หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม - บทที่ 290 จุดจบเช่นนี้
สารหนูนั้นถูกทำให้บริสุทธิ์ ออกฤทธิ์รวดเร็ว องค์ประมุขแทบ จะรู้สึกได้ในทันที
องค์ประมุขเป็นผู้ที่เคยเผชิญคลื่นลมครั้งใหญ่ ยามที่ยังเป็น องค์ชาย เขาไม่โชคดีเช่นประมุขหญิง นางเป็นเลือดเนื้อเพียงคน เดียวที่เขาเลี้ยงดูอยู่ข้างกาย ส่วนเขาเป็นโอรสที่เกิดจากสนม สูง กว่ามีองค์ชายใหญ่ที่เกิดจากหวงกุ้ยเฟย ตํ่ากว่ามีองค์ชายทั้งห้าที่ ถือกำเนิดตามมาและยังมีพี่น้องอีกมากมาย ทุกคนต่างเฝ้ารอ ตำแหน่งว่าที่ประมุข เขาครอบครองสิทธิ์การปกครอง เขาเป็นเป้า หมายที่ใหญ่ที่สุด หากปราศจากการคุ้มครองจากฮองเฮาและฝ่าย มารดา องค์ประมุขก็คงได้รับความทรมานจากการลอบทำร้ายไม่ น้อยไปกว่าเยี่ยนจิ่วเฉา
แน่นอน เขาโชคดีกว่าเยี่ยนจิ่วเฉา เขามีบิดาที่สามารถ ปกป้องเขาได้
ผ่านสถานการณ์อันน่ากลัว แต่ไม่มีอันตรายใดๆ มาหลายครา ไม่เกิดเรื่องใหญ่จนเติบใหญ่มีความสามารถ
ทันทีที่องค์ประมุขสัมผัสได้ถึงความแปลกประหลาด ก็รีบร้อน ตะโกนสั่งขันทีหวัง “จ้าวอี๋จื่อ[1]!”
ขันทีหวังสังเกตเห็นบางอย่างผิดปกติ รีบไปนำนํ้าจ้าวอี๋จื่อมา จากห้องครัวเล็ก
ประมุขใช้นํ้าจ้าวอี๋จื่อทำให้ตนเองอาเจียนสำรอกพิษใน ร่างกายออกมา
อย่างไรก็ตาม พิษบางส่วนถูกดูดซึมไปแล้ว ใบหน้าขององค์ ประมุขเป็นสีม่วง จุดอิ้งถังเป็นสีดำ ทรุดลงกับพื้นอย่างอ่อนแรง
ไข่ดำทั้งสามวิ่งไปตามอวี๋หวั่นด้วยสีหน้าตกใจ
อวี๋หวั่นจับชีพจรก็รับรู้ได้ทันทีว่าเขาถูกสารหนู
ในชนบทก็มีสารหนู ทว่านำมาใช้เป็นยาฆ่าหนู ผงเพียงหนึ่ง ช้อนสามารถฆ่าหนูได้ทั้งหมู่บ้าน
สารหนูที่องค์ประมุขได้รับ ไม่ใช่สารหนูธรรมดา มันถูกทำให้ บริสุทธิ์ ความเป็นพิษใกล้เคียงกับเห้อติ่งหง (สารตั้งต้นของ สารประกอบสารหนู)อย่างยิ่งยวด หากไม่ใช่เพราะองค์ประมุข สำรอกพิษออกมาในเวลานั้น เกรงว่าคงสิ้นพระชนม์ไปแล้ว
ถึงจะเป็นเช่นนั้น พิษที่หลงเหลืออยู่ในร่างกายก็มิใช่ว่าขจัด ออกไปได้โดยง่าย
อวี๋หวั่นให้ฝูหลิงพาองค์ประมุขเข้าไปในห้องข้างๆ
ขันทีหวังหมายจะไปเรียกทหารองครักษ์มาหามองค์ประมุข ก็ เห็นสาวใช้หลังเสือเอวหมีคนหนึ่งอุ้มองค์ประมุขเข้าไปได้อย่าง สบายๆ
ขันทีหวังที่จู่ๆ ก็ไม่รู้จะกล่าวสิ่งใด “…”
ขั้นแรกอวี๋หวั่นฝังเข็มป้องกันหัวใจขององค์ประมุขก่อน จาก
นั้นจึงให้จื่อซูไปตามชุยเฒ่า
“เป็นเช่นนี้วันแล้ววันเล่า ให้หยุดพักสักวันได้หรือไม่!”
ทั้งต้องระงับพิษของเยี่ยนจิ่วเฉา ทั้งต้องรักษาอาการบาดเจ็บ ของเห้อเหลียนเป่ยหมิง มาจนถึงจวนประมุขหญิงก็ยังต้องร่วมมือ กับราชบุตรเขยแสร้งป่วย เขารู้สึกเหมือนหัวจะระเบิด ในที่สุดก็มี ช่วงเวลาเพียงน้อยนิดให้พักผ่อน แต่แล้วก็ถูกตามตัวไปล้างพิษ แก่องค์ประมุขอีก
“หมอหลวงหนานจ้าวของพวกเจ้าตายกันไปหมดแล้วหรือ?!”
ชุยเฒ่าโกรธจัด
ชุยเฒ่าทำให้องค์ประมุขอาเจียนออกมาไม่หยุด
จนองค์ประมุขแทบจะสำรอกนํ้าดีออกมา
องค์ประมุขครองบัลลังก์มาเนิ่นนาน เขาลืมความรู้สึกของการ ถูกลอบทำร้ายไปนานแล้ว ทว่ายามนี้กลับผุดขึ้นในจิตใจจนหมด สิ้น ในหัวเต็มไปด้วยความหวาดกลัวที่วนเวียนอยู่กับความเป็น ความตาย
เขาไม่คาดคิดเลยว่าอายุมากถึงเพียงนี้จะต้องพบกับความ โชคร้ายกะทันหันที่คาดไม่ถึง
ชุยเฒ่าลงมืออย่างรุนแรง หนึ่งเพราะ หากไม่แรงก็ไม่อาจช่วย ชีวิตได้ สองเพราะ เขากำลังจะนอน ทว่าจู่ๆ ก็ถูกคนตะโกนปลุกจน ตกใจตื่น ทำให้เขาหงุดหงิดยิ่งนัก
การช่วยเหลือผ่านไปครึ่งค่อนคืน ชีวิตขององค์ประมุขนับว่า ถูกปกป้องไว้ได้ แต่ก็ถูกกระทำอย่างรุนแรงจนหมดสภาพ
เขานอนอยู่บนเตียงคนป่วย ผมเผ้ากระเซิงยุ่งเหยิง ใบหน้าซีด ราวกับถูกคนรุมทำร้ายอย่างโหดเหี้ยม
เหตุการณ์ใหญ่โตแบบนี้ แม้จวนประมุขหญิงไม่อยากเป็น เรื่องฮือฮาก็คงไม่ได้
ได้ยินมาว่าองค์ประมุขถูกวางยาพิษที่จื่อเวยเก๋อ
ปฏิกิริยาแรกของประมุขหญิงคือ เสด็จพ่อมาหานาง? ในใจ ของเสด็จพ่อยังมีนางอยู่จริงๆ!
ปฏิกิริยาที่สองคือ เหตุใดเสด็จพ่อถึงตรงไปยังจื่อเวยเก๋อ?
จากนั้นถึงลุกขึ้นอย่างฉับพลัน “เจ้าว่าอย่างไรนะ? เกิดอันใด ขึ้นกับพ่อของข้า?”
ทหารรักษาพระองค์ที่เข้ามารายงานข่าวกล่าวว่า “ฝ่าบาท พระองค์…พระองค์…พระองค์ถูกวางยาพ่ะย่ะค่ะ!”
แน่นอนหนานกงหลีก็ได้รับข่าวเช่นกัน แต่ช้ากว่าประมุขหญิง เพราะเขาลงไปยังคุกใต้ดิน กว่าจะขึ้นมาก็เป็นเวลาหลังเที่ยงคืน แล้ว
องครักษ์ประจำเรือนนำเรื่ององค์ประมุขถูกวางยาในจื่อเวยเก๋ อรายงานแก่หนานกงหลี
หนานกงหลีไม่ได้คิดว่าองค์ประมุขเดินทางมาเยี่ยมประมุข
หญิง เก้าในสิบคงเพราะได้ยินว่าราชบุตรเขยฟื้นแล้ว จึงมาไต่สวน ดังนั้นหากเขาปรากฏตัวที่จื่อเวยเก๋อก็ไม่แปลกใจ
ท่านตาถูกวางยาที่จื่อเวยเก๋อ ไม่ว่าผู้ใดทำ ก็คงไม่อาจปฏิเสธ ว่าไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มคนในจื่อเวยเก๋อ เป็นเช่นนี้ก็ดี ไม่จำเป็นต้อง ให้เขาออกแรงสร้างความแตกแยกแก่ประมุขหญิงและราชบุตร เขย องค์ประมุขก็ทำให้คนพวกนั้นพบกับความโชคร้ายไปเสียก่อน
เขาครุ่นคิดร้อนใจกับเรื่องหน่วยกล้าตายกึ่งซิวหลัวทั้งสาม จึง ไม่ได้คิดมาถึงตนเอง
จนกระทั่งเขาดื่มชาไปหลายจิบ ก็ค่อยๆ รู้สึกถึงความผิดปกติ “ช้าก่อน องค์ประมุขถูกวางยาได้เยี่ยงไร?”
ผู้คุมกล่าวว่า “ว่ากันว่า…ทรงเสวยถังหูลู่ไปเพียงคำเดียว”
หนานกงหลีสีหน้าพลันเปลี่ยนกะทันหัน!
องค์ประมุขร่างกายอ่อนแอตลอดทั้งคืนภายในจื่อเวยเก๋อ วัน ที่สองถึงมีแรงจัดการเรื่องที่ตนถูกวางยา
แน่นอน เขาไม่จำเป็นต้องตรวจสอบเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ด้วย ตนเอง ขันทีหวังก็ตรวจสอบมาอย่างชัดเจนแล้ว
องค์ประมุขถูกยาพิษหลังจากกินถังหูลู่นั้นเข้าไป พิษนั้นจะ ต้องอยู่บนถังหูลู่ ขันทีหวังเป็นชายชราที่อยู่ในวังหลวง แค่ขบคิด เพียงเล็กน้อยก็พอจะเดาออก
เพื่อตรวจสอบการคาดเดา เขาจึงนำถังหูลู่ทั้งหมดที่ไข่ดำทั้ง
สามมอบให้องค์ประมุข มาให้อวี๋หวั่นทดสอบยาพิษ
อวี๋หวั่นแช่ถังหูลู่ในนํ้าสะอาดและลองใช้เข็มเงินจุ่ม เป็นดัง คาด เข็มเงินเปลี่ยนเป็นสีดำ
เดิมทีถังหูลู่เหล่านี้มอบให้กับบุตรชายของเธอ หากไม่ใช่เพราะ องค์ประมุขเข้ามาขวางก่อนและแลกเปลี่ยนถังหูลู่ของพวกเขากับ ฝูหยวนจื่อ ก็คงเป็นบุตรชายที่รักทั้งสามของเธอที่ถูกวางยาใน ตอนนี้
ของเหล่านี้ ประมุขหญิงสั่งให้คนไปซื้อ นางจึงเป็นที่น่าสงสัย ที่สุด
อย่างไรก็ตามอวี๋หวั่นไม่ได้คิดว่านางเป็นฆาตกร
ยามนี้ประมุขหญิงเอาแต่นึกถึงราชบุตรเขย เพื่อเอาราชบุตร เขยกลับมา กระทั่งศักดิ์ศรีนางก็ยอมทิ้ง นับประสาอะไรกับการ วางยาพิษเด็กที่เป็นแก้วตาดวงใจของราชบุตรเขย แม้แต่จะแตะ ผมสักเส้นของพวกเขา เกรงว่านางคงไม่กล้าเสียด้วยซํ้า
และไม่น่าจะเป็นองค์หญิงน้อยกระเป๋าฟางผู้นั้นได้ หากนางมี แผนการเช่นนี้ คงไม่สามารถปล่อยให้อวี๋หวั่นกลั่นแกล้งครั้งแล้ว ครั้งเล่า
หลังจากตัดไปทีละคน ก็เหลือเพียงหนานกงหลี
หนานกงหลีเป็นบุรุษที่มากเล่ห์เหลี่ยมและร้ายกาจ เขาคงรู้ว่า พวกเขากำลังหลอกใช้ประมุขหญิง จึงออกอุบายชั่วร้าย วางยาพิษ ในอาหารที่ประมุขหญิงส่งมาเพื่อสร้างความแตกแยก
หากพวกเขาไม่รู้จักลักษณะนิสัยของหนานกงหลี ก็อาจสงสัย ในตัวประมุขหญิงไปแล้ว
แม้ว่าพวกเขาจะรู้ว่าคนร้ายไม่ใช่ประมุขหญิง แต่หากพวก เด็กๆ กินเข้าไปจริงๆ เยี่ยนอ๋องต้องโกรธประมุขหญิงเป็นแน่ ไม่ว่า ผลลัพธ์เป็นอย่างไร เป้าหมายของหนานกงหลีก็บรรลุผลสำเร็จ
ในแง่ของกลยุทธ์ นอกจากจะโหดเหี้ยมแล้ว ก็ยังไม่มีช่องโหว่ ใดๆ
น่าเสียดาย ที่เขาโชคไม่ดีนัก
เรื่องนี้ถูกองค์ประมุขทำพังเสียแล้ว
ไม่ว่าเป็นผู้ใดในจื่อเวยเก๋อที่ถูกพิษ เยี่ยนอ๋องเองก็ยังไม่พอใจ ทั้งนั้น
แล้วองค์ประมุขละ…
อวี๋หวั่นลูบคาง
สั่งสอนบุตรได้ชั่วร้ายถึงเพียงนี้ ในใจของเยี่ยนอ๋องดูเหมือน ยิ่งมีความคิดเห็นเกี่ยวกับเขามากขึ้นกระมัง…
อวี๋หวั่นเดาไม่ผิด ได้ยินมาว่าคนที่ถูกวางยาคือองค์ประมุข สีห น้าของเยี่ยนอ๋องสงบราบเรียบยิ่งนัก กลับไปพักผ่อนที่เรือนพร้อม กับไข่ดำทั้งสามที่มีสีหน้านิ่งงัน
องค์ประมุขไม่ทราบถึงความพยายามของประมุขหญิงที่ทำทุก อย่างเพื่อให้ได้ราชบุตรเขยคืน ความสงสัยในตัวประมุขหญิงจึงไม่
สามารถขจัดออกไปได้
แน่นอน เขาเข้าใจว่ายาพิษนั้นไม่ได้พุ่งเป้ามาที่เขา ด้วยเหตุนี้ เขาจึงยิ่งโกรธเกรี้ยว
หากไม่ใช่ว่าเขาเกิดความคิดขึ้นมาชั่วคราวว่าอยากเห็นเด็กๆ พวกเขาก็คงจะถูกฆ่าอย่างทารุณ
เด็กชายที่น่ารักเช่นนั้น เมื่อคิดว่าพวกเขาแต่ละคน…
องค์ประมุขไม่กล้าคิดต่อ
องค์ประมุขสั่นสะท้านด้วยไฟแห่งโทสะ
แม้แต่เด็กที่ไร้เดียงสาก็ไม่เว้น หัวใจของนางทำด้วยสิ่งใดกัน?
เป็นเพราะพวกเขาเป็นลูกหลานของราชบุตรเขยกับสตรีอื่น จึงไม่สามารถทนต่อพวกเขาได้หรือ?
จิตใจของนางไม่สามารถอดทนต่อเด็กไร้เดียงสาเพียงไม่กี่คน แล้วจะทนต่อประชาชนเรือนหมื่นเรือนแสนได้เยี่ยงไร? !
องค์ประมุขนั่งที่หัวเตียง ตรัสอย่างโกรธเกรี้ยวดุจสายฟ้าฟาด “เรียกประมุขหญิงมาหาข้า!”
ประมุขหญิงรออยู่ที่ห้องด้านข้างอยู่ก่อนแล้ว ยามขันทีหวังมา สืบสวนคดีนางก็เฝ้าดูอยู่ นางรู้ดีกว่าใครว่านางถูกใส่ความ แต่นาง ไม่สงสัยในตัวบุตรชายของนาง หากแต่สงสัยคู่สามีภรรยาเยี่ยนจิ่ว เฉา
นางคิดว่า เพราะพวกเขาไม่เต็มใจยอมรับตนเองใช่หรือไม่
พวกเขาจึงตั้งใจแสดงละครจัดฉาก แต่คิดดูแล้วก็ไม่น่าเป็นไปได้ ผู้ใดจะเอาบุตรมาเสี่ยงอันตราย?
ยังไม่ทันนึกเหตุผลออก องค์ประมุขก็เรียกนางเข้าพบ
“ท่านพ่อ…”
“ลูกเวร คุกเข่าลง!”
หัวใจของประมุขหญิงเต้นระรัว คุกเข่าลงด้วยความงุนงง “ท่านพ่อ ลูกถูกใส่ความ——”
องค์ประมุขตรัส “เจ้าให้คนไปซื้อของ เจ้าให้พวกเขาไปที่เรือน ของหลีเอ๋อร์ จากนั้นก็มาที่จื่อเวยเก๋อ คนที่จื่อเวยเก๋อ ไม่ได้สัมผัส กับถังหูลู่ ข้าเป็นคนแรก”
องค์ประมุขไม่ได้ให้โอกาสประมุขหญิงปฏิเสธ และวางหลัก ฐานทั้งหมดต่อหน้านาง “เจ้าให้หลีเอ๋อร์วางยาพิษพวกเขาใช่หรือ ไม่?!”
‘ถูกพบแล้วอย่างไร? คนก็เป็นประมุขหญิงที่ส่งไป และของก็ เป็นประมุขหญิงที่บอกให้ซื้อมา พวกเขาจะมาสงสัยข้าได้อย่างไร? แม้จะรู้ว่าข้าเคยสัมผัสสิ่งเหล่านั้น แต่ข้าเป็นบุตรของประมุขหญิง ประมุขหญิงก็ยังคงต้องการทำให้ตนเองบริสุทธิ์อยู่อีกหรือ?’
กลยุทธ์ของหนานกงหลีได้ผล เรื่องที่เขาทำถูกคนพบแล้ว และประมุขหญิงก็ถูกเขาลากลงนํ้าได้สำเร็จ
แต่น่าเสียดาย คนที่สงสัยพวกเขาเปลี่ยนจากราชบุตรเขย
เป็นองค์ประมุขไปเสียแล้ว
นี่จึงกลายเป็นคนละเรื่อง
ประมุขหญิงเดินไปที่เตียงและจับพระหัตถ์ขององค์ประมุขแน่ นิ่ง พลางรํ่าไห้ “ท่านพ่อ ลูกไม่ได้ทำ…ลูกถูกใส่ความ…ลูกถูกใส่ ความ…ลูกไม่เคยคิดทำร้ายเด็กๆ…”
นัยน์ตาขององค์ประมุขเย็นชาลง “เช่นนั้นเจ้าหมายจะทำร้าย ข้าหรือ?”
ราชบุตรเขยหญิงถึงกับผงะ
องค์ประมุขตรัสตำหนิตนเอง “ใช่ เจ้าเป็นบุตรสาวเพียงคน เดียวที่ข้ายอมรับ และเป็นประมุขในอนาคต แม้ว่าเจ้าจะสูญเสีย อำนาจไปชั่วคราว ก็ไม่อาจสั่นคลอนตำแหน่งของเจ้าได้ ข้าแก่แล้ว อยู่ได้อีกไม่นาน ไม่ช้าก็เร็วอาณาจักรผืนนี้ก็ต้องเป็นของเจ้า หาก เจ้าต้องการจะรู้วิถีของข้า ก็คงไม่ยากกระมัง…”
แม้ว่านางจะมีสายในวังหลวง และมีคนรอบกายองค์ประมุขที่ ไปพึ่งพานางอยู่ไม่น้อยก็จริง แต่ครั้งนี้นางไม่ได้ติดต่อกับพวกเขา เลยแม้แต่น้อย! ไม่มี ไม่มีเลย!
องค์ประมุขหัวเราะ
ในหมู่ราษฎรมีคำกล่าวที่ว่า ยอมเห็นผีรํ่าไห้ แต่ไม่ยอมเห็นผี หัวเราะ
วาจานี้ก็เป็นเช่นเดียวกับองค์ประมุข ยามที่องค์ประมุขส่าย
หน้ามิใช่สิ่งที่น่ากลัวที่สุด สิ่งที่น่ากลัวคือยามที่เขาหัวเราะออกมา
นั่นคือช่วงเวลาที่เขาโหดร้ายและไร้ความรู้สึกที่สุด
องค์ประมุขมองไปยังแสงแดดด้านนอกหน้าต่างและพึมพำ “ข้าก็ไม่รู้ ว่าในใจของเจ้า…ข้าเป็นคนตายไปแล้ว”
ประมุขหญิงส่ายหัว “ท่านพ่อ!”
…………………………………………
[1] จ้าวอี๋จื่อ คือ สบู่ในสมัยโบราณ