้ฝึกตนทั่วไปได้สิบเท่า”
“นอกจากนั้น ข้ายังมีกายาพิเศษ ปราณของข้ามากกว่าผู้ฝึกตน อื่น ๆ สิบเท่าอยู่แล้ว หมายความว่าปราณในกายข้ามากกว่าผู้ฝึกตน อื่น ๆ ยี่สิบเท่า!”
ในที่สุด หวังหลานก็เริ่มโจมตีจิตใจอย่างเป็ นทางการ
เขาเชื่อว่าเมื่อเจียงผิงอันได้ทราบข่าวนี้ สีหน้าของเขาจะ แปรเปลี่ยนอย่างมหันต์และร ้อนใจขึ้นแน่นอน
แต่หวังหลานก็ต้องผิดหวัง เมื่อเจียงผิงอันยังคงเรียบเฉยไร ้ความ แตกต่าง
เจียงผิงอันครุ่นคิดครู่หนึ่ง จู่ ๆ ก็ถามขึ้น “เจ้าเคยได้ยินถึงเคล็ด ป้ อมพสุธาหรือไม่?”
หวังหลานส่ายหัว “ข้ารู ้จักแต่วรยุทธ ์สูงสุด นี่คงมิใช่วรยุทธ ์สูงสุด กระมัง?”
ได้ยินคาตอบนี้ เจียงผิงอันก็สรุปได้แล้วว่าเคล็ดป้ อมพสุธาที่ว่านี้ เป็ นเพียงเปลือกนอก เนื้อในหาใช่เคล็ดป้ อมพสุธาจริง ๆ ไม่
ยามเขาฝึกฝนขอบเขตก่อปราณ เขาก็มีปราณในกายเทียบเท่า ขอบเขตสร้างรากฐานแล้ว
วรยุทธ ์ท้าทายสวรรค์เช่นนี้ไม่มีทางไร ้นามโด่งดัง
มีโอกาสสูงยิ่งที่เคล็ดป้ อมพสุธาจะมิได้มีชื่อนี้มาแต่แรก แต่มีผู้ เปลี่ยนชื่อมัน
เจียงผิงอันพลันนึกถึงเรื่องที่หวังหลานกล่าวก่อนหน้านี้ ที่จวน ของนักพรตเสินซวีถูกค้นพบ
และท่านอาเมิ่งก็เคยบอกว่าเขาไปได้เคล็ดป้ อมพสุธามาจาก ดินแดนลับขั้นสูง……
เวลานั้นแทบสอดคล้องกัน และผลของเคล็ดป้ อมพสุธาก็คล้าย กับวิชาซ่อนจักรวาล หรือว่า……
แน่นอน นี่เป็ นเพียงการคาดเดาของเจียงผิงอัน
ยามกลับจากเกาะเทวะ เขาจะกลับไปถามท่านอาเมิ่งว่าไปได้ เคล็ดป้ อมพสุธามาจากที่ใด
หากท่านอาเมิ่งได้มันมาจากจวนนักพรตเสินซวีจริงๆ เช่นนั้น ‘เคล็ดป้ อมพสุธา’ นี้ก็น่าจะใช่ ‘วิชาซ่อนจักรวาล’!
เจียงผิงอันหาลนลานไม่ พลังกายของเขายังไม่เหือดแห้ง และจะ ใช ้ปราณวิญญาณก็มิได้
เหตุที่ยืดเยื้อเวลามาขนาดนี้ แท้จริงก็เพื่อขัดเกลาทักษะต่อสู้ ของเขา
เขาไม่เหมือนผู้อื่นซึ่งฝึกฝนมาหลายปี ทักษะต่อสู้โชกโชน
ในด้านทักษะการต่อสู้ เขายังรั้งท้ายห่างจากคนอื่นนิดหน่อย และต้องฝึกฝนด้วยการต่อสู้ระยะยาว
ทั้งสองประมือกันอีกสองชั่วยาม ผู้ชมหายไปเกินครึ่ง
คนมากมายเบื่อจนผล็อยหลับ
จนท้องฟ้ ามืดดา หวังหลานผู้มั่นใจยิ่งตลอดมาก็ลนลาน
เหตุใดเจียงผิงอันไม่ร ้อนใจเสียที?
อีกฝ่ายยังมีปราณวิญญาณอีกเพียงไร?
หรือเจ้านี่มีปราณวิญญาณในกายมากกว่าข้าอีก?
แม้หวังหลานจะยังสู้ต่ออีกวันไหว เมื่อเห็นเจียงผิงอันหาลนลาน ไม่ เขาก็ร ้อนใจแทน
นี่เป็ นครั้งแรกที่เขาได้พบคู่ต่อสู้อันมีปราณวิญญาณเหลือเฟือ ให้ถลุงเพียงนี้
หากเป็ นเช่นนี้ต่อไป เขาเองก็อาจเหนื่อยตายได้!
“ไม่ได้ จะปล่อยให้เป็ นเช่นนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว”
การต่อสู้ตลอดวันลดทอนความอดทนของหวังหลานเหือดหาย เขาพร้อมเร่งก าลังโจมตีอีกฝ่ าย
หมัดวารีรินอันไร ้คลื่นกระเพื่อมพลันเปลี่ยนแปลง ถาโถมใส่เจียง ผิงอันราวนทีหลาก
เจียงผิงอันยกมือขึ้นสกัดขวาง และใช ้อานาจนี้หนุนนาเบี่ยงกลับ
หวังหลานเร่งหมัดวารีรินเข้าสลายพลังของมัน
เจียงผิงอันพลันเอ่ยปาก “เจ้าอ่อนแอเพียงนี้เลยหรือ?”
สีหน้าของหวังหลานชะงัก
โดนเย้ยเข้าเสียได้
“ข้าหรืออ่อนแอ? อยากเห็นนักว่าเจ้าแข็งแกร่งเพียงไร!”
การสู้มาทั้งวันทาให้หวังหลานเหลืออด ขุ่นเคืองขึ้นมายามได้ยิน วาทะยั่วยุจากเจียงผิงอัน
ปราณวิญญาณในกายโคจรบ้าคลั่ง เหวี่ยงหมัดกระแทกออกไป
ฝุ่ นทรายในลานประลองพลิ้วโหม ปราณอันน่าสะพรึงกลัว กระหน่าคลั่ง
เจียงผิงอันหาได้รีบร ้อน
ในด้านพลังกาย เขายังอยู่ได้อีกทั้งคืน แต่ปราณวิญญาณที่สั่ง สมไว้นั้นมากกว่าพลังกายสิบเท่าตัว
ศึกเปลี่ยนสถานการณ์เป็ นเร่งกระชั้น แต่ไม่มีผู้ใดทนพินิจแล้ว
โฆษกนั่งหลบไปด้านข้าง สนใจแต่เท้าหยกทั้งสองของตน
ทั้งสองประชันกันจนเที่ยงคืน
ภายใต้การลงมือสุดก าลัง ปราณวิญญาณของหวังหลานเจียน เหือดหาย
ยามเจียงผิงอันตอบโต้ หวังหลานก็สิ้นปราณวิญญาณจะตอบโต้
เปรี้ยง!
หวังหลานถูกชกกระเด็นชนกาแพง เกิดเสียงโอ้อู้อี้อย่างเจ็บปวด
หวังหลานทรุดนั่งหอบหายใจ ศีรษะชุ่มไปด้วยเหงื่อ สีหน้าตก ตะลึงไม่อยากเชื่อ
เขาเป็ นผู้ล่าเสมอมา แต่วันนี้เขากลับปราณวิญญาณหมดเสีย เอง
นี่เป็ นครั้งแรกที่เขาถูกดาบนั้นคืนสนองนับแต่เดินบนเส้นทาง สายนี้
“เจ้ายังมีแรงสู้อีกนานเพียงไร?”
หวังหลานสงบสติ เงยหน้าถามอีกฝ่ ายอย่างไม่ยินยอมพร้อมใจ
“หากว่าด้วยพลังกาย ยังต่อได้จนฟ้ าสว่าง” เจียงผิงอันตอบ
หวังหลานถอนหายใจหนักหน่วง “ข้ามิได้พ่ายเจ้าเพราะขนาด ปราณจิตวิญญาณ แต่เพราะความคิดของข้าแพ้พ่าย”
หากมิใช่เพราะเขาลนลาน คงลากเจียงผิงอันสู้จนเช้าและชนะได้
การฝึกฝนความคิดนั้นยังไม่ดีพอ
เจียงผิงอันไม่พูดมาก เขากุมกาปั้นคารวะ “ขอบคุณที่ออมมือ”
โฆษกผู้กาลังกินมื้อดึกรีบเก็บอาหารแล้วตะโกนลั่น “ในการ ประลองคู่แรก เจียงผิงอันชนะ!”
ไร ้ผู้ใดโห่ร ้อง เพราะแทบทุกคนหายไปสิ้นแล้ว เหลือเพียงคนสอง สามคนท าสมาธิอยู่
“มารดามัน ภายหลังพูดเช่นไร ข้าก็ไม่อยู่ดูพวกเขาสองคน ประชันแล้ว”
“เช่นกัน น่าขยะแขยงเป็ นบ้า”
“หากมิใช่เพราะจ่ายเงินก่อน ข้าคงออกไปนานแล้ว”
พวกเขาออกจากอัฒจันทร์ไปพลางบ่นอุบ
ศึกคู่แรกก็จบลงเช่นกัน