หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม - บทที่ 265 ซิวหลัวและเด็กน้อย
การรักษาของอวี๋หวั่นเดินทางมาถึงจุดจบ เนื้อส่วนที่เน่าถูก ขุดออกมา ใส่ยา เย็บแผล และใช้ผ้าแห้งสะอาดพันให้
เมื่อทำเสร็จ อวี๋หวั่นปาดเหงื่อบนหน้าผากด้วยความเหนื่อย ถอนหายใจยาวๆ “เสร็จแล้ว!”
หลังจากนั้นอวี๋หวั่นก็หันหลังกลับมามองบรรดาคนที่สลบไป ไม่ใช่แค่อาเว่ยที่สลบไปหรอกหรือ? แม้แต่อาม่า ชิงเหยียน กับ เจียงไห่ก็เป็นลมไปเหมือนกัน?
“ข้าแค่ทำแผลเอง ไม่ได้มีอะไรหนักหนานี่? ต้าเป่ายังไม่กลัว เลย” อวี๋หวั่นพึมพำอย่างไม่เข้าใจ
ชุยเฒ่าเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่ได้ล้มลงไป เขาเป็นหมอ ใน สายตาของเขามีเพียงคนไข้และคนบาดเจ็บ ไม่มีการแบ่งแยกว่า เป็นหน่วยกล้าตายหรือซิวหลัว
ชุยเฒ่าเดินลูบคางเข้ามา
อวี๋หวั่นกล่าวเสียงค่อยว่า “ชุยเฒ่า พวกเขาเป็นลมไปได้ อย่างไร?”
“ก็เพราะว่าคนคนนั้นน่ะสิ!” ชุยเฒ่าชะเง้อมองไปยังซิวหลัว ซึ่งกำลังจับจ้องไปยังผ้าพันแผลด้วยความสงสัย แล้วกระซิบว่า “เจ้าไม่เคยเห็นรูปเขาหรือ? นั่นสิ วันนี้เพิ่งวาดขึ้นมา ยังไม่ทันได้ให้
เจ้าดู”
“ท่านจะกระซิบทำไม?” อวี๋หวั่นฟังไม่ชัด
“ไม่มีอะไร เจ้าไม่กลัว?” ชุยเฒ่าถาม
อวี๋หวั่นเลิกคิ้ว “มีอะไรให้กลัว? ข้าดูเหมือนคนขี้ขลาดหรือ อย่างไร?”
ชุยเฒ่าชี้นิ้วไป “เขาคือซิวหลัว”
อวี๋หวั่น “…”
อวี๋หวั่น “!!!”
อวี๋หวั่นเป็นลมล้มพับลงตามไปทันที
เมื่ออวี๋หวั่นฟื้นขึ้นมา ฟ้าก็มืดแล้ว เธอนอนอยู่บนเตียงนุ่ม เยี่ยนจิ่วเฉานั่งอยู่ข้างกายเธอ กำลังอ่านหนังสือภาพซึ่งเห้อเหลี ยนเป่ยหมิงซื้อให้เด็กๆ อยู่
ในห้องเงียบสงัด ได้ยินเพียงพลิกหน้ากระดาษ
จังหวะเหมาะเจาะพอดี อวี๋หวั่นเกิดความคิดขึ้นมา
เธอค่อยๆ ขยับเข้าหาสามี ทันใดนั้นเองเธอก็สะดุ้งโหยง
อวี๋หวั่นลุกพรวดขึ้นมา “ซ…ซ…ซิว…ซิวหลัวละ?”
“ข้างนอก” เยี่ยนจิ่วเฉาพลิกหน้ากระดาษ ไม่ได้ละสายตาไป จากหนังสือภาพ
ท่าทางเช่นนี้ของเขา ดูสบายอารมณ์เหลือเกิน
ทันใดนั้นอวี๋หวั่นก็นึกได้ว่ายังไม่ทันได้เล่าเรื่องของซิวหลัวให้ เข้าฟัง เช่นนั้นทำไมเมื่อครู่เธอเอ่ยถึงซิวหลัว เขาถึงตอบได้ทันที ละ?
“ท่าน…” อวี๋หวั่นเอ่ยปาก
เยี่ยนจิ่วเฉาตอบราวกับรู้ว่าอวี๋หวั่นจะถามอะไร “อื้ม พวกเขา ฟื้นแล้ว ข้าได้ยินเรื่องจากพวกเขาแล้ว”
เช่นนั้นทำไมปฏิกิริยาตอบสนองของท่านถึงเฉยเมยอย่างนี้ ละ?
อวี๋หวั่นไม่ทันได้ไตร่ตรองสิ่งที่เขาพูด ทันทีที่ได้ยินว่าซิวหลัว ยังอยู่ในจวน เธอก็กระวีกระวาดลงจากเตียงทันที
ก่อนหน้านี้ไม่รู้จักซิวหลัว จึงปล่อยให้เขาใกล้ชิดกับต้าเป่า ทั้ง ยังตบหัวเขา ตีมือเขา พูดจาเกรี้ยวกราดใส่เขาอีก…
เมื่ออวี๋หวั่นคิดถึงเรื่องนี้ ก็พลันรู้สึกประหนึ่งขาของเธอสั้นลง ไปสามส่วน กว่าจะเดินไปถึงปากประตู ก็รู้สึกว่าขาสั้นๆ ของเธอนั้น ก้าวไม่ออกเสียแล้ว…
เธอออกไปทางขวา
“ชีสยาย่วนไปทางซ้าย” สายตาของเยี่ยนจิ่วเฉายังคงจับจ้อง อยู่ที่หนังสือภาพ
อวี๋หวั่นหันไปอีกทาง สาวเท้าไปยังชีสยาย่วน
ในเรือนนั้นเงียบเชียบ สาวใช้ก็ไม่อยู่ แม้แต่เสียงนกร้องก็ไม่มี
อวี๋หวั่นใจเต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ ซิว…ซิวหลัวคงไม่ได้ฆ่าทุกคนไป แล้วหรอกใช่ไหม?
ลูกๆ ของเธอ!
อวี๋หวั่นเร่งฝีเท้า เมื่อใกล้ถึงทางเลี้ยว เธอก็เหลือบไปเห็นเงา ตะคุ่มๆ ที่กำแพง อวี๋หวั่นมองอีกครั้ง นั่นไม่ใช่ชิงเหยียน เจียงไห่ เยว่โกว แล้วก็อาเว่ยหรอกหรือ?
“พวกเจ้าทำอะไรกัน?” อวี๋หวั่นเดินไปหา
“ชู่วว!!! ”
ทั้งสี่หันหน้ามาพร้อมกัน แล้วทำท่าทางบุ้ยใบ้ให้อวี๋หวั่นเงียบ เสียง
อวี๋หวั่นรู้สึกงงงวย ได้แต่ยืนกะพริบตาปริบๆ เธอเดินอ้อมไป ด้านนอก แล้วมองตามสายตาของพวกเขาไป
เอ๋…สวนดอกไม้ที่ว่างเปล่านั้นแน่นขนัดไปด้วยผู้คนเช่นนี้ ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน สาวใช้ซึ่งเมื่อครู่หายไปล้วนแต่มายืนกันอยู่ในนี้ ทำให้สวนดอกไม้ดูเบียดเสียดขึ้นมาถนัดตา พวกนางมองไปใน ทิศทางเดียวกับพวกชิงเหยียน
น่าเสียดายที่อวี๋หวั่นมองไม่ค่อยเห็น
อวี๋หวั่นเขย่งปลายเท้า ในที่สุดก็มองเห็น และเธอก็ต้องตะลึง งันกับสิ่งที่เห็น
ครั้นอยู่ในหมู่บ้านเหลียนฮวา เด็กน้อยทั้งสามจะตื่นแต่เช้า
เพื่อมานั่งดื่มนมแพะที่ธรณีประตู กิจวัตรประจำวันนี้ติดตัวมาถึง จวนสกุลเห้อเหลียน เมื่อเห็นธรณีประตู เด็กน้อยทั้งสามก็ไปนั่ง เรียงกัน สองมือน้อยจับขวดนมแล้วดื่มอย่างเอร็ดอร่อย
อันที่จริงเรื่องนี้ก็ไม่ได้แปลกแต่อย่างใด แต่เมื่อซิวหลัวทำ อย่างเดียวกับพวกเขา…
ซิวหลัวนั่งดื่มนมอย่างเอร็ดอร่อย มองหน้าเพื่อนตัวน้อยทั้ง สามบ้างเป็นครั้งคราว
ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทุกคนล้วนเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน!
ภาพเหตุการณ์ช่างน่ากลัวจนสมองของอวี๋หวั่นมึนงงไปชั่ว ขณะ
สีหน้าของทั้งสี่คนก็ไม่ได้ดีไปกว่าอวี๋หวั่นเท่าไร โดยเฉพาะอา เว่ย เขาเป็นคนต้มนมแพะเองกับมือ ลองจินตนาการภาพตอนที่ กรอกนมใส่ขวดให้ลูกศิษย์จอมยุ่งเสร็จ ทันใดนั้นซิวหลัวก็ส่งขวด นมมาให้ใบหนึ่งดูสิ
เขาแทบจะเสียสติ!!!
ชิงเหยียนเอ่ยถามอวี๋หวั่นด้วยความสงสัย “เมื่อครู่เจ้าแน่ใจใช่ ไหมว่าฝังเข็มลงบนมือ ไม่ได้ฝังเข็มไปในสมองเขา?”
อวี๋หวั่นตอบว่า “ข้าชักไม่แน่ใจแล้วสิ…”
ชิงเหยียน “…”
นมหนึ่งขวดนั้นไม่เพียงพอสำหรับซิวหลัว อาเว่ยจึงไปต้มมา
เพิ่มอีกหนึ่งหม้อให้เขา และให้เด็กๆ กินเพิ่มอีกหนึ่งขวด
เป็นเพื่อนกันย่อมมีสุขร่วมเสพ มีนมร่วมดื่ม!
ด้านหนึ่ง ซิวหลัวและเด็กน้อยทั้งสามดื่มนมจนอิ่ม อีกด้าน หนึ่ง องครักษ์ของจวนประมุขหญิงใช้โอกาสที่ ‘ออกลาดตระเวน’ ในการเข้าใกล้สวนอูถงและชีสยาย่วน
องค์หญิงน้อยและสองพี่น้องสกุลเห้อเหลียนรู้จักกันมานาน หนานกงหลีรู้โครงสร้างของจวนตะวันออกและเรือนที่อวี๋หวั่น พำนักจากทั้งสอง อวี๋หวั่นอยู่ในสวนอูถง แต่ก็อยู่ในชีสยาย่วนบ้าง เป็นครั้งคราว เพราะฉะนั้นพวกเขาจึงมุ่งเป้าไปยังทั้งสองเรือนนี้
เพียงแต่พวกเขาจะต้องระวังให้มาก ในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาด ฝันขึ้น
ต่อหน้าสาวใช้ พวกเขาจะต้องแสร้งทำเป็นองครักษ์ในจวน ขณะเดียวกันก็ต้องคอยหลบหลีกองครักษ์และหน่วยกล้าตายตัว จริงซึ่งกำลังลาดตระเวน ดังนั้นจึงใช้เวลาไปมากโขกว่าจะมาถึง สวนอูถง
“เห็นฮูหยินน้อยไหม? มือข้าเจ็บ จะให้นางดูสักหน่อย” สาวใช้ ถามกับสาวใช้อาวุโสซึ่งเฝ้าหน้าประตู ทุกคนในจวนรู้ว่าฮูหยินน้อย มีวิชาแพทย์ เดิมทีชุยเฒ่าก็เป็นหมอ แต่บุรุษและสตรีล้วนแบ่ง แยก บรรดาสาวใช้จึงมักจะให้ฮูหยินน้อยตรวจมากกว่า ฮูหยิน น้อยเองก็ปฏิบัติต่อพวกนางด้วยความกระตือรือร้น มิได้รังเกียจที่ พวกนางมารบกวน
สาวใช้อาวุโสยิ้ม “ฮูหยินน้อยอยู่ที่ชีสยาย่วน!”
สาวใช้พยักหน้า “ได้ ประเดี๋ยวข้าทำงานเสร็จจะไปให้นางช่วย ดู”
องครักษ์ทั้งสองมองหน้ากัน แล้วถอยออกจากสวนอูถง
วันนี้ชีสยาย่วนคึกคักเหลือเกิน
องครักษ์ขึ้นไปบนหลังคาอย่างเงียบเชียบ
พวกเขากดจิตสังหารของตนเอาไว้ แต่ก็ไม่อาจปกปิดมันจาก ซิวหลัวได้ ซิวหลัวรู้ว่าพวกเขามา แต่กระนั้นก็มิได้คิดใส่ใจ ดื่มนม ต่อไปอย่างเอร็ดอร่อย
แม้จะกดจิตสังหารเหมือนกัน ทว่าซิวหลัวสัมผัสได้ถึงพวกเขา แต่พวกเขาไม่อาจสัมผัสได้ว่าซิวหลัวอยู่ตรงนั้น พวกเขารู้เพียงว่า บรรดาบ่าวกำลังออกันอยู่ในสวนดอกไม้ ส่วนอื่นๆ ของเรือนล้วน แต่ว่างเปล่า เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงง่ายแก่การลงมือ
องครักษ์หยิบภาพวาดในอกเสื้อออกมา ภาพแรกคืออวี๋หวั่น แต่งกายเป็นฮูหยิน อีกภาพหนึ่งคืออวี๋หวั่นแต่งกายเป็นบุรุษ ทั้ง สองภาพเป็นผลงานขององค์หญิงน้อย
องครักษ์คนหนึ่งกระซิบว่า “องค์หญิงน้อยบอกไว้ว่าคนผู้นี้ มากแผนการ พวกเราต้องระวัง อย่าได้หลงกลเป็นอันขาด”
องครักษ์อีกคนหนึ่งตอบรับ เมื่อนึกเรื่องหนึ่งออก เขาก็เอ่ย ถามว่า “ใช่สิ เจ้าเอายาสลบมาด้วยไหม?”
“เอามาแล้ว” องครักษ์หยิบขวดกระเบื้องใบเล็กออกมาจาก อกเสื้อ “อีกครู่หนึ่งหากเห็นคน ให้สาดยานี่ใส่ อย่าส่งเสียงดัง ไม่ เช่นนั้นหน่วยกล้าตายจวนเห้อเหลียนอาจจะแห่มา และพวกเราก็ จะหนีไม่รอด”
“ข้ารู้แล้ว” อีกฝ่ายตอบด้วยสีหน้าจริงจัง กวาดสายตาไป พลางตบไหล่เขา แล้วขยิบตาให้
องครักษ์อีกคนหนึ่งมองลงเบื้องล่าง แม่นางที่กำลังเดินอยู่ นั่นคือสตรีในภาพใช่ไหม?
อวี๋หวั่นมาหาอาม่า เมื่อครู่เห็นพวกชิงเหยียน แต่ไม่เห็นอาม่า เธอเป็นห่วงว่าอาม่าจะตกใจกลัวซิวหลัวจนล้มป่วยไป จึงตั้งใจมา หาเขาโดยเฉพาะ
เธอผลักประตูเข้าไปในห้องของอาม่า
องครักษ์ทั้งสองแลกเปลี่ยนสายตากัน
เมื่อเข้าใจกันแล้ว องครักษ์คนหนึ่งจึงสาดยาสลบลงไป เปิด ถุงกระสอบใบใหญ่และควํ่าปากถุงรอ
ทั้งสองเกาะอยู่บนคานใต้หลังคา รอให้อวี๋หวั่นออกมาแล้ว ค่อยจับตัว
“อาม่า ท่านไม่เป็นไรใช่ไหม?”
“ข้าไม่เป็นไร”
“เช่นนั้นข้าออกไปก่อน มีอะไรท่านเรียกข้าได้”
“ได้ ข้ากำลังทำอย่างอื่นอยู่พอดี”
“เช่นนั้นข้าไม่รบกวนแล้ว”
องครักษ์ทั้งสองคนพยักเพยิดให้กัน เร็วๆๆ! นางกำลังจะออก มาแล้ว!
จะสำเร็จหรือล้มเหลวก็อยู่ตรงนี้ แต่ไม่มีทางล้มเหลวอย่าง แน่นอน!
ฝีเท้าใกล้เข้ามาแล้ว เงาคนผู้หนึ่งก้าวข้ามธรณีประตู ทั้งสอง พุ่งลงไป จับอีกฝ่ายใส่ลงในถุงกระสอบ
หลังจากนั้นจึงมัดปากถุงแน่น สำแดงวิชาตัวเบาหนีออกจาก จวนไป
อวี๋หวั่นทำต่างหูหล่น เธอจึงก้มเก็บเพียงครู่หนึ่ง ครั้นเงยหน้า มา ก็ไม่เห็นอาม่าซึ่งเดินนำหน้าเธอแล้ว
อวี๋หวั่นเอ่ยขึ้นด้วยความงุนงง “เอ๊ะ? เร็วจังเลย”
เจ้าแก่อัปลักษณ์ที่ทำเสียงกระดิ่งลมถูกจับไปแล้ว ดีใจจริงๆ!
ซิวหลัวดื่มนมจากขวดอย่างสบายอารมณ์ต่อไป