หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม - บทที่ 16 ทำให้เจ้ากระอักเลือด
เสียงจากบ้านสกุลจ้าวดังเหลือเกิน เสียงดุจหมูถูกเชือดนี้ ได้ เรียกให้ชาวบ้านมารวมตัวกัน
ผู้ใหญ่บ้านผู้ซึ่งกำลังถามข่าวคราวของจ้าวเหิงจากจ้าวเป่า เม่ย ก็ได้ยินเสียงนี้เช่นกัน
“ที่บ้านเจ้า…เกิดเรื่องรึ? พวกเราไปดูกันเถอะ” ผู้ใหญ่บ้าน ถามด้วยความประหลาดใจ
ดูอะไรกันเล่า? แม่ของนางก็เพียงสั่งสอนแม่ของอาหวั่น เท่านั้นเอง!
จ้าวเป่าเม่ยหัวเราะ กล่าวว่า “ไม่มีกระมัง? ที่บ้านข้าจะมีอะไร? ท่านได้ยินผิดแล้ว เมื่อครู่ ท่านไม่ได้ถามเรื่องการเรียนของพี่ข้า หรอกหรือ? หลายวันมานี้พี่ชายข้าไม่ได้กลับบ้าน แต่ว่าครั้งก่อน ก่อนที่เขาจะไปสำนักการศึกษาก็ได้บอกข้าไว้ ว่าตอนนี้เขาน่ะ…”
เสียงของจ้าวเป่าเม่ยที่กำลังสาธยาย ได้กลบเสียงร้องโอดโอย ของนางจ้าวที่ดังมาแต่ไกล
จนเมื่อมีคนมาเชิญผู้ใหญ่บ้าน จ้าวเป่าเม่ยจึงกลับบ้านอย่าง ไม่เต็มใจนัก
นางมิได้วิตกกังวลว่าผู้ใหญ่บ้านจะรู้ความจริง ตราบใดที่ยังมี พี่ชาย ผู้ใหญ่บ้านก็ทำอะไรนางไม่ได้!
ในจิตใจของจ้าวเป่าเม่ยเต็มไปด้วยความปรีดากับสิ่งที่เกิดขึ้น กับนางเจียง จึงไปดูเสียหน่อย ไหนเลยจะรู้ว่า เมื่อเข้าไปในห้อง ก็ พบว่ามารดาของนางนอนกองอยู่ที่พื้น
“ท่านแม่…”
นางตกใจจนรีบรุดพุ่งเข้าไปหา ทว่าเมื่อเห็นใบหน้าบวมเป่ง ประหนึ่งหัวหมูของนางจ้าว กลับกลัวจนต้องลุกขึ้นมา!
“นี่ นี่ นี่มันเกิดอะไรขึ้น?” นางตะโกนเสียงดัง
ใช่ สรุปแล้วเกิดอะไรขึ้น? ชาวบ้านซึ่งออกันอยู่หน้าประตูต่าง คนต่างคิด
ผู้ใหญ่บ้านมาถึงแล้ว ในบ้านนอกจากจะมีนางจ้าวและป้าจาง แล้ว ก็ยังมีคนสกุลอวี๋อีกสามคน
ผู้ใหญ่บ้านสายตาเย็นเยียบ เขายกมือขึ้น และตบลงไปที่ด้าน หลังศีรษะของอวี๋เฟิง “ไอ้เด็กคนนี้ ไม่รู้จักที่ตํ่าที่สูง!”
อวี๋หวั่นถึงกับมึนงง!
“ไม่ใช่ข้า!” อวี๋เฟิงพูด
“ไม่ใช่เจ้าแล้วจะเป็นใคร? นางเจียง? ท่านพี่จาง? อาหวั่น? หากเจ้าจะโกหกก็คิดก่อนเสียหน่อย!” ผู้ใหญ่บ้านกล่าว
นางเจียงถือผ้าเช็ดหน้า สองมือประคองไว้ที่ท้อง และไอออก มาสองครั้งอย่างอ่อนแรง
ผู้ใหญ่บ้านชี้ไปยังนางเจียงซึ่งผอมแห้งแรงน้อย “เจ้าดู! พวก เขาเป็นเช่นนี้ จะไปตบตีนางจ้าวให้หน้าบวมเป็นหัวหมูได้อย่างไร กัน?!”
ภายนอกดูเป็นอย่างไร แท้จริงก็เป็นอย่างนั้นรึ!
ป้าจางและนางจ้าวมิได้มีเรื่องบาดหมางต่อกัน ผู้ใหญ่บ้านไม่ เชื่อว่านางเจียงจะทำร้ายนางจ้าว อาหวั่นเองก็ได้ชื่อว่าเป็นลูก สะใภ้ที่อยู่ในโอวาท ยิ่งไม่มีทางลงไม้ลงมือกับนางจ้าว โดยเฉพาะ อย่างยิ่ง นางเจียงเป็นไปไม่ได้ที่สุดของที่สุด!
สตรีที่เพียบพร้อมอ่อนหวานเช่นนี้ โฉมสะคราญผู้อ่อนแอ มิ กล้าแม้แต่กล่าววาจาเสียงดัง ไหนเลยจะมีแรงมาทุบตีคนจนหน้า บวมเป็นหัวหมูกันเล่า?!
ผู้ใหญ่บ้านมองไปที่อวี๋เฟิงประหนึ่งมองคนโง่งม กล่าวด้วย ความขมขื่นว่า “ข้ารู้ว่าเจ้าผูกใจเจ็บกับนางจ้าวมานาน เจ้าคงคิด ว่า ที่อาหวั่นกับเจ้าแตกหักกัน เป็นเพราะนางเจียงยั่วยุใช่ไหม? ใน ตอนที่อาหวั่นนำเงินกลับมาจากบ้านท่านยาย ก็ไม่ได้ตกถึง ครอบครัวเจ้า แต่กลับนำไปให้สกุลจ้าวทั้งหมด เจ้ายังคงเคืองแค้น อยู่ใช่หรือไม่ อวี๋เฟิง เจ้าเป็นบุรุษนะ!”
อวี๋เฟิงจ้องเขม็งไปที่เขา!
นี่มันอะไรกัน!?
ผู้ใหญ่บ้านกล่าวเสียงดังว่า “ทำไม ยังมาถลึงตาใส่ข้า? ข้าพูด
อะไรผิดหรืออย่างไร? ไม่ใช่เพราะเหตุนี้หรอกหรือ เจ้าถึงลงไม้ ลงมือกับนางจ้าว?”
อวี๋เฟิงไม่รู้จะพูดอะไรต่อแล้ว…
เมื่อผู้ใหญ่บ้านยืนกรานว่าอวี๋เฟิงต่างหากที่เป็น ‘คนร้าย’ นาง จ้าวผู้ซึ่งถูกตบตีจนเห็นดาว ก็ยกมือสั่นงกๆ ขึ้นมา และชี้ไปยังนาง เจียงที่ยืนอยู่ข้างอวี๋เฟิง
นางเจียงเร็วกว่านางหนึ่งก้าว พลันเอ่ยปากขึ้นว่า “นางขังข้า ไว้ จะตบตีข้าด้วย!”
ชาวบ้านล้วนตกตะลึง ที่แท้นางจ้าวก็ทำกับนางเจียงเช่นนี้ หรือ?
แม้ว่าจะเกี่ยวดองกัน แต่สำหรับพฤติกรรมของนางจ้าวนั้น พวกเขารู้ดีว่านางระรานผู้อื่นไปทั่ว แม้แต่ผู้ใหญ่บ้าน นางก็ยังไม่ไว้ หน้า
พวกชาวบ้านไม่สงสัยแม้แต่น้อยว่าเหตุใดนางเจียงจึงบุกไป ถึงบ้านสกุลจ้าว เรื่องที่จ้าวเป่าเม่ยรังแกเถี่ยตั้นน้อยนั้นได้แพร่ไป ทั่วหมู่บ้านแล้ว พวกเขาก็เหมือนกับป้าจาง คิดว่านางเจียงไปเรียก ร้องความยุติธรรมให้กับเถี่ยตั้นน้อย
ถ้าหากอวี๋เฟิงลงมือเพราะนางเจียงถูกรังแก นั่นก็พอเข้าใจได้
เพียงแต่…ดูจะรุนแรงเกินไปเสียหน่อย
“นางบอกว่าอาหวั่นสมควรตาย ยังพูดอีกว่าอาหวั่นเป็นเด็ก
บ้านนอก เทียบกับลูกสาวนางไม่ได้” นางเจียงพูดด้วยความน้อย เนื้อตํ่าใจ
นางชั่ว! อาหวั่นทำงานตั้งแต่เช้าจรดคํ่า ก็เพื่อบุตรชายของ นาง มิหนำซํ้ายังต้องไปปลูกผัก ตัดฟืน งานสกปรก งานใช้แรง นางล้วนทำทั้งสิ้น หากไม่ใช่เพราะอาหวั่น บุตรชายของนางไหน เลยจะมีเงินไปสำนักการศึกษา มีเงินไปสอบซิ่วไฉ?!
นางกลับมาทำเช่นนี้กับอาหวั่น ทั้งยังแช่งให้อาหวั่นไปตาย?!
อีกอย่าง นางบอกว่าอาหวั่นเป็นเด็กบ้านนอก เช่นนั้นสตรีคน อื่นในหมู่บ้านก็มิใช่เด็กบ้านนอกหรือ?
ที่บ้านของผู้ใหญ่บ้านยังมีบุตรสาวอีกสามคน!
ชาวบ้านต่างมองไปยังนางจ้าว คิดเพียงว่าสมควรแล้วที่นาง โดนตบแรงๆ เช่นนี้
ผู้ใหญ่บ้านเดินไปหยุดที่เบื้องหน้าของนางจ้าว เขากล่าวอย่าง จริงจังว่า “ข้าถามเจ้า เจ้าแช่งให้อาหวั่นตายใช่หรือไม่?”
แน่นอนว่านางแช่ง ทว่า…
“เจ้าขังนางเจียงใช่หรือไม่”
นางเป็นคนลงกลอน แต่ว่า…
“แล้วเจ้าก็ยังจะตีนางเจียงให้ตายใช่หรือไม่”
นางจ้าวทั้งโกรธทั้งรู้สึกกระวนกระวาย ทั้งร่างสั่นเทิ้ม
“ท่านแม่! ท่านพูดอะไรรึ?” จ้าวเป่าเม่ยเห็นริมฝีปากของนาง ขยับเล็กน้อย จึงรีบเข้าไปฟังใกล้ๆ “เจียง…นางเจียง?”
อวี๋หวั่นตกใจเล็กน้อย และกล่าวกับนางเจียงว่า “ท่านแม่ ท่าน ป้าจ้าวเรียก”
นางเจียงร้องว่า ‘โอ้’ แล้วเดินสะเงาะสะแงะไปหานางจ้าว
จ้าวเป่าเม่ยไม่หลีกทางให้ อวี๋หวั่นจึงคว้าตัวนางไว้
นางเจียงขยับเข้าไปใกล้เพื่อฟังว่านางจ้าวพูดอะไร
แน่นอนว่านางจ้าวมิได้เรียกนางเจียง นางต้องการบอกว่า คนร้ายก็คือนางเจียง
นางจ้าวใช้แรงทั้งร่าง เปล่งคำพูดลอดไรฟันออกมาว่า “นาง…นางชั่ว!”
“อ้อ” นางเจียงลุกขึ้นยืน มองไปยังผู้ใหญ่บ้านอย่างไร้เดียงสา “ท่านพี่จ้าวบอกว่า นางผิดไปแล้ว ยินยอมนำหมูมาชดใช้ให้พวก เรา”
นางจ้าวเลือดลมขึ้นหน้า และเป็นลมไป!