หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม - บทที่ 341.1 ความจริงเปิดเผย
ความกริ้วขององค์ประมุข (1)
“ฝ่าบาท…ฝ่าบาท…”
ฮองเฮารู้สึกถึงความตื่นตระหนกครั้งใหญ่ยิ่ง ไม่เพียงแต่ เพราะบนร่างขององค์ประมุขปรากฏความเย็นชาหนาวเหน็บที่ไม่ เคยมีมาก่อน และเพราะนางเพิ่งรู้สึกตัวตื่น ยังไม่ได้จัดแจงรูป ลักษณ์ให้เรียบร้อย นางรีบร้อนหาที่คลุมผมที่อยู่ข้างหมอน
ควานหาอยู่พักใหญ่ ในที่สุดก็หาเจอ ไม่ทันสนใจว่าถูกด้าน หรือกลับด้าน แต่วางมันลงบนศีรษะของตนด้วยความตื่นตระหนก
ท่าทีเช่นนี้ดูน่าเกลียดอยู่เล็กน้อยก็จริง กับสิ่งที่น่าเกลียดกว่า รูปลักษณ์ภายนอกคือหัวใจของคน
องค์ประมุขไม่ใช่คนที่หลงใหลในความงาม มิเช่นนั้นคงไม่มี ทางไม่โปรดปรานอวิ๋นเฟยผู้ซึ่งงดงามจันทราหลบผกาละอาย และโปรดปรานเพียงฮองเฮาซึ่งงดงามน้อยกว่า แน่นอนว่า ฮองเฮาก็นับเป็นหญิงงาม ทว่าเทียบกับอวิ๋นเฟยแล้วยังห่างไกล
ยิ่งกว่านั้นองค์ประมุขครองบัลลังก์มานานหลายปี ในวังหลังมี สตรีเพียงสองนาง ไม่เคยคัดเลือกนางสนม เมื่อมองจากจุดนี้ เขาก็ ไม่ใช่องค์ประมุขที่ตัดสินคนจากรูปลักษณ์
แต่ขณะนี้ จู่ๆ องค์ประมุขก็รู้สึกว่าการตัดสินคนจากรูป
ลักษณ์ก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเสมอไป ยามที่เขาเป็นองค์ชายในวัย เยาว์ ฮ่องเต้คนก่อนมีสนมมากมาย แต่ละคนล้วนงามหยดย้อย มารดาที่ให้กำเนิดเขาก็ไม่ใช่ว่าได้รับความโปรดปรานอย่างมากอยู่ ตลอด ยามถูกโปรดปรานก็ยินดีปรีดา ยามสูญเสียความ โปรดปรานก็โดดเดี่ยวเดียวดาย ทุกสิ่งทุกอย่างตกอยู่ในสายตา ของเขา เขาจึงแอบสาบานกับตัวเองว่า ต่อไปเขาจะไม่มีวันเป็นเช่น องค์ประมุของค์ก่อน
ถ้าหากเมื่อก่อนเขาตัดสินคนจากหน้าตา หากเมื่อก่อนเขาโป รดปรานอวิ๋นเฟย จะไม่ส่งเสริมความโอหังของฮองเฮาใช่หรือไม่ จะไม่มีเรื่องราวมากมายขนาดนั้นในยามนี้ใช่หรือไม่?
แต่บนโลกนี้ไหนเลยจะมี ‘ถ้าหาก’ เกิดขึ้น?
มีเพียงผลที่ตามมากับผลลัพธ์เท่านั้น
ฮองเฮามองสีหน้าที่อยากสังหารคนขององค์ประมุข ก็แอบ เดาว่านางถานพูดอะไรไปหรือไม่? คนที่แอบฟังนางพูดกับราชครู ในตอนนั้นคือเห้อเหลียนเซิง แต่นางถานเป็นมารดาของเห้อ เหลียนเซิง และเป็นคนที่ซ่อนตัวเห้อเหลียนเซิงไว้ ฮองเฮามี เหตุผลทั้งหมดที่จะเชื่อว่านางถานรับรู้ความลับของพวกเขา
นางภาวนาในใจว่านางถานจะยังพะว้าพะวัง ไม่กล้าเปิดโปง พวกเขาเร็วขนาดนั้น
ฮองเฮาจัดแจงที่คลุมผม จัดแจงเสื้อผ้าอาภรณ์เรียบร้อย ก็ ลงจากเตียงไปคารวะเขา เก็บกลั้นความวิตกกังวลและกล่าวด้วย
นํ้าเสียงอ่อนโยน “ฝ่าบาท ดึกดื่นเช่นนี้ เหตุใดท่านถึงเสด็จมา? ท้องหิวหรือไม่? หม่อมฉันจะให้ห้องครัวจัดเตรียมสำรับอาหารคํ่า ให้ฝ่าบาท หม่อมฉันจะเสวยเป็นเพื่อนฝ่าบาท”
นางพยายามสร้างฉากที่เคยเกิดขึ้นในอดีตมานับครั้งไม่ถ้วน เพื่อปลุกความรู้สึกเก่าๆ ที่องค์ประมุขมีต่อนาง สิ่งที่คนสนิทกล่าว ไว้ไม่ผิด ผ่านร้อนผ่านหนาวกันมากี่สิบปี ไม่สามารถถูกทำลายลง อย่างราบคาบได้ในชั่วข้ามคืน
นางถานพูดแล้วอย่างไร? นั่นก็เป็นเพียงคำพูดของนางฝ่าย เดียวเท่านั้น จวนเห้อเหลียนกับตี้จีองค์เล็กขัดแย้งกัน พวกเขา เป็นศัตรูทางการเมือง ตนสามารถกลับคำพูดของนางถานได้ ทั้งหมด โดยกล่าวว่านางถานต้องการใส่ร้ายป้ายสีนางกับสำนัก ราชครู
องค์ประมุขมองนางอย่างเย็นชา “เรื่องมาถึงบัดนี้ ฮองเฮายัง คิดว่าข้าสามารถนั่งร่วมโต๊ะเสวยอาหารกับคนที่หักหลังตนเองมา หลายสิบปีได้อีกหรือ?”
หักหลัง…หลายสิบปี…
นางถาน!
นางพูดไปแล้วจริงๆ!!!
ฮองเฮาบีบนิ้ว ประกายเย็นชาวาบผ่านดวงตา ทว่าใบหน้ากลับ แสดงออกเพียงความตกใจ “ฝ่าบาท ท่านกล่าวอันใด หม่อมฉันไม่ เข้าใจ”
องค์ประมุขตรัสด้วยนํ้าเสียงดั่งสระนํ้าเย็น “ดี เจ้าไม่เข้าใจ เช่นนั้นข้าก็จะบอกให้เจ้าเข้าใจ หนานกงเยี่ยนไม่ใช่เลือดเนื้อของ ข้า แต่เป็นเลือดชั่วของเจ้ากับอวี่เหวินจ้าว”
อวี่เหวินจ้าว ปรมาจารย์แห่งสำนักราชครูในอดีต
ตั้งแต่เขาเป็นราชครูก็ไม่มีผู้ใดเรียกชื่อเขามานานแล้ว
ยามแรกที่ได้ยิน ฮองเฮาผงะไปครู่หนึ่ง ผ่านไปสักพักสีหน้า ของเฮาก็แปรเปลี่ยน!
นี่เป็นความรู้สึกผิดที่อย่างไรก็ไม่อาจปกปิดได้ แต่ที่นางรู้สึก ผิดไม่ใช่เพราะนางมีสัมพันธ์กับอวี่เหวินจ้าวจริงๆ แต่เป็น….
ฮองเฮาไม่อาจโต้แย้ง นางเอื้อมมือที่แข็งตึงออกไปจับแขน องค์ประมุข “ฝ่าบาท ฟังหม่อมฉันอธิบาย….”
แม้องค์ประมุขจะฟังคำพูดของนางถานมาแล้ว แต่เขาก็ไม่ได้ ยอมรับประจักษ์พยานอย่างเต็มที่ เขาไม่รู้ว่าตนเองต้องทนกับ ความเจ็บปวดมากเพียงใด ถึงละทิ้งเหตุผลมาหาฮองเฮาเพื่อขอ การยืนยัน สีหน้าของฮองเฮาเปิดเผยว่านางกับราชครูมีสัมพันธ์ กันจริงๆ!
องค์ประมุขรู้สึกคลื่นไส้อยากอาเจียน
อวิ๋นเฟยที่เอาแต่โห่ร้องทั้งวันว่าจะสวมหมวกเขียวให้เขาแต่ก็ ไม่เคยทำจริงๆ สักครั้ง แต่ฮองเฮาซึ่งผูกพันลึกซึ้งกลับเป็นคนสวม หมวกเขียวให้เขามาสามสิบกว่าปี องค์ประมุขเกือบจะล้มลง
หนานกงเยี่ยนเป็นเลือดชั่วของฮองเฮากับราชครู ตี้จีองค์โต จึงจะเป็นเลือดเนื้อเพียงคนเดียวของเขา เช่นนี้คำทำนายของอวี่เห วินจ้าวก็ไม่มีความน่าเชื่อถืออยู่แม้แต่น้อย!
แค่ลูกชู้คนหนึ่ง จะเป็นตี้จีผู้นำโชคมาสู่หนานจ้าวได้อย่างไร?
น่าเสียดายที่เลือดเนื้อของเขาถูกคนส่งไป ตนเองกลับมาเลี้ยง ดูบุตรของชายโฉดหญิงชั่วแทนหลายสิบปี!
องค์ประมุขเจ็บหน้าอก ความคาวหวานพุ่งขึ้นจากลำคอ
เขาปัดมือของฮองเฮาออกอย่างไร้ความปรานีและกัดฟัน กล่าว “อวิ๋นเฟยพูดถูก ตี้จีของข้า…ตี้จีของข้าถูกเจ้ากับอวี่เหวิน จ้าวร่วมมือกันขับไล่ไป! คำทำนายที่บอกว่าโชคดีร้ายเกิดพร้อมกัน เป็นคำโกหกทั้งเพ! ลูกของข้า…ลูกของข้า…”
เป็นเพราะคำทำนายนั้นจึงทำให้เขาตัดสินใจส่งตี้จีออกไป ไม่ เช่นนั้นต่อให้เขาไม่พอใจอวิ๋นเฟยมากเพียงใด ก็ไม่อาจทอดทิ้ง เลือดเนื้อของตนเองได้ลงคอ
“เจ้ามันนางงูพิษ!!!”
องค์ประมุขผู้ซึ่งมีความอดทนมาตลอด ในที่สุดก็ไม่สามารถ ควบคุมความโหดร้ายรุนแรงในจิตใจได้อีกต่อไป เขาวาดหลังมือ ตบฮองเฮา
“อ๊า–“
ฝ่ามือนี้ออกแรงสุดกำลัง ฮองเฮาล้มกระแทกกับพื้นอย่าง
แรง ที่คลุมผมของนางหลุดกระเด็น ใบหน้าซีกหนึ่งปูดบวม
องค์ประมุขเป็นบุรุษอารมณ์ดี แต่บุรุษอารมณ์ดีผู้นี้กลับ ลงมือตบสตรี
หลังจากตบแล้ว องค์ประมุขก็หมดเรี่ยวแรง ทรุดตัวลงบน เก้าอี้ เม็ดเหงื่อผุดออกจากหน้าผาก ทรวงอกเคลื่อนไหวขึ้นลง อย่างรุนแรง
เขาชี้ฮองเฮาด้วยปลายนิ้วที่สั่นเทา “ข้า…ข้าต้องการ…”
ไม่รอให้เขาพูดว่าตนเองต้องการอย่างไร ฮองเฮาก็รีบวิ่งไป กอดมือของเขาและรํ่าไห้เสียงดัง “เยี่ยนเอ๋อร์เป็นเลือดเนื้อเลือด ของท่าน! เป็นของท่าน! โปรดเชื่อหม่อมฉันเถิด! หม่อมฉันไม่ได้มี อันใดกับอวี่เหวินจ้าว! ไม่มีอันใดจริงๆ!”
องค์ประมุขเยาะเย้ย “อ้อ เจ้ากล่าวเช่นนี้ สิ่งที่เห้อเหลียนเซิง ได้ยินก็เป็นเท็จรึ?”
ฮองเฮาสาบานด้วยใจจริง “นั่นหม่อมฉันต้องการหลอกลวง ราชครู! หม่อมฉัน…หม่อมฉันไม่ได้มีชู้! หม่อมฉัน…”
องค์ประมุขยิ้มเย้ยหยัน “เจ้าคิดว่าข้าจะเชื่อหรือ?”
ฮองเฮานํ้าเสียงแหบแห้ง “ฝ่าบาท! มันเป็นความจริง!”
องค์ประมุขไม่อาจเชื่อใจนางเช่นอดีตได้อีกต่อไป กระทั่ง สาเหตุที่ทำให้นางบาดเจ็บสาหัส ต่อให้นางพูดความจริง แต่องค์ ประมุขก็คงคิดว่ามันเป็นคำลวง “เจ้าหมายความว่า เจ้าไม่เคยมี
ความผิดมาก่อน? อวี่เหวินจ้าวยินยอมพร้อมใจวางแผนให้บุตร สาวเจ้า เหตุใดอวี่เหวินจ้าวต้องทำเช่นนั้น?! หากหนานกงเยี่ยน ไม่ใช่บุตรของอวี่เหวินจ้าว เหตุใดราชครูคนปัจจุบันต้องช่วยเหลือ นางครั้งแล้วครั้งเล่า?!”
เรื่องบางเรื่อง มิใช่ว่าองค์ประมุขไม่อาจรับรู้ ทว่าเขาไม่เต็มใจ ที่จะตรวจสอบมันเอง หากตรวจสอบ การติดต่อระหว่างจวน ประมุขหญิงกับสำนักราชครูก็จะไม่สามารถดำเนินต่อไปได้อีก
กระทั่งช่วงก่อนที่จวนประมุขหญิงประสบกับโชคร้าย ราชครู ยังทำนายดวงชะตาให้เขา และบอกว่าฤกษ์ยามเกิดของตี้จีองค์โต ขัดแย้งกับจวนประมุขหญิง ดูสิดู เขาหน้ามืดตามัวถึงไม่อาจมอง เห็นว่าสำนักราชครูกับหนานกงเยี่ยนรวมหัวกันทำความชั่วมานาน แล้ว!
ฮองเฮาทรุดลงกับพื้นและยิ้มอย่างขมขื่น “ฝ่าบาท เรื่องมาถึง ตอนนี้ หม่อมฉันก็ไม่มีสิ่งใดต้องปิดบังแล้ว หม่อมฉันจะบอกความ จริงกับท่าน บอกท่านทุกอย่าง! แต่ฝ่าบาทโปรดทรงเชื่อ ว่าเยี่ยน เอ๋อร์เป็นเลือดเนื้อที่แท้จริงของท่าน!”
“หึ!” องค์ประมุขหันหน้ามาอย่างเย็นชา
ฮองเฮาไม่มองสีหน้ารังเกียจของเขา และพูดอย่างเลื่อนลอย
“หม่อมฉัน…แต่งงานกับฝ่าบาทได้สองปี ไม่เคยตั้งครรภ์ ฝ่า บาทและหม่อมฉันต่างก็อยู่ในวัยหนุ่มสาวที่พร้อมตั้งครรภ์ แต่เหตุ ใดถึงไม่สามารถให้กำเนิดบุตรได้?-
-ไทเฮาเคยถามหม่อมฉันเช่นนี้ กระทั่งเผยความคิดที่จะทำให้ หม่อมฉันหาสนมให้ฝ่าบาท หม่อมฉันไม่ยินยอม คิดว่าต้องรีบตั้ง ครรภ์ทายาทมังกรให้ฝ่าบาทโดยเร็วที่สุด-
-หม่อมฉันแอบออกตามหาหมอที่มีชื่อเสียง หมอชาวบ้านคน หนึ่งจับชีพจรให้หม่อมฉัน เขาก็บอกว่าร่างกายของหม่อมฉันไม่ เหมาะกับการตั้งครรภ์-
-หม่อมฉันไม่เชื่อ แต่หลังจากพยายามไปอีกระยะหนึ่ง ท้อง ของหม่อมฉันก็ยังสงบนิ่ง ไทเฮามักให้คนมาส่งยาบำรุงครรภ์แก่ หม่อมฉัน ต่อหน้านางคาดหวังให้หม่อมฉันตั้งครรภ์ แต่แท้จริง แล้วนางกำลังเตือนหม่อมฉันว่าถึงเวลาแล้วที่จะหานางสนมให้ฝ่า บาท”
องค์ประมุขขมวดคิ้ว
“เสด็จแม่จะ…”
ฮองเฮายิ้มอย่างขมขื่น
“ใช่แล้ว แน่นอนว่านางไม่มีทางบอกฝ่าบาท ในใจของฝ่าบาท มีเพียงหม่อมฉัน แต่หม่อมฉันไม่อาจตั้งครรภ์ ไทเฮาไม่ต้องการ ทำลายความสัมพันธ์แม่ลูกของท่าน จึงเพียงคิดหาวิธีจากหม่อม ฉัน หม่อมฉันก็ถูกบังคับไร้หนทาง บังเอิญพบคนจากครอบครัว มารดา ให้คำแนะนำกับหม่อมฉัน”
บทที่ 341.2 ความจริงเปิดเผย
ความกริ้วขององค์ประมุข (2)
มีลางร้ายบางอย่างเกิดขึ้นในใจขององค์ประมุข
ฮองเฮาอึกอักและพูดว่า “หม่อมฉันเคยถามฝ่าบาทว่าหากมี นางข้าหลวงมายั่วยวนฝ่าบาทจะทำอย่างไร? ฝ่าบาทตรัสว่า ท่าน จะฆ่านาง ฝ่าบาทยังจำคำพูดนี้ได้หรือไม่?”
องค์ประมุขตอบ “ข้าเคยพูดเช่นนั้นแน่ ยามที่ข้าแต่งงานกับ เจ้า ข้าเคยให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่ละสายตาไปจากเจ้า มีเพียงเจ้า ผู้เดียว หกตำหนักไร้สนม”
บุรุษผู้นี้ทำได้แล้ว หากไม่ใช่เพราะแผนการแห่งความโลภของ นาง เขากับนางคงได้อยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า ไม่เปลี่ยนแปลงตราบ เท่าชีวาวาย
ฮองเฮาปิดตา นํ้าตาแห่งความเสียใจหลั่งไหลซึมผ่านร่องนิ้ว ของนาง
นางต้องการเด็กคนหนึ่ง ต่อให้ไม่ได้เกิดจากนางก็ตาม หาก เป็นนางข้าหลวงฝ่าบาทอาจฆ่านางทิ้ง หากเป็นบุตรีตระกูลใหญ่ก็ ยากที่จะหลีกเลี่ยงมารดาได้ดีเพราะบุตร คุกคามตำแหน่งของนาง นางต้องการสตรีที่ไม่อาจฆ่าแต่ก็ไม่อาจได้ดีเพราะบุตร
“หม่อมฉันจึงนึกถึงเสิ่นอวิ๋น”
เสิ่นอวิ๋นเป็นบุตรอนุ มีชาติกำเนิดตํ่าต้อย ไร้ศักดิ์ศรี แต่นาง เป็นเพื่อนที่ดีของตนมาหลายปี ต่อให้นางทำผิด ตนก็ไม่อาจ ‘แข็ง ใจ’ มององค์ประมุขฆ่านางได้
และเพราะเสิ่นอวิ๋นทรยศตน องค์ประมุขจึงเกลียดชังนาง ต่อ ให้นางเข้าวังมา ก็ไม่มีทางได้รับความโปรดปราน ถึงยามนั้น เสิ่นอ วิ๋นให้กำเนิดบุตรจริง นางก็จะนำเด็กคนนั้นมาดูแล ด้วยสถานะ ของนางในสายตาขององค์ประมุข เรื่องเล็กน้อยเช่นนี้เป็นเรื่อง ง่ายดาย
นางเริ่มแผนการ
จะว่าไปสวรรค์ก็เข้าข้างนาง คู่หมั้นของเสิ่นอวิ๋นเกิดเรื่องอื้อ ฉาวจนถูกนางลงโทษ การแต่งงานของเสิ่นอวิ๋นจึงยากจะเป็นไปได้ นางใช้ข้ออ้างพาเสิ่นอวิ๋นไปเลือกคู่หมั้นบังหน้า จากนั้นจึงพาเสิ่นอ วิ๋นเข้าวัง และวางยานางกับองค์ประมุข ให้ทั้งสองมีสัมพันธ์กัน
แท้จริงนางไม่แน่ใจว่าเสิ่นอวิ๋นจะตั้งครรภ์ได้ เดิมทีนาง วางแผนจะให้เสิ่นอวิ๋นเข้าวังหลัง แล้วค่อยให้นาง ‘จัดการ’ กับองค์ ประมุขอีกสองสามครั้ง เมื่อผ่านไปหลายครั้งแล้วก็อาจตั้งครรภ์ได้
ไม่คาดคิดว่าครั้งเดียว เสิ่นอวิ๋นก็ตั้งท้อง
สิ่งที่ไม่คาดคิดยิ่งกว่านั้นคือ ครั้งนั้น อวี่เหวินจ้าวกับนางก็… ก็กินยาเข้าไปโดยไม่ตั้งใจ
ปีนั้น อวี่เหวินจ้าวยังอยู่ในวัยหนุ่ม เขาเป็นราชครูที่อายุน้อย ที่สุดในประวัติศาสตร์หนานจ้าว เขาหล่อเหลาสง่างาม ความ
สามารถยิ่งยอดเยี่ยมไร้เทียมทาน อวี่เหวินจ้าวก็ถูกเชิญมาร่วม งานเลี้ยง ที่นางกับเสิ่นอวิ๋นเตรียมไว้
มีเรื่องบางเรื่องที่ไม่อาจทนมองย้อนกลับไป
อย่างไรก็ตาม ทันทีที่นางกับอวี่เหวินจ้าวลืมตาตื่นขึ้น ก็เกิด เรื่องที่ไม่ควรเกิด
อวี่เหวินจ้าวยืนกรานจะไปสารภาพผิดกับองค์ประมุข แต่นาง หยุดเขาไว้
อวี่เหวินจ้าวไม่กลัวความตาย แต่นางยังต้องการมีชีวิตอยู่ หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ชีวิตของนางกับครอบครัว ตระกูล มารดา กระทั่งเก้าชั่วโคตรของนางก็จะจบสิ้น!
จิตใจที่มั่นคงอยากรับผิดของอวี่เหวินจ้าวยิ่งใหญ่นัก ยามนั้น นางกล่าวอย่างไร?
นางคุกเข่าลง จับมือของอวี่เหวินจ้าวมาที่ท้องของตนและ กล่าวว่า “ท้องของข้าอาจมีเลือดเนื้อของเจ้าอยู่ หากเจ้าไม่คิดถึง ข้า จะไม่คิดถึงลูกตนเองเลยหรือ?”
อวี่เหวินจ้าวหยุดชะงัก
นางไม่ได้บอกอวี่เหวินจ้าวว่าโอกาสตั้งครรภ์ของนางนั้นตํ่า มาก และไม่ได้บอกอวี่เหวินจ้าวว่านางไม่ได้ต้องการตั้งครรภ์บุตร ของเขา!
ต่อให้รู้ว่าตนเองไม่มีทางเป็นมารดา หลังจากกลับตำหนักไป
นางก็ยังสั่งให้คนต้มยาห้ามครรภ์มาถ้วยหนึ่ง
ทว่า นางที่สองปีท้องก็ยังไม่เคยมีความเคลื่อนไหวใด หลังจา กอวิ๋นเฟยตั้งครรภ์ นางก็ตั้งท้องโดยไม่คาดคิด
แน่นอนว่าเด็กคนนี้เป็นขององค์ประมุข แต่เพื่อควบคุมอวี่เห วินจ้าว ต่อหน้าอวี่เหวินจ้าวจึงหลอกว่าเด็กคนนี้เป็นของเขา
อวี่เหวินจ้าวไม่เคยสงสัยหรือว่าเด็กคนนี้เป็นขององค์ประมุข? แน่นอนว่าเคยสงสัย แต่ก็เป็นไปได้ว่าจะเป็นของตนเองเช่นกัน เพื่อความเป็นไปได้เพียงครึ่งหนึ่งนี้ อวี่เหวินจ้าวใช้เวลาทั้งชีวิตของ เขาไปกับมัน
“เดิมทีหม่อมฉันคิดจะพรากบุตรของอวิ๋นเฟยมา แต่หลังจาก นั้นหม่อมฉันก็มีบุตรของตนเอง บุตรของอวิ๋นเฟยจึงไม่จำเป็นอีก แล้ว”
คำทำนายโชคดีและโชคร้ายเกิดขึ้นพร้อมกันเป็นเรื่องจริง แต่ ทว่าอวี่เหวินจ้าวบังคับให้โชคชะตาของตี้จีทั้งสองสลับกัน
แต่หลังจากนั้น อวี่เหวินจ้าวก็สังเกตดวงดาวและพบว่าชะตา ที่เดิมทีถูกสับเปลี่ยน คล้ายกับไม่ได้รับผลกระทบใดๆ แล้วก็เริ่ม จางหายไปช้าๆ
สิ่งนี้ทำให้เขางงงวย เขาไปหาปรมาจารย์พิษอาวุโสข่งและเอ่ย คำพูดแปลกๆ
ฮองเฮารํ่าไห้ราวกับไม่ใช่คน “ฝ่าบาท ความผิดพลาดทั้งหมด เป็นความผิดของหม่อมฉัน เยี่ยนเอ๋อร์บริสุทธิ์ นางไม่รู้เรื่อง ฝ่า
บาทโปรดทรงอย่าได้สงสัยนางเลยเพคะ!”
หัวใจขององค์ประมุขรู้สึกหนาวสั่น เรื่องราวมาถึงตอนนี้ เขา ยังเชื่อใจสตรีผู้นี้ได้จริงหรือ? เพื่อความเห็นแก่ตัวของตนเอง จึงใช้ อุบายกับอวิ๋นเฟยและบุตรของนาง ตลอดหลายปีที่ผ่านมาชีวิตขอ งอวิ๋นเฟยเป็นอย่างไร?!
เขาตำหนิตัวเองที่ขอโทษฮองเฮา และตำหนิว่าอวิ๋นเฟยทรยศ ฮองเฮา แต่คาดไม่ถึงว่าคนที่เริ่มกลับเป็นฮองเฮา!
และเด็กที่ควรถูกขับออกจากหนานจ้าวอยู่ในวัง เพลิดเพลิน กับทุกสิ่งที่ตี้จีองค์โตควรจะได้รับ เขาไม่ได้หน้ามืดตามัว แต่เขา เป็นไอ้โง่โดยสมบูรณ์!
หิมะแห่งหนานจ้าวก็ยังไม่อาจปลุกเขาให้ตื่น!
เขาเดินไปตามทางของชายโฉดหญิงชั่ว!
เขาส่งอวิ๋นเฟยและเลือดเนื้อของตัวเองไปกับมือ!
เขาต้องขอโทษอวิ๋นเฟย!
ขอโทษเด็กคนนั้น!
องค์ประมุขประคองใบหน้าด้วยมือข้างเดียว นํ้าตาแห่งความ เสียใจไหลทะลักออกมาจากดวงตา
“ฝ่าบาท——” ฮองเฮาคลานเข่าเข้าไปหา นํ้าตาอาบเอ่อ ทะลัก “หากท่านจะลงโทษ ก็ลงโทษข้าเถิด ทั้งหมดเป็นความผิด ของข้า…เป็นข้าที่ทำให้ฝ่าบาทเสียใจ…ท่านอย่าได้โกรธจน
กระทบถึงร่างกาย…หม่อมฉันไม่ดีเอง… หม่อมฉันมีความผิด… หม่อมฉันตายหมื่นครั้งก็ยากจะปัดความผิด…”
องค์ประมุขใช้แรงผลักนางออกไป จากนั้นก็เดินออกไปที่ ประตูและชักดาบขององครักษ์
ทันใดนั้นสีหน้าฮองเฮาก็แปรเปลี่ยน “ฝ่าบาท! ท่านจะทำอัน ใด!”
ทั่วทั้งร่างขององค์ประมุขถูกห่อหุ้มด้วยไอสังหารยิ่งใหญ่ เขา ถือดาบ ราวกับซิวหลัวที่สูญเสียตัวตน
เขาพุ่งไปที่ห้องของหนานกงเยี่ยนอย่างอาฆาต
เขาไม่เชื่อคำพูดของฮองเฮา!
นี่ไม่ใช่เลือดเนื้อของเขา!
มันเป็นเลือดชั่วของอวี่เหวินจ้าวกับฮองเฮา!
เขาจะฆ่านาง!
“ฝ่าบาท!” ฮองเฮารีบตามมา
“เจ้าทำเช่นไรกับลูกข้า ข้าก็จะทำเช่นนั้นกับลูกเจ้า เจ้าดูไว้ให้ ดี ข้าควรจะทำเช่นนี้ตั้งแต่หลายปีก่อนแล้ว!” องค์ประมุขตรัสด้วย นํ้าเสียงเยียบเย็นจบ ก็ยกดาบขึ้นแกว่งไปทางหนานกงเยี่ยนที่ หลับใหลไม่ได้สติ
“อย่า——” ฮองเฮารีบวิ่งเข้าไปหาองค์ประมุขในเสี้ยววินาที
องค์ประมุขถูกฮองเฮาชนล้มลงกับพื้น เกิดเสียงดังสนั่น
ฮองเฮาสลบไปครู่หนึ่ง เมื่อฟื้นขึ้นมา ปลายจมูกของนางก็ได้ กลิ่นคาวเลือด นางตั้งสติมองไปที่องค์ประมุข และเห็นว่าดวงตา ขององค์ประมุขเปิดกว้าง มีเลือดไหลออกมาจากด้านหลังศีรษะ ของเขา
“อ๊า!”
ฮองเฮาตกใจกลัวถอยไปสองสามก้าว!
“ฮองเฮา เกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือเพคะ?” นางข้าหลวงเฝ้ายาม กะดึกเดินเข้ามาในห้อง เห็นองค์ประมุขนอนจมกองเลือด นาง ปิดปาก “กรี๊ด— ฝ่าบาท—”
นางหันตัวจะวิ่งออกไป!
แต่ก็ถูกร่างเย็นชาร่างหนึ่งขวางกั้นไว้ นางรู้สึกเจ็บที่ท้อง เมื่อ ก้มมองลงไปก็เห็นมีดปลายแหลมปักอยู่ที่ท้องของนาง
ขันทีชักมีดออกมาอย่างเย็นชา ผลักนางข้าหลวงที่กำลังจะ ตายเข้าไปในห้องและปิดประตูลงกลอน เดินไปหาฮองเฮา “ฮองเฮา!”
ฮองเฮาตกใจจนทำอะไรไม่ถูก โถมเข้าไปในอ้อมแขนของเขา ด้วยร่างสั่นระริก “ข้า…ข้าฆ่า…ฝ่าบาท…”
ขันทียกเก้าอี้มาให้นางพิง แล้วเดินไปตรวจดูลมหายใจของ องค์ประมุข “ฝ่าบาทยังไม่ตาย”
ขณะที่พูด ก็ฉีกชายเสื้อมาคลุมศีรษะขององค์ประมุข
เมื่อฮองเฮาได้ยินว่าองค์ประมุขยังมีชีวิตอยู่ก็โล่งใจ “เร็วเข้า รีบตามหมอหลวง!”
ขันทีหยุดนางและกล่าวว่า “จะตามหมอหลวงไม่ได้!”
ฮองเฮาถามด้วยความตระหนก “เพราะเหตุใด? ฝ่าบาทเสีย เลือดมาก…เขากำลังจะตาย…เขาจะตายไม่ได้…หากเขาตาย แล้ว…ข้าไม่จำเป็นต้องมีชีวิตอยู่อีกต่อไป…”
ขันทีพูดอย่างใจเย็น “ฮองเฮาคิดว่า หากองค์ประมุขยังมีชีวิต อยู่ ฮองเฮาจะสามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้หรือ? ฮองเฮาลืมไปแล้ว หรือว่าเมื่อครู่ฝ่าบาทจะทำสิ่งใดกับตี้จีองค์เล็ก? หากเขาสังหารตี้จี องค์เล็กแล้ว ก็จะสังหารองค์ชายกับองค์หญิง หลังจากนั้น เขาก็ จะสังหารฮองเฮา!”
“เช่น เช่นนั้นจะทำอย่างไร?” ฮองเฮาหนังศีรษะชา
ขันทีกล่าว “บ่าวได้เรียนรู้ศาสตร์การแพทย์มาบ้าง การคง อาการบาดเจ็บขององค์ประมุขไว้มิใช่ปัญหา ทว่าก็ไม่สามารถทำให้ ฝ่าบาทฟื้นขึ้นมาอย่างสมบูรณ์”
ฮองเฮามองเขาคล้ายกับเข้าใจแต่ก็ไม่เข้าใจ “เจ้าหมายความ ว่า…”
ขันทีค้อมกายไปทางฮองเฮา “ฮองเฮาโปรดเตรียมตัวให้พร้อม ฝ่าบาทจะสละบัลลังก์แล้ว”
ฮองเฮาเบิกตาโพลงด้วยความตื่นตกใจ “ฝ่าบาท เขา…”
ขันทีจ้องมอง
“จะสละให้ผู้ใด ตี้จีองค์เล็ก หรือองค์ชายหลี ทางที่ดีที่สุด ฮองเฮาควรคิดในคืนนี้”