หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม - บทที่ 242 ความจริงเปิดเผย
นางเจียงกล่าวราวกับว่าเป็นเรื่องจริง สมจริงเสียจนหน่วย กล้าตายคนที่ถูกชี้ตัวนั้นนึกสงสัยขึ้นมาว่าตนเองอาจจะลักพา ตัวนางไปจริง
หน่วยกล้าตายเกาศีรษะใช้ความคิดอย่างหนัก
นายท่านรองใหญ่โมโหสุดขีด เจ้าคิดว่าเจ้าทำจริงรึ?!
ทางด้านหนึ่งนางเจียงก็ยืนกรานว่าหน่วยกล้าตายของนายท่า นรองใหญ่เป็นคนลักพาตัวนางไป อีกด้านหนึ่ง นางหลี่กับลูกๆ รวม ไปถึงอวี๋หวั่นและเยี่ยนจิ่วเฉาก็รู้เรื่องแล้วเช่นกัน
“ท่านแม่ข้าจับคนร้ายได้แล้วหรือ?” อวี๋หวั่นถาม
จื่อซูพยักหน้า “บ่าวได้ยินบ่าวจวนตะวันตกบอกว่าตอนนี้จวน ตะวันตกเกิดเรื่องใหญ่แล้ว!”
อวี๋หวั่นลูบคาง “ในเมื่อท่านแม่จำคนร้ายได้ พวกเราก็จะอยู่ เฉยไม่ได้แล้ว ต้องไปเค้นเอาคำอธิบายสักหน่อย ไปเร็ว!”
อวี๋หวั่นจูงข้อมือสามีของตนออกไปยังจวนตะวันตกอย่างรีบ ร้อน
นางหลี่และลูกทั้งสองมาถึงเรือนของนายท่านรองใหญ่ อวี๋ หวั่นก็เพิ่งก้าวเท้าข้ามประตูเข้ามาก็ได้ยินเสียงแหลมของนางหลี่ “ข้าวกินมั่วๆ ได้! แต่คำพูดไม่อาจพูดมั่วๆ ได้! พวกเจ้าใส่ร้ายอา
รองของพวกเจ้าเช่นนี้ คิดจะทำอะไรกันแน่?”
อวี๋หวั่นถูกเสียงเล็กแหลมเสียดโสตประสาททำให้หูชาไปหมด จนเธอต้องส่ายหน้าน้อยๆ
เยี่ยนจิ่วเฉายังคงมีสีหน้าไม่ยี่หระ ทั้งสองเดินเข้าไปในห้อง ด้านในมิได้มีเพียงนายท่านรองใหญ่และพวกนางหลี่ สามพี่น้อง จากจวนตะวันตกก็อยู่เช่นกัน พวกเขาเจอเห้อเหลียนอวี่และเห้อ เหลียนเฉิงหลายครั้งแล้ว ส่วนเห้อเหลียนเฟิงนั้นพบกันอย่างผิว เผิน ไม่นับว่าคุ้นเคย
ทันใดนั้นอวี๋หวั่นก็นึกได้ว่าครั้งก่อนที่เห้อเหลียนเฟิงมายัง จวนตะวันออก สามีของเธอไม่อยู่ในเหตุการณ์ จึงส่งสายตาให้ เยี่ยนจิ่วเฉาแล้วบอกว่า “คนที่สวมชุดสีนํ้าเงินเข้มคือเห้อเหลี ยนเฟิง หลานชายคนโตของนายท่านรองใหญ่”
เห้อเหลียนเฟิงหน้าตาละม้ายคล้ายกับเห้อเหลียนฉี เพียงแต่ ได้รูปร่างหน้าตาของนางหลี่มาบ้าง จึงนับว่าหล่อเหลากว่าเห้อเหลี ยนฉีมาก
เมื่อเยี่ยนจิ่วเฉาได้ยินที่อวี๋หวั่นพูด ก็เหลือบมองเห้อเหลี ยนเฟิง
บังเอิญเหลือเกิน ทันทีที่ทั้งสองคนเดินเข้ามา สายตาของเห้อ เหลียนเฟิงก็ทอดมองออกไปด้านนอก ทำให้เขาสบสายตากับ เยี่ยนจิ่วเฉาเข้าพอดี สายตานั้นดูไม่ยี่หระและว่างเปล่า ราวกับว่า หากอวี๋หวั่นไม่ได้แนะนำตั้งแต่แรก คนผู้นี้ก็คงไม่คิดจะมองเขา
การรู้จักกับคนประเภทนี้ทำให้ความรู้สึกแปลกประหลาด ถาโถมขึ้นมาในใจของเห้อเหลียนเฟิง
หลังจากที่เห้อเหลียนเซิงถูกขับออกจาตระกูล เห้อเหลียนเฟิง จึงกลายเป็นหลานชายคนโตแห่งจวนแม่ทัพใหญ่ ในฐานะที่เป็น หลานชายคนโตของจวนตะวันตก เห้อเหลียนเฟิงปราดเปรื่องทั้ง การเรียนและวิชายุทธ์ ผู้คนต่างชื่นชมและอิจฉา นี่เป็นครั้งแรกที่ ได้พบกับสายตาหมางเมินเช่นนี้
อย่างไรก็ดี ในตอนนี้เห้อเหลียนเฟิงไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้ นางหลี่ เริ่มเปิดฉากโวยวายในห้องแล้ว
นางหลี่เรียกร้องความยุติธรรมให้ตนเองว่า “พวกเจ้าตอบมา สิ! เป็นใบ้หรืออย่างไร! พวกเจ้าจะทำอะไร คิดว่าข้าไม่รู้รึ? ทนไม่ ได้ที่จวนตะวันตกจะได้ไปเซ่นไหว้บรรพชน จึงพยายามทำทุกหา ทางเพื่อขัดขวางใช่ไหมเล่า?”
“ไม่ใช่อย่างนั้น” เห้อเหลียนเป่ยหมิงตอบ
ทว่าเขายังไม่ทันพูดจบ นางหลี่ก็ตัดบทขึ้นมาว่า “ไม่ใช่อย่าง นั้นอะไร? ก่อนหน้านี้ไม่ได้ดีอยู่แล้วหรอกหรือ? เขาไม่ได้ตายไป แล้วหรือ? อยู่ๆ ก็มีหลานโผล่มา? จากนั้นก็มีลูกโผล่มาอีก? ก่อน หน้านี้พวกเจ้าบอกว่าอย่างไร! พี่รองกับพี่สะใภ้รองตายในตำบลชิง เหอ ทิ้งลูกชายเอาไว้คนเดียว แล้วอยู่ๆ พี่รองกับพี่สะใภ้รองก็โผล่ มา! บอกว่าก่อนหน้านี้กำลังหนีหนี้จึงบอกว่าตายไปแล้ว! คำแก้ตัว เฮงซวยเช่นนี้ใครจะไปเชื่อ!”
เห้อเหลียนเป่ยหมิงเริ่มรู้สึกขุ่นเคือง
ตอนนั้นไม่ได้คิดว่าน้องชายยังมีชีวิตอยู่นี่…
หากนางหลี่กล่าวมาเพียงเท่านี้ ก็นับว่านางได้เปรียบแล้ว แต่ นางกลับยังไม่หยุด “ทั้งยังมีเรื่องที่นายท่านถูกลอบทำร้ายอีก! เรื่องก็เกิดที่จวนตะวันออกของพวกเจ้า ตอนนี้ข้าลองคิดๆ ดูแล้ว เรื่องนี้ก็คงไม่ง่าย! บางทีพวกเจ้าอาจปองร้ายนายท่านมาตลอด เลยก็ได้!”
อวี๋หวั่นเดินเข้าไป “อาสะใภ้ ท่านพูดเช่นนี้เป็นการกล่าวหา พวกเรานะเจ้าคะ เรื่องที่นายท่านถูกทำร้ายได้อย่างไรไม่สู้ให้เขา บอกท่านเองดีกว่าหรือ แต่เกรงว่าเขาจะไม่กล้าพูด”
“เจ้าพูดจาเหลวไหลอะไรกัน?” นางหลี่ตวาด
อวี๋หวั่นไม่ยอมปล่อยให้ความเดือดดาลของนางหลี่มาบีบคั้น เธอได้ จึงพูดออกไปว่า “อาสะใภ้รู้หรือไม่เจ้าคะว่าแท้จริงแล้วใคร เป็นคนส่งคนร้ายมาลอบสังหารท่านลุงใหญ่? คนนั้นก็คือนายท่า นรองใหญ่ เขาปลอมลายมือของเห้อเหลียนเซิง หลอกให้ท่านลุง ใหญ่ออกไปข้างนอก หลังจากนั้นก็ให้คนร้ายปลอมเป็นเห้อเหลียน เซิง แล้วอาศัยจังหวะที่ท่านลุงใหญ่ไม่ได้ตั้งตัว แทงเขาไปหนึ่งที หากไม่ใช่เพราะลุงใหญ่โชคดี ป่านนี้ป้ายชื่อของเขาได้ไปอยู่ในศาล บรรพชนแล้ว”
“เจ้า…มากไปแล้วนะ!” นางหลี่ไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง “เจ้ากุ เรื่องขึ้นมาเป็นแน่!”
ผู้ที่ตกตะลึงพรึงเพริดยิ่งกว่านางหลี่ก็คือเห้อเหลียนเป่ยหมิง
อวี๋หวั่นรู้ว่าเรื่องนี้น่าตกใจ และรู้ว่านี่เป็นความจริงที่ไม่อาจ ทำใจยอมรับได้ในชั่วข้ามคืน แต่ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ไม่จำเป็นต้อง ปิดบังอีกต่อไป “นายท่านรองใหญ่ยอมรับต่อหน้าเห้อเหลียนเฉา แล้ว”
เยี่ยนจิ่วเฉาเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก “เขาพูดอย่างนั้น”
เห้อเหลียนเป่ยหมิงพูดไม่ออก
นางหลี่ยังไม่ยอม “พวกเจ้า…พวกเจ้าโกหก! พวกเจ้ารวมหัว กันใส่ร้ายนายท่าน! พวกคนใจโฉดโหดเหี้ยม!”
อวี๋หวั่นเอ่ยขึ้นด้วยนํ้าเสียงราบเรียบ “พวกข้าจะไปใส่ร้ายเขา ทำไม? ใส่ร้ายเขาไปแล้วได้ประโยชน์อะไร? นายท่านรองจวนตะวัน ออกกลับมาแล้ว เขาเป็นทายาทของสกุลเห้อเหลียน พวกข้าไม่ได้ ทำอะไรด้วยซํ้า แค่นอนเฉยๆ ก็ชนะแล้ว ทำไมจะต้องเปลืองแรง ปองร้ายนายท่านรองใหญ่ หาเรื่องใส่ตัวด้วยเล่า?”
นี่เป็นเรื่องจริง หากจะบอกว่ามีเห้อเหลียนเฉาเพียงคนเดียว การลอบสังหารเพราะต้องการครอบครองจวนตะวันตกก็คงฟังขึ้น มากกว่านี้ ชื่อของเห้อเหลียนเป่ยอวี้ปรากฏอยู่ในพงศาวลีของ ตระกูล ทั้งยังเป็นน้องชายแท้ๆ ของเห้อเหลียนเป่ยหมิง หากจะ กล่าวก็คงไม่เกินจริงว่าเขาเพียงใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย สิทธิ์ในการ ครอบครองมรดกก็ยังคงเป็นของเขาอยู่ดี จวนตะวันออกไม่มีทาง ลงมือกับจวนตะวันตก
อวี๋หวั่นค่อยๆ ก้าวไปด้านหน้า “ถ้าหากอาสะใภ้ยังไม่เชื่อ ข้า ใคร่อยากจะยํ้าเตือนท่านสักหน่อย ใส่ร้ายเขา? เขาคู่ควรถึงเพียง นั้นเชียวหรือ?”
ครานี้เป็นนางหลี่ที่พูดไม่ออก
ว่าตามเหตุผลแล้ว นางหลี่ยอมรับสิ่งที่อวี๋หวั่นพูด แต่เมื่อว่า กันตามความรู้สึก นางหลี่ยังไม่อยากถอยหลังกลับ นางฝันอยาก เป็นนายหญิงมานานถึงเพียงนี้ ไฉนความฝันกลับสลายสิ้นในชั่ว พริบตาเดียว?
อวี๋หวั่นไม่ปล่อยให้นางหายใจหายคอ จึงเชือดเฉือนด้วยคำ พูดว่า “แล้วก็ เกรงว่าเรื่องร้ายแรงที่นายท่านรองใหญ่ทำคงจะไม่ ได้มีเพียงลอบสังหารแม่ทัพใหญ่และลักพาตัวฮูหยินรอง แต่ที่ นายท่านรองตกเขาในปีนั้น เรื่องที่วรยุทธ์ของท่านลุงใหญ่เกิดธาตุ ไฟเข้าแทรก รวมไปถึงเรื่องของฮูหยินใหญ่และเห้อเหลียนเซิงก็หนี ไม่พ้นนายท่านรองนี่แหละ!”
“เจ้า… เจ้า…” นางหลี่โมโหจนแทบหงายหลัง!
สามพี่น้องสกุลเห้อเหลียนกำลังยืนตะลึงงัน แม่นางคนนี้พูด ถึงอะไรกัน? ท่านปู่ของพวกเขาเป็นคนทำเรื่องชั่วช้า
เหล่านี้หรือ? เป็นไปไม่ได้! พวกเขาไม่เชื่อหรอกว่าท่านปู่จะ เป็นคนเช่นนี้!
เห้อเหลียนเป่ยหมิงมองไปยังนายท่านรองใหญ่ซึ่งนอนอยู่บน เตียง แล้วกล่าวด้วยใบหน้าหมองหม่นว่า “ท่านอา
รอง ข้าต้องการคำยืนยันจากท่าน เรื่องเหล่านี้ ท่านเป็นคนทำ ใช่หรือไม่?”
แน่นอนว่านายท่านรองใหญ่ไม่อาจตอบคำถามได้ แต่นัยน์ตา ร้อนรนของเขานั้นก็เพียงพอให้ใบหน้าของเห้อเหลียนเป่ยหมิง หม่นหมองลงยิ่งกว่าเดิม
มือของเห้อเหลียนเป่ยหมิงจับรถเข็นแน่น “ท่านอารอง ล่วง เกินแล้ว”
คืนนั้น เห้อเหลียนเป่ยหมิงก็เริ่มตรวจค้นจวนตะวันตก คน แรกที่เป็นเป้าหมายก็คือนายท่านรองใหญ่ ห้องหนังสือของเขา ห้องเก็บของของเขา หน่วยกล้าตายของเขา รวมไปถึงการติดต่อ สื่อสารของเขาและคนอื่นๆ ทุกสิ่งล้วนแต่ถูกองครักษ์ของเห้อเหลี ยนเป่ยหมิงสืบค้นจนหมด
หากไม่อยากให้คนรู้ก็ต้องไม่ทำ ก่อนหน้านี้เรื่องไม่ถูกเปิด เผยออกไปก็เพราะไม่มีผู้ใดนึกสงสัยเขา แต่เมื่อเรื่องแดงขึ้นมา เขาก็ไม่อาจขัดขวางการตรวจสอบได้แล้ว
คนแรกที่ทนไม่ไหวและยอมสารภาพออกมาก็คือพ่อบ้านของ จวนตะวันตก
พ่อบ้านติดตามนายท่านรองใหญ่มานานหลายปี ครอบครัว ของเขาอยู่ในเงื้อมมือของนายท่านรองใหญ่ เพราะฉะนั้นนายท่า นรองใหญ่จึงมิได้กังวลว่าจะถูกเขาหักหลังแต่อย่างใด แต่เมื่อเห้อ เหลียนเป่ยหมิงจับคนในครอบครัวทั้งหมดของพ่อบ้านเข้าไปขังใน
คุกของจวนตะวันออก พ่อบ้านก็ขวัญหนีดีฝ่อขึ้นมา
ในตอนนี้เขาจึงเข้าใจทันทีว่าเห้อเหลียนเป่ยหมิงมิได้ไร้วิธี จัดการพวกเขา หากแต่เขาไม่ได้จัดการก็เท่านั้นเอง
“ข้ายอมแล้ว…ข้าจะบอกทั้งหมด…พวกท่านปล่อยคนใน ครอบครัวข้าไปเถิด…” พ่อบ้านคุกเข่าโขกศีรษะอยู่หน้าคุก
อวี๋กังข่มขู่ว่า “เจ้าไม่มีสิทธิ์ต่อรอง ปล่อยไม่ปล่อยก็แล้วแต่ข้า เจ้าบอก ก็ไม่แน่ว่าข้าจะปล่อย แต่ถ้าเจ้าไม่บอก ข้าจะเชือดพวก เขาเดี๋ยวนี้แหละ!”
“อย่าๆๆ! ข้าบอกแล้ว!” พ่อบ้านเล่าเรื่องที่ตนมีส่วนช่วยใน แผนการชั่วร้ายในครั้งนั้น “เมื่อสามสิบห้าปีก่อน นายท่านรอง ใหญ่ได้ดัดแปลงรถม้าของฮูหยินผู้เฒ่าและนายท่านรองไว้แล้ว เดิมทีหวังว่าสองแม่ลูกจะตกลงเขาไปด้วยกัน ไหนเลยจะรู้ว่าฮู หยินผู้เฒ่ากลับรอดชีวิตมาได้ นายท่านรองใหญ่กังวลว่าทารกจะ ตกลงไปแล้วไม่ตาย จึงส่งหน่วยกล้าตายไปตามเก็บกวาด…สิ่งที่ นายท่านรองใหญ่คงไม่ได้คาดคิดก็คือ หน่วยกล้าตายคนนั้นไม่ เพียงไม่สังหารทารก แต่กลับหาศพทารกมาสับเปลี่ยน…”
เห้อเหลียนเป่ยหมิงนั่งอยู่ในอีกห้องหนึ่ง พ่อบ้านไม่เห็นเขา ทว่าเขาเห็นพ่อบ้าน ได้ยินสิ่งที่พ่อบ้านเล่า ร่างของเขาพลันรู้สึก เย็บเฉียบ
“อีกทั้งนายท่านรองใหญ่ยังรับสินบนมาไม่น้อย ทรัพย์สิน ทั้งหมดล้วนถูกเก็บไว้ในภูเขาลูกหนึ่ง ข้าไม่เคยไปภูเขาลูกนั้น แต่
ข้าเป็นคนทำบัญชีของสินบนทั้งหมด!”
อวี๋กังหาสมุดบัญชีของพ่อบ้านมา ตรวจสอบรายละเอียดดู แล้ว นี่ไม่ใช่ทรัพย์สินที่อยู่ในค่ายหน่วยกล้าตายหรอกหรือ? เช่น นั้นเรื่องที่ว่าหน่วยกล้าตายเป็นรังเก่าของนายท่านรองใหญ่ก็มี หลักฐานมาสนับสนุนแล้ว
เห้อเหลียนเป่ยหมิงยังคงมีสีหน้าเย็นเยียบ ท่านอารอง ท่านรู้ ใช่ไหมว่าการครอบครองหน่วยกล้าตายจำนวนมากขนาดนั้นมีโทษ ถึงประหารทั้งตระกูล? เพื่อที่จะจัดการข้า ท่านถึงกับต้องลากสกุล เห้อเหลียนทั้งสกุลลงนํ้าไปด้วยเชียวหรือ?
“พูดต่อสิ!” อวี๋กังเหยียบเท้าพ่อบ้าน
“ขอรับๆๆ!” พ่อบ้านรีบเล่าเรื่องเหล่าผู้มีอำนาจที่มีการติดต่อ กับนายท่านรองใหญ่ ชื่อของทุกคนล้วนแต่ทำให้พวกเขาต้องตื่น ตะลึง หลังจากนั้นก็ตามมาด้วยเรื่องที่นายท่านรองใหญ่ลอบ สังหารเห้อเหลียนเป่ยหมิงและลักพาตัวนางเจียง เรื่องนี้พ่อบ้านก็ ไม่รู้รายละเอียดเท่าไรนัก แต่มั่นใจได้ว่านายท่านรองใหญ่เป็นคน ทำอย่างแน่นอน เป็นเพราะพ่อบ้านไปหาคนมาคัดลอกลายมือ ของเห้อเหลียนเซิงด้วยตนเอง
“แล้วเรื่องที่ท่านแม่ทัพใหญ่ธาตุไฟเข้าแทรก เป็นเพราะเขา ลงมือด้วยหรือไม่?” อวี๋กังสงสัยว่าอาจเกิดสิ่งใดผิดพลาดกับ แม่ทัพใหญ่บ้านตน ส่งผลให้เขาเป็นเช่นนี้
“ไมใช่” พ่อบ้านมีสีหน้าแน่วแน่ “ไม่ใช่จริงๆ”
อวี๋กังมองเขาด้วยความเคลือบแคลงใจ “เจ้าแน่ใจ?”
พ่อบ้านถอนหายใจ กล่าวว่า “ข้าสารภาพความผิดไปไม่มี ตกหล่น แต่เรื่องนี้นายท่านรองใหญ่ไม่ได้ทำจริงๆ! ต่อให้นายท่านร องใหญ่จะหน้ามืดตามัวกว่านี้ก็ไม่มีทางลงมือกับท่านแม่ทัพ โดยตรงหรอก! อีกอย่าง เรื่องนี้เจ้าไม่ได้ไปตรวจสอบแล้วหรือ?”
ตรวจสอบแล้ว แต่ไม่พบอะไรทั้งสิ้น
อวี๋กังขมวดคิ้ว “เช่นนั้นเรื่องของฮูหยินบ้านข้ากับคุณชาย ใหญ่เล่า?”
พ่อบ้านชะงักไป แล้วกล่าวว่า “เจ้าหมายถึงนางถานกับ คุณชายเซิงหรือ? นายท่านรองใหญ่คิดจะลงมือกับคุณชายเซิงก็ จริง แม้แต่ยาพิษเตรียมเอาไว้แล้ว แต่ยังไม่ทันได้วางยา คุณชาย เซิงก็เกิดเรื่องเสียก่อน นางถานก็เกิดเรื่องเช่นกัน นายท่านรอง ใหญ่เองก็ยังตกใจ สมกับที่เขาเกิดมาเป็นนายท่านแห่งสกุลเห้อ เหลียน แม้แต่สวรรค์ก็ยืนอยู่ข้างเขา”
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าโทษของการโกหกคืออะไร?” อวี๋กังชักดาบ ออกมาจากฝักแล้วชี้ไปยังครอบครัวของพ่อบ้านซึ่งถูกขังอยู่ในคุก
พ่อบ้านตื่นกลัวในทันใด แล้วรีบสาบานว่า “แน่นอนว่าข้ารู้! ข้าไม่ได้โกหก! หากเจ้าไม่เชื่อ ขะ…ข้าสาบานต่อสววรค์ หากมี เรื่องใดที่ข้าโป้ปด ขอให้ข้าไม่ตายดี!”
ต่อให้เขาสาบานเช่นนี้ เห้อเหลียนเป่ยหมิงก็ไม่อาจเชื่อเขาได้ ทั้งหมด เห้อเหลียนเป่ยหมิงมอบหมายให้ผู้ใต้บังคับบัญชาไปสืบ
มาหาคนสนิทคนอื่นๆ ของนายท่านรองใหญ่ ข้อมูลที่พวกเขามีนั้น ไม่มากเท่าพ่อบ้าน แต่เมื่อนำมาปะติด ปะต่อกันแล้วก็มิได้แตก ต่างจากคำบอกเล่าของพ่อบ้านแต่อย่างใด
เพราะฉะนั้นคำพูดของพ่อบ้านเป็นความจริง นายท่านรอง ใหญ่ทำร้ายฮูหยินผู้เฒ่าและอวี๋เซ่าชิง ทำร้ายเห้อเหลียนเป่ยหมิง และเกือบทำร้ายนางเจียง แต่เขาไม่ได้ทำให้เห้อเหลียนเป่ยหมิง ธาตุไฟเข้าแทรกและแทรกแซงเรื่องของนางถานกับเห้อเหลียน เซิง
ขณะสอบสวน อวี๋หวั่น เยี่ยนจิ่วเฉา และอวี๋เซ่าชิงล้วนอยู่ข้าง กายเห้อเหลียนเป่ยหมิง
ตอนที่อยู่ในคุก อวี๋หวั่นอดทนไม่พูดอะไร แต่เมื่อออกมา อวี๋ หวั่นก็เปรยถึงความสงสัยของตนเองกับสามีว่า “เรื่องที่ท่านลุง ใหญ่ธาตุไฟเข้าแทรกเป็นอุบัติเหตุจริงๆ หรือ?”
เยี่ยนจิ่วเฉาตอบอย่างปราศจากความกระวนกระวายว่า “หาก เรื่องของนางถานกับเห้อเหลียนเซิงไม่ใช่เรื่องจริง เช่นนั้นเรื่องที่ เห้อเหลียนเป่ยหมิงธาตุไฟเข้าแทรกก็ต้องไม่ใช่อุบัติเหตุ”
ทันใดนั้นเองอวี๋กังก็เปิดประตูคุกออกมาพอดี
เยี่ยนจิ่วเฉาเรียกเขาไว้ “ตอนที่เห้อเหลียนเป่ยหมิงธาตุไฟเข้า แทรก ใครเป็นคนตามสืบเรื่องนี้”
“ฮูหยินขอรับ” อวี๋กังตอบ
“นางถานเป็นคนสืบหรือ?” เยี่ยนจิ่วเฉาพึมพำราวกับกำลังใช้
ความคิด
อวี๋กังตอบว่า “ใช่แล้วขอรับ ฮูหยินตรวจสอบทั้งจวนตะวัน ออก ฮูหยินสงสัยว่ามีคนลงมือกับท่านแม่ทัพใหญ่ แต่สุดท้ายแล้ว ก็ไม่มี”
เยี่ยนจิ่วเฉามองขึ้นไปยังท้องฟ้าอันเวิ้งว้าง
“ให้คนที่วางยาพิษไปสืบหาคนร้าย ย่อมไร้ประโยชน์”