หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม - บทที่ 393.1 พี่จิ่วโหดร้าย (1)
เมืองหมิงตูคึกคักเจริญรุ่งเรืองไม่ขาด แม้ล่วงเข้าราตรีผู้คน รถราก็ยังวิ่งกันขวักไขว่
หน้าหอนางโลมแห่งหนึ่ง คุณชายหลายคนกระโดดลงจากรถ ม้า มือถือพัด ยกมือคำนับทักทายกัน เดินเข้าไปในหอนางโลมด้วย ใบหน้ายิ้มแย้มเบิกบาน แต่ทันใดนั้นเงาดำร่างหนึ่งก็พุ่งเข้ามาคว้า ตัวคุณชายท่านหนึ่ง ลากเข้าไปในซอยด้านข้างอย่างไม่ทันตั้งตัว
คนที่เหลืออีกสองสามคนมองหน้ากัน
“เมื่อครู่นี้มันเกิดอะไรขึ้น?”
“ไม่ ไม่รู้สิ…เอ? คุณชายหวังละ?”
“นั่นสิ คนอื่นละ? เมื่อครู่ก็ยังอยู่ตรงนี้…”
“เจอผีแล้ว!”
หลายคนตกใจเกาะกลุ่มกัน
คุณชายหวังที่ถูกลักพาตัวไปยิ่งตกใจจนหน้าซีด เขาพูดกับคน อยู่ดีๆ เพียงชั่วพริบตาก็ถูกลากเข้าไปในตรอก ทั้งยังถูกกระแทก เข้ากับกำแพงอย่างจังโดยคนที่น่ากลัวยิ่งกว่า คนผู้นี้สวมหน้ากาก อสุรกายมีเขี้ยว ชวนให้คนตกใจแทบตายแล้วรู้หรือไม่!
หากไม่มีเงาของคนผู้นั้นอยู่บนพื้น ก็เกือบคิดว่าตนเองเจอกับ วิญญาณร้ายเสียแล้ว
เขาพูดตะกุกตะกัก “เจ้า เจ้า เจ้า…เจ้าเป็นใคร? ปล้น ปล้น ปล้น…ปล้นเงินหรือปล้นตัณหา?”
“…” ประโยคแรกยังเข้าใจได้ แต่ประโยคหลังนี่มันอะไรกัน…
“สกุลหลานอยู่ที่ใด?” เยี่ยนจิ่วเฉาถามอย่างเย็นชา
ที่แท้ก็ถามทางสินะ บุรุษกำยำผู้นี้เจ้าก็บอกให้เร็วกว่านี้สิ!
คุณชายตัวสั่นชี้ไปทางทิศตะวันออกของตรอก “ออก…ออก ไปทางนั้น ไปทางใต้ เดินไปเรื่อยๆ ก็จะถึง…สกุลหลานกว้างใหญ่ นัก เจ้าไม่ไปผิดหรอก…”
“สกุลซือคงเล่าอยู่ที่ใด?” เยี่ยนจิ่วเฉาถามต่อ
หา?
คุณชายตกตะลึง บุรุษกำยำผู้นี้เป็นคนหมิงตูหรือไม่? ไม่รู้ว่า สกุลหลานอยู่ที่ใดยังพอว่า ไฉนยังไม่รู้ว่าจวนซือคงอยู่ที่ใดอีก?
สงสัยก็สงสัย แต่คุณชายหวังก็ยังคงชี้ทางให้อย่างตรงไปตรง มา
สกุลซือคงอยู่ไม่ไกลจากสกุลหลาน หลังออกจากประตูหลัก ของสกุลหลาน ไปทางเหนือหนึ่งหลี่ แล้วไปทางทิศตะวันออกอีก สามหลี่ก็จะเป็นจวนซือคง
กล่าวว่าเป็นจวน ความจริงก็ไม่ได้ต่างไปจากพระราชวัง แต่ สถานที่แห่งนั้นไม่อนุญาตให้ผู้คนเข้าใกล้ ผู้บุกรุกจะถูกสังหาร อย่างไร้ความปรานี
เกี่ยวกับเรื่องนี้ คุณชายหวังไม่ได้กล่าว
ใครใช้ให้คนผู้นี้ถามทางอย่างดุร้ายเช่นนี้ละ ปล่อยให้เขาถูก ทหารจับไปซะ!
แม้ว่าคุณชายจะมีความเห็นแก่ตัวอยู่บ้าง แต่เขาก็ชี้ทางไปไม่ ผิด
ทหารนอกจวนซือคงเก่งกาจกว่าหน่วยกล้าตายของจวนเห้อ เหลียน คนธรรมดายังไม่ทันเข้าไปใกล้ก็ถูกทหารดึงออกมาแล้ว น่าเสียดายที่เขาเป็นอ๋องแห่งเผ่าปีศาจที่มีทั้งพลังภายในและวิชา ตัวเบา การคุ้มกันนี้ยังไม่อาจสร้างความลำบากแก่เขาได้
จนกระทั่งมาถึงประตูใหญ่ของจวนสกุลซือคง ก็ไม่ง่ายที่จะ เข้าใกล้เช่นนั้นแล้ว
ในจวนซือคงมีเมฆหมอกน่าสะพรึงกลัวมากมายครอบคลุมทั้ง จวน
หากพรวดพราดเข้าไป แปดเก้าส่วนคงถูกเมฆหมอกเหล่านี้ ฉีกร่างเป็นชิ้นๆ
ขณะที่เยี่ยนจิ่วเฉากำลังคิดหาทางลอบเข้าไปในจวน รถม้าคัน หนึ่งก็ขับมาจากที่ไกลนัก และดูเหมือนจะขับเข้าไปในจวนซือคง
ร่างของเยี่ยนจิ่วเฉาแวบเข้าไปในรถม้า
รถม้าเคลื่อนเข้าสู่จวนอย่างราบรื่น
นี่เป็นรถม้าขนของ ยามเคลื่อนผ่านห้องเก็บของเยี่ยนจิ่วเฉาก็
แวบกายออกมาอย่างเงียบๆ
“ยกไปหมดแล้ว กล่องนี้เป็นของคุณชายรอง ส่วนกล่องนี้เป็น ของคุณชายใหญ่” ภายในห้องเก็บของ บุรุษที่เป็นเหมือนผู้ดูแล คนหนึ่ง ยื่นกล่องสองใบให้กับมือของลูกน้องสองคน
ทั้งสองรับกล่องมาและจากไปคนละทาง
เยี่ยนจิ่วเฉาเดินตามคนที่สองไป
ข้ารับใช้เดินมาถึงลานเปลี่ยวแห่งหนึ่ง
เยี่ยนจิ่วเฉามองป้ายคำขวัญเหนือประตูด้วยความประหลาด ใจ…เรือนชิงเฟิง
เป็นถึงบุตรชายคนโตสกุลซือคงกลับอาศัยอยู่ในสถานที่ทรุด โทรมเช่นนี้หรือ?
แอบดู ~
อ๋อง (คุณ) ปีศาจ (ชาย) คนหนึ่งมองไปข้างหน้าอย่างหยิ่ง ผยอง สาวเท้าเข้าไปด้านหลังของข้ารับใช้
“ข้ามาส่งของให้คุณชายใหญ่” หลังจากข้ารับใช้ยื่นกล่องให้ เด็กรับใช้ในลานก็หันตัวเดินจากไป
เด็กรับใช้เปิดกล่องดู ก็ทำหน้างอด้วยความไม่พอใจ จากนั้น จึงถือกล่องเข้าไปในห้องซือคงฉางเฟิง
“อะไรกัน เป็นของเหลือพวกนี้อีกแล้ว!” ภายในห้องมีเสียงบ่น ของเด็กรับใช้ดังออกมา “ข้ารับประกันได้เลยว่าลายประดิษฐ์อักษร
ที่ส่งไปที่ห้องคุณชายรองดีกว่าเราเป็นร้อยเท่า! ท่านเป็นถึง คุณชายใหญ่แห่งสกุลซือคงไยต้องยอมให้เขาด้วย?”
ซือคงฉางเฟิงไม่สนใจเขา
เด็กรับใช้ไม่คิดจะปิดปาก ยังคงพรํ่าบ่นกับตัวเอง “ยอมให้ สิ่งของนอกกายเหล่านี้ยังพอว่า แต่การแต่งงานกับสตรีศักดิ์สิทธิ์ เหตุใดยังต้องยอมให้เขาด้วย? คุณชายเป็นบุตรคนโตแห่งสกุลซือ คงไยปล่อยให้เขาแต่งงานกับสตรีศักดิ์สิทธิ์ละ? ประโยคนั้นกล่าว ไว้ไม่ผิดจริงๆ มีแม่เลี้ยงก็จะมีพ่อเลี้ยง!”
ซือคงฉางเฟิงเป็นบุตรจากภรรยาเดิมของผู้นำตระกูลซือคง ทว่ามารดาผู้ให้กำเนิดของเขาจากไปตั้งแต่เขายังเป็นทารก ฮูหยิน ซือคงในเวลานี้เป็นภรรยาคนที่สองของผู้นำตระกูลและเป็น มารดาผู้ให้กำเนิดคุณชายรอง
สตรีศักดิ์สิทธิ์สกุลหลานไม่เคยมีสายสัมพันธ์แต่งงานกับสกุล ซือคงมาก่อน แต่นั่นเป็นเชื้อสายโดยตรงของสกุลหลาน เมื่อมาถึง หลานเจียวก็ไม่มีกฎเช่นนั้นอีกแล้ว ขอเพียงสามารถประจบคน สกุลซือคงได้ อย่าว่าแต่บุตรสาวคนเดียว ต่อให้มีสองคนหรือสาม คน นางก็จะส่งออกไปโดยไม่ลังเล
คู่สมรสในยามแรกเป็นซือคงฉางเฟิง แต่หลังจากมารดาผู้ให้ กำเนิดของซือคงฉางเฟิงจากไปด้วยอาการป่วย ซือคงฉางเฟิงก็ ไม่มีใครหนุนหลัง ภรรยาคนใหม่ก็เป็นที่โปรดปรานของผู้นำตระกูล อย่างมาก มองอย่างไรคุณชายรองจึงมีโอกาสชนะมากกว่า
แน่นอนว่าจะให้หลานเจียวทำให้ซือคงฉางเฟิงขุ่นเคืองคงไม่ กล้า แต่หากคุณชายรองมีความตั้งใจเช่นนี้ นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
เป็นฮูหยินซือคงที่เอ่ยปากต่อผู้นำตระกูล
“แต่บางครั้งข้าคิดแล้วก็รู้สึกว่า ไม่มีการแต่งงานครั้งนี้ก็ไม่ เลว ข้าได้ยินมาว่าผู้นำตระกูลหลานผู้นี้กระทำต่อผู้คนไม่ดีเท่าใด นัก เมื่อครู่ไม่ใช่เราเห็นนางบนถนนแล้วหรือ? ดูท่าทางนางก็รู้ว่า กำลังรังแกคนอีกแล้ว! ไม่รู้ว่าคนที่ถูกรังแกเป็นใคร แต่อย่างไรก็ โชคดีเสียจริง ที่ได้พบกับคุณชายเช่นท่าน——”
“ใครน่ะ?!”
ก่อนที่เด็กรับใช้จะกล่าวจบ ซือคงฉางเฟิงก็โพล่งออกมาอย่าง ระแวดระวัง จากนั้นฝ่ามือลมปราณรุนแรงก็พุ่งออกมาปะทะ ดั่ง ศรเร็วพุ่งเข้ากลางอกของเยี่ยนจิ่วเฉา
เยี่ยนจิ่วเฉาสะบัดแขนเสื้อ ปัดฝ่ามือลมปราณออกไป
แม้ฝ่ามือลมปราณนี้ไม่ได้ใช้พละกำลังทั้งหมด แต่อีกฝ่าย สามารถรับการโจมตีได้ก็ยังเกินความคาดหมายของ ซือคงฉาง เฟิง
ซือคงฉางเฟิงดวงตาสั่นไหว พลังภายในมหาศาลกระแทก ประตูหน้าต่างจนเปิดออก กวาดร่างของเขาออกไป
เด็กรับใช้ตกตะลึงตาโต รีบร้อนวิ่งตามออกไป เห็นคุณชาย ของตนเองกำลังต่อสู้อย่างดุเดือดกับบุรุษชุดดำที่สวมหน้ากาก อสูร
ซือคงฉางเฟิงชุดขาวราวหิมะ เยี่ยนจิ่วเฉาชุดดำดุจนํ้าหมึก ภายในลานเต็มไปด้วยกลิ่นอายสังหาร ทว่าเงาร่างของทั้งสองที่ กำลังต่อสู้กันช่างน่ามองยิ่งนัก
เดิมทีเด็กรับใช้ตั้งใจจะปกป้องคุณชายของเขา ไปเรียก องครักษ์มาจับตัวมือสังหาร ไหนเลยจะรู้ว่าดูไปดูมา กลับลืมแม้ กระทั่งว่าตนเองออกมาทำอะไร…
ทักษะของซือคงฉางเฟิงนั้นไม่เลวเลย เขานับว่าเป็นยอดฝีมือ อันดับหนึ่งหรือสองในบรรดาคนหนุ่ม บุรุษตรงหน้าแม้จะสวม หน้ากากอสูร ทว่ามือทั้งสองเรียวยาวดุจหยก ยังอ่อนเยาว์ยิ่งนัก
คนรุ่นหลังในหมิงตูมียอดฝีมือเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไร?
ร่องรอยความประหลาดใจฉายชัดในดวงตาซือคงฉางเฟิง
แต่สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่า ก็คือลมหายใจของอีกฝ่ายทำให้เขา รู้สึกคุ้นเคยอย่างแผ่วเบา
เยี่ยนจิ่วเฉาใช้ฝ่ามือเชือดเฉือนอีกครั้ง ซือคงฉางเฟิงกระโดด ปลายเท้าขึ้นไปด้านบน ยิงลูกดอกสามด้ามใส่เยี่ยนจิ่วเฉา อาศัย การอำพรางของลูกดอก ใช้ฝ่ามือกระแทกพุ่งไปตรงหน้าเยี่ยนจิ่ว เฉา
เมื่อเห็นว่าใกล้จะหลบไม่ทัน ทันใดนั้น ทั่วทั้งร่างของเยี่ยนจิ่ว เฉาก็ระเบิดพลังภายในนํ้าแข็งออกมา
ซือคงฉางเฟิงรู้สึกว่าแขนครึ่งหนึ่งของเขาคล้ายกับถูกแช่แข็ง เขารีบดึงมือออกมา ร่างกายสั่นไหวถอยไปด้านหลังหนึ่งจั้ง และ
มองเยี่ยนจิ่วเฉาอย่างไม่เชื่อสายตา
“เพลงยุทธ์วิญญาณนํ้าแข็ง! กำลังภายในของสกุลซือคง?! เจ้าเป็นใครกันแน่? เหตุใดเจ้าถึงสามารถใช้กำลังภายในของ ปรมาจารย์ได้?”
เยี่ยนจิ่วเฉาฮึดฮัด คนเสเพลเช่นเจ้าหรือสมควรจะได้รู้จักชื่อ ของอ๋องผู้นี้?
เยี่ยนจิ่วเฉาแวบกายเหาะไปด้านหน้าซือคงฉางเฟิง หาก เป็นการต่อสู้รู้เขารู้เรา ซือคงฉางเฟิงอาจไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเยี่ยนจิ่ว เฉา
น่าเสียดายซือคงฉางเฟิงประมาทเลินเล่อ ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะ สามารถใช้กำลังภายในของปรมาจารย์ และความประมาทใหญ่ หลวงนี้ ต้องแลกกับร่างกายครึ่งหนึ่งของซือคงฉางเฟิงเป็น อัมพาต
บทที่ 393.2 พี่จิ่วโหดร้าย (2)
ในเวลานี้หากอีกฝ่ายต้องการชีวิตเขา เขาก็แทบไร้กำลังจะต่อ ต้าน
แน่นอน เขาสามารถร้องขอความช่วยเหลือได้
ซือคงฉางเฟิงไม่ทำเช่นนี้
ร่างของเยี่ยนจิ่วเฉาใกล้เข้ามา
เยี่ยนจิ่วเฉายื่นมือออกมา
“คุณชาย” ในที่สุดเด็กรับใช้ก็ฟื้นคืนสติกลับมา แต่ก็น่า เสียดายที่มันสายเกินไป
ซือคงฉางเฟิงหลับตาลง
ตายก็ตาย คนสกุลซือคงจะไม่มีทางร้องขอความเมตตา
ทันใดนั้น ฝ่ามือของซือคงฉางเฟิงก็ตกลง รู้สึกว่ามีบางสิ่งบาง อย่างมาอยู่ในมือของเขา กว่าจะลืมตาขึ้น เยี่ยนจิ่วเฉาก็สะบัดแขน เสื้อจากไปแล้ว หายไปในความมืดยามราตรีไร้ที่สิ้นสุด
เขามองไปที่สิ่งของในมือและต้องตะลึงงันในชั่วพริบตา
นี่ นี่มันอะไร?
ใช้ความพยายามอย่างหนักถึงเพียงนั้น ทั้งลอบเข้าสกุลซือคง ทั้งจู่โจมเขา ก็…ก็เพื่อส่งไข่ไก่สีแดงให้เขาสองฟอง?!!
หลังจากส่งไข่แดงแล้ว เยี่ยนจิ่วเฉาก็อารมณ์ดี บินไปบินมา บนหลังคายามราตรี
ไข่แดงส่งแล้ว ต่อไปก็คือการชำระบัญชีกับคนสกุลหลาน
แน่นอน เขาไม่ได้จะไปช่วยแมลงตัวน้อยที่ติดอยู่ข้างกายสตรี ของเขา หากแต่ไปเพื่อกู้ศักดิ์ศรีให้สตรีของตนเอง
แต่..
สกุลหลานอยู่ที่ใดกันละ?
เยี่ยนจิ่วเฉามองท้องฟ้าอย่างเลื่อนลอย
คุณชายผู้ถูกอ๋องแห่งเผ่าปีศาจครอบงำจนหลงลืมเส้นทาง…
ในจวนทางตะวันออกของเมือง กลุ่มคนกำลังหารือกันถึง กลยุทธ์ในการจัดการคนสกุลหลาน ทันใดนั้นชิงเหยียนก็หันกลับ มาและพบว่าเยี่ยนจิ่วเฉาหายตัวไปแล้ว!
ตั้งแต่เยี่ยนจิ่วเฉาได้รับพลังราชาปีศาจ ก็ไปไหนมาไหนอย่าง อิสระ และไม่ง่ายที่จะถูกคนสัมผัสถึงลมหายใจของเขาอีก
เสียงเรียกนี้ของชิงเหยียน ทำให้ห้องที่มีเสียงดังเอะอะเงียบ ลงในทันที
อวี๋หวั่นมองไปรอบๆ และชี้ไปที่เก้าอี้ด้านข้างด้วยความ ประหลาดใจ “เมื่อครู่ไม่ได้นั่งอยู่ตรงนี้หรือ?”
“ใช่ ข้าก็เห็น” อิ่งลิ่วเกาศีรษะ เห็นชัดๆ ว่านั่งอยู่ด้านหน้าเขา ทำไมเขาไม่รู้เลยว่าคุณชายหายไป?
พลังราชาปีศาจอะไรนี่ ทำร้ายคนให้ตายจริงๆ!
ไม่รู้ด้วยซํ้าว่าคุณชายของพวกเขาออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่!
“ข้าจะไปตามหาคุณชาย!” อิ่งสือซันลุกพรวด!
“ข้าจะไปด้วย” อิ่งลิ่วก็ลุกขึ้น
“ข้าจะไปกับพวกเจ้า” ชิงเหยียนไม่เกี่ยงงอนในเรื่องที่ควร กระทำ เมื่อนึกบางอย่างขึ้นได้ จึงเอ่ยต่อว่า “เยว่โกว เจ้าไปเรียกอา เว่ย อาหวั่น เจ้าและท่านยายหลานไปพักผ่อนกันก่อน เรื่องไปสกุล หลานค่อยหารือกันใหม่”
“ข้าก็จะไปหาเขาด้วย” อวี๋หวั่นจับมือนางหลาน “ลำบากท่าน ยายดูแลเด็กๆ แล้ว”
นางหลานมองคนสองสามคนอย่างไม่คาดคิด เอ่อ…การตอบ สนองเช่นนี้ เกินจริงไปหรือไม่?
นางหลานอ้าปาก พูดออกมาอย่างลังเล “พวกเจ้าอย่าเพิ่ง ร้อนใจไป วรยุทธ์จิ่วเฉาดีเช่นนั้น คงไม่ถูกใครทำร้ายเอาง่ายๆ”
สีหน้าชิงเหยียนยากจะอธิบาย “พวกเราไม่ได้กังวลว่าเขาจะ ถูกใครทำร้าย แต่กังวลว่าเขาจะทำกับคนอื่นอย่างไร”
………
บนถนนมืดมิด ไร้เงาผู้คน เยี่ยนจิ่วเฉาก้าวเท้าเดินไปด้วย สีหน้าเย็นชา
แม้ว่าเขาจะจำทางไปสกุลหลานไม่ได้ แต่เขาก็สามารถถามได้
นี่
เพียงแต่ยามนี้ดึกมากแล้ว และถนนสายนี้ยังเป็นถนนเส้นที่ มีคนอยู่น้อยที่สุด เขาเดินอยู่นานกว่าจะพบคู่หนุ่มสาวที่อุ้มเด็กมา
เขาเดินเข้าไปหาอย่างองอาจดุดัน
คู่หนุ่มสาวได้พบกับบุรุษสวมหน้ากากอสูรมีเขี้ยวท่าทางดุร้าย น่ากลัวในฉับพลัน คิดว่าตนเองเห็นผี ตกใจกลัวกระทั่งเด็กน้อยก็ ลืมสิ้น วิ่งหนีกระเจิดกระเจิง!
เด็กชายวัยสี่ขวบยืนตะลึงอยู่ตรงนั้น
เยี่ยนจิ่วเฉาเดินเข้าไปด้วยพลังที่แผ่ซ่าน ยกมุมปากผุดรอย ยิ้มเยือกเย็นให้เด็กน้อยและกล่าวถามอย่างยโสโอหัง “เจ้าหนู สกุลหลานอยู่ที่ใด?”
เด็กน้อยที่ไม่เข้าใจแม้แต่น้อยว่าเขากำลังพูดถึงอะไร “…”
เยี่ยนจิ่วเฉาข่มขู่ด้วยรอยยิ้มเยาะ “ไม่บอก ข้าจะทำให้เจ้า เสียใจ”
เด็กน้อยมองเยี่ยนจิ่วเฉาด้วยดวงตาเบิกกว้าง ทันใดนั้นเขาก็ นั่งยองๆ และร้องไห้ออกมา!
เยี่ยนจิ่วเฉาผู้ล้มเหลวในการข่มขู่ “…”
เมื่อถามที่อยู่ของสกุลหลานไม่ได้ความ เยี่ยนจิ่วเฉาก็ไม่ได้ ย่อท้อ เขาเดินต่อไป ผ่านตรอกที่มืดมิดมองไม่เห็นแม้นิ้วมือทั้งห้า มาถึงถนนอีกสาย ถนนสายนี้ดูมีชีวิตชีวากว่ามาก เขาเดินเรื่อย
เปื่อยเข้าไปในร้านอาหารแห่งหนึ่ง…ที่ต้องกล่าวคือ นั่นเป็นหอ นางโลม
เมื่อแม่เล้าของหอนางโลมมองเห็นหน้ากากของเขา ก็ตกใจ สะดุ้งโหยง แต่เมื่อมองเสื้อผ้าหรูหราและท่าทางที่ไม่ธรรมดา ก็รู้ ได้ทันทีว่าเป็นนายท่านผู้รํ่ารวย จึงรีบร้อนเดินเข้าไปต้อนรับ
“คุณชายท่านนี้——” แม่เล้าเดินเข้าไปหาเยี่ยนจิ่วเฉาด้วย อารมณ์หลากหลาย
ปัง!
แม่เล้าถูกกำลังภายในของเยี่ยนจิ่วเฉาผลักกระเด็นไป
“…” “…” “…”
เมื่อพวกอวี๋หวั่นมาถึง ก็ทราบข่าวว่าหอนางโลมเกือบถูกเยี่ยน จิ่วเฉาทำลายจนสิ้นซาก
เมื่อเห็นพวกอันธพาลที่เกลือกกลิ้งอยู่บนพื้นและหญิงนาง โลมที่ถูกอาละวาดเละเทะ พวกเขาก็ได้แต่เอามือจับหน้าผาก
สุดท้ายของท้ายที่สุด ชิงเหยียนก็ลากอิ่งสือซันเข้าไป ใช้ความ หล่อเหลาไร้คนทัดเทียมของอิ่งสือซันทุ่มเทสุดกำลัง จึงสามารถ นำถุงทองชดใช้กับเหตุการณ์วุ่นวายในครั้งนี้ได้
เดิมทีก็เป็นเพียงความเข้าใจผิด อ๋องเผ่าปีศาจไม่เคยมาสถาน ที่ประเภทนี้มาก่อน ยามที่แม่เล้าวิ่งเข้าหาเยี่ยนจิ่วเฉา เยี่ยนจิ่วเฉา
คิดว่านางหมายจะลอบสังหารตน
ออกจากหอนางโลมแล้ว อวี๋หวั่นเอาศอกแตะแขนเขา “ไปหอ นางโลมด้วยเหตุใด? ท่านคงไม่ได้คิดทำเรื่องชั่วร้ายลับหลังข้า กระมัง?”
เยี่ยนจิ่วเฉามองเธออย่างเย็นชา “อ๋องเช่นข้าเป็นคนเช่นนั้น หรือ?”
อวี๋หวั่นรู้สึกหวานฉํ่าในหัวใจ
เยี่ยนจิ่วเฉากล่าวอีกครั้ง “เรื่องชั่วร้ายต้องทำลับหลังเจ้ารึ?”
อวี๋หวั่น “?!”
อวี๋หวั่นสูดลมหายใจ “เช่นนั้นท่านมาทำอะไรในหอนางโลม? อย่างไรก็ไม่ใช่มาถามทางหรอก!”
เยี่ยนจิ่วเฉามองฟ้า
อวี๋หวั่นเหลือบมองเขาด้วยสายตาลึกซึ้ง “มาถามทางจริงๆ น่ะหรือ? ท่าน…ท่านไม่น่าจะหลงทางกระมัง?”
เยี่ยนจิ่วเฉากล่าวอย่างดุดัน “อ๋องผู้นี้เป็นคนโง่เขลาเช่นนั้น รึ? แค่ถนนไม่กี่สาย ข้าจะจำไม่ได้เชียวหรือ?!”
ด้านหลังพวกเขา อิ่งลิ่วและชิงเหยียนกำลังสืบถามที่อยู่ของ สกุลหลาน
แม่นางจากหอนางโลมกล่าวว่า “สกุลหลานรึ สกุลหลานอยู่ไม่ ไกลแล้ว ไม่ได้มีซอยที่ฝั่งตรงข้ามหรือ? ผ่านซอยแล้วไปทางขวา ก็
จะเห็นกำแพงจวนสกุลหลาน”
อวี๋หวั่นมองเยี่ยนจิ่วเฉาอย่างสงบนิ่งท่ามกลางความวุ่นวาย ก็ เห็นเยี่ยนจิ่วเฉาเดินผ่านตรอกข้างหน้า จากนั้น ก็เดินไปทางซ้าย โดยไม่พูดพรํ่า…
อวี๋หวั่นที่หมดคำพูด “…”
…
ตามแผนเดิม พวกเขาจะเดินทางไปยังสกุลหลานอย่างเปิด เผยในวันพรุ่งนี้ ใช้ป้ายหยกเป็นตัวต่อรองกับสกุลหลาน ทว่า แผนการก็ตามไม่ทันการเปลี่ยนแปลง ในเมื่อมาแล้ว ไม่สู้เข้าไป ขโมยสัตว์พิษตัวน้อยออกมาเลยดีกว่าหรือ
คนสกุลหลานมากลูกหลาน อีกทั้งคนห้ารุ่นไม่แยกบ้าน พื้นที่ ของจวนใหญ่ยิ่งกว่าจวนเห้อเหลียน
ด้านนอกกำแพงจวนสกุลหลาน อวี๋หวั่นหักกิ่งไม้กิ่งหนึ่งมา วาดเส้นทางลงบนพื้น “นี่คือประตูใหญ่ของจวนสกุลหลาน นี่คือ ประตูทิศตะวันออก ที่อยู่ของพวกเราในยามนี้น่าจะใกล้กับประตู ทิศตะวันตก เรือนหลังสามเดิมเป็นของบุตรอนุภรรยา ไม่ได้รับ ความโปรดปราน เรือนที่ถูกแบ่งสรรอยู่ฝั่งนี้ ทว่าหลานเจียวกลาย เป็นเจ้าบ้านแล้ว เรือนหลังนี้ก็คงกลายเป็นเรือนหลัก…เรือนเหล่า นี้อยู่แกนกลางจวนหลาน ที่ไม่รู้คือหลานเจียวอยู่เรือนหลังใด ข้าง กายของนางมีราชาซิวหลัวที่เก่งกาจ พวกเจ้าต้องระวัง อย่าให้ถูก จับได้เด็ดขาด ไม่เช่นนั้น ด้วยความแข็งแกร่งของพวกเราในยามนี้
ยังไม่พอจะหยิกเขาเลยด้วยซํ้า……”
อวี๋หวั่นกำลังกำหนดเส้นทางเพื่อช่วยเหลือสัตว์พิษตัวน้อย เมื่อได้ยินเสียงครึนดังสนั่น กำแพงด้านหลังก็พังทลายลง
เยี่ยนจิ่วเฉายกมือ ทุกอย่างก็พลันสลายย่อยยับกลายเป็นจุณ
อวี๋หวั่นตกใจไม่เบา
คำพูดใดของข้าไปกระตุ้นท่านอีกแล้วหรือ?
ไม่ ไม่ ไม่…จะเล่นเช่นนี้ไม่ได้…
พวกเขามีราชาซิวหลัวเชียวนะ ราชาซิวหลัว!
เยี่ยนจิ่วเฉาทักทายสายลม เดินข้ามซากปรักหักพังอย่างไม่รู้ สึกรู้สา ชุดดำเคลื่อนที่ไปพร้อมเสียงลมหวีดหวิว ราวกับเทพเจ้า แห่งยมโลก
“มันผู้ใดกล้ามาก่อเรื่องที่จวนสกุลหลาน?”
มาพร้อมกับเสียงคำรามดังกึกก้อง ลมหายใจที่น่ากลัวกว่าซิว หลัวเป็นสิบเท่าร้อยเท่ากดดันถาโถมเข้ามา คล้ายกับสัมผัสถึง ความหนักอึ้งดั่งภูเขาไท่ซาน กดลงบนร่างของพวกเขาซํ้าแล้วซํ้า เล่า
อวี๋หวั่นสีหน้าเปลี่ยนไปสิ้นเชิง “ราชาซิวหลัว…ราชาซิวหลัว ของหลานเจียว!”
เงาดำร่างหนึ่งบินมาจากท้องฟ้าปล่อยลมหายใจที่น่ากลัวยิ่ง กว่า
หลายคนรู้สึกว่าร่างกายสั่นเทาไปโดยสัญชาตญาณ!!!
พลังที่รุนแรงน่ากลัวเช่นนี้ แค่ออกแรงก็สามารถบีบซิวหลัวให้ ตายคามือ!!!
น่องของชิงเหยียนสั่นไม่หยุด จบเห่แล้ว พวกเราตายแน่…
เยี่ยนจิ่วเฉาฮึดฮัดด้วยความดูถูกเหยียดหยาม กระแทกส้น เท้าเหาะขึ้นไปกระแทกกับราชาซิวหลัวอย่างแรง
ความเร็วของเขาเร็วยิ่งนัก ทุกคนมองเห็นเพียงภาพที่ค้างอยู่ กลางอากาศ
หลังจากภาพนั้น เยี่ยนจิ่วเฉายื่นมือออกไปจับคอราชาซิวหลัว และเหวี่ยงเขาลงกับพื้นอย่างเย็นชา!