หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม - บทที่ 373.1 พี่จิ่วปะทะราชาเผ่าปีศาจ (1)
ขณะที่ชิงเหยียนกำลังสงสัยว่าคนผู้ที่มาถึงคือใคร เหตุใดต้อง ทำลับๆ ล่อๆ เงานั้นก็เข้ามาประชิดรถคุมขังนักโทษแล้ว
เมื่อเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน ชิงเหยียนก็ตื่น ตะลึงทันใด
อาโต้ว?!
เจ้าไม่ได้ตกลงมาจากหน้าผาหรอกหรือ?
ละ…แล้วก็ไม่น่าจะรอดด้วย?
ใบหน้าบวมเป่งเป็นหัวหมูของอาโต้วบวมน้อยลงแล้ว ตอนนี้มี เพียงรอยเขียวชํ้า ชิงเหยียนจ้องมองเขาราวกับเห็นผี
ไม่เพียงแต่ชิงเหยียน แม้แต่อาม่า เยว่โกว และอาเว่ยก็ตะลึง งันเช่นกัน
องครักษ์เงยหน้าขึ้นและเหลือบไปเห็นเงาคนบนพื้น แต่เมื่อ หันไปมอง เงาของอาโต้วก็อันตรธานหายไป และเขาก็ถูกอาโต้ว จัดการจนหมดสติไป
อาโต้วจับเขาไว้ และปล่อยให้เขานอนลงบนพื้นอย่าง เงียบเชียบ
อาโต้วตรงมายังรถคุมขังนักโทษ หมายจะใช้มือเปล่าทำลาย กรงขัง
ชิงเหยียนจึงบอกว่า “ไม่มีประโยชน์หรอก กรงนี้ทำจาก เหล็กกล้าหมื่นปี มีเพียงกุญแจเท่านั้นที่จะเปิดออก”
อาโต้วจึงเดินกลับไปยังองครักษ์ซึ่งนอนสลบเหมือดอยู่ที่พื้น เขานั่งยองลงหากุญแจ แต่กลับไม่พบอะไร
“ผู้ใดกัน” องครักษ์อีกคนหนึ่งเดินกลับมาแล้ว เมื่อเห็นว่า เพื่อนหมดสติไป และข้างกายของเพื่อนก็ยังมีเงาคน
แปลกหน้าซึ่งดูเหมือนกำลังค้นหาบางอย่างอยู่ ในใจของเขาก็ พลันหวาดระแวงขึ้นทันใด ทว่ายังไม่ทันได้ส่งเสียงร้อง ก็ถูกอาวุธ ลับของอิ่งลิ่วยิงเข้าที่คอแล้ว
เขาตาเหลือกแล้วล้มลง
อิ่งลิ่วปราดเข้าไปรับเขาไว้ ดึงกุญแจซึ่งแขวนไว้ที่เอวของเขา ออกมา แล้วจับเขาไปวางไว้ข้างองค์รักษ์อีกคนหนึ่ง
ชิงเหยียนมองไปยังอิ่งลิ่วซึ่งเดินถือกุญแจเข้ามา แล้วเอ่ยถาม ด้วยความแปลกใจ “เจ้ามาได้อย่างไร เจ้าไม่ได้ไปหาอาหวั่นกับ เยี่ยนจิ่วเฉาหรอกหรือ?”
“อะแฮ่ม” เยี่ยนจิ่วเฉายืนอยู่ด้านหลังของเขาด้วยสีหน้า รำคาญใจ
ชิงเหยียนหันหน้าไปมอง ก็พบว่ามีเงาของคนสองคนยืนอยู่ หรือว่าจะเป็นเยี่ยนจิ่วเฉากับอิ่งสือซัน?
ชิงเหยียนมีสีหน้าเคร่งขรึมในทันใด “อะไรกัน! เยี่ยนจิ่วเฉาก็
มาด้วยหรือ? ที่นี่มันอันตรายไม่รู้หรือไง?”
คนอื่นๆ เสี่ยงชีวิตมาถึงที่นี่ยังพอเข้าใจได้ แต่เยี่ยนจิ่วเฉาไร้ วรยุทธ์ ร่างกายยังอ่อนแอเพราะยาพิษ หากเกิดอะไรขึ้นก็คงจะ ต้องทิ้งชีวิตเอาไว้ที่นี่!
อาโต้วไม่รู้ว่าสภาพร่างกายของเยี่ยนจิ่วเฉาเป็นอย่างไร แต่ เจ้าสองคนนี้มีหรือจะไม่รู้?
ชิงเหยียนโมโหจนควันออกหู!
อิ่งลิ่วเบ้ปาก “เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าพวกข้าไม่ได้ห้าม?”
แต่เรื่องที่คุณชายตัดสินใจแล้ว ใครจะไปห้ามได้?
อิ่งสือซันกล่าวด้วยนํ้าเสียงราบเรียบว่า “ถ้าหากไม่มีคุณชาย พวกเราก็เข้ามาที่นี่ไม่ได้ รีบไขกุญแจเถอะ อยู่ที่นี่นานไม่ดี ออก จากวังหลวงก่อน เรื่องอื่นไว้ค่อยคุยกัน”
“อื้ม!” อิ่งลิ่วไขกุญแจอย่างว่าง่าย
“อาม่า” ชิงเหยียนพยุงอาม่าลุกขึ้น
เยว่โกวกับอาเว่ยยื่นมือออกมาช่วยพยุงอาม่าออกมาจากรถ คุมขังนักโทษ
อิ่งลิ่วพยุงเขาลงมา จากนั้นก็ยื่นมือไปช่วยทั้งสามคนเช่นกัน
ชิงเหยียนและเยว่โกวให้คนอายุน้อยที่สุดอย่างอาเว่ยลงจาก รถก่อน จากนั้นชิงเหยียนก็ให้เยว่โกวลงจากรถ แล้วจึงปัดหน้าตัก และตามลงมา
“ใช่สิ แล้วอาหวั่นละ? นางไม่เป็นไรใช่ไหม?” ชิงเหยียนถาม
อิ่งลิ่วตอบว่า “ฮูหยินน้อยไม่เป็นไร นางรออยู่กับซิวหลัวข้าง นอก เจ้าไม่ต้องพูดแล้ว รีบไปกันเถอะ!”
“ยังไปไม่ได้!” ชิงเหยียน อาเว่ย และเยว่โกวเอ่ยขึ้นพร้อมกัน
อาโต้วและเยี่ยนจิ่วเฉามองพวกเขาอย่างไม่เข้าใจ
ความประหลาดใจปรากฏขึ้นในดวงตาของชิงเหยียน “เยว่โก วก็รู้หรือ?”
เยว่โกวกระแอม “เพิ่ง…เพิ่งรู้”
ชิงเหยียนเดือดดาลในทันใด
ถ้าหากไม่ใช่เพราะสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวยและเวลาบีบคั้น เช่นนี้ เขาอยากจะจัดการเจ้าสองคนนี้ให้รู้แล้วรู้รอด!
มิน่าเล่าอาเว่ยถึงทำตัวลับๆ ล่อๆ มาตลอดทาง ยกอาหารไป กินเสียมากมายราวกับคนท้องยุ้งพุงกระสอบ ที่แท้ก็แอบพาเด็ก สามคนมาด้วยนี่เอง!
เยว่โกวก็อีกคน รู้เรื่องที่ไม่ยอมเล่า ร้ายกาจไม่ต่างกัน!
อิ่งลิ่วเอ่ยถามด้วยสีหน้าตะลึงงัน “ทำไมหรือ?”
เยว่โกวก้มหน้ามองปลายนิ้ว
ชิงเหยียนมองอาเว่ยและเยว่โกวอย่างเหลืออด พลางถอน หายใจออกมายาวๆ “พวกต้าเป่าอยู่ข้างใน”
ทุกคนล้วนตะลึงงัน
ชิงเหยียนกล่าวว่า “ตอนนี้…ยังไม่มีเวลาอธิบาย ไปตามหา เด็กๆ ก่อนเถอะ! พวกเขาคงจะหิว จึงเข้าไปหาของกิน”
เยี่ยนจิ่วเฉาสาวเท้าหมายจะเดินเข้าไปด้านใน อิ่งสือซันหยุด เขาไว้ “คุณชาย! ข้าจะเข้าไปตามหาคุณชายน้อยเองขอรับ ท่านลง เขาไปก่อน เรื่องอื่นข้าจะทำตามที่ท่านบอก แต่เรื่องนี้เห็นจะไม่ได้ นะขอรับ”
พูดจบ เขาก็ไม่รอให้เยี่ยนจิ่วเฉาตอบสนองหรือส่งสัญญาณ แต่อย่างใด จับเยี่ยนจิ่วเฉาขึ้นพาดบนหลังของอิ่งลิ่วทันที “อิ่งลิ่ว เจ้าพาคุณชายไปก่อน!”
อิ่งลิ่วส่งสายตาให้อิ่งสือซัน
หรือว่าเจ้าจะพาคุณชายออกไป? แล้วข้าไปหาคุณชายน้อย?
อิ่งสือซันยกมือขึ้นประสานกัน “ล่วงเกินแล้ว คุณชาย!”
พวกเขายอมให้คุณชายขึ้นเขามา ก็เพราะหากไม่ใช่คุณชาย ก็ คงไม่มีผู้ใดผ่านเส้นทางนี้มาได้ แต่การตามหาเด็กทั้งสามคนนั้น พวกเขาสามารถทำหน้าที่แทนได้
“อาโต้ว เจ้าพาคุณชายกับอาม่าลงเขา พวกข้าจะไปตามหา คุณชายน้อย”
“ข้าไปด้วย” ชิงเหยียนบอก
อาเว่ยและเยว่โกวก้าวเข้ามายืนด้านข้างชิงเหยียน
อิ่งสือซันมิได้ลังเล เขาพยักหน้ากับอาโต้ว “พวกเจ้าลงจาก เขาเถอะ! กลไกของเส้นทางนี้ข้าจำได้แล้ว ไว้เจอกันที่เขตหวง ห้าม”
อิ่งลิ่วแบกเยี่ยนจิ่วเฉา อาโต้วแบกอาม่า
“จะไม่มีใครไปไหนทั้งนั้น!”
ฉิวอู๋หยาพาชางอิงและเหล่าองครักษ์เดินมาพร้อมกับจิต สังหารอันรุนแรง สายตาดุดันของพวกเขาตวัดมองไปยังกลุ่มคน ซึ่งลอบงัดรถคุมขังนักโทษ เมื่อเขาเห็นอาโต้ว เขาก็หรี่ตาเล็กน้อย “เป็นเจ้า?”
อาโต้วหันหน้ามา “ข้าเปล่านะ!”
ฉิวอู๋หยาแค่นหัวเราะ “ประเสริฐจริงๆ ไม่กลับเผ่ามานาน หลายปี ที่แท้ก็แอบไปคบหาคนพวกนี้นี่เอง!”
อาโต้วหันหน้าไป ถลึงตาใส่พร้อมกับปฏิเสธว่า “ไม่ใช่สัก หน่อย! ข้าไปเป็นโจรลักม้าต่างหาก!”
พูดจบ ก็นึกได้ว่าตนเองถูกเปิดโปงเสียแล้ว จึงยกมือขึ้นมา ปิดปากไว้
อู๋ฉิวหยากระจ่างในเรื่องนี้ตั้งแต่แรกแล้ว เขาแค่นเสียงขึ้น จมูก ในเมื่อมาที่นี่แล้ว ก็อย่าได้มีชีวิตรอดกลับไป อย่างมากก็เป็น ได้แค่ซากศพกองหนึ่ง จากนั้นฉิวอู๋หยาก็ละสายตาจากพวกเขา
เขาพยายามกวาดสายตาหาสตรีผู้นั้น แต่ก็ต้องผิดหวัง
เพราะในบรรดาคนนอกเผ่า มีเพียงบุรุษร่างกายกำยำสามคน และ ผู้ที่ถูกแบกไว้นั้นแลดูโดดเด่นที่สุด
“พวกเจ้าเป็นใคร” ฉิวอู๋หยาเอ่ยถามด้วยนํ้าเสียงเย็นเยียบ
อิ่งลิ่วแค่นเสียงขึ้นจมูกแล้วตอบไปว่า “เกี่ยวอะไรกับเจ้าด้วย? จะสู้ก็รีบสู้! จะผายลมก็รีบผายลม!”
ฉิวอู๋หยาหรี่ตา “ใช้ไม้อ่อนไม่ชอบ ต้องให้ใช้ไม้แข็ง องครักษ์ ชาง ฝากเจ้าจัดการด้วย!”
ชางอิงกล่าวด้วยสีหน้าจริงจังว่า “จับพวกเขามา! หากขัดขืน ก็ฆ่าทิ้งเสีย!”
องครักษ์กลุ่มหนึ่งกรูกันเข้ามา!
อิ่งสือซันชักกระบี่ออกมา “พวกเจ้าหนีไปก่อน!”
ชางอิงกระชับหอกยาวในมือ “ห้ามให้หนีไปแม้แต่คนเดียว!”
ชางอิงง้างหอกขึ้น ปลายหอกชี้ไปยังท้องฟ้า แล้วพุ่งหอกไปยัง อิ่งลิ่วกับเยี่ยนจิ่วเฉา อาโต้วซึ่งกำลังแบกอาม่าอยู่ก็ปรี่เข้ามาถีบ หอกยาวนั้นออก จากนั้นจึงดึงเยว่โกวมาและส่งอาม่าให้เขา “เจ้า พาท่านนักบวชหนีไป!”
เยว่โกวไม่รอช้า แบกอาม่าขึ้นหลัง แล้วมุ่งหน้าไปยังสวน ดอกไม้พร้อมกับอิ่งลิ่ว
ทางเข้าเส้นทางกลับนั้นอยู่ที่บ่อนํ้าแห้งขอดในสวนดอกไม้
ฉิวอู๋หยาตวาดเสียงดังว่า “พวกเขาจะหนีแล้ว! ไปจับพวกเขา
เดี๋ยวนี้!”
องครักษ์รักษ์นับสิบไล่ตามพวกเขามาในทันใด
ชิงเหยียนพุ่งเข้าไปขวางองครักษ์เหล่านั้นไว้
ชางอิงหรี่ตาด้วยความเย็นชา เขากระชับหอกยาวในมือ หมาย จะปาหอกเล่มนั้นเข้าปลิดขั้วหัวใจของชิงเหยียน!
แกร็ก!
หอกยาวถูกฝ่ามือของอาโต้วตัดจนหัก!
การปะทะของทั้งสองฝ่ายรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
อิ่งสือซันส่งสายตาให้อาเว่ย อาเว่ยเข้าใจทันที เขาไม่เข้าไป ประสมโรงในการต่อสู้อีกต่อไป อิ่งสือซันหลอกล่อศัตรู อาเว่ยจึง ‘ถอย’ เข้าไปในเรือนของฉิวอู๋หยา
ในสายตาของผูู้อื่น อาเว่ยกำลังกระเสือกกระสนหาทางรอด ทว่าที่จริงแล้วเขากำลังจะไปตามหาลูกศิษย์ทั้งสามของเขา
เขาร้องเรียกเด็กๆ ไม่ได้ ทำได้เพียงเข้าไปหาตามห้อง
ทันทีที่เขาเข้าไปในห้องที่สี่ ฉิวอู๋หยาก็ปรากฏตัวขึ้นด้วย ท่าทางน่ากลัวราวกับผี
“กำลังหาเจ้าพวกนี้อยู่รึ?” ฉิวอู๋หยายิ้มอย่างมีเลศนัย พร้อม กับคว้าเด็กคนหนึ่งออกมาจากด้านหลัง
“อาจารย์!” เสี่ยวเป่ายื่นมือออกไปหาอาเว่ย
นัยน์ตาของอาเว่ยเย็นเยียบในทันใด เขาเอื้อมมือเข้าไปคว้าลำ คอของฉิวอู๋หยา ทว่าขณะที่เขากำลังจะคว้าลำคอของฉิวอู่หยานั้น เอง กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวก็กดเขาเอาไว้
อาเว่ยรู้สึกว่าร่างของตนแข็งเกร็งในทันใด ราวกับถูกกรอก ด้วยตะกั่ว แม้แต่มือ เขาก็ยังยกขึ้นมาไม่ได้
นี่มัน…
อาเว่ยขมวดคิ้ว
ซิวหลัว?
เผ่าปีศาจมีซิวหลัวคนใหม่แล้วหรือ?
ไม่สิ นี่ไม่ใช่ซิวหลัว!
แม้ว่ากลิ่นอายจะแข็งแกร่งไม่ต่างกับซิวหลัว หรืออาจจะ แข็งแกร่งกว่าเสียด้วยซํ้า แต่กลับไม่มีพลังภายในอัน
บ้าคลั่งเฉกเช่นซิวหลัว ทว่ากลับมีพลังปราณของความ กระหายเลือด
นี่มัน…นี่มัน…
ท่านอ๋อง
บทที่ 373.2 พี่จิ่วปะทะราชาเผ่าปีศาจ (2)
อาเว่ยกดหน้าอกเอาไว้ ในร่างมีเสียงกระตูกค่อยๆ แตกออก
เขาออกจากเผ่าไปเพียงสามปี ท่านอ๋องก็แข็งแกร่งขึ้นเหนือ ขีดจำกัด ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วงเวลาสามปีนี้ ไฉนท่านอ๋องจึงน่า กลัวยิ่งกว่าซิวหลัวเสียอีก?
“คิดไม่ถึงกระมัง” ฉิวอู๋หยายกยิ้มมุมมากอย่างได้ใจ “ท่าน อ๋องในตอนนี้ ไม่ใช่ท่านอ๋องคนก่อนอีกต่อไป”
อาเว่ยคุกเข่าอยู่ที่พื้น เขาพยายามฝืนไว้ไม่ให้ตนเองล้มลง “เจ้าทำอะไรกับท่านอ๋อง”
ฉิวอู๋หยามองลงตํ่า ยิ้มอย่างเย็นชาพลางตอบว่า “ข้าปรุงยา ให้ท่านอ๋อง ทำให้ท่านอ๋องแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม”
อาเว่ยกัดฟัน “เจ้า…เจ้าบ้าไปแล้ว! ”
เดิมทีการที่ท่านอ๋องเข้าไปฝึกฝนในเขตหวงห้ามก็นับว่าผิด มหันต์แล้ว อาม่าพยายามกำจัดวรยุทธ์ของท่านอ๋องมาโดยตลอด แต่เจ้างั่งนี่กลับมาทำให้ท่านอ๋องแข็งแกร่งขึ้น เขาไม่ใช่ประมุขที่ คนเผ่าปีศาจต้องการล้มล้างหรอกหรือ?
ฉิวอู๋หยากล่าวด้วยความลำพองใจว่า “ท่านอ๋องไม่ได้เพียง แข็งแกร่งขึ้น ทว่าใบหน้าก็กลับไปเป็นดังเดิม ข้าไม่ได้ไร้ประโยชน์ อย่างศิษย์พี่ สิ่งที่เขาทำไม่สำเร็จ ข้าทำสำเร็จแล้ว!”
อาเว่ยถลึงตาใส่เขา “อาม่าบอกว่าหากท่านอ๋องฝึกวิชาเช่นนี้ ต่อไป ก็จะกลายเป็นซิวหลัวคนที่สอง”
ฉิวอู๋หยาเค้นกำปั้นแน่น “เป็นไปไม่ได้”
“เจ้าโกหก!” อาเว่ยกระอักเลือดออกมาอีกครั้ง “เจ้ากำลัง หลอกใช้ท่านอ๋อง! เจ้ามีแผนการในใจ! เจ้า…”
ฉิวอู๋หยาพูดตัดบทอาเว่ยด้วยความเกรี้ยวโกรธ “เจ้าคน ทรยศ! ยังมีหน้ากลับมาอีก! ก็ดี วันนี้ข้าจะใช้ตำแหน่งนักบวช จัดการเจ้า! ลงไปอยู่ในนรกพร้อมกับเจ้าพวกนี้เลยไป!”
“อาจารย์” เสี่ยวเป่าร้องเรียก!
อาเว่ยต้านแรงกดของอ๋องแห่งเผ่าปีศาจ พุ่งขึ้นชนฉิวอู๋ห ยาจนล้มลงกับพื้น เขาคว้าเสี่ยวเป่าเข้ามาในอ้อมอก แล้วกลิ้งไป บนพื้นเพื่อรักษาสมดุล
จากนั้นอาเว่ยก็พาเสี่ยวเป่ารุดออกไปด้านนอก
เขารู้ว่าเอ้อร์เป่าและต้าเป่ายังอยู่ด้านใน แต่ตอนนี้เขา สามารถช่วยได้เพียงคนเดียว
ทันทีที่เขาออกมา แรงกดอันน่าสะพรึงกลัวนั้นก็ปรากฏขึ้นอีก ครั้ง
อาโต้วกระโดดขึ้นกลางอากาศ ใช้พลังภายในกำบังแรงกด ของท่านอ๋องไว้ “พวกเจ้ารีบหนีไปเร็ว! ข้ากันไว้ได้ไม่นาน!”
อาเว่ยส่งเสี่ยวเป่าให้เยว่โกว ขณะที่กำลังจะกลับไปช่วยเอ้อร์
เป่าและต้าเป่านั้น พลังของเขาก็ไม่อาจต้านทานไหว เส้นเลือดใน ร่างของเขาฉีกขาด
“อ๊ากกกกก”
เขาร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนา ร่างกระแทกลงกับพื้น
แรงกดของอ๋องแห่งเผ่าปีศาจกดลงมา
ขณะคิดว่าตนคงไม่รอดแล้ว พลังภายในอันแข็งแกร่งสาย หนึ่งก็แผ่ขยายไปทุกสารทิศ และปะทะเข้ากับพลังของท่านอ๋อง
ทุกคนล้วนแต่รู้สึกเบาหวิวขึ้นทันใด
ซิวหลัว!
ซิวหลัวมาแล้ว!
อิ่งสือซันเป็นอิสระ เขาพุ่งเข้าไปในเรือนอย่างรวดเร็ว
ชางอิงไล่ตามไปด้วยสีหน้าเย็นเยียบ แต่กลับถูกพลังของซิว หลัวโจมตีเข้าอย่างแรง
พลังภายในทั้งสองหลั่งรินเข้าไปในวังหลวงและปะทะกันอย่าง ดุเดือด
พลังอันบ้าคลั่งในร่างของซิวหลัวพลุ่งพล่านขึ้นมา
อาม่าซึ่งอยู่ในอุโมงค์กลางหุบเขาเงยหน้าขึ้นทันใด
อิ่งลิ่วดวงตาเบิกกว้างด้วยความเหลือเชื่อ “ซิวหลัวเขา…”
“เขาไม่ใช่ซิวหลัวธรรมดาอีกต่อไป” อาม่าตอบ “เขากลายเป็น
ราชาซิวหลัว พลังของเขาทะลุขีดจำกัดแล้ว”
ซิวหลัวยังคงอ้าปากค้าง พลังทะลุขีดจำกัดเมื่อถึง สถานการณ์คับขัน เจ้านี่จะแข็งแกร่งถึงเพียงใดกัน?
อย่างไรก็ดี หากมองจากอีกมุมหนึ่ง ผู้ที่บีบบังคับให้พลังของ ซิวหลัวเพิ่มขึ้นจนทะลุขีดจำกัดเช่นนี้ จะต้องแข็งแกร่งขนาดไหน
พลังของเขาไม่เป็นรองราชาซิวหลัวอย่างแน่นอน
น้อยครั้งนักที่อาม่าจะเผยสีหน้าวิตกกังวล “พลังเพิ่มจนทะลุ ขีดจำกัดในสถานการณ์เช่นนี้ไม่ใช่เรื่องดี”
ชั่วขณะที่พลังทะลุขีดจำกัด เป็นช่วงที่ยอดฝีมือจะอ่อนแอ ที่สุด และง่ายต่อการถูกโจมตีจนถึงแก่ชีวิตมากที่สุด…
“ท่านพ่อ!”
ใบหูของเยี่ยนจิ่วเฉาขยับเล็กน้อย
อิ่งลิ่วถามว่า “คุณชาย มีอะไรหรือขอรับ?”
“เสี่ยวเป่าเรียกข้า” เยี่ยนจิ่วเฉาบอก
“ข้าไม่ได้ยินนะขอรับ” อิ่งลิ่วขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ
“ข้าจะไปหาพวกเขา!” เยี่ยนจิ่วเฉากระโดดลงจากหลังของอิ่ง ลิ่ว
อิ่งลิ่วรีบบอกว่า “ไม่ได้นะขอรับคุณชาย! อันตรายเกินไป! หาก จะไปข้าจะไปเอง! ท่านไปกับอาม่าก่อน! ข้าไปเอง!”
ไม่ทันเสียแล้ว
พลังของทุกคนล้วนแต่ถูกดูดไปหมด ไม่เหลือแม้แต่แรงต่อ ต้าน
อ๋องแห่งเผ่าปีศาจปรากฏกายแล้ว เขากระโดดขึ้นกลาง อากาศ สวมหน้ากากประดับเขี้ยว ผ้าคลุมสีดำผืนใหญ่โบกสะบัด กลางอากาศ จิตสังหารเปี่ยมไปด้วยพลังทำลายล้างแผ่ไปรอบตัว
อิ่งลิ่วรู้สึกราวกับพลังภายในของเขาไหลออกจากร่างไปหมด
เขาตั้งสติ “แย่แล้ว! เขากำลังดูดวรยุทธ์ของพวกเรา!”
“อุแว้” เสี่ยวเป่าร้องไห้ มือเล็กของเขาเกาะลำคอของอาเว่ย
วรยุทธ์ของอาเว่ยกำลังเหือดแห้ง ร่างของเขาชาไปครึ่งหนึ่ง เขาจับเสี่ยวเป่าไว้ไม่ไหว
“อุแว้” เสี่ยวเป่าถูกอ๋องแห่งเผ่าปีศาจดูดไป
เยี่ยนจิ่วเฉาเปิดกลไกอาวุธลับ เส้นเงินบางพุ่งออกไปพันรอบ เสี่ยวเป่า เสี่ยวเป่าถูกดึงเข้ามาในอ้อมอกของเขา เขากอดเสี่ยวเป่า ไว้ หันหลัง จากนั้นก็โจมตีอ๋องแห่งเผ่าปีศาจ
ทันใดนั้นเอง เข็มเงินนับไม่ถ้วนก็พุ่งออกจากอาวุธลับ
อ๋องแห่งเผ่าปีศาจสะบัดแขนเสื้อขึ้นมากำบัง
ด้วยวรยุทธ์ของเขา อาวุธง่อนแง่นเช่นนี้ป้องกันได้ไม่ยาก แต่ ไหนเลยจะรู้ว่าอยู่ๆ พลังภายในของเขาก็ลดฮวบลงทันที
และในตอนนั้นเอง เข็มเล่มหนึ่งก็ปักลงบนหน้าอกของเขา
เข็มเงินนี้เป็นเข็มอาบยาพิษ
เดิมทียาพิษปริมาณน้อยนิดเช่นนี้ไม่อาจสังหารอ๋องแห่งเผ่า ปีศาจได้ แต่วันนี้เขาไม่ได้กินยา สิ่งที่เขากินเข้าไปนั้นคือลูกกวาด ของต้าเป่า พลังภายในของเขาจึงอ่อนแอ กอปรกับพิษนั้นแล่น ปราดเข้าที่หัวใจของเขา ทำให้เขาทรงตัวไม่อยู่และล้มลงทันใด
วินาทีที่ล้มลงไปนั้น อ๋องแห่งเผ่าปีศาจก็เอื้อมมือมาคว้าข้อ เท้าของเยี่ยนจิ่วเฉา ทำให้เยี่ยนจิ่วเฉาและเสี่ยวเป่าล้มลงพร้อม กัน
เยี่ยนจิ่วเฉาตกลงไปในสระนํ้า
เยี่ยนจิ่วเฉาว่ายนํ้าเก่ง เขาจึงพาเสี่ยวเป่าขึ้นจากนํ้าได้อย่าง ง่ายดาย
ทันใดนั้นเอง อ๋องแห่งเผ่าปีศาจก็พุ่งขึ้นกลางอากาศ และโผ เข้ามาจากด้านหลังของเยี่ยนจิ่วเฉา
อ๋องแห่งเผ่าปีศาจไม่มีวันปล่อยผู้ที่แย่งของของเขาไป เขายื่น มือออกมาคว้าเข้าที่ลำคอของเยี่ยนจิ่วเฉา พร้อมกับจับเขาขึ้นมา โดยปราศจากความปรานี
แม้ว่าเยี่ยนจิ่วเฉาจะไร้พลังภายใน แต่เขาก็ยังมีวิญญาณและ มีพลังปราณ เมื่อพลังเหล่านี้ถูกดูดออกไปแล้ว เขาก็จะกลายเป็น เพียงซากศพแห้งเหี่ยว
เสี่ยวเป่าตวาดขึ้นว่า “จะ…เจ้า…เจ้าปล่อยท่านพ่อเดี๋ยวนี้ นะ! ข้าจะปล่อยหนอนพิษไปกัดเจ้า!”
เขาคลำหาหนอนพิษ ทว่านอนพิษของเขาตกนํ้าไปแล้ว
เสี่ยวเป่ากระทืบเท้าด้วยความลนลาน “ขะ…ข้า…ข้าจะกัด เจ้าเอง”
เสี่ยวเป่าพูดพร้อมกับพุ่งไปข้างหน้า เขาอ้าปากกัดเข้าที่แก้ม ก้นของอ๋องแห่งเผ่าปีศาจ
อ๋องแห่งเผ่าปีศาจ “…”
อ๋องแห่งเผ่าปีศาจ “?!!”
……
ตู้ม!
เสียงดังกัมปนาท ทำให้อิ่งสือซันและอาโต้วซึ่งรุดหน้ามาตา มหาเด็กอีกสองคนตื่นตะลึง
เกิดอะไรขึ้น
ท่านอ๋องระเบิดพลังหรือ?
แย่แล้ว!
เยี่ยนจิ่วเฉา!
เสี่ยวเป่า!
ทุกคนตกใจจนพุ่งไปยังสถานที่เกิดเหตุอย่างฉับไว แต่กลับไม่ พบแม้แต่เงาของท่านอ๋องและเยี่ยนจิ่วเฉา มีเพียงเสี่ยวเป่าซึ่งนั่ง อยู่ข้างบ่อนํ้าด้วยความมึนงง จ้องมองลงไปยังหลุมขนาดใหญ่บน พื้น
พวกเขารีบเข้าไปมอง
อาเว่ยอุ้มเสี่ยวเป่าออกมา
เสี่ยวเป่าชี้ไปยังหลุมกว้างซึ่งเต็มไปด้วยซากปรักหักพัง แล้ว ร้องไห้โฮ “ท่านพ่อ ท่านพ่อลงไปแล้ว…”
หลังจากที่อ๋องแห่งเผ่าปีศาจถูกเสี่ยวเป่ากัด เส้นเลือดในร่าง ของเขาก็วิ่งสวนทางและธาตุไฟเข้าแทรก เยี่ยนจิ่วเฉาเห็นท่าไม่ดี จึงเข้าไปกอดอ๋องแห่งเผ่าปีศาจไว้ และทิ้งตนเองลงไปในสระนํ้า หลังจากนั้นบ่อนํ้าก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงและระเบิดออก ทั้ง สองคนถูกกลบอยู่ใต้ซากปรักหักพัง
เยี่ยนจิ่วเฉาไม่มีวรยุทธ์ เมื่อถูกพลังรุนแรงเช่นนี้เข้า เห็นทีจะ ไม่มีชีวิตรอดแล้ว
อิ่งลิ่วเขาอ่อน ทรุดลงกับพื้น
อิ่งสือซันขอบตาแดงกํ่า
ชิงเหยียนกำหมัดแน่น
ในตอนนั้นเองอวี๋หวั่นก็มาถึงพอดี
“เยี่ยนจิ่วเฉาละ?” อวี๋หวั่นถาม
“ท่านแม่!” เสี่ยวเป่าโผเข้าหาอวี๋หวั่น
“ท่านพ่อละ?” เธอลูบศีรษะน้อยๆ ของเขา
เสี่ยวเป่าร้องไห้สะอึกสะอื้น “ท่านพ่อ…ท่านพ่อ…”
ชิงเหยียนจึงเอ่ยปากขึ้นด้วยความลำบากใจ “อาหวั่น…เจ้า ทำใจดีๆ นะ จิ่วเฉาเขา…”
เขาไม่รู้ว่าจะบอกอวี๋หวั่นว่าอย่างไรดี ใต้ซากปรักหักพังนี้ไม่มี กลิ่นอายของเยี่ยนจิ่วเฉาแล้ว
มีเพียงกลิ่นอายของอ๋องแห่งเผ่าปีศาจ เขายังมีชีวิตอยู่
ชิงเหยียนตั้งสติ แล้วบอกว่า “อาหวั่น ไม่ว่าเจ้าจะได้ยินสิ่งใด อย่าได้เสียใจไป จิ่วเฉาเขา…เขาตาย…”
ชิงเยียนยังไม่ทันได้พูดจนจบประโยค ซากปรักหักพังในหลุม นั้นก็ขยับเล็กน้อย ทันใดนั้นเศษซากในหลุมก็ถูกพลังมหาศาลดัน ออกมาอย่างรุนแรง ทุกคนจึงรีบเข้าไปช่วยคุ้มกันอวี๋หวั่นและเสี่ยว เป่า
ภายใต้เศษซากนั้น ร่างสูงโปร่งก็ลุกขึ้นช้าๆ เขาพยุงศีรษะอัน มึนงงให้เงยขึ้น แล้วมองไปรอบกาย