หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม - บทที่ 311 พานพบ
ก่อนหน้านี้มีฝนตกปรอยๆ ทำให้กำแพงอิฐสีเทาและกระเบื้อง มุงหลังคาสีแดงเปียกชื้น พื้นหินขัดก็เปียกเช่นกัน รองเท้าสีขาว ปักดิ้นงดงามค่อยๆ ก้าวข้ามธรณีประตู เหยียบลงบนพื้นที่ เฉอะแฉะ
มือข้างหนึ่งของนางจับชายกระโปรง ท่าทางระมัดระวัง
สายตาของเยี่ยนอ๋องมองไปยังใบหน้างาม ความทรงจำอัน ยุ่งเหยิงของเขาพลันชัดเจนขึ้นมา ราวกับมีมือข้างหนึ่งมาเปิดม่าน ที่บดบังสายตาของเขาออก ทำให้เขามองเห็นดวงหน้าซึ่งสลักตรึง อยู่ในใจ
วันเวลายังยอมจำนนต่อความงามของนาง
ผ่านไปสิบกว่าปี ร่องรอยแห่งกาลเวลาก็ไม่ได้ประทับอยู่บน ใบหน้าของนาง เพียงแต่นางแลดูเยือกเย็นกว่าแต่ก่อน ความปวด ร้าวมิได้ปรากฏอยู่บนหว่างคิ้วของนาง ทำให้ดูอ่อนหวานขึ้นกว่า เดิม
นางรักการแต่งตัว นางมักจะสวมเครื่องประดับเพชรนิลจินดา อยู่เป็นเนืองนิจ ในตอนนี้ใบหน้าของนางกลับปราศจากเครื่อง ประทินโฉม ดวงตาใสราวกับนํ้า ปิ่นปักผมหยกขัดอยู่ในเส้นผมดำ ขลับ นางไม่ใช่ซั่งกวนเยี่ยนในตอนนั้นที่สว่างวาบในความทรงจำ ของเขาอีกต่อไป
นางกลายเป็นสตรีสามัญคนหนึ่ง
ยังมีอีกหลายเรื่องที่นึกไม่ออก เขานึกออกเพียงภาพอันเลือน ราง ทว่าทันทีที่เห็นนาง ภาพต่างๆ ก็พรั่งพรูเข้ามาในสมองของเขา
ฉงเอ๋อร์หน้าเหมือนเขาสักเจ็ดส่วนเห็นจะได้ อีกสามส่วนนั้น เหมือนกับนาง
ไม่ต้องถามก็รู้ว่านางเป็นใคร ระหว่างพวกเขาเป็นความ สัมพันธ์ที่ลึกลํ้าที่สุดในโลก
“ไอ้หยา นั่นใครน่ะ ทำไมมาจ้องหน้าฮูหยินบ้านข้าเช่นนี้!” สาว ใช้คอยดูแลซั่งกวนเยี่ยนอย่างใกล้ชิด นางคอย
ระแวดระวังภยันตรายโดยรอบ เพราะฉะนั้นจึงสังเกตเห็น บุรุษผู้ซึ่งจับจ้องฮูหยินบ้านตนอย่างไม่ละสายตา
เยี่ยนอ๋องสวมหน้ากาก สาวใช้จึงจดจำครึ่งหน้าของบุรุษผู้เป็น บิดาของเยี่ยนจิ่วเฉาไม่ได้
ซั่งกวนเยี่ยนมองตามสายตาของสาวใช้ไป ก็เห็นร่างสูงโปร่ง และเมื่อเห็นดวงตาที่แสนคุ้นเคยคู่นั้น นางก็พลันตัวสั่นขึ้นมา ทันที!
“ฮูหยิน!”
“พระชายา!”
เสียงของสาวใช้และอิ่งลิ่วดังขึ้นพร้อมกัน
สาวใช้ตื่นตะลึง “เอ๋? องครักษ์อิ่ง?” จากนั้นก็มองไปยังอิ่งสือ
ซันซึ่งยืนอยู่ด้านข้าง “ไฉนจึงเป็นพวกท่าน?”
อิ่งสือซันและอิ่งลิ่วเป็นคนสนิทของเยี่ยนจิ่วเฉา ย่อมเคยไป จวนสกุลเซียว ซั่งกวนเยี่ยนเองก็เคยอาศัยอยู่ในจวนคุณชาย ต่าง ฝ่ายต่างรู้จักกัน ซั่งกวนเยี่ยนซื้อสาวใช้คนนี้มาเมื่อปีที่แล้ว นางชื่อ ว่าซิ่งจู๋
ซิ่งจู๋เป็นบ่าวจวนสกุลเซียว ย่อมใช้คำเรียกตามจวนสกุลเซียว เรียกซั่งกวนเยี่ยนว่าฮูหยิน อิ่งสือซันและอิ่งลิ่วกลับเรียกตามฐานะ ของคุณชาย จึงเรียกนางว่าพระชายามาตลอด
เมื่อได้ยินว่าพระชายา เยี่ยนอ๋องก็มีสีหน้าตกตะลึงขึ้นทันใด
ซั่งกวนเยี่ยนปล่อยมือจากสาวใช้ แล้วค่อยๆ เดินไปหาเยี่ยนอ๋ องด้วยความตะลึงงัน
“ท่านอ๋อง เป็นท่านหรือ?” นางหยุดอยู่เบื้องหน้าเยี่ยนอ๋อง นํ้า เสียงสะอึกสะอื้น
สายตาของเยี่ยนอ๋องไปหยุดอยู่ตรงหน้าท้องนูน ซึ่งนางกำลัง ใช้มือพยุงอยู่
ใช่แล้ว
นางแต่งงานกับคนอื่นไปแล้ว
แต่งงานกับแม่ทัพเซียวเจิ้นถิงผู้ยิ่งใหญ่
นางไม่ใช่ภรรยาของเขาอีกต่อไป
ซั่งกวนเยี่ยนยังไม่ทันได้สังเกตเห็นสายตาของเขา นางเพียง
ต้องการยืนยันตัวตนของเขา ขอบตาของนางแดงกํ่า มือสั่นเทิ่ม ยกขึ้นมาถอดหน้ากากของเขาออก
เยี่ยนอ๋องกำลังจมอยู่ในอาการตกตะลึง จึงเบี่ยงกายหลบ ไม่ทัน
หน้ากากถูกถอดออกแล้ว
ทันทีที่เห็นรอยแผลเป็นที่พาดผ่านใบหน้าข้างซ้ายของเขา นางก็ควบคุมตนเองไม่ได้ และรํ่าไห้ออกมา…
นางร้องไห้ราวกับกำลังจะขาดใจ
ซั่งกวนเยี่ยนผู้ซึ่งถูกคนครึ่งค่อนเมืองหลวงโจมตี นางไม่เคย สะเทือนใจเช่นนี้มาก่อน
เยี่ยนอ๋องอยากเดินเข้าไปเหลือเกิน ปลายนิ้วของเขาสั่นระรัว เขาทำไม่ได้ ทำไม่ได้อีกต่อไป นางไม่ใช่ชายาของเขาอีกต่อไป…
เซียวเจิ้นถิงได้ยินเสียงรํ่าไห้ครํ่าครวญของซั่งกวนเยี่ยน เขา ตกใจจนกระโดดลงจากรถม้า ปราดเข้าไปหาฮูหยิน ของตนอย่าง รวดเร็ว
“เกิดอะไรขึ้น? ใครรังแกเจ้า?”
เขาท่าทางร้อนรนราวกับเด็ก แม่ทัพใหญ่เซียวเจิ้นถิงผู้ซึ่งรบ ร้อยครั้งชนะร้อยครั้งไม่เคยต้องมาดูแลสตรีตั้งครรภ์ ก็เขาไม่มี ประสบการณ์นี่นา!
เขารู้เพียงว่าเมื่อสตรีตั้งครรภ์แล้วจะร้องไห้ง่ายขึ้น
แต่ร้องไห้หนักเพียงนี้คืออีกเรื่องหนึ่ง
เป็นเจ้าชั่วนั่นทำขนาดนี้เชียวหรือ?
ทำให้นางเป็นเช่นนี้จะเป็นใครไปได้นอกจากเจ้านั่น!!!
ทันใดนั้นเซียวเจิ้นถิงก็สังเกตเห็นบางอย่างไม่ชอบมาพากล
สีหน้าของทุกคนล้วนแต่ดูแปลกประหลาด
สาวใช้มีสีหน้าคล้ายกับจะพูดบางอย่างออกมา แต่นางกลับ ทำคอตก ราวกับอยากจะหายไปจากตรงนี้
เขาหันหน้าไป สายตาไปหยุดอยู่ที่อิ่งสือซันและอิ่งลิ่ว
พวกเขาเป็นองครักษ์ของเยี่ยนจิ่วเฉา ไฉนจึงมาอยู่ที่นี่?
สุดท้ายแล้ว สายตาของเขาก็ไปหยุดลงที่ร่างของเยี่ยนอ๋อง
อันที่จริง ในตอนที่เขากระโดดลงจากรถม้า เงาของคนผู้นี้ก็ เข้ามาอยู่ในสายตาของเขาแล้ว แต่ไม่รู้ว่าทำไม เขาจึงบังคับให้ ตนเองเพิกเฉย แล้วตรงไปหาซั่งกวนเยี่ยนทันที
เห็นที เมื่อครู่เขาคงจะเดาออกแล้ว เพียงแต่ลึกๆ ในใจกลับ ไม่รู้ว่าควรเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายอย่างไร
“เซียวเจิ้นถิง” เขาบอกชื่อตนเอง พร้อมกับยกมือขึ้นประสาน กัน “คำนับเยี่ยนอ๋อง”
สายตาที่ดูเฉื่อยชาของเยี่ยนอ๋องละจากใบหน้าของซั่งกวน เยี่ยน แล้วมาหยุดที่ใบหน้าของบุุรุษคนนี้ เขานึกไม่ถึงว่าจื่อจวินจะ มาชอบพอบุรุษหน้าตาท่าทางดุดันเช่นนี้ นางเป็นสตรีที่อ่อนหวาน
ทุกสิ่งทุกอย่างของนางตั้งแต่กระเบื้องไปจนถึงดอกไม้ใบหญ้า อีก ทั้งเสื้อผ้าอาภรณ์ของนาง เครื่องประดับของนาง ชุดนํ้าชาและ จานชาม ล้วนต้องประณีตงดงามถึงขั้นหาได้ยากในใต้หล้า
ในตอนนั้น เยี่ยนอ๋องเข้าตานาง ก็เพราะใบหน้าของเขาของ เขาหล่อเหลางดงามมากพอสำหรับนาง
ไม่ใช่เพียงรูปลักษณ์ของเขาเท่านั้น เขายังอ่อนโยนและเอาใจ ใส่ เรื่องรสนิยมและความสามารถยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึง เขาไม่ได้ลงเล่น ในสนามรบ มิเช่นนั้นแม่ทัพแห่งต้าโจวจะเกิดมาได้อย่างไร?
เซียวเจิ้นถิงเป็นคนหยาบกระด้าง
กินข้าวก็ต้องกินชามใหญ่ ดื่มสุราก็ดื่มไหยักษ์
ฝ่ามือของเขาใหญ่ราวกับอุ้งตีนหมี
เขียนตัวอักษรหนึ่งตัว แต่มีขนาดใหญ่เท่าตัวอักษรที่คนอื่น เขียนสิบตัว
ซั่งกวนเยี่ยนอยู่กับเยี่ยนอ๋องแลดูประหนึ่งเทพเซียน เมื่อไป อยู่กับเซียวเจิ้นถิง กลับดูเหมือนโฉมงามกับเจ้าชายอสูรเสีย มากกว่า
“ท่านอย่าได้กล่าวโทษนางเลย” เซียวเจิ้นถิงขวางอยู่ด้านหน้า ซั่งกวนเยี่ยน เยี่ยนอ๋องจ้องมองพวกเขาโดยที่ไม่ได้สนใจ เซียว เจิ้นถิงไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ ตนเองเป็นคนหยาบกระด้าง ไม่รู้นิสัย ใจคออันซับซ้อนของผู้ทรงภูมิ แต่เขาสัมผัสได้ว่าบุรุษผู้นี้ยังคงไม่ สบายใจ
ระหว่างทางมายังหนานจ้าวเขาก็คิดไว้บ้างแล้วว่าอาจได้พบ กับเยี่ยนอ๋อง แต่ไม่คิดว่าจะเร็วถึงเพียงนี้
“ข้าเป็นคนบังคับให้นางแต่งงานด้วย ข้ามียาถอนพิษของฉง เอ๋อร์ หากนางไม่แต่งงานกับข้า ข้าก็จะไม่ให้นาง!” เซียวเจิ้นถิงก ล่าวด้วยนํ้าเสียงจริงจัง
ซั่งกวนเยี่ยนดึงแขนเสื้อของเขาไว้เป็นเชิงปรามว่าอย่าพูด เหลวไหล
เซียวเจิ้นถิงยืดอกกล่าวว่า “ข้าบังคับให้นางแต่งงานเอง!”
เยี่ยนอ๋องไม่ได้พูดอะไร เขาหลุบตาลง แล้วหันหลังเดินเข้า เรือน
สาวใช้และอิ่งลิ่วมองหน้ากัน บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วย ความกระอักกระอ่วน
อิ่งสือซันสีหน้าไร้อารมณ์ดังเคย
ในตอนนั้นเอง รถม้าของอวี๋หวั่นก็เคลื่อนเข้ามา
ฝนเพิ่งตก พื้นถนนเฉอะแฉะ อวี๋หวั่นค่อยๆ อุ้มลูกลงจากรถ ม้า
เด็กน้อยทั้งสามวิ่งเข้ามาในทันใด
อวี๋หวั่นจึงเอ่ยปากเตือนว่า “ระวังชนท่านย่า!”
เป็นเพราะในท้องของซั่งกวนเยี่ยนมี ‘น้องเล็ก’ ทั้งสามจึงตื่น เต้นเหลือเกิน อยากวิ่งเข้าไปหา ‘น้องเล็ก’ แล้ว
นั่นคืออาเล็กของพวกเจ้า ไม่ใช่น้องเล็กสักหน่อย!
ทั้งสามมาหยุดตรงหน้าของซั่งกวนเยี่ยน พวกเขาเงยหน้าขึ้น ไปมองท้องกลมๆ ของนาง
เมื่อเห็นเด็กน้อยตัวจํ้ามํ่ากว่าแต่ก่อน ความชอกชํ้าในใจของซั่ งกวนเยี่ยนก็พลันหายไป แล้วหัวเราะออกมา
อวี๋หวั่นเดินเข้าไป บรรยากาศในตอนนี้ออกจะแปลก ประหลาดไปสักหน่อย ซั่งกวนเยี่ยนบวมเบ่งราวกับลูกเหอเถา(วอ ลนัท) แล้วก็…อิ่งลิ่วกับอิ่งสือซันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน? พวกเขา ไม่ได้ถูกเยี่ยนจิ่วเฉาส่งไปคุ้มกันเยี่ยนอ๋องหรอกหรือ?
“เกิดอะไรขึ้น” อวี๋หวั่นถามขึ้นเพราะคล้ายกับมีลางสังหรณ์
อิ่งลิ่วชี้ไปยังเรือนของเยี่ยนอ๋อง “เมื่อครู่พระชายาเจอกับเยี่ย นอ๋องขอรับ”
“อา…” อวี๋หวั่นทำตาโต
เซียวเจิ้นถิงได้ยินข่าวคราวของเยี่ยนอ๋องตั้งแต่ครั้นอยู่ใน เมืองหลวง ข่าวเหล่านี้มาจากคาราวานพ่อค้าจากทางใต้ เป็น เพราะเคยเข้าไปในตำบลชิงเหอ จึงได้ยินข่าวของสกุลเห้อเหลียน รวมไปถึงข่าวของราชบุตรเขยและพระชายา
ข่าวคราวในชายแดนนั้นไม่ละเอียดเท่าในเมืองหลวง ยิ่งไป กว่านั้นหลายวันก่อนหน้านี้ ในตอนนั้นเรื่องของจวนประมุขหญิง เพิ่งถูกเปิดเผยได้ไม่นาน จึงรู้เพียงว่าราชบุตรเขยคือเยี่ยนอ๋อง แต่ ไม่รู้ว่าประมุขหญิงบีบบังคับเยี่ยนอ๋อง
เพราะฉะนั้นในเมืองหลวงจึงเต็มไปด้วยการคาดเดาในแง่ลบ กล่าวว่าเยี่ยนอ๋องแสร้งว่าตายไปแล้ว ทอดทิ้งภรรยาและลูก จาก นั้นก็ไปเป็นราชบุตรเขยของประมุขหญิงแห่งหนานจ้าว
เรื่องนี้เดิมทีก็ควรจะปกปิดซั่งกวนเยี่ยนได้ แต่กลับมีข่าวว่า ซื่อจื่อจวนเยี่ยนอ๋องเดินทางไปยังหนานจ้าวเพื่อตามหาพ่อแท้ๆ ของตน
ฮ่องเต้จึงรับสั่งให้ซั่งกวนเยี่ยนเข้าเฝ้า แล้วถามนางถึงเรื่องนี้
ซั่งกวนเยี่ยนสับสน นางไม่รู้เลยว่าลูกชายลอบเดินทางไปยัง หนานจ้าว และไม่รู้เลยว่าเยี่ยนอ๋องยังมีชีวิตอยู่
ฮ่องเต้ไม่เชื่อว่าเยี่ยนอ๋องจะหักหลังตน และคาดเดาว่าตี้จี องค์เล็กจะต้องใช้วิธีการบางอย่างมาหลอกน้องชายของตน เพราะ ฉะนั้นจึงส่งเซียวเจิ้นถิงมาที่นี่ ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องพาเยี่ยนอ๋อง กลับไปให้ได้
ก่อนออกเดินทาง ซั่นกวนเยี่ยนเข้าไปหาเซียวเจิ้นถิงแล้วบอก ว่านางอยากมาด้วย
เซียวเจิ้นถิงไม่ได้ถามอะไร และให้นางเดินทางมาด้วย
คนตั้งครรภ์เดินทางไม่สะดวก
นางเป็นแม่คนมาก่อน นางรู้ข้อห้ามนี้ดีกว่าใคร แต่ในเมื่อนาง ยืนกรานที่จะมา ก็หมายความว่านางย่อมต้องมีเหตุผลของตน
ซั่งกวนเยี่ยนคิดถึงลูก และนางก็อยากพบเยี่ยนอ๋อง
“ข้าอยากถามเขาว่าเหตุใดตอนนั้นจึงไม่ต้องการข้ากับฉงเอ๋ อร์”
แต่เมื่อได้พบเขาจริงๆ นางกลับพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว
เขาไม่ได้มีชีวิตที่ดีเท่าไร
เขาผ่ายผอมกว่าในความทรงจำมาก
ใบหน้าของเขากลายเป็นเช่นนั้น ซั่งกวนเยี่ยนไม่กล้าแม้แต่จะ คิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา
“ในตอนแรกที่ได้ยินว่าเขายังมีชีวิตอยู่ ทั้งยังแต่งงานมีลูก ข้า ก็นึกโกรธเคืองเขาไปแล้ว”
ในห้องไม่มีคนอื่น อวี๋หวั่นนั่งฟังเงียบๆ
“หากเขาไม่ต้องการข้าก็ไม่เป็นไร ข้าก็จะไม่ตอแยเขา แต่ ทำไมเขาถึงต้องทอดทิ้งฉงเอ๋อร์ด้วย? ข้าคิดแค่ว่าเขาช่างใจจืด ใจดำ” ซั่งกวนเยี่ยนชะงักไป รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดในลำคอ “แต่ วันนี้ได้พบหน้าเขา ข้าจึงรู้ว่าตนคิดผิดไป เขายังคงเป็นท่านอ๋อง คนเดิม”
เขาไม่ได้เปลี่ยนไป
คนที่เปลี่ยนไปก็คือนาง
นางไม่ใช่จื่อจวินของเขาอีกต่อไป
อวี๋หวั่นไม่รู้ว่าควรพูดอย่างไร พวกเขาเคยเป็นคนที่ความ สัมพันธ์แน่นแฟ้นที่สุด ใจตรงกันมากที่สุด ทั้งยังมีความรู้สึกลึก
ซึ้งต่อกันมากที่สุด ถ้าไม่ใช่เพราะหนานกงเยี่ยนสอดมือเข้ามา ยุ่มย่าม บางทีพวกเขาก็อาจจะยังคงเป็นคู่กิ่งทองใบหยกกันอยู่ และบางทีอาจมีน้องให้เยี่ยนจิ่วเฉาตั้งนานแล้ว
แต่บนโลกนี้ไม่มี ‘ถ้า’
ความรักลึกซึ้ง โชคชะตาเปราะบาง
และที่น่าเศร้าที่สุดก็ไม่ใช่ไม่เคยถูกรัก หากแต่เพราะ พลัดพราก
เยี่ยนจิ่วเฉามาถึงในช่วงคํ่า
เขากลับจวนเห้อเหลียนไปก่อน และรู้จากจื่อซูกับฝูหลิงว่า เซียวเจิ้นถิงมาที่นี่ ซั่งกวนเยี่ยนก็มาด้วย อวี๋หวั่นพาเด็กทั้งสามไป หาซั่งกวนเยี่ยน พวกเขาพักอยู่ที่ถนนซื่อสุ่ย
ถนนซื่อสุ่ย
เยี่ยนอ๋องก็มีเรือนอยู่ที่นั่นหลังหนึ่ง
ขออย่าให้เกิดฉากนองเลือดเลย
เยี่ยนจิ่วเฉาตรงไปยังถนนซื่อสุ่ยทันที
ฉากนองเลือดได้เกิดขึ้นแล้วจริงๆ พ่อบังเกิดเกล้าของเขาและ พ่อบุญธรรมของเขาอาศัยอยู่บ้านตรงข้ามกัน
คุณชายเยี่ยนยืนอยู่บนตรอกเล็กระหว่างเรือนทั้งสองหลัง เขา ได้ยินเสียงของเด็กๆ ซึ่งส่งเสียงดังมาจากเรือนของพ่อบุญธรรม ของตน สุดท้ายแล้วจึงตัดสินใจผลักประตูเรือนของพ่อแท้ๆ เข้าไป
ประจวบเหมาะกับในตอนนั้น อวี๋หวั่นกำลังจะไปรับลูกๆ ที่ เรือนของเซียวเจิ้นถิงและซั่งกวนเยี่ยน ทันทีที่ผลักประตูออก เธอ ก็พบกับสามีของตนเข้าพอดี
“สามี?” อวี๋หวั่นประหลาดใจ เมื่อคำนวณจากเวลาแล้ว เขา กลับมาเร็วกว่าที่เธอคิด คงไม่ได้รีบร้อนมาจัดการสถานการณ์ หรอกใช่ไหมนั่น? น่าเสียดายที่ฉากสำคัญได้จบลงไปแล้ว เยี่ยนอ๋ อง ซั่งกวนเยี่ยน และเซียวเจิ้นถิงได้พบหน้ากันในบรรยากาศน่า อึดอัดไปแล้ว
“เกิดอะไรขึ้น?” เยี่ยนจิ่วเฉาเชิดคางของอวี๋หวั่นขึ้น แล้วมอง ไปยังขอบตาแดงๆ ของเธอ “เจ้าร้องไห้หรือ?”
อวี๋หวั่นตอบด้วยสีหน้าเศร้าสร้อยว่า “ข้าเพิ่งมาจากฝั่งนั้น เมื่อครู่ฟังเรื่องที่เกิดขึ้น ก็เลยร้องไห้นิดหน่อย”
ความเห็นใจของเยี่ยนจิ่วเฉาพลันมลายหายไป “…”
ดวงตาใสกลมโตของอวี๋หวั่นเบิกกว้าง แล้วเอ่ยถามว่า “เยี่ยน จิ่วเฉา จะมีวันหนึ่งที่ท่านลืมข้าไหม?”
“เจ้าคิดมากอะไรกัน” เยี่ยนจิ่วเฉาจิ้มหน้าผากของอวี๋หวั่น
“โอ๊ย!” อวี๋หวั่นรู้สึกเจ็บ
เยี่ยนจิ่วเฉาส่งขนมมันปูกรอบใส่มือของอวี๋หวั่น จากนั้นก็ก้าว ข้ามธรณีประตู เข้าไปในเรือนของเยี่ยนอ๋อง