หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม - บทที่ 356.1 ความจริงเกี่ยวกับปาน (1)
เพราะอะไรกัน?
อวี๋หวั่นมองเขาเนือยนิ่ง
หากเป็นเมื่อก่อน อวี๋หวั่นไม่มีทางเชื่อคำพูดที่ออกจากปาก เขา ทว่ายามนี้ ไม่ว่าเพราะความสัมพันธ์ระหว่างหวั่นเฟิงกับเจียง ไห่ หรือแผนร้ายของฮองเฮาที่แดงออกมา ตำแหน่งการเป็นศัตรู เปลี่ยนแปลงไป สัญชาตญาณบอกอวี๋หวั่นว่าเขาไม่มีทางใช้คำเท็จ ลวงหลอกเธอ
ราชครูไม่ได้คิดใช้คำเท็จลวงหลอกอวี๋หวั่นแน่ ว่ากันว่ายาม ใกล้ตาย คำพูดคำจาล้วนออกจากใจ แต่เขาไม่ใช่เพราะสิ่งนี้ และ ไม่ใช่ว่าบุญคุณความแค้นระหว่างเขากับอวี๋หวั่นถูกลบล้าง แม้คน ที่เขาเกลียดที่สุดจะเป็นฮองเฮา แต่อวี๋หวั่นกับเยี่ยนจิ่วเฉาก็ยัง เป็นศัตรูของเขาอยู่ดี
เพียงแต่ เขาเกรงว่าชีวิตอาจไม่มีวันข้างหน้าอีกแล้ว เขา ต้องการใช้ความดีอันเล็กน้อยนี้ ให้อวี๋หวั่นช่วยเขาสักครั้ง หวังว่า วันหน้าอวี๋หวั่นจะสามารถดูแลหวั่นเฟิงได้
“คราแรกข้าไม่ได้คิดจะบอกความลับนี้แก่เจ้า แม้แต่หนานกง หลีข้าก็ไม่ได้บอก แต่ข้าเห็นแก่หวั่นเฟิง ข้าจะบอกเจ้าสักครั้ง” ราชครูกล่าวคำเว้นคำ “เผ่าปีศาจ”
อวี๋หวั่นมองเขาอย่างสับสน
ราชครูอธิบายว่า “คิดว่าเจ้าก็คงเคยได้ยินเรื่องความสัมพันธ์ ระหว่างตี้จีองค์โตกับเผ่าปีศาจ เผ่าปีศาจยอมเสนอกระทั่งของ ศักดิ์สิทธิ์”
อวี๋หวั่นเลิกคิ้ว “เรื่องนี้ข้ารู้ มันเกี่ยวข้องกับปานของข้า อย่างไร? เจ้าอย่าบอกนะว่าพ่อของข้าไม่ใช่เห้อเหลียนเป่ยอวี้ แต่ เป็นราชาเผ่าปีศาจ!”
ราชครูสำลักอีกครั้งหนึ่ง
ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าทำไมเจ้าเด็กหวั่นเฟิงถึงสนิทกับเธอ ถึงเพียงนี้ เจ้าพวกตัวเล็กสองคนนี้น่าเกลียดเหมือนกันอย่างกับ แกะ! ในสมองนี่มีอะไรอยู่บ้าง! ! !
ราชครูกล่าวว่า “แม่ของเจ้ามีสัญญาแต่งงานกับเผ่าปีศาจ ใน วันนั้นที่สัญญาการแต่งงานมีผล นางได้ถูกทำเครื่องหมายเผ่า ปีศาจไว้ นางเป็นคนของเผ่าปีศาจแล้ว”
อวี๋หวั่นกล่าวอย่างครุ่นคิด “ดังนั้นเด็กที่นางให้กำเนิดก็จะมี เครื่องหมายนั้นด้วย? แต่เหตุใดน้องชายของข้าถึงไม่มีเล่า?”
ราชครูกล่าว “เครื่องหมายของสตรีจะถูกส่งต่อแก่สตรี เท่านั้น”
ทันใดนั้นอวี๋หวั่นก็ตระหนักได้ มิน่าละ เถี่ยตั้นและเด็กชายทั้ง สามถึงไม่มี หากในอนาคตเธอให้กำเนิดเด็กหญิงกับเยี่ยนจิ่วเฉา เด็กหญิงคนนั้นจะไม่มีปานเหมือนเธอหรือ?
อวี๋หวั่นลูบหลัง เธอเกี่ยวข้องกับเผ่าปีศาจอย่างไร้สาเหตุ ความรู้สึกนี้ยากจะอธิบายได้เล็กน้อย
ราชครูกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “ตี้จีองค์โตเป็นเจ้าสาวที่ราชา เผ่าปีศาจกำหนดไว้ ราชาเผ่าปีศาจจะตามหานาง”
…
หลังออกจากสำนักราชครู อวี๋หวั่นก็เดินไปตามถนนอย่างไร้ จุดหมาย ซิวหลัวก็เดินมองซ้ายมองขวาตามหลังเธอ และหยิบของ เล่นชิ้นเล็กๆ จากแผงขายเป็นครั้งคราว
“นี่ เจ้าหยิบของข้า——”
ตุบ!
อวี๋หวั่นโยนก้อนเงินไปบนแผงหาบเร่โดยไม่หันกลับไปมอง พ่อค้าหาบเร่ได้เงินก็ยิ้มออกมา “ขอบคุณฮูหยิน! มาบ่อยๆ นะ!”
ซิวหลัวหยิบของมา อวี๋หวั่นก็โยนเงินไป ไม่ต้องหันไปมองก็ โยนได้อย่างแม่นยำทุกก้อน
แท้จริงแล้วในใจของเธอกำลังคิดเรื่องบางอย่างอยู่
คำพูดของราชครู เธอไม่เข้าใจนัก
อะไรคือท่านแม่ของเธอเป็นเจ้าสาวที่ราชาเผ่าปีศาจกำหนด ราชาเผ่าปีศาจจะต้องตามหานางจนพบอย่างแน่นอน? นี่มันผ่าน มากี่ปีแล้ว? ราชาเผ่าปีศาจอะไรนั่นยังไม่ยอมปล่อยท่านแม่ของ เธอไปอีกหรือ?
บัดนี้ท่านแม่ของเธอได้สถานะตัวตนที่แท้จริงคืนแล้ว หากจะ หาจริงๆ ไม่มาที่ประตูจวนแล้วหรือ?
ยังไม่พบทูตจากเผ่าปีศาจอะไรนั่นหรือ?
ทันทีที่ความคิดนี้ปรากฏขึ้นในใจ อวี๋หวั่นก็พบว่าเส้นทางของ เธอถูกคนขวางไว้
อวี๋หวั่นก้าวไปทางขวา คิดจะหลบทาง แต่คนผู้นั้นก็ก้าวไป ทางขวาเช่นกัน
อวี๋หวั่นก้าวไปทางซ้าย คนผู้นั้นก็ก้าวไปทางซ้าย
อวี๋หวั่นรู้สึกถึงความผิดปกติ หันมองอีกฝ่ายอย่างด้วยสีหน้า เรียบเฉย บุรุษชุดดำอายุราวๆ สามสิบ เรียวคิ้วเย็นชา รูปร่างสูง ใหญ่ กำลังมองเธอด้วยสายตาที่ราวกับเห็นเธอเป็นเหยื่อ
ดวงตาของอวี๋หวั่นวูบไหว
หลังจากซื้อของเล่นชิ้นเล็กชิ้นน้อยมามากมาย มือสองข้าง ของซิวหลัวที่แทบจะกอบไม่ไหว เมื่อสัมผัสได้ถึงความแปลก ประหลาดของอวี๋หวั่น ก็รีบแวบกายมาบังด้านหน้าอวี๋หวั่น!
บุรุษชุดดำกวาดตามองซิวหลัวขึ้นลง พลันหรี่ตา “ซิวหลัว?”
คนผู้นี้ดูออกว่าเขาเป็นซิวหลัว ดูแล้วคงไม่ใช่ยอดฝีมือ ธรรมดา อวี๋หวั่นเดินออกจากด้านหลังซิวหลัว และมองไปที่เขา “เจ้าเป็นใคร? เหตุใดต้องมาขวางทางข้า?”
บุรุษชุดดำยิ้มและพูดว่า “ไม่พบหลายปี รูปร่างหน้าตาของฮู
หยินไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย”
หลายปี?
ปฏิกิริยาแรกของอวี๋หวั่นคือพวกเขาทั้งสองรู้จักกัน?
ปฏิกิริยาที่สองคือ เมื่อหลายปีก่อนเธอยังเป็นเด็กอยู่เลยไม่ใช่ หรือ? อะไรคือรูปร่างหน้าตาไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย?
แทบจะในพริบตา การคาดเดาที่อาจหาญก็เข้ามาในใจอวี๋หวั่น อีกฝ่ายจำคนผิด
บุรุษชุดดำยิ้มอย่างมีเลศนัย “เจ้าจำข้าไม่ได้แล้วหรือ? ก็ใช่ ตอนนั้นข้ายังเป็นเด็ก”
แน่นอน เขาเข้าใจผิดว่าเธอเป็นท่านแม่
บุรุษชุดดำมองใบหน้าของอวี๋หวั่นและอุทานว่า “เจ้าทำได้ อย่างไร? หลายปีที่ผ่านมาเจ้าไม่แก่ลงสักนิด?”
นั่นเพราะข้ายังไม่แก่ไง เจ้าโง่!
บุรุษชุดดำกล่าวอีกครั้ง “ข้าได้ยินมาว่าเจ้าให้กำเนิดบุตรสาว”
ข้าก็คือบุตรสาวคนนั้น ขอบคุณ…
ยามแรกบุรุษชุดดำสงสัยอยู่บ้างว่าตนเองจำคนผิด เพราะคน ตรงหน้าเขายังอ่อนเยาว์ยิ่งนัก แทบจะเหมือนกับเมื่อสิบกว่าปี ก่อนไม่มีผิด แต่ท่าทีอีกฝ่ายคล้ายกับยอมรับอยู่ตลอด ตนช่าง เหมือนแมวตาบอดที่วิ่งไปชนหนูตายยิ่งนัก
รอยยิ้มของบุรุษชุดดำจางลง “หนีไปนานถึงเพียงนั้น ก็ควร
กลับไปกับข้าได้แล้ว”
อวี๋หวั่นกล่าวอย่างเฉยเมย “กลับไปที่ใด? ข้ารู้จักเจ้าด้วย หรือ?”
บุรุษชุดดำทำเสียงฮึดฮัด “เลิกเสแสร้ง และอย่าคิดว่าสังหาร ทูตดำคนหนึ่งแล้วจะหนีไปได้อีกครั้ง”
นี่มันเรื่องอะไรกัน? อวี๋หวั่นเข้าใจทุกคำพูด แต่เมื่อนำมารวม กัน เหตุใดชวนให้คนฟังไม่รู้เรื่องเช่นนี้?
บุรุษชุดดำขู่ว่า “เจ้าจะตามข้าไปดีๆ หรือจะให้ข้าบังคับเจ้าไป”
อวี๋หวั่นกล่าวนํ้าเสียงเย็นชา “ถ้าทำได้ก็ลองดู!”
ทันใดนั้นซิวหลัวก็ปล่อยพลังภายในที่ทรงพลังออกมา แต่ บุรุษชุดดำกลับยิ้มเยาะ สะบัดแขนเสื้อ กระดิ่งทองแดงส่งเสียง ไพเราะดังกังวานติดต่อกัน
กรุ๊งกริ๊ง!
ขนของซิวหลัวลุกซู่ วิ่งหนีกระเจิดกระเจิง!
นี่คือกระดิ่งทองแดงที่อาม่าใช้ขับไล่ซิวหลัวออกไปในคืนนั้น ที่แท้คนผู้นี้ก็สามารถ——
มีบางอย่างแวบขึ้นในใจของอวี๋หวั่น
บุรุษชุดดำเผยยิ้ม “เชิญเถิด ฮูหยิน”
อวี๋หวั่นก้าวถอยหลัง
บุรุษชุดดำเอื้อมมือไปหาอวี๋หวั่น
ขณะที่เขากำลังจะจับข้อมืออวี๋หวั่น ซิวหลัวที่ถูกขับไล่ไปด้วย กระดิ่งทองแดงก็วิ่งตึกๆๆ กลับมาอีกครั้ง!
ความประหลาดใจฉายทั่วดวงตาของบุรุษชุดดำ
ซิวหลัวเกลียดกระดิ่งทองแดงยิ่งนัก เหตุใดยังยอมกลับมา? หรือเพราะสตรีผู้นี้น่ะหรือ?
บุรุษชุดดำสั่นกระดิ่งทองแดงอีกครั้ง ซิวหลัวกลอกตาและ แลบลิ้นอย่างรังเกียจ แต่กลับไม่หนีอีกต่อไป และพุ่งเข้าจู่โจมเขา แทน
บุรุษชุดดำเหยียดยิ้มเย็นชา
ยามเผชิญหน้ากับการโจมตีของซิวหลัวยังหัวเราะได้ อวี๋หวั่น เกิดลางสังหรณ์ไม่ดี เป็นอย่างที่คาดไว้ ขณะที่มือของซิวหลัวบีบ คอของอีกฝ่าย อีกฝ่ายก็ชักแส้ออกมาฟาดไปบนร่างกายของซิว หลัว เพียะ!
“ฮื้อ”
ซิวหลัวถูกหวดเจ็บแสบ
อวี๋หวั่นรีบก้าวไปข้างหน้า จับแขนของซิวหลัวดูจุดที่เพิ่งถูกแส้ ฟาดเมื่อครู่ มันดูราวถูกถ่านเผาไม่มีผิด
“นี่มันเรื่องอะไรกัน?” อวี๋หวั่นถาม
ซิวหลัวหดหัวด้วยความหวาดกลัว
บุรุษชุดดำลูบแส้ยาวที่ส่องแสงเย็นรางๆ ในมือของเขา “นี่คือ แส้ซิวหลัว ใช้สำหรับตีซิวหลัว แล้วก็ยังมีตาข่ายซิวหลัว”
ทันทีที่สิ้นเสียง ทูตดำสี่คนก็กระโดดลงจากท้องฟ้าพร้อมกับ เหวี่ยงตาข่ายขนาดใหญ่ลงมา
ซิวหลัวและอวี๋หวั่นถูกคลุมอยู่ใต้ตาข่าย
ดวงตาของอวี๋หวั่นค่อยๆ มืดลงและสลบไป
ตาข่ายประเภทนี้ไม่มีผลอะไรกับยอดฝีมือทั่วไป แต่สำหรับซิว หลัวกลับเป็นเหมือนแท่งเข็ม พลังภายในก็ถูกกดระงับไว้ ความ คลุ้มคลั่งในเส้นเลือดพลุ่งพล่าน ดวงตาทั้งสองเป็นสีแดง สูญเสีย การรับรู้ควบคุมตนเอง
ทูตดำทั้งสี่เดินมาด้านหลังบุรุษชุดดำ
บุรุษชุดดำจ้องมองซิวหลัวที่ปกป้องอวี๋หวั่นไว้แน่นในอ้อม แขน และพูดด้วยความประหลาดใจ “อดทนได้นานถึงเพียงนี้”
ซิวหลัวที่อยู่ใต้ตาข่ายซิวหลัวมักจะสูญเสียสติไปอย่าง สมบูรณ์และกลายเป็นสัตว์ร้ายภายในระยะเวลาสั้นๆ แต่ซิวหลัว ตนนี้ไม่รู้อย่างไร กลับยังคงรักษาร่องรอยของการตื่นรู้ตั้งแต่ต้น จนจบ
ต้องทราบว่าการรักษาความตื่นรู้ภายใต้ตาข่ายซิวหลัวเป็นสิ่ง ที่เจ็บปวดหนักหนาและเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
บทที่ 356.2 ความจริงเกี่ยวกับปาน (2)
“ส่งตัวฮูหยินมา” บุรุษชุดดำกล่าว
ซิวหลัวไม่ขยับ
บุรุษชุดดำกล่าวอย่างเย็นชา “ข้าจะพูดอีกครั้ง ส่งสตรีผู้นั้น ออกมา”
เผ่าปีศาจก็มีซิวหลัว บุรุษชุดดำไม่แน่ใจว่านี่คือคนที่หลบหนี ออกไปเมื่อไม่นานมานี้หรือไม่ มีเพียงซิวหลัวเท่านั้นที่สามารถฆ่า ซิวหลัวได้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะจัดการกับซิวหลัว ไม่ได้
บุรุษชุดดำโน้มน้าว “ข้าไม่สนใจซิวหลัว และไม่ต้องการที่จะ จับเจ้า ส่งสตรีผู้นั้นออกมาแล้วข้าจะปล่อยเจ้าไป”
ซิวหลัวไม่ส่ง
“ในเมื่อไม่ชอบดื่มจิ้งจิ่วก็ดื่มฝาจิ่วแทนแล้วกัน[1]!” บุรุษชุด ดำหยิบแส้ซิวหลัวออกมาแล้วฟาดซิวหลัวอย่างดุเดือดราวกับสัตว์ ร้าย
ทุกครั้งที่ถูกฟาด ราวกับมีหัวแร้งบัดกรีวิ่งไปทั่วร่างของซิว หลัว
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ต้นจนจบซิวหลัวไม่ยอมปล่อยมือ
ทุกคนต่างประหลาดใจ เขาไม่เคยเห็นซิวหลัวที่แข็งแกร่ง
ขนาดนี้ ถูกคลุมตาข่ายซิวหลัว ทั้งยังต้องทนทุกข์ทรมานมากมาย ถึงเพียงนี้ ไม่น่าทนไหวมานานแล้ว แต่เขากลับยังกัดฟันแน่น
บุรุษชุดดำหมดแรงเหวี่ยงแส้ในมือ จึงกล่าวอย่างเย็นชา “พอแล้ว เอาไปด้วยกันหมดนี่ละ!”
“ขอรับ!”
ทูตดำสี่คนลากอวนขนาดใหญ่และดันทั้งสองเข้าไปในรถม้า ด้วยกัน
…
ชีสยาย่วน อาม่ากำลังตวัดมือเขียนหนังสืออยู่ภายในห้อง ทันใดนั้น กระดองเต่าทำนายชะตาที่วางอยู่ข้างจานฝนหมึกแตก ออก มือของอาม่าหยุดชะงัก มองไปที่ประตูด้วยสีหน้าซับซ้อน
ปัง!
ประตูถูกอิ่งสือซันเตะเปิด
เยี่ยนจิ่วเฉาสาวเท้ากว้างเดินเข้ามา
“อาม่า!”
ชิงเหยียนกับเยว่โกวก็รีบตามเข้ามาพร้อมกันโดยไม่ได้นัด หมาย อิ่งสือซันกับอิ่งลิ่วก็ชักดาบพาดบนคอของทั้งสอง
เยี่ยนจิ่วเฉาโยนขวดนมเล็กในมือลงบนโต๊ะของอาม่า
นี่คือขวดนมของซิวหลัว
ซิวหลัวพาอวี๋หวั่นออกไป
สองคนหายไปเนิ่นนานไม่กลับ เยี่ยนจิ่วเฉาให้อิ่งลิ่วและอิ่งสือ ซันออกไปตามหา ทั้งสองได้ยินว่าอวี๋หวั่นไปที่สำนักราชครู ใกล้กับ สำนักราชครูพบขวดนมขนาดเล็กตกอยู่บนพื้น
นี่เป็นสิ่งที่ซิวหลัวหวงแหนมากที่สุด เป็นไปไม่ได้ที่จะเขาทิ้ง มันไว้บนถนนตามใจชอบ
ความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียวคือ เกิดเรื่องขึ้นกับซิวหลัวและ อวี๋หวั่น
บริเวณที่พบขวดนม ยังพบกระดิ่งทองแดงที่ทำตกไว้โดยไม่ ได้ตั้งใจ
กระดิ่งทองแดงนี้ อิ่งสือซันเคยเห็นมันอยู่ในมือของอาม่า ซึ่ง นำมาใช้ขับไล่ซิวหลัว
หากไม่ใช่อาม่าเคยไปที่นั่น อาม่าก็ต้องมีความเกี่ยวข้องบาง อย่างกับคนที่พาอวี๋หวั่นและซิวหลัวไป
“พวกเจ้าเป็นใครกันแน่?” เยี่ยนจิ่วเฉาถามด้วยสีหน้าเย็นชา
ตอนนี้ตัวตนของพวกเขาไม่สามารถปกปิดได้อีกต่อไป
อาม่าหยุดชะงัก วางปากกาลงและพูดว่า “ข้าเป็นนักบวชเผ่า ปีศาจ พวกเขาทั้งสามคนเป็นทูตของเผ่าปีศาจ แต่เดิมเราได้รับคำ สั่งจากราชาให้มาจับกุมตี้จีองค์โตกลับไปยังเผ่า”
ทันใดนั้นดาบของอิ่งสือซันก็เข้าไปใกล้คอของชิงเหยียนทีละ นิ้ว!
ชิงเหยียนรู้สึกถึงความเย็นจากใบมีด เรียวคิ้วพลันขมวดมุ่น
“พวกเราได้ยินเกี่ยวกับเบาะแสของตี้จี ว่าอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ ใกล้กับเมืองจิงเฉิงในต้าโจว พวกเราจึงอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเหลี ยนฮวา ก็เพื่อหาโอกาสพาตี้จีกลับไป แต่ตี้จีช่าง…” ช่างอะไร อาม่ำไม่ได้เอ่ย เพียงแต่กล่าวว่า “พวกเราจับนางไม่ได้ จึงคิดหาวิธีอื่น”
เรื่องทำงานเสริมหาเงินกลับบ้าน อาม่าเลือกที่จะลืมมันไป อย่างไรเสียก็น่าละอายเกินกว่าจะมีหน้ากลับไปเป็นนักบวชของ เผ่าแล้ว
อาม่ากล่าวต่อ “การหายาให้พวกเจ้า ก็เพียงเพื่อให้ได้รับความ ไว้วางใจ หลอกลวงพวกเจ้าเข้าไปยังเผ่าปีศาจ”
อิ่งลิ่วฟังเช่นนั้นก็โกรธจัด “พวกเจ้ามันเลว! เสียแรงที่ คุณชายกับพระชายาซื่อจื่อเชื่อใจเจ้าถึงเพียงนี้! พวกเจ้ากลับมี แผนเช่นนี้มาตั้งแต่แรก!”
ชิงเหยียนและเยว่โกวก้มหน้าลง
อาม่าไม่เอ่ยสิ่งใด
เยี่ยนจิ่วเฉาโยนกระดิ่งทองแดงลงบนโต๊ะ “คนกลุ่มนั้นคือ ใคร?”
อาม่าหยิบกระดิ่งทองแดงขึ้นมาดูและพูดว่า “เหมือนกับพวก เรา เป็นทูตของเผ่าปีศาจ แต่พวกเราเป็นทูตขาว พวกเขาเป็นทูต ดำ”
อิ่งลิ่วถามอย่างงวยงง “สิ่งใดคือทูตขาวทูตดำ?”
ชิงเหยียนอธิบายว่า “ทูตขาวเป็นผู้ทำภารกิจ แต่เมื่อภารกิจ ล้มเหลวทูตดำจะถูกส่งไปสังหารทูตขาว”
ภารกิจล้มเหลว?
อิ่งลิ่วเป็นใบ้ในทันที
เห็นได้ชัดว่าพวกเขาอยู่ใน ‘เงื้อมมือ’ ของคนพวกนี้ หากไม่ เกิดเรื่องแบบนี้ ตัวตนของคนพวกนี้ก็ไม่มีทางถูกเปิดเผยออกมา ชิงเหยียนกลับบอกว่าภารกิจล้มเหลว หมายความว่าพวกอาม่าย อมแพ้ที่จะจับคนกลับไปแล้วหรือ?
เมื่อนึกขึ้นได้ เยี่ยนจิ่วเฉาจึงกล่าวว่า “ที่แท่นบูชา คนที่เจ้า ควบคุมราชครูไปสังหารคือทูตดำ?”
อาม่าพยักหน้า
“เหตุใดไม่บอกก่อนหน้านี้?” เยี่ยนจิ่วเฉาถาม
อาม่านิ่งงัน
ชิงเหยียนกล่าวว่า “เพราะอาม่าต้องการพาพวกเราจากไป อย่างสงบ”
ขณะที่ชิงเหยียนกล่าว ก็เหลือบมองอาม่า สายตาตกกระทบ บนหนังสือที่เขียนไปเกินกว่าครึ่งหนึ่งแล้ว “อาม่าเก็บตัวอยู่ในห้อง ทั้งวันทั้งคืน ก็เพราะอยากรีบเขียนคำแปลให้เร็วที่สุด หลังจากนั้น พวกเราก็จะจากไป”
ไปที่ใด ชิงเหยียนไม่ได้บอก
ถูกทูตดำเฝ้าจับตา ต่อให้หนีไปสุดขอบโลกก็ยังจะถูกพบและ สังหารตายอยู่ดี
ไม่มีใครสามารถทรยศเผ่าปีศาจ พวกเขาก็เช่นกัน
อาม่าทอดถอนใจ “ดูจากตอนนี้ คาดว่าทูตดำคงได้พบกับอา หวั่น จึงเปลี่ยนแผนชั่วคราว พานางกลับเผ่า”
เพียงแต่ไม่รู้ว่า พวกเขาทราบว่าคนที่ตนพากลับไปเป็นอา หวั่น หรือคิดว่านางเป็นตี้จีองค์โต แต่ไม่ว่าเป็นแบบใด พวกเขาก็ จะไม่ทำร้ายนางในยามนี้
อย่างไรเสีย ราชาก็ต้องการคนที่มีชีวิตไม่ใช่ซากศพที่เย็นเยียบ
จู่ๆ อิ่งลิ่วก็เอ่ยปาก “แต่ว่า…ซิวหลัวไม่ได้อยู่กับพระชายาซื่อ จื่อหรอกรึ? ซิวหลัวไม่สามารถต่อกรกับทูตสองสามคนได้อย่างนั้น หรือ?”
อาม่ากล่าวว่า “พวกเขามีวิธีจัดการกับซิวหลัว”
“เก็บของ” เยี่ยนจิ่วเฉาออกคำสั่งด้วยเสียงเย็นชาจบ ก็หัน หลังกลับเดินออกไปด้วยใบหน้าเรียบเฉย
อิ่งสือซันและอิ่งลิ่วมองหน้ากัน ชักดาบเก็บ อิ่งลิ่วอยู่เฝ้าพวก เขา ส่วนอิ่งสือซันรีบตามไป “คุณชาย!”
เยี่ยนจิ่วเฉาหยุดอยู่นอกธรณีประตูสวนอู๋ถง
อิ่งสือซันมองเขา จากนั้นก็มองธรณีประตูที่อยู่ตรงเท้าของ
เขา และเอ่ยถามหยั่งเชิง “คุณชาย ตาของท่าน…”
เยี่ยนจิ่วเฉากล่าวอย่างนิ่งเฉย “เป็นครั้งคราวเท่านั้น ข้าสบาย ดี”
อิ่งสือซันกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “ท่านรออยู่ที่หนานจ้าว ข้า จะพาพระชายากลับมา บางทีอาจไม่ต้องไปที่เผ่าปีศาจ เพียงครึ่ง ทางก็สามารถเจอตัวและพากลับมา”
เยี่ยนจิ่วเฉามองฟ้ากว้างไร้ที่สิ้นสุด “ภรรยาของข้า ข้าจะไป ตามหาด้วยตนเอง”
ในที่สุดชิงเหยียนและเยว่โกวก็เข้าใจว่าเยี่ยนจิ่วเฉาไม่ได้คิด จะไล่พวกเขาไป แต่ให้ไปที่เผ่าปีศาจกับพวกเขาด้วย
ชิงเหยียนพูดกับอิ่งลิ่ว “เผ่าปีศาจอยู่ไกลนัก พยายามเปลี่ยน ใจเขาเถอะ ร่างกายเช่นนั้น เกรงว่าจะไม่อาจแบกรับความ เหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางที่ยาวไกล”
อิ่งลิ่วกล่าว “การตัดสินใจของคุณชาย ไม่มีผู้ใดเปลี่ยนใจเขา ได้!”
“อาม่า…” ชิงเหยียนมองไปที่อาม่าอีกครั้ง
อาม่ากล่าวว่า “เจ้าเพิ่งรู้จักเขาเป็นวันแรกหรือ?”
ชิงเหยียนอึกอัก
หลังจากอยู่ด้วยกันมานาน เขาจะไม่รู้จักนิสัยใจคอของเยี่ยน จิ่วเฉาได้อย่างไร?
บุรุษผู้นี้ไม่กลัวตาย แม้เป็นภูเขาดาบทะเลเพลิงไม่มีที่ใดที่เขา ไม่กล้าบุกเข้าไป ขอเพียงเขาตัดสินใจแล้ว ต่อให้ม้าแปดตัวดึงก็ ฉุดไม่อยู่
เดิมทีคิดจะอยู่ที่หนานจ้าวอีกสองสามวัน แต่ดูเหมือนจะเป็น ไปไม่ได้แล้ว
หลายคนเก็บข้าวของในชั่วข้ามคืน
เยี่ยนจิ่วเฉาไม่ได้ไปอำลาคนที่จวนเห้อเหลียน เพียงแค่ทิ้ง จดหมายไว้สองสามฉบับ
ขณะผ่านเรือนของฮูหยินผู้เฒ่าก็ได้ยินเสียงของฮูหยินผู้เฒ่า พูดคุยปนหัวร่อกับนางถาน
เขายืนอยู่ที่ประตูมองเข้าไปข้างในอย่างเงียบๆ
รูปลักษณ์ของฮูหยินผู้เฒ่า เขาไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน อีกต่อไป
แต่เสียงนั้นยังจำได้ดี
“หลานย่า!” ฮูหยินผู้เฒ่ามองเห็นเยี่ยนจิ่วเฉาและโบกมือให้ เขา
เยี่ยนจิ่วเฉาสีหน้าเรียบเฉยเดินเข้าไป
ฮูหยินผู้เฒ่าจับมือของเยี่ยนจิ่วเฉา
“ดึกเช่นนี้ยังไม่นอนอีกหรือ? สะใภ้ข้าเล่า? วันนี้ข้าไม่เห็นนาง เลยทั้งวัน!”
ถึงจะน่าเกลียด แต่ไม่ได้เจอทั้งวัน ก็รู้สึกคิดถึงยิ่งนัก
เยี่ยนจิ่วเฉากล่าวว่า
“นางออกไปแล้ว ข้าจะไปรับนางกลับมา”
“อื้ม” ฮูหยินผู้เฒ่าพยักหน้าอย่างจริงจัง
“เจ้าต้องพานางกลับมานะ! ข้ายังคงรอให้นางให้กำเนิดเหลน สาวให้ข้าอีกสักคน!”
“ขอรับ” เยี่ยนจิ่วเฉากล่าว
…………………………………………
[1] ไม่ชอบดื่มจิ้งจิ่วก็ดื่มฝาจิ่ว หมายถึง เมื่อเจรจาดีๆ ไม่ยอมทำตาม
ก็คงต้องใช้กำลังบังคับ
จิ้งจิ่ว เหล้าที่ใช้ดื่มอวยพรแสดงความยินดี
ฝาจิ่ว เหล้าที่ให้ดื่มเมื่อถูกปรับแพ้หรือถูกลงโทษ