หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม - บทที่ 308 ความจริง
เมื่อได้ยินว่าอวิ๋นเฟยมา สีหน้าขององค์ประมุขและฮองเฮาก็ ยํ่าแย่ยิ่งกว่าเดิม
คนที่ฮองเฮาเกลียดที่สุดในชีวิตก็คืออวิ๋นเฟย ไม่คิดจะเจอ หน้านางแม้แต่น้อย
องค์ประมุขก็มิได้เกลียดนางไปน้อยกว่าอวิ๋นเฟย แม้ว่าเขาจะ ไม่ใช่พ่อที่ดี แต่เขาก็มิใช่องค์ประมุขที่ไร้ยางอาย นอกจากนาง กำนัลแล้ว ในวังหลังของเขาก็มีสตรีเพียงแค่สองคน ก็คือฮองเฮา ซึ่งตบแต่งอย่างถูกต้องตามขนบ และอวิ๋นเฟยซึ่งปรากฏเพียงใน นาม
อวิ๋นเฟยไม่ใช่คนที่พึงพอใจในสิ่งที่ตนเองมี นางมักสร้าง ปัญหาอยู่บ่อยครั้ง แต่นางก็อยู่ส่วนของนาง องค์ประมุขไม่ได้ใส่ใจ เพียงแต่ครั้งนี้นางมาเยือนถึงตำหนักขององค์ประมุขและฮองเฮา
วันนี้กลับแปลกไป สตรีผู้นี้ลืมคำสั่งขององค์ประมุขไปเสีย สนิท
องค์ประมุขตกอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขาไม่มี เวลาจะไปสนใจนาง จึงรับสั่งออกไปว่า “บอกไปว่าเรากำลังคุยกับ ฮองเฮาอยู่ ให้นางกลับไป!”
ข้าราชสำนักนำความแจ้งแก่นาง ไม่นานก็กลับมาแล้วกล่าว
ด้วยนํ้าเสียงหนักใจว่า “อวิ๋นเฟยบอกว่าหากพระองค์ไม่ให้นางเข้า เฝ้า นางก็จะไม่ไป”
องค์ประมุขตบโต๊ะเสียงดัง!
เมื่อศัตรูหัวใจมาปรากฏตัว ฮองเฮาก็ไม่สนใจที่ระเบิดโทสะใส่ องค์ประมุขอีก นางจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย เช็ดคราบนํ้าตา กล่าว ด้วยนํ้าเสียงราบเรียบว่า “ข้าจะไปพบนาง”
การพบกันของทั้งสองนับว่ายังอยู่ในพระเนตรพระกรรณของ องค์ประมุข ไม่จำเป็นต้องกังวลว่าฮองเฮาจะถูกรังแก องค์ประมุข จึงไม่ได้ห้าม
ฮองเฮาออกมาจากห้องบรรทมขององค์ประมุขด้วยท่าทาง งามสง่า นางเอาชนะความอ่อนแอเมื่ออยู่ต่อหน้าองค์ประมุขได้ แล้ว และกำลังสำแดงอำนาจของจอมนางแห่งแผ่นดินหนานจ้าว
ข้าราชสำนักฝ่ายในและนางกำนัลล้วนแต่ก้มหน้า ไม่มีผู้ใด กล้ามองฮองเฮาตรงๆ
อวิ๋นเฟยยืนรออยู่ที่พื้นหินขัดหน้าทางเข้าตำหนัก
ทั้งฮองเฮาและอวิ๋นเฟยล้วนแต่ย่างเข้าวัยเป็นย่ายายคน บน ใบหน้าประทับร่องรอยของกาลเวลา ทว่าครั้นยังเยาว์วัย พวกนาง เป็นถึงหญิงงามอันดับต้นๆ อีกทั้งยังกินดีอยู่ดีและได้รับการบำรุง ที่ดี ทำให้พวกนางแลคล้ายกับคนอายุเพียงสี่สิบปี
ฮองเฮางามสง่า อวิ๋นเฟยสะคราญสดใส
อวิ๋นเฟยมองไปยังใบหน้าของฮองเฮาซึ่งเห็นได้ชัดว่าเพิ่ง ร้องไห้มา นางแค่นเสียงขึ้นจมูก แล้วคำนับอย่างขอไปทีครั้งหนึ่ง “น้องถวายพระพรฮองเฮา ขอให้มีอายุยืนหมื่นปีหมื่นๆ ปี”
ฮองเฮาเห็นท่าทางเสแสร้งของนางก็เกิดโทสะ จึงตวัดสายตา มองนาง “ได้รับคำอวยพรจอมปลอมของเจ้าเช่นนี้ เห็นทีทั้งใต้หล้า คงไม่มีใครอยากเห็นข้าตายเร็วเท่าเจ้าแล้ว”
อวิ๋นเฟยกลอกตา “ข้าอยากเห็นแล้วอย่างไร? ฮองเฮาก็ยัง สบายดีอยู่นี่เพคะ”
“บังอาจ!” นางกำนัลข้างกายฮองเฮาตวาด
อวิ๋นเฟยตบหน้านางฉาดหนึ่ง แล้วกล่าวด้วยนํ้าเสียงดุดันว่า “เจ้าเป็นใคร? ข้าคุยกับฮองเฮา เจ้าควรเข้ามาสอดอย่างนั้นหรือ?”
เพียะ!
เป็นฝ่ามือของฮองเฮาที่ฟาดลงไปบนใบหน้าของอวิ๋นเฟย
“เจ้านั่นแหละเป็นใคร! เจ้าไม่จำเป็นต้องมาสอนบ่าวของข้า”
ฮองเฮากล่าวด้วยนํ้าเสียงเย็นเยียบ
เมื่อก่อนฮองเฮาไม่ใช่คนเอาแต่ใจเช่นนี้ วันนี้เกิดเรื่องขึ้น ไฟ โทสะยังคุกรุ่นอยู่ในใจ เมื่อถูกอวิ๋นเฟยกระตุ้นโทสะอีก จึงลงมือลง ไม้เพื่อระบายอารมณ์
นางสวมปลอกเล็บ ปลายแหลมของมันวาดผ่านใบหน้าของอ วิ๋นเฟยเป็นบาดแผลใหญ่ หยดเลือดซึมออกมาจากบาดแผล
อวิ๋นเฟยลูบหน้า เมื่อเห็นหยดเลือดที่ปลายนิ้ว ก็แค่นหัวเราะ อย่างเย็นชา “ฮองเฮาระงับโทสะไว้ไม่ได้แล้วกระมัง? ถ้าให้น้องเดา คงเป็นเพราะฝ่าบาทปฏิเสธคำขอของฮองเฮาใช่ไหมเพคะ? จะว่า ไปก็ใช่ ลูกสาวในไส้ถูกขังไว้ในคุกหลวง ชั่วชีวิตนี้คงกลับมาผงาด เหมือนเดิมไม่ได้ หากข้าเป็นฮองเฮา ข้าก็คงโมโหจนแทบบ้า เหมือนกัน”
ฮองเฮากำหมัดแน่น เล็บจิกเข้าไปในเนื้อ
อวิ๋นเฟยยิ้มเย้นหยัน “ได้ยินว่าตี้จีองค์โตกลับมาแล้ว ฝ่าบาท ต้องอยากให้นางกลับมาเป็นแน่ ทำอย่างไรดี? เมื่อนางได้ครอง บัลลังก์ ข้าก็จะเป็นไทเฮาแห่งหนานจ้าว ท่านพี่ลองเดาดูสิเพคะว่า นางจะจัดการท่านและลูกสาวของท่านอย่างไร?”
ฮองเฮายกมือขึ้นมาอีกครั้ง
อวิ๋นเฟยจับแขนนางไว้ “ท่านพี่ระวังสักนิดนะเพคะ ข้าไม่ได้ เป็นคนไร้ที่พึ่งพาอีกต่อไปแล้ว หลังจากนี้ฝ่าบาทเองก็คงต้องมา ขอร้องข้า ท่านพี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง”
ฮองเฮากัดฟันกรอด “เจ้าอย่าได้ใจเร็วนัก!”
อวิ๋นเฟยยิ้มน้อยๆ “ข้าบอกไปแล้วว่าลูกข้าต้องกลับมา ความ พยายามของท่านย่อมไร้ผล สุดท้ายก็เป็นเพียงการใช้ตะกร้าไม้ไผ่ ตักนํ้าใช่ไหมเพคะ? ข้าได้ยินว่าสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่ตี้จีองค์เล็กใช้ ลูกสาวข้าไปแลกมานั้นไม่ยอมรับนางเป็นเจ้านาย แต่มันกลับไปย อมรับหลานตัวน้อยของข้าเป็นเจ้านาย ท่านพี่ ท่านคิดว่าเรื่องนี้
เกิดขึ้นได้อย่างไร ข้าคิดว่าเป็นเพราะลิขิตสวรรค์ ท่านพี่คิดว่า อย่างไรเพคะ?”
ฮองเฮามองนางด้วยความรังเกียจ ไม่รู้ว่านางต้องใช้ความ พยายามมากเท่าไรจึงจะระงับความโกรธเอาไว้ได้
อวิ๋นเฟยเงยหน้ามองฟ้า ค่อยๆ ยกมือขึ้นแล้วกล่าว สีหน้าของ นางเปี่ยมไปด้วยความสุข “หลายปีมานี้ ข้ารอคอยให้ลูกกลับมาทุก วัน ท่านพี่ก็คงภาวนาขอให้ลูกข้าไม่กลับมา แต่ดูเหมือนว่า… สวรรค์จะเข้าข้างข้า ท่านพี่ไม่ได้บอกหรอกหรือว่าข้าตั้งท้องตัว กาลกิณี? เช่นนั้นเดี๋ยวท่านพี่ก็คงได้เห็นเต็มสองตาว่าตัวกาลกิณี เข้าวังและจะแก้แค้นอย่างไร!”
“พล่ามจบแล้วหรือยัง!”
องค์ประมุขเดินเข้ามาด้วยสีหน้าถมึงทึง
อวิ๋นเฟยแค่นเสียง ‘หึ’ ขึ้นจมูก สงบปากสงบคำอย่างไม่เต็มใจ จากนั้นก็หันไปถวายบังคม “ฝ่าบาท”
องค์ประมุขมิได้ใส่ใจจะมองนาง เขาเดินไปด้านหลังฮองเฮา พยุงแขนของนางไว้ แล้วเอ่ยถามด้วยนํ้าเสียงอ่อนโยนว่า “เจ้าไม่ เป็นไรใช่ไหม?”
ฮองเฮาโกรธอวิ๋นเฟยจนแทบลมจับ โชคดีที่องค์ประมุขเข้ามา พยุงได้ทัน หากช้ากว่านี้อีกสองก้าวเห็นทีนางคงล้มลงไปกองบน พื้นแล้ว
อวิ๋นเฟยกลอกตา “นอกจากแสร้งทำเป็นคนดี แสร้งทำเป็น
น่าสงสารแล้วยังทำอะไรได้อีกบ้าง? เสแสร้งมานานหลายปี ท่าน รู้สึกเหนื่อยบ้างไหม? ท่านเสแสร้งต่อไปเถิด อย่างไรเสียก็คงทำได้ อีกไม่นาน ฝ่าบาทรักท่าน แต่คนอื่นอาจจะไม่”
นางหมายถึงหลังจากที่ตี้จีองค์โตขึ้นครองบัลลังก์แล้ว จะไม่มี ทางเห็นสตรีผู้นี้อยู่ในสายตา
อันที่จริง ด้วยความสัมพันธ์ที่เปรียบดังนํ้ากับไฟของตี้จีองค์ โตกับฮองเฮาและตี้จีองค์เล็กนั้น สามารถทำให้ฮองเฮาและตี้จี องค์เล็กเข้าไปอยู่ในตำหนักเย็นได้เลย ให้พวกนางได้ลิ้มลอง รสชาติของความสิ้นหวังเสียบ้าง
ในตอนนั้นเอง องค์ประมุขตวาดขึ้นว่า “เจ้าเงียบบัดเดี๋ยวนี้!”
อวิ๋นเฟยกำผ้าเช็ดหน้าแน่น นางเอ่ยขึ้นด้วยความขุ่นเคืองว่า “ฝ่าบาทให้ข้าเงียบ แล้วยังทำอะไรได้อีกบ้างเพคะ? ฮองเฮาเป็น ภรรยาของท่าน แล้วข้าไม่ได้เป็นหรือ? เป็นสามีภรรยากันคืนเดียว สัมพันธ์กันชั่วชีวิต ข้าเองก็ให้กำเนิดเลือดเนื้อเชื้อไขของฝ่าบาท แต่ฝ่าบาทไม่เคยชายตามองข้าด้วยซํ้า! ทำไมเล่าเพคะ เป็นเพราะ ชาติกำเนิดของข้านั้นต้อยตํ่าหรือ? ฝ่าบาทถึงจับลูกที่ข้าคลอด ออกมาไปโยนทิ้ง! แต่ก็เอาเถอะ! ทิ้งไปแล้วนี่! อย่าไปหานางก็แล้ว กัน!”
องค์ประมุขมีสีหน้าดุดัน “เรื่องของเรา เจ้าไม่ต้องยื่นมือเข้า มาสอด!”
อวิ๋นเฟยยิ้มขมขื่น “เป็นเพราะสำหรับฝ่าบาทแล้ว ข้าทำอะไร
ก็ผิดไปเสียทุกอย่าง ฮองเฮาทำอะไรก็ถูก? มีบางสิ่งที่ข้าเก็บไว้ใน ใจมานาน ที่ผ่านมาฝ่าบาทคงเบื่อที่จะฟังข้าพูด แต่วันนี้ลูกข้านำ สัตว์ศักดิ์สิทธิ์กลับมา ข้าจึงคิดว่าหากฝ่าบาทเห็นแก่นาง ก็ควรฟัง ที่ข้าพูดให้จบ”
องค์ประมุขนึกอยากโต้แย้ง แต่ก็พบว่าตนไม่อาจโต้แย้งได้
อวิ๋นเฟยก็เป็นอวิ๋นเฟยคนเดิม แต่ก็ไม่ใช่อวิ๋นเฟยคนเดิมอีก ต่อไป
ถ้าหากตี้จีองค์โตได้ขึ้นครองบัลลังก์ เช่นนั้นอวิ๋นเฟยก็จะได้ เป็นไทเฮาแห่งหนานจ้าว
ความสัมพันธ์ของตนและธิดาคนโตนั้นเปราะบางเสียยิ่งกว่า แผ่นนํ้าแข็ง หากยังปฏิบัติต่อมารดาของนางไม่ดี ก็รังแต่จะทำให้ ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับลูกแย่ลงไปอีก
อวิ๋นเฟยหัวเราะเยาะตนเอง “หลายปีมานี้ข้าเป็นอย่างไร คง ไม่ต้องพูดถึง หากฝ่าบาทไม่ได้หูหนวกหรือตาบอด ก็คงรู้ว่าชีวิต ของข้าเป็นอย่างไร บนโลกนี้ไม่มีสิ่งใดที่สิ้นหวังไปกว่าการที่แม่ พรากจากลูกอีกแล้ว แต่ฝ่าบาทรู้หรือไม่เพคะว่าสิ่งที่สิ้นหวังกว่า คืออะไร? นั่นก็คือที่จริงแล้วข้ากับลูกไม่จำเป็นต้องทนทุกข์ทรมาน เช่นนี้ด้วยซํ้า เป็นเพราะนาง! เป็นเพราะฮองเฮา!”
นํ้าตากลิ้งอยู่ในขอบตาของอวิ๋นเฟย นางยกมือขึ้นชี้ไปยัง ฮองเฮาซึ่งใบหน้าซีดเผือด “นางร่วมมือกับราชครูคนก่อน ให้เขา ทำนายว่าลูกข้าเป็นกาลกิณี! ทำให้ลูกข้าถูกบิดาทอดทิ้งตั้งแต่
เกิด! ฝ่าบาททรงทำเพื่อความสงบสุขของประเทศ ข้าจะไม่กล่าว โทษท่าน แต่วันนี้เด็กคนนั้นกลับมาแล้ว ข้าขอวิงวอนฝ่าบาท ได้ โปรดให้ความเป็นธรรมแก่นางด้วย!”
จุดไท่หยางขององค์ประมุขเต้นตุบๆ “อวิ๋นเฟย…เจ้า…เจ้า พูดเหลวไหลอันใดกัน! ใส่ร้ายฮองเฮาและราชครูคนก่อน! ราชครู คนก่อนตายไปแล้ว ผู้ล่วงลับต้องได้รับความเคารพ…”
อวิ๋นเฟยกล่าวขึ้นตัดบท นางแทบคำรามออกมา “ถ้าคนที่ ตายเป็นเด็กคนนั้นเล่า! หิมะตกหนักถึงเพียงนั้น หนทางก็ยาวไกล ถึงเพียงนั้น…ฝ่าบาทไม่เคยคิดเลยหรือว่านางจะหนาวตายหรือ ป่วยตายระหว่างทางหรือไม่? ใครกันแน่ที่เป็นกาลกิณี ตอนนี้ยังไม่ กระจ่างอีกหรือ?”
นั่นสิ ยังไม่กระจ่างอีกหรือ?
ตี้จีสองคน ใครสร้างความโกลาหล ใครปลอบประโลมจิตใจ ของอาณาประชาราษฎร์ ตัดสินยากมากเชียวหรือ?
ทว่าอย่างไรเสียก็เป็นลูกของเขากับฮองเฮา
เขาไม่เชื่อว่าฮองเฮาจะกล้าวางแผนใส่ร้ายอวิ๋นเฟย และไม่ เชื่อว่าหนานกงเยี่ยนจะเป็นกาลกิณี
เช้าตรู่วันถัดมา สาส์นจากม้าเร็วก็มาถึง
เรื่องที่เยี่ยนอ๋องถูกลักพาตัวไปนั้นเล็ดลอดออกไป ฮ่องเต้แห่ง ต้าโจวเคืองแค้นเป็นอย่างมาก รับสั่งให้เซียวเจิ้นถิงนำทัพพลรบ หนึ่งแสนนายไปยังหนานจ้าว!
ชายแดนของหนานจ้าวถูกยึดครองเป็นที่เรียบร้อย