สู่วิถีอมตะ - บทที่ 95 ชัยชนะขาดลอยของเยี่ยอู๋ฉิง
วันถัดมา อวิ๋นหวงประชันเยี่ยอู๋ฉิง
อัจฉริยะทั้งสองแลกเปลี่ยนกระบวนท่ากันอย่างดุเดือด เหล่าผู้ชม กระชุ่มกระชวยเซ็งแซ่
“นี่สิถึงเรียกประชัน เมื่อวานมันบ้าอะไร!”
“เมื่อวานผู้ใดชนะ?”
“ไอ้เวรเจียงผิงอันนั่น ได้ยินว่าเมื่อวานดวลกันจนเที่ยงคืน”
“เวร! ดีนะข้าออกไปก่อน”
ขณะชมการต่อสู้ เหล่าผู้ชมก็ก่นด่าเจียงผิงอันและหวังหลานไป พลาง ไม่ชอบใจกับการต่อสู้เมื่อวานยิ่ง
ในห้องส่วนตัว จินหลินกล่าวกับเซี่ยชิงว่า “องค์หญิง หากข้า ต้องเผชิญสหายเจียง ขออนุญาตข้ายอมแพ้ด้วยพ่ะย่ะค่ะ ข้าไม่อยาก โดนโห่ไล่”
เขายอมพ่ายดีกว่าสู้กันทั้งวันคืน
ทรมานกันจนตายไปข้างแท้ ๆ
เซี่ยชิงหันไปถลึงตาใส่เจียงผิงอัน “ความเร็วเจ้าสูงยิ่ง จบศึกเร็ว ๆ ก็ทาได้ เหตุใดต้องทาให้ยืดเยื้อ?”
ไอ้หนูนี่เรียนอัสนีพริบตา แต่เมื่อวานกลับไม่ใช ้มัน
“ข้าขาดทักษะต่อสู้และต้องขัดเกลา ไม่อยากให้มีจุดบอดใดๆ ขอรับ” เจียงผิงอันตอบ
สายตาของเซี่ยชิงอ่อนลง เด็กหนุ่มผู้นี้เป็ นเหมือนชิ้นหยกอัน พยายามขัดเกลาตนเอง ไร ้ผลกระทบจากคาชมคาด่าจากผู้อื่น
เจียงผิงอันถามขึ้น “ทุกท่าน การฝึกฝนของข้ายังมีจุดอ่อนใด อีกหรือไม่?”
การพินิจจุดอ่อนของตนเพื่อแก้ไขนั้นยากเสมอ
“ไม่มี เจ้าท่อนไม้สมบูรณ์แบบที่สุดแล้ว”
คู่เนตรของเมิ่งจิงเรืองประกายพราวระยับ กอดแขนเจียงผิงอันไว้ แน่น โหนได้คงโหนเกาะแล้ว
ฟางซิงพลันเอ่ยปาก “จากการผ่านด่านคว้าวิถีถามฤทัย ยังมี เรื่องพลังวิญญาณไม่เพียงพออยู่”
ได้ยินเช่นนี้ เจียงผิงอันตาสว่างทันที
“จริงด้วย เกราะคุ้มกันจิตใจของข้ายังไม่แข็งแกร่งพอ! ยามสู้กับ ผู้ฝึกจิตเช่นเจ้า ถูกโจมตีวิญญาณขึ้นมาจะทาเช่นไร?”
เจียงผิงอันหันเดินออกไปทันที
“เจ้าจะไปที่ใด?” เซี่ยชิงถาม
“ไปซื้ออาวุธวิเศษป้ องกันการโจมตีวิญญาณที่หอวาณิชขอรับ”
เจียงผิงอันก้าวฉับ ๆ ออกไป
ความแข็งแกร่ง ความเร็ว พลังป้ องกัน การสั่งสมปราณ วิญญาณ… ทุกสิ่งล้วนเลิศล้า
มีเพียงพลังวิญญาณที่ถูกลืมไป
ผู้ฝึกจิตโจมตีวิญญาณผู้อื่นได้!
ได้ยินมาว่าผู้ฝึกตนทรงพลังบางคนสิ้นสังขาร จึงตามหายึดร่าง ผู้อื่นอยู่
พลังวิญญาณของเขาไม่แข็งแกร่ง ต้องซื้ออาวุธวิเศษมาปกป้ อง ตนเองจากการโจมตีวิญญาณ
นอกจากนั้น ก็ซื้อยันต์กับโอสถระดับสูงไว้ด้วย
ยามนี้เมื่อเงินไม่ขาดมือ ในป้ ายทองของเขามีห้าร ้อยล้านหิน วิญญาณ ก็ไม่ต้องเก็บไว้ ติดอาวุธตนเองให้พรั่งพร ้อม
เขาไม่ได้มีขุมก าลังใหญ่แบบสานักเพียวเหมี่ยวหนุนหลังเหมือน หม่าเหว่ยและโจวเฟิง
มีเพียงตนล าพัง
แม้เซี่ยชิงก็บอกจะปกป้ องเขา แต่เพื่อความปลอดภัย เขาก็ควร ปกป้ องตัวเองไว้ก่อน
ในด้านความปลอดภัย เจียงผิงอันไม่คิดตระหนี่ ใช ้หินวิญญาณ ทั้งห้าร ้อยล้านไปสิ้น
ทั้งยันต์ โอสถ อาวุธวิเศษ เขาซื้อมาอย่างละเยอะ ๆ เลย
หากดูแลตนเองไม่ดี ก็มีแต่จะเก็บเงินให้ผู้อื่นใช ้
ด้วยสมบัติเหล่านี้ ขอเพียงเขาไม่ไปเผชิญหน้าสัตว์ประหลาด เฒ่าขอบเขตแปรเทวะเขา ก็แทบไม่มีทางตายได้แล้ว
สิ่งเหล่านี้ล้วนคือไพ่ตาย
เมื่อมีพวกมัน ในที่สุดเจียงผิงอันก็รู ้สึกปลอดภัยในโลกหล้าผู้ฝึก ตนอันเปี่ยมด้วยวิกฤตอันตราย
เขากินยาพิษไปห่อหนึ่ง ก่อนจะกลับสู่การประลอง
เจียงผิงอันกลับสู่ห้องส่วนตัว และพบว่าทุกคนล้วนมีสีหน้าเครียด เขม็ง
อวิ๋นหวงนั่งรักษาบาดแผลในห้องส่วนตัว แขนของนางถูกแทง ดู น่าสะพรึงกลัวนัก
เมิ่งจิงกอดแขนเจียงผิงอันพลางกล่าวอย่างขุ่นเคืองใจ “พี่ หญิงอวิ๋นหวงพ่ายแล้ว เยี่ยอู๋ฉิงผู้นั้นเอะอะก็จะฆ่ากันแท้ ๆ น่ารังเกียจ เสียจริง”
หัวใจของเจียงผิงอันสะท้าน อวิ๋นหวงผู้แข็งแกร่งพ่ายหรือนี่?
“ไม่น่ารังเกียจหรอก ข้าแค่สู้ไม่ไหวเท่านั้น”
สีหน้าของอวิ๋นหวงเคร่งขรึม “ยามพวกเจ้าพบเยี่ยอู๋ฉิง ต้องระวัง ให้ดี วิชากระบี่ของเขาหามีความไขว้เขวลังเลไม่ ทุกวิชาล้วนหมาย ชีวิต”
อัจฉริยะมากมายเพิ่มความระแวดระวังในใจ กระทั่งอวิ๋นหวงยัง พ่าย การเอาชนะอีกฝ่ายแทบเป็ นไปไม่ได้เลย
แม้อวิ๋นหวงพ่ายไปหนึ่งหน นางก็มิได้เศร ้าใจ
พ่ายเพียงหนหาร ้ายแรงไม่ แค่กระทบอันดับเท่านั้น และมิใช่จะ ถูกตัดสิทธิ์
การจัดอันดับรอบสุดท้ายด าเนินต่อ
ผู้เข้าประลองสู้ยิบตาเพื่อชัยชนะมากหนที่สุด
ยิ่งอันดับสูง รางวัลที่ได้ยิ่งมากมาย
อัจฉริยะประชัน ศึกอันดุเดือดท าให้ผู้ชมเลือดพล่าน ท าให้ความ ร ้อนแรงของการประชันอัจฉริยะพุ่งสู่สูงสุด
ฝีไม้ลายมือของอัจฉริยะหลายคนตราตรึงลึกซึ้งในดวงใจผู้ชม
เพลิงผลาญจากร่างเทวะวิหคอมตะดูราวจะเผาสรรพสิ่งเป็ นจุณ ไร ้ผู้ใดกล้ารับมันตรง ๆ
อัจฉริยะผู้ฝึกกายาจินหลินมีพลังป้ องกันชวนสะพรึง และอ านาจ ท าลายล้างอันชวนเสียวหนังหัว
ผู้ฝึกจิตฟางซิง หนึ่งคานึงก็พลิกโลกหล้ากลับด้าน และด้วยพลัง วิญญาณอันแปลกประหลาดน่าสะพรึงกลัว เขาก็ท าให้ศัตรูจน ปัญญาตอบโต้
เมิ่งจิงร่างวิญญาณอัสนี เชิญอัสนีฟาดลงได้ รวดเร็วดุจสายฟ้ า ฟาด มิอาจทราบว่าฝึ กฝนเคล็ดวิชาใดมา และสภาพร่างกายยัง แข็งแกร่งยิ่ง
ฝีมือของผู้คนมากมายเจิดจรัสสุดขั้ว เผยอานาจแข็งแกร่งเกิน ธรรมดาในศึกแล้วศึกเล่า
ทว่ายามพวกเขาเผชิญเยี่ยอู๋ฉิง ก็ล้วนแล้วแพ้พ่ายตามกัน
ในวันที่ห้า ฟางซิงถูกเยี่ยอู๋ฉิงเอาชนะอย่างโหดเหี้ยมในการต่อสู้ ประชิดตัว
วันที่แปด จินหลินพ่ายเนื่องจากความเร็วสู้เยี่ยอู๋ฉิงไม่ไหว
วันที่สิบสอง เมิ่งจิงถูกสยบด้วยอ่อนประสบการณ์ศึก……
วิชากระบี่ของเยี่ยอู๋ฉิงถูกขัดเกลาถึงขีดสุด และความเร็ว ความ แข็งแกร่ง และทักษะล้วนอยู่ในระดับไร ้ที่ติ
ทุกการโจมตีของเขาล้วนหมายชีวิต ราวไม่สนใจว่าจะฆ่าอีก ฝ่ายแล้วถูกตัดสิทธิ์หรือไม่
ผู้ชมทั้งหลายต่างตกตะลึงกับอานาจร ้ายกาจของเยี่ยอู๋ฉิง
“ข้าว่าเยี่ยอู๋ฉิงต้องเป็ นอันดับหนึ่งในการแข่งขันรอบนี้แน่!”
“วิถีไร ้ใจน่ากลัวอะไรเช่นนี้ ข้าอยากเรียนบ้างจัง”
“เรียนกับผีสิ คนเช่นนี้ไร ้รักไม่แยแส ต่อให้เป็ นบิดามารดาก็ฆ่า ได้ เจ้าท าได้หรือ?”
เยี่ยอู๋ฉิงกลายเป็ นที่โปรดปรานของเหล่าผู้ชม และมีหวังคว้าชัย สูงสุด
อันดับสองนั้นมิใช่อวิ๋นหวงเจ้าของร่างเทวะวิหคอมตะ ผู้ฝึกจิต ฟางซิงหรือจินหลินผู้ไร ้เทียมทาน
แต่เป็ นเจียงผิงอัน
เหตุที่เป็ นเจียงผิงอันก็เพราะอวิ๋นหวงและจินหลินยอมแพ้ทันทีที่ พบเจียงผิงอัน
พวกเขาไม่อยากเหนื่อยตายเพราะวรยุทธ ์ของเจียงผิงอัน จึงยอม แพ้ไปเสียเดี๋ยวนั้น
สุดท้ายก็คนกันเองทั้งนั้น พ่ายก็พ่ายไปสิ
แต่ในสายตาผู้ชม องค์หญิงเก้าต่างหากที่อวยชัยสนับสนุนเจียง ผิงอัน
ไม่ว่าอย่างไร จนบัดนี้เจียงผิงอันก็ยังไร ้พ่าย
อัจฉริยะผู้อื่นพยายามสู้กับเจียงผิงอัน แต่ไม่ว่าจะโจมตีเช่นไร ก็ ยังมิอาจล้มเขาได้
ขนาดใช ้วิชาต้องห้าม เกราะป้ องกันของเจียงผิงอันก็มิอาจเจาะ ทะลุได้
หมัดอู๋จี๋มิเพียงรั้งพวกเขาไว้ แต่ยังย้อนการโจมตีสนองตัวเอง
เพื่อมิให้เจ็บใจจนตาย อัจฉริยะเหล่านั้นจึงยอมแพ้ไปทันที
เจียงผิงอันแค่อยากขัดเกลาทักษะต่อสู้เท่านั้น
ในวันที่สิบเจ็ด การประลองอัจฉริยะมาถึงจุดจบ สู่ศึกสุดท้ายเสีย ที
เจียงผิงอันเผชิญเยี่ยอู๋ฉิง
ไม่รู ้ว่าเจ้าแคว้นจงใจหรือไม่ แต่ผลของศึกนี้ตัดสินได้ว่าผู้ใดจะ กาชัยอันดับหนึ่ง ซึ่งน่าสนใจนัก
ทั้งสองล้วนไร ้พ่ายมาก่อน
หนึ่งชนะทุกศึกขาดลอย หนึ่งลากคนเหนื่อยตายมาตลอด
ในศึกสุดท้าย ผู้ชมคับคั่งหนาแน่น ตะโกนแผดเสียงอย่าง กระตือรือร ้น
“เล่นงานเจียงผิงอันให้ตายไปเลย!”
“เยี่ยอู๋ฉิง! จบศึกในกระบี่เดียวเลย!”
“เหลาจื่อเหม็นขี้หน้าเจียงผิงอันผู้นั้นมานานแล้ว เจ้านี่หาควรค่า ยืนที่นี่ไม่! จัดการเขาให้ตายไปเลย!”
เหล่าผู้ชมเดือดพล่าน ระบายความไม่พอใจกันขนานใหญ่
เหตุที่พวกเขาเดือดดาลกันเพียงนี้ ก็เพราะเจียงผิงอันทาพวก เขาเสียพนัน
คนบางส่วนก็แค่ดูแคลนเจียงผิงอัน ไม่คิดว่าเขาควรค่ายืนอยู่ที่นี่
ฮัวชิงอวี่เหยียบย่างบนเวหา อาภรณ์ไสวตามลม ย่างเท้าสู่ห้อง ส่วนตัวเซี่ยชิงพลางเอ่ยยิ้ม ๆ
“เจียงผิงอันชนะได้หรือไม่? หากเขาชนะ หอวาณิชเราจะก าไร หลายหมื่นล้านทีเดียว”
น้อยคนนักจะเดิมพันข้างเจียงผิงอัน ส่วนใหญ่ลงเดิมพันข้าง เยี่ยอู๋ฉิง
คนนับล้านร่วมลงขัน แม้คนละเล็กละน้อยก็รวมได้เป็ นพันหมื่น ล้าน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่ามีผู้ลงเดิมพันทีเป็ นสิบล้านอยู่ด้วย
ต่อให้ตัวตนขอบเขตแปรเทวะลงแรงรอมริบหนึ่งปี ก็ยังไม่มี รายได้มากเพียงนั้นเลย
สาหรับหอวาณิช นี่เป็ นเพียงการประลองเล็กจ้อย
ดังนั้นยอดฝีมือมากมายจึงสร ้างเผ่าสกุลหรือร่วมกับมหาอ านาจ ใหญ่ จึงหาเงินได้ง่ายกว่า
คู่เนตรงามของเซี่ยชิงกลอกใส่อีกฝ่ าย “หากเจ้าแบ่งครึ่งกับข้า ข้าจะให้น้องชายข้าชนะ”
“ย่อมได้อยู่แล้ว แต่หากพ่าย เจ้าจะชดใช ้ได้หรือไม่? หากเจ้าท า ได้ ข้าก็ตกลงจะแบ่งกับเจ้าครึ่งหนึ่ง” ฮัวชิงอวี่แย้มยิ้ม
เซี่ยชิงหยุดพูดไป
อวิ๋นหวงพ่าย ฟางซิงแพ้ อัจฉริยะทั้งหลายล้วนปราชัยแก่เยี่ยอู๋ ฉิง
ต่อให้พินิจความสามารถของคนผู้นี้เทียบทั่วต้าเซี่ย ก็ยังเป็ น อัจฉริยะเลิศล้า
อย่าว่าแต่แคว้นหมิงหวังเลย
เทียบกันแล้ว เวลาเติบโตของเจียงผิงอันสั้นเกินไป หากปล่อยให้ เขาบรรลุ ‘วิชาเทียมเทพสงคราม’ ก็อาจพอสู้ไหว
แต่นี่ผ่านไปเพียงครึ่งเดือน ไม่มีทางเรียนสาเร็จได้
หมัดอู๋จี๋ขั้นสองไม่พอประมือกับเยี่ยอู๋ฉิง
หมายเหตุ: ต้นฉบับเกิดความผิดพลาดขออนุญาตเปลี่ยนชื่อ หลิ่วอู๋ฉิง เป็ น เยี่ยอู๋ฉิง ตั้งแต่ตอนนี้เป็ นต้นไป