หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม - บทที่ 34 คู่หมั้นของเขา
รถม้านั้นเร็วกว่าเกวียนมาก เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า พวก เขาก็เดินทางถึงหมู่บ้าน
มิต้องกล่าวถึงหมู่บ้านยากจนแห่งนี้ แม้แต่ในตำบลเอง รถม้า ก็นับเป็นของมีราคาและหายากประเภทหนึ่ง
“ไอหยา นั่นเสี่ยวเฟิงกับอาหวั่นใช่หรือไม่? พวกเขาทั้งสองนั่ง รถม้ากลับมาเลยรึ?” สตรีสกุลเหอผู้หนึ่งได้ยินเสียงล้อรถ ถึงกับ เดินออกมาดูเหตุการณ์พร้อมกับชามข้าวซึ่งกินค้างอยู่
แม่นางสวี่เพื่อนบ้านก็เดินออกมาด้วยความสงสัย มือหนึ่งอุ้ม หลาน อีกมือหนึ่งถือมันเทศร้อนๆ เอาไว้ “บ้านสกุลอวี๋รํ่ารวยยิ่งนัก นั่งรถม้าเสียด้วย”
แม่นางเหอคีบข้าวหยาบเข้าปากหนึ่งคำ “สกุลอวี๋ทำกับข้าวอ ร่อยๆ อีกแล้วหรือ? กลิ่นหอมเหลือเกิน”
พักนี้มักได้กลิ่นเนื้อหอมๆ ลอยมาจากบ้านใหญ่สกุลอวี๋ หอม ตลบอบอวลไปครึ่งค่อนหมู่บ้าน
หลังจากที่บุตรคนที่สามของสกุลอวี๋ไปเป็นทหาร และบุตรชาย คนโตขาเจ็บ บ้านสกุลอวี๋ก็ตกตํ่าลง ใครจะไปคิดว่าสุดท้ายชีวิต พวกเขาจะพลิกผันกลับมาดีขึ้นได้ถึงเพียงนี้
“นี่” แม่นางเหอมองไปยังหญิงวัยกลางคน “ไยบ้านนางไม่กิน
เนื้อแล้วเล่า”
เมื่อสองปีที่แล้ว บ้านที่ได้กินเนื้อมากที่สุดก็คือบ้านสกุลจ้าว
ประจวบเหมาะกับที่ป้าจางเดินถือนํ้าสำหรับอาบมาพอดี ได้ยินดังนั้น นางจึงกล่าวขึ้นราวกับจะให้ใครได้ยิน “หมูก็ไม่มีแล้ว จะหาเนื้อจากที่ไหนมากิน?”
แม่นางเหอและแม่นางสวี่ต่างหัวเราะออกมาพร้อมกัน
ห่างออกไปไม่ไกล ณ บ้านสกุลจ้าว แน่นอนว่านางจ้าวที่กำลัง ใช้ไข่ไก่ประคบตาเขียวชํ้าอยู่นั้น ได้ยินสิ่งที่เกิดขึ้น ใบหน้าบวมฉุ ของนางซึ่งบัดนี้ยุบลงไปหนึ่งในสามแล้ว กลับพองขึ้นมาอีกด้วย ความโกรธ
“ถุย!” นางจ้าวที่ถูกนางเจียงตบจนฟันหน้าหักไปหนึ่งซี่ ถ่ม นํ้าลายออกมาจากช่องของฟันที่หายไป “กล้าหัวเราะเยาะข้า! ได้ รอก่อนเถอะ! รอให้อาเหิงเป็นใหญ่เป็นโต พวกเจ้าจะต้องเสียใจ!”
คนสกุลอวี๋ ทำร้ายนางจนนางกลายเป็นเช่นนี้ แถมยังยักยอก หมูไปอีกหนึ่งตัว!
รออาเหิงกลับมา นางจะให้เขาถอนหมั้นกับนางเด็กชั่วคนนี้!
……
สิ่งที่นางจ้าวคิด แน่นอนว่าอวี๋หวั่นไม่รู้ แต่ถึงจะรู้ เธอก็ไม่ สนใจ เธอไม่ใช่เจ้าของร่างเดิม จะแต่งงานหรือไม่แต่งงานกับจ้าว เหิง เธอก็ไม่สนใจแม้แต่น้อย สำหรับเธอ ตอนนี้มีเพียงการหาเงิน
ทำให้คนในครอบครัวมีอาหารกิน มีเสื้อผ้าใส่ และทำให้ลุงใหญ่ไป รักษาขาในเมืองหลวง
สองพี่น้องยังมิทันเดินเข้าบ้านใหญ่ ก็ได้ยินเสียงเจื้อยแจ้ว ของเถี่ยตั้นน้อยและเสียงพูดอ้อแอ้ของน้องสาวคนเล็กมาจาก ด้านใน
“เจินเจินพูดเก่งกว่าแต่ก่อนมาก” อวี๋เฟิงทอดถอนใจ แม้ว่า จะยังพูดไม่ค่อยได้ แต่อย่างน้อยก็พูดบ่อยขึ้นแล้ว ตั้งแต่เมื่อไร กัน? คงจะหลังจากที่ทั้งสองบ้านกลับมาคืนดีกันกระมัง
ที่จริง ต่อให้ทั้งสองครอบครัวไม่คืนดีกัน คนเดียวที่มาเล่นกับ น้องสาวคนเล็กก็คือเถี่ยตั้นน้อย
ทว่าตอนนี้น้องสาวตัวน้อยยิ่งดีใจเข้าไปใหญ่
พวกเขา…พวกเขาก็เช่นกัน
“ท่านพี่!” เมื่อเถี่ยตั้นน้อยรู้ว่าอวี๋หวั่นมา ก็วิ่งปราดออกไป ประหนึ่งพายุ เข้าไปกอดอวี๋หวั่น งอแงเล็กน้อย แล้วจึงมองไปยังอ วี๋เฟิงอย่างเหนียมอาย “พี่ใหญ่”
น้องสาวตัวน้อยก็เตาะแตะออกมาด้านนอก “ท่านพี่…พี่…”
ตึง!
ล้มไปเสียแล้ว
อวี๋เฟิงรุดรีบเข้าไปอุ้มน้องสาวขึ้นมา เดินเข้าไปในบ้านพร้อม กับอวี๋หวั่นและเถี่ยตั้นน้อย
ในบ้านอบอวลไปด้วยกลิ่นเนื้อหอมกรุ่น สี่พี่น้องก็ท้องร้อง โครกครากขึ้นมา
“ไฉนพวกเจ้าไปนานเช่นนี้เล่า” อวี๋ซงหอบฟืนออกมาจากด้าน หลัง
พวกเขาออกไปตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง จับจ่ายซื้อข้าวของก็มิได้ ใช้เวลานาน สถานีส่งสารก็ไม่ได้ไกลเท่าไร บ่ายๆ ก็ควรกลับมาแล้ว
อวี๋เฟิงช่วยน้องชายหยิบฟืนใส่เตาไฟ “มีเรื่องที่ทำให้เสียเวลา เล็กน้อย”
“เรื่องอะไรหรือ” อวี๋ซงถาม “คงไม่ได้ถูกผู้ใดรังแกอีกแล้ว หรอกนะ”
“พูดเพ้อเจ้ออะไรเล่า” อวี๋เฟิงถลึงตาใส่น้องชาย แต่ในใจย่อม รู้ดี ว่าน้องชายคาดเดาได้แม่นยำ วันนี้เกือบถูกคนอื่นรังแกอีก แล้ว แต่สุดท้ายก็ทำให้คนเหล่านั้นรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเสีย เอง
“ขำอะไร” อวี๋ซงขมวดคิ้ว มิต้องรอให้พี่ชายตอบคำถาม สายตาของเขาก็ไปหยุดอยู่ที่ผ้าห่มแพรที่วางอยู่บนเก้าอี้ “พวก ท่านซื้อผ้าห่มมาหรือ?”
“เฮ้อ” อวี๋เฟิงไม่อยากบอกว่าเป็นอวี๋หวั่นที่เดินดุ่มๆ ขึ้นไปหยิบ มาจากบนรถม้าของผู้อื่น จึงได้แต่ตอบว่า ‘อืม’
“ท่านแม่เล่า?” อวี๋หวั่นถามเถี่ยตั้นน้อย
เถี่ยตั้นน้อยเหยียดหลังตรง กล่าวว่า “กำลังนับเงินกับท่านป้า สะใภ้ใหญ่อยู่ในบ้าน!”
ที่แท้ วันนี้คุณหนูไป๋มานั่นเอง
ลุงใหญ่ทำเป็ดพะโล้ราดซีอิ๊วหนึ่งจาน เนื้อพะโล้เรียกนํ้าย่อย หนึ่งสำรับ รากบัวกับเต้าหู้พะโล้หนึ่งชาม และเนื้อแพะพะโล้ตุ๋นกับ ผักกาดอีกหนึ่งหม้อ
คุณหนูไป๋พึงพอใจกับรสชาติและรูปลักษณ์ของอาหารเหล่านี้ เป็นอย่างมาก จึงจ่ายเงินมัดจำให้ครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่งจะจ่ายให้ หลังจากเสร็จงานเลี้ยง
เพียงแต่ ราคาอาหารทุกวันนี้สูงเหลือเกิน ใครจะรู้ว่าหลังจาก นี้สามวันราคาอาหารจะสูงขึ้นอีกเท่าใด หากไม่คิดเงินต้นทุน เกรง ว่ากำไรที่พวกเขาจะได้รับจริงๆ คงไม่ถึงหนึ่งตำลึง
แต่ไม่เป็นไร แขกเหรื่อในงานเลี้ยงมีจำนวนมาก หากพวกเขา ได้ใช้โอกาสนี้สร้างชื่อเสียง หลังจากนี้กิจการของพวกเขาย่อมต้อง เฟื่องฟูกว่าเดิมอีกเป็นแน่
เมื่อป้าสะใภ้ใหญ่และนางเจียงนับเงินเสร็จเรียบร้อย ก็เดิน คล้องแขนกันออกมา พร้อมกับใบหน้าเปล่งประกาย
ทางอวี๋หวั่นเองก็เริ่มใคร่ครวญแล้วว่าหลังจากนี้สามวัน เธอ ควรไปซื้อวัตถุดิบจากที่ใด
……
ตรอกยาวมืดสลัว หิมะโปรยปราย
รถม้าหรูหราเคลื่อนมาหยุดด้านหน้าคฤหาสน์ซึ่งดูเรียบง่าย หลังหนึ่ง
แผ่นป้ายที่ประตูใหญ่ มีตัวอักษรสีทองตัวใหญ่ดูใหม่เอี่ยม เขียนว่า ‘จวนสกุลเหยียน’
“คุณหนู ถึงแล้วเจ้าค่ะ” สาวใช้วัยกลางคนลงจากรถม้า แง้ม ม่านให้สตรีที่อยู่ด้านใน “หิมะตก คุณหนูโปรดระวัง”
มือข้างหนึ่งของเหยียนหรูอวี้อังอยู่กับเตาให้ความร้อน อีกมือ หนึ่งจับแขนของสาวใช้ นางเหยียบลงบนเก้าอี้ไม้ตัวงามแล้วก้าว ลงจากรถ
นางมองไปยังจวนซึ่งเพิ่งซ่อมใหม่ กล่าวเสียงค่อยว่า “สามปี แล้ว ในที่สุดก็ได้กลับบ้าน”
สาวใช้วัยกลางคนตาแดงกํ่า นางปาดนํ้าตาพลางกล่าวว่า “ใช่ แล้ว ในที่สุดก็ได้กลับบ้าน!”
“ลูกข้า!”
สตรีสูงศักดิ์สวมเสื้อคลุมลายนกกระเรียนสีม่วงอ่อน นางออก มาด้วยความตื่นเต้น เนื้อตัวสั่นเทิ้ม ข้างกายนางมีบ่าวคอยพยุง
เมื่อเหยียนหรูอวี้มองเห็นนาง ก็นํ้าตาคลอ และค้อมตัวลง คารวะอย่างสง่างาม “ท่านแม่!”
ฮูหยินเหยียนจับที่ไหล่ของนาง พยุงนางให้ลุกขึ้น กล่าวด้วย
เสียงสะอึกสะอื้นว่า “เจ้าไม่ต้องมากพิธี ให้แม่มองหน้าเจ้าสัก หน่อยเถิด!”
เหยียนหรูอวี้เงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าประหนึ่งดอกสาลี่ ต้องหยาดฝน เดิมทีนางก็งดงามอยู่แล้ว ครานี้มีหยดนํ้าตาอยู่บน ดวงหน้า กลับยิ่งทำรู้สึกปวดร้าวหัวใจ
“เจ้าผอมไป หลายปีมานี้ลำบากเจ้าแล้ว” ฮูหยินเหยียนลูบ ใบหน้าของบุตรสาว
“เป็นลูกที่อกตัญญู มิได้กลับมาให้เร็วกว่านี้ ทำให้ท่านพ่อท่าน แม่ต้องลำบาก” เหยียนหรูอวี้ส่ายหน้าทั้งนํ้าตา
สกุลเหยียนเกิดเรื่อง และเพิ่งจะสามารถกลับคืนสู่สภาพเดิม ได้ คฤหาสน์หลังนี้ ก็ได้รับการบูรณะหลังจากที่ทุกอย่างกลับคืน เป็นปกติเช่นกัน
ฮูหยินเหยียนดูซูบผอมลงจากเมื่อสามปีที่แล้วมาก แต่เมื่อ นึกถึงเกียรติยศที่จะกอบกู้กลับมาหลังจากนี้ ความลำบากยาก เข็ญเหล่านั้นนับว่าน้อยนิดยิ่ง
ฮูหยินเยียนมีสีหน้าลำบากใจ “ลูกข้าให้กำเนิดเลือดเนื้อเชื้อไข ของคุณชายเยี่ยน หลังจากนี้ก็จะเป็นฮูหยินที่สูงศักดิ์ที่สุดใน ราชวงศ์ แม่ส่งเทียบเชิญไปแล้ว หลังจากนี้สามวัน จะมีงานเลี้ยง ต้อนรับเจ้า แม่จะทำให้ทั้งเมืองหลวงรู้ว่า บุตรสาวสกุลเหยียนกลับ มาแล้ว…คู่หมั้นของคุณชายเยี่ยนกลับมาแล้ว!”