หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม - บทที่ 36 ค้นหาความจริง
กระทั่งเยี่ยนจิ่วเฉาจากไป อวี๋หวั่นก็ยังคงไม่เข้าใจว่าเหตุใดเขา จึงอารมณ์ไม่ดี ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตน ทว่าก็นึกไม่ ออกเสียเลย ว่าไปทำสิ่งใดให้เขาต้องขุ่นเคือง
อวี๋หวั่นอารมณ์ดีที่ได้พบกับเด็กชายตัวน้อยๆ เธอหลับไป อย่างมีความสุข เพียงแต่ยังร้อนมาก ร้อนจนกระทั่งร่างกายของ เธอชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ เธอตื่นขึ้นกลางความฝันถึงหลายครา
ฟ้ายังไม่สว่าง อวี๋หวั่นตื่นขึ้นมาและเดินไปยังห้องครัวเพื่อทำ อาหารเช้า ทว่าอวี๋เซ่าชิงกลับง่วนอยู่หน้าเตาแต่เช้าตรู่ เมื่อก่อน คนที่ยุ่งที่สุดในบ้านคือเธอ ทว่านับแต่บิดากลับมา คนที่ยุ่งที่สุด กลับกลายเป็นเขา
“อรุณสวัสดิ์ท่านพ่อ” เธอทักทายด้วยรอยยิ้ม
“เหตุใดเจ้าไม่นอนอีกหน่อยเล่า?” อวี๋เซ่าชิงถามด้วยอารมณ์ สดชื่นปลอดโปร่ง ราวกับว่าเมื่อคืนเป็นคืนที่แนบชิดหวานชื่นและ รักกับภรรยาทั้งคืนอย่างมิต้องเอ่ย “จริงสิ เมื่อคืนนี้คนของหอจุ้ย เซียนมาส่งเจ้าหรือ?”
หัวใจของอวี๋หวั่นเต้นกระตุก “ท่านพ่อเห็นแล้วหรือ?”
“ไม่เห็น” อวี๋เซ่าชิงยิ้มและวางมีดทำครัวที่หั่นหน่อไม้ “พ่อ ได้ยินเสียงกีบม้า มันไม่เหมือนกับม้าคุณภาพตํ่าที่มาจากพ่อค้ารถ
ม้า”
ถ้าเยี่ยงนั้น ม้าที่คุณชายเยี่ยนใช้ก็ล้วนเป็นม้าเลอค่าระดับสูง
รถม้ามาส่งเพียงทางเข้าหมู่บ้าน ทว่าพ่อของเธอก็ยังสามารถ แยกความแตกต่างของเสียงได้ อวี๋หวั่นขบคิดอย่างหวาดเกรง และจำต้องระมัดระวังมากขึ้นในอนาคต
เรื่องที่พ่อของเธอได้รับการดูแลจากจวนคุณชายเยี่ยน ลุงวั่ นมีข้ออ้างที่เหมาะสม นั่นก็คือครั้งหนึ่งอวี๋หวั่นได้ช่วยคุณชายน้อย ทั้งสามจากโจรไว้ได้ จวนคุณชายเยี่ยนซาบซึ้งจึงตอบแทนบุญคุณ เป็นเรื่องที่สมควร คนสกุลอวี๋ก็เชื่อคำพูดนี้เช่นกัน เว้นแต่ผู้ที่รู้ ข้อมูลวงในเชิงลึกอย่าง…อวี๋เฟิง
ความสัมพันธ์ระหว่างเหยียนฉงหมิงและจวนคุณชายเยี่ยน อ วี๋เซ่าชิงก็เคยได้ยินจากในค่ายทหารมาบ้าง เป็นไปได้ที่เขาจะไม่เข้า ข้างว่าที่พ่อตาและหันมาดูแลคนนอก แสดงให้เห็นว่าเป็นผู้ที่ตรง ไปตรงมาและมีศีลธรรม แต่ไม่รู้เหตุใดอวี๋เซ่าชิงจึงไม่อาจชอบเขา ได้ และมักจะรู้สึกว่าคุณชายผู้ซึ่งไม่เคยพบเจอกันมาก่อนผู้นี้จะ ยื้อแย่งบางสิ่งกับเขา…
หลังอาหารเช้า อวี๋เซ่าชิงพาอวี๋ซงไปดูไม้ที่ภูเขาด้านหลัง เพราะการสร้างบ้านไม้เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ทั้งไม้สนและไม้ซานล้วน เหมาะสมยิ่ง บนยอดเขามีป่าสนแดงขนาดใหญ่ เพียงพอสำหรับ การสร้างโรงงานและหอพัก
อวี๋หวั่นไปที่ภูเขาด้านหลังเพื่อขุดหน่อไม้ อวี๋เฟิงก็ตามมาด้วย
ระหว่างทางไปยังภูเขาด้านหลัง อวี๋หวั่นถามเกี่ยวกับหินและ อิฐสีเขียวเทา อวี๋เฟิงเอ่ยตอบ “อิฐสีเขียวเทาในหมู่บ้านยังไม่ดีนัก ข้าจะเข้าไปดูในตำบลภายหลัง”
เมื่อคิดบางอย่างออก อวี๋หวั่นจึงถามว่า “จริงสิ พี่ใหญ่ หลี่เจิ้ง ได้บอกเรื่องพี่เอ้อร์หนิวให้ท่านฟังหรือไม่?
“บอกแล้ว ให้พวกเขามาสร้างบ้านก่อน หากมีธุระอื่นใน อนาคต จึงค่อยแบ่งให้พวกเขาไปทำ” อวี๋เฟิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า “ในเมื่อมีคนพอแล้ว ต่อไปเจ้าไม่ต้องมาขุดหน่อไม้ด้วย ตนเองอีกแล้วล่ะ”
อวี๋หวั่นเอ่ย “ยังไม่พอหรอกท่านพี่ เพียงขุดหน่อไม้ยังไม่พอ หากแต่ต้องหาคนมาเก็บหน่อไม้ด้านนอกด้วย”
อวี๋เฟิงสูดลมหายใจ “ต้องการหน่อไม้มากเพียงนั้นเลยหรือ ไร?”
“อื้ม” อวี๋หวั่นพยักหน้า “กิจการของหอจุ้ยเซียนรุ่งเรืองมาก เกรงว่าหน่อไม้อาจไม่พอขาย”
ไม่กี่เดือนก่อนครอบครัวของพวกเขายังต้องอดมื้อกินมื้อ ทว่า เพียงชั่วพริบตา กลับได้ทำธุรกิจขนาดใหญ่เช่นนี้ อวี๋เฟิงคิดว่ามัน ช่างน่าเหลือเชื่อ ทว่าที่น่าประหลาดใจมากกว่านั้น เขาพูดกับอวี๋ หวั่นว่า “เรื่องนี้ให้ข้าดูแลเอง ไม่นานข้าจะไปหาคนมา”
ทั้งสองเดินมาเยอะจนคุ้นเคยเสียแล้ว มิได้รู้สึกไกลอีกต่อไป
สองพี่น้องเดินคุยกันไป มิทันไรก็มาถึงป่าไผ่
ทั้งสองขุดหน่อไม้ขึ้นมาสองตะกร้า เก็บผลซู่เหมยสีแดงสด หนึ่งห่อผ้า และกลับลงไปเมื่อยามใกล้มื้อกลางวัน
เมื่อกลับไปก็พบว่ามีคนมาที่บ้าน ทว่ากลับเป็นชุยเฒ่าที่มิได้ พบเจอกันเสียนาน
ในอ้อมแขนของชุยเฒ่ามีลูกสุนัขพื้นเมืองตัวน้อยที่เพิ่งเกิด มาไม่นาน ท่าทางของลูกสุนัขพื้นเมืองไม่สู้ดีนัก ท้องของมันใหญ่ โตมาก
“อาหวั่น! ในที่สุดเจ้าก็กลับมา ข้ารอเจ้ามานานแล้ว นี่เป็น สุนัขของบ้านยายหวังที่อยู่ข้างๆ มันปวดท้องมาหลายวันแล้ว เจ้า ช่วยรีบดูให้ทีสิ!” ชุยเฒ่าเอ่ยพร้อมกับอุ้มเจ้าหมาน้อยขึ้นมา
อวี๋หวั่นมิเคยลืมว่าเธอได้พบกับองค์ชายรองได้อย่างไร หมอ พื้นบ้านที่ดูเหมือนไม่มีอะไรโดดเด่นคนนี้ เรียกอีกฝ่ายว่าเป็น เพื่อนของตน แล้วก็ยังพาเขามาที่บ้านของเธอ
เธอรู้มานานแล้วว่าตัวตนของคุณชายสวี่นั้นไม่ธรรมดา แต่ไม่ คาดคิดว่าจะไม่ธรรมดาถึงเพียงนี้ แท้จริงเขาเป็นองค์ชายรอง เป็นบุตรชายของสวี่เสียนเฟย มิน่าเล่าเขาจึงใช้แซ่สวี่ ใช้แซ่ของ มารดานี่เอง หากจะพูดเช่นนี้ ที่เธอเคยคาดเดาว่าเขาเป็นคนของ สกุลสวี่ ก็เดาถูกไปครึ่งหนึ่ง
สามารถ ‘เป็นเพื่อน’ กับองค์ชายได้ คิดว่าหากชุยเฒ่ามิใช่
หมอพื้นบ้านจริงๆ ก็ไม่รู้แล้วว่ามีภูมิหลังแบบใด
บางครั้ง การรู้มากเกินไปก็มิใช่เรื่องดี อวี๋หวั่นเก็บงำความคิด ที่อยากถามชุยเฒ่า และตรวจดูอาการของสุนัขตัวน้อย อาการ ท้องร่วงและท้องอืดมิใช่ปัญหาใหญ่ เพียงต้องใส่ใจกับการให้ อาหาร ทว่าข้อต่อที่บวมผิดรูปทำให้การเดินไม่มั่นคงของสุนัขตัวนี้ ต่างหากจึงเป็นปัญหาใหญ่ที่แท้จริง
อวี๋หวั่นเขียนใบสั่งยา “ซานจา[1]ขนาดสี่เหรียญ หัวไชเท้าสด สีขาวขนาดครึ่งเหรียญ เปลือกส้มสดขนาดหกเหรียญ นำไปต้มกับ นํ้า ทานวันละสองครั้ง กินนานหน่อย สิบวันหรือครึ่งเดือนก็ได้”
อวี๋หวั่นได้รับค่าตรวจยี่สิบอีแปะจากชุยเฒ่า
หลังจากชุยเฒ่าจากไป จู่ๆ อวี๋หวั่นก็นึกถึงเรื่องที่พบเจอกับ องค์ชายรองเมื่อวานนี้ เยี่ยนจิ่วเฉาน่าจะได้ยินว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ เธอกับองค์ชายรองพบกัน ทว่ากลับมิได้ถามว่าเธอกับองค์ชายรอง พบกันได้อย่างไร…
เขามิได้สงสัย หรือว่าเขามิได้สนใจกันนะ?
…
ณ จวนของคุณชาย ในห้องหนังสือที่เปิดกว้างของเยี่ยนจิ่ว เฉา อิ่งลิ่วผู้ซึ่งมีใบหน้าเศร้าหมองยืนอยู่ตรงข้าม
หลังจากจวนของคุณชายเกิดเหตุการณ์ที่ไม่อาจจะบรรยาย ขึ้น อิ่งลิ่วไม่อาจมองตรงไปที่ความสัมพันธ์ของเขากับเจ้านายของ
เขาได้อีกต่อไป
เพียงตอบคำถาม อิ่งลิ่วก็ยังมองออกไปนอกหน้าต่าง!
“เรื่องที่ข้าให้เจ้าไปตรวจสอบ เจ้าตรวจพบแล้วรึ?” เยี่ยนจิ่ว เฉาถามอย่างเหม่อลอยพลางพลิกหนังสือ ‘ภูมิศาสตร์ของราชวงศ์ โจว’ ที่ถูกทาด้วยหมึกสีดำจากฝีมือเด็กอ้วนน้อยทั้งสาม
“ตรวจพบแล้วขอรับ” อิ่งลิ่วเอ่ยพลางมองออกไปนอก หน้าต่าง!
เยี่ยนจิ่วเฉาไม่ยี่หระต่อท่าทีประสาทเล็กน้อยของเขา “เล่ามา ซิ”
อิ่งลิ่วเอ่ย “องค์ชายรองไปหาแม่นางอวี๋เพื่อรักษาสัตว์เลี้ยง ของเขา และพบกันโดยบังเอิญในหมู่บ้านครั้งหนึ่ง ภายหลัง เนื่องจากเกิดเรื่องขึ้นที่หอเทียนเซียง จึงได้พบกันอีกสองครา ใน สองครานั้น องค์ชายรองได้ช่วยแม่นางอวี๋ไว้”
คราแรกพ่อครัวหยางจ้างนักฆ่า นักฆ่าเหล่านั้นถูกจวินฉาง อันส่งไปยังที่ทำการปกครองด้วยตนเอง เรื่องนี้สืบไม่ยากส่วนอีก คราหนึ่งคือการแข่งขันใหญ่ที่หอเทียนเซียง มีคนขังอวี๋หวั่นไว้ใน อุโมงค์นํ้าแข็ง เรื่องนี้เกิดความโกลาหลใหญ่โต จึงตรวจสอบได้ไม่ ยากเช่นกัน
“สิ่งที่ข้าอยากจะบอกคุณชายก็คือ ที่หอเทียนเซียงครานั้น องค์ชายรองพาแม่นางอวี๋ขึ้นไปชั้นบนด้วยตนเอง!”
อิ่งลิ่วผู้ซึ่งมีจิตใจที่หยิ่งในศักดิ์ศรีของชายหนุ่มเจ็บปวดแสน สาหัส ในที่สุดก็สบโอกาสที่จะทำให้คุณชายของเขารู้สึกแย่ลงไป อีก!
หัวใจของเยี่ยนจิ่วเฉาถูกปิดกั้นไว้ เขานึกเสียใจเล็กน้อยที่เมื่อ คืนนี้ทำให้เยี่ยนไหวจิ่งจากไปอย่างง่ายดายเช่นนั้น
“เยี่ยนไหวจิ่งรู้ได้อย่างไรว่านางสามารถรักษาได้?” คุณชาย มิได้หน้ามืดตามัวด้วยแรงหึง และจำเรื่องที่ยังต้องจัดการได้
อิ่งลิ่วเอ่ย “ในอดีตจวนขององค์ชายรองเคยมีผู้ช่วยส่วนตัว เล่ากันว่าเป็นหมอเทวดา แซ่ชุย เขาได้ออกจากจวนขององค์ชาย รอง ยามนี้อาศัยอยู่ใกล้กับหมู่บ้านเหลียนฮวา และบังเอิญได้รู้จัก กับแม่นางอวี๋”
เยี่ยนจิ่วเฉามิได้สนใจที่มาของหมอเทวดาชุย ท้ายที่สุดแล้วไม่ ว่าหมอเทวดาจะเก่งสักเพียงใด ก็ไม่สามารถรักษาโรคของเขาได้ “ถ้าเช่นนั้น คนแซ่ชุยก็มิได้มีเจตนาเข้าใกล้แม่นางอวี๋?”
“ควรเป็นเช่นนั้น” อิ่งลิ่วคาดเดา
คิ้วของเยี่ยนจิ่วเฉาเลิกขึ้นเล็กน้อย “เยี่ยนไหวจิ่งก็ด้วยรึ?”
อิ่งลิ่วชะงัก “คุณชายกำลังสงสัยองค์ชายรองหรือ?”
เยี่ยนจิ่วเฉาโยนหนังสือกลับไปบนโต๊ะอย่างเฉยเมย “ฮึ ผู้ใด จะรู้ว่าใจเขาคิดอะไร! สตรีคนนั้นทั้งโง่ทั้งงี่เง่า ไม่รู้ว่าวันใดนางจะ ไปตามแผนของเขา! คิดว่าผู้ใดก็จะดีเช่นคุณชายผู้นี้รึ?”
อิ่งลิ่ว “…”
ท่านไม่คิดว่าตัวเองเป็นผู้ที่ควรจะถูกระวังที่สุดหรอกหรือ?
เยี่ยนจิ่วเฉาหรี่ตา “ข้ารู้สึกอยู่เสมอว่าชายผู้นี้ปิดบังอะไรบาง อย่างอยู่ ให้คุณชายผู้นี้ได้จับตาดูเยี่ยนไหวจิ่งอย่างใกล้ชิด ไม่ช้าก็ เร็วข้าจะต้องเอาหางจิ้งจอกของเขาออกมาให้ได้!”
……………………
ยามเมื่อฟ้าสว่าง เหยียนหรูอวี้ก็ลุกขึ้น
วันนี้เป็นวันที่ต้องเข้าวังหลวงเพื่อพบกับสวี่เสียนเฟย แม้น ไม่รู้ว่าสวี่เสียนเฟยคิดอันใดอยู่ ทว่าในฐานะที่นางเป็นบุตรีของข้า ราชบริพาร ไม่มีเหตุผลที่จะไม่ไปได้
“บางทีพระสนมอาจต้องการเชื่อมสัมพันธ์กับจวนแม่ทัพ” แม่หลินเอ่ยเดา ในขณะที่นางกำลังหวีผมให้เหยียนหรูอวี้
เหยียนหรูอวี้เบะปากแล้วเอ่ย “สวี่เสียนเฟยต้องกังวลสิ่งใด เล่า? ในบรรดาองค์ชายมากมาย โอรสของนางสำคัญที่สุดสำหรับ ฮ่องเต้อยู่แล้ว”
แม่หลินม้วนผมยาวของนางขึ้น “ก็ยังกล่าวเช่นนี้มิได้ แท้จริง แล้วฮองเฮายังคงอยู่ แม้องค์ชายใหญ่จะไม่เป็นที่โปรดปราน ทว่า ก็ยังครองตำแหน่งสูงสุด ซึ่งเป็นสิ่งที่องค์ชายรองมิอาจเทียบได้”
“ก็จริง” เหยียนหรูอวี้มองตัวเองในกระจกทองเหลือง นาง หยิบปิ่นหยกสีขาวที่ดูเรียบง่ายแต่งดงามจากกล่องแต่งหน้า แล้ว
ยื่นให้แม่หลิน “เกรงว่านางจะต้องการเชื่อมสัมพันธ์กับจวน คุณชายด้วยเช่นกัน”
แม่หลินเอ่ยด้วยความรู้สึกเป็นเกียรติ “ใช่เจ้าค่ะ จวนคุณชาย คือบ้านสามีในอนาคตของคุณหนู เชื่อมสัมพันธ์กับคุณหนู มิได้ หมายความว่าเชื่อมสัมพันธ์กับคุณชายเยี่ยนหรอกหรือ?”
คุณชายเยี่ยนยังมีจวนเยี่ยนอ๋องทั้งหมดหนุนหลังอยู่ อีกทั้ง จวนสกุลเซียวของเซียวเจิ้นถิงด้วย หากจะเอ่ยว่า เยี่ยนจิ่วเฉายืน อยู่ฝั่งใด ฝั่งนั้นย่อมมีชัยชนะ คงมิใช่เรื่องเกินจริง
เหยียนหรูอวี้คลี่ยิ้มเบาๆ “ข้ามิได้โง่เง่าถึงเพียงนั้น”
แม่หลินไม่เข้าใจสิ่งที่นางเอ่ย
เหยียนหรูอวี้เชิดคางขึ้นด้วยท่าทีหยิ่งผยอง “คุณชายไม่ชอบ องค์ชายเหล่านั้น ข้าจะมิยอมให้ผู้ใดมาเชื่อมสัมพันธ์ จนกว่าเขา จะเอ่ยปาก”
หลังจากแต่งอาภรณ์เรียบร้อยแล้ว เหยียนหรูอวี้ก็เข้าวัง พร้อมกับแม่หลินและไฉ่ฉิน
……………..
สถานที่ชมดอกไม้อยู่ในอุทยานหลวง เมื่อไปถึง เหยียนหรูอวี้ จึงได้ตระหนักว่าตนคิดมากเกินไป สวี่เสียนเฟยเชิญเพียงแค่นาง เสียเมื่อไร เห็นได้ชัดว่าสตรีสูงศักดิ์ครึ่งหนึ่งในเมืองหลวงถูกเชิญ มาที่นี่
นกกระจ้อยและนกนางแอ่นในอุทยานหลวงสีสันสวยสด งดงาม ราวกับอวดความสวยงามแข่งกับดอกไม้
เหยียนหรูอวี้ไม่จำเป็นต้องเดาก็พอทราบ ว่าสตรีสูงศักดิ์เหล่า นี้คิดอันใดอยู่ องค์ชายรองอายุไม่น้อยแล้ว การไว้ทุกข์ให้กับไทเฮา เป็นระยะเวลาสามปีก็ครบกำหนดแล้ว ถึงเวลาที่ต้องเลือกพระ ชายาขององค์ชาย ทว่านางแตกต่างจากสตรีเหล่านั้น นางมีคนรัก อยู่แล้ว นางเพียงแค่มาชื่นชมดอกไม้!
“คุณหนูเหยียน ท่านยังจำข้าได้หรือไม่?” สตรีสง่างามในชุด สีชมพูเดินเข้ามาหาเหยียนหรูอวี้
แน่นอนว่า เหยียนหรูอวี้จำนางได้ บุตรีของรองเจ้ากรมพระ คลัง บุตรีคนที่สองของสกุลเว่ย และทั้งสองไปมาหาสู่กันก่อนที่ จวนสกุลเหยียนจะเกิดเรื่องขึ้น ทว่าความสัมพันธ์ก็มิได้แน่นแฟ้น
เหยียนหรูอวี้ยิ้มตอบด้วยมารยาท “คุณหนูเว่ย มิได้เจอเสีย นาน สบายดีหรือ?”
“ท่านจำข้าได้จริงๆ!” คุณหนูเว่ยจับมือของเหยียนหรูอวี้ด้วย ความตื่นเต้น “ข้าบอกพวกเจ้าแล้วใช่ไหม? ทีนี้พวกเจ้าก็เชื่อแล้ว สิ!”
เหยียนหรูอวี้มิใช่บุตรีผู้โศกเศร้าที่ทำได้เพียงนั่งมองสตรีเหล่า นี้อยู่ตรงมุมเฉยๆ อีกต่อไป ตอนนี้นางกลายเป็นสตรีสูงศักดิ์ที่ ผู้คนต้องมาประจบนาง
บุตรีของจวนอัครเสนาบดีก็มา ใครเล่าจะกล้าผ่านนางไปได้?
ไม่นานเหยียนหรูอวี้ก็กลายเป็นจุดสนใจ สตรีทุกคนรุมล้อม นาง และพยายามประจบนางอย่างเต็มที่ หาได้เป็นคำสั่งของสวี่ เสียนเฟยไม่ หากแต่ตัวตนของนางในยามนี้ สุกใสเป็นประกาย มากเสียจนยากที่ผู้ใดจะไม่ประจบประแจง
“คุณหนูเหยียน ช่วงปลายเดือนเป็นวันเกิดของข้า ท่านจะให้ เกียรติมาเป็นแขกที่บ้านของข้าได้หรือไม่?”
“คุณหนูเหยียน วันเกิดของข้าก็ใกล้มาถึงเช่นกัน!”
“ทำไมเอ่ยถึงแต่วันเกิดของตนเองเล่า คุณหนูเหยียน วันเกิด ของท่านเดือนอะไรหรือ?”
ยามเผชิญกับคำถามของเหล่าสตรี เหยียนหรูอวี้ต้องตอบ อย่างอดทน นางเริ่มรักษารอยยิ้มที่สง่างามไว้บนใบหน้า โดยมิได้ สังเกตเห็น หลังม่านโปร่งที่ห่างไปไม่ไกล มีดวงตาหลายคู่จ้องมอง ตนอย่างไม่ไหวติง
“เหตุใดเจ้าจึงเชิญหญิงชราผู้นี้กลับมา? นางถูกฮองเฮาขับ ออกไป หากให้ผู้ใดรู้ว่าข้าพานางกลับเข้าวัง ข้าคงถูกกล่าวหาว่า หมิ่นเบื้องสูงเป็นแน่” ด้านหลังฮุยมามา สวี่เสียนเฟยดึงมือของ บุตรชายนางและกระซิบเบาๆ
สวี่เสียนเฟยควบคุมดูแลวังทั้งหก นางมิได้เกรงกลัวฮองเฮา ทว่านางไม่สามารถปล่อยให้ตนเอง ‘ทำลาย’ กฎมณเทียรบาล และ
หาเรื่องยั่วยุให้ฝ่าบาทต้องทอดทิ้ง
เยี่ยนไหวจิ่งเอ่ย “เสด็จแม่โปรดวางใจ เพียงให้นางได้ยืนยัน สิ่งเดียว หลังจากนั้นข้าจะส่งนางออกจากเมืองหลวงไป”
ฮุยมามามองเหยียนหรูอวี้ที่กำลังเพลิดเพลินจำเริญใจอย่าง ไม่กะพริบตา
สวี่เสียนเฟยก็มองตามไปด้วย “ทำไมหรือ? เจ้าสงสัยว่าเด็ก พวกนั้นมิได้เกิดจากนางรึ?”
เยี่ยนไหวจิ่งเล่าถึงสิ่งที่พบเจอในหอหนิงเซียงให้มารดาฟัง “…คนเมามักเผยธาตุแท้ สิ่งที่เหยียนเซี่ยกล่าวต้องเป็นความจริง แน่”
“หากนางตั้งครรภ์ไม่ได้ เด็กเหล่านั้นก็คงถูกนางพามาจากที่ อื่น…ช่างใจกล้ายิ่งนัก…” สวี่เสียนเฟยเผยยิ้มอย่างมีนัย
ฮุยมามาหันกลับมา และก้มคำนับทั้งสองอย่างเป็นทางการ “พระสนม องค์ชาย หม่อมฉันดูเสร็จแล้วเพคะ”
สวี่เสียนเฟยมองอย่างมุ่งมาด “เป็นอย่างไร? นางเคยมีบุตร มาก่อนหรือไม่?”
………………………………
[1] ซานจา ⼭楂 เป็น สมุนไพรที่ช่วยในการย่อยอาหาร