หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม - บทที่ 434 เยี่ยนเสี่ยวเป่าผู้ไร้พ่าย!
ทว่าสิ่งที่ราชาซิวหลัวระดับหกคาดไม่ถึงก็คือ สิ่งที่เขาจับขึ้น มากลับไม่ใช่สตรีคนนั้น หากแต่เป็นศีรษะกลมๆ ก้อนหนึ่ง มิ หนำซํ้าเจ้าเด็กคนนี้ผิวคลํ้าเสียจนกลมกลืนไปกับความมืดเป็น เนื้อเดียวกัน!
เขาโยนเด็กตัวกลมกลับไปที่เดิม จากนั้นจึงคว้าสตรีบนเตียง ขึ้นมาอีก
แต่ไม่คาดคิดเลยว่า กลับคว้าเด็กขึ้นมาอีกคนหนึ่ง!
จากนั้นก็โยน และคว้าอีกครั้ง!
ครั้งที่สามก็คว้าเด็กน้อยขึ้นมาอีก…
ราชาซิวหลัวระดับหกแทบลมจับ… สรุปแล้วมีเจ้าก้อนกลมนี่ กี่คนกัน?!
คนสุดท้ายที่ถูกคว้าขึ้นมาคือเสี่ยวเป่า ขาของเขาถูกจับเอาไว้ ก้นอวบอ้วนหันเข้าหาราชาซิวหลัวระดับหก
ขณะที่ราชาซิวหลัวระดับหกกำลังจะจับเสี่ยวเป่าโยนกลับไปที่ เดิม เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เสี่ยวเป่าผายลมออกมาเสียง ดัง ‘ปู้ด’ เป็นผายลมที่ทั้งเสียงดังและกินเวลายาวนาน
ในที่สุดท้องไส้ซึ่งปั่นป่วนมาตลอดทั้งคืนจึงค่อยสบายขึ้น เสี่ยวเป่าซึ่งกำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความฝันยิ้มออกมาอย่างมี
ความสุข
ทว่าราชาซิวหลัวระดับหกซึ่งถูกผายลมอัดหน้ากลับมิได้โชคดี ถึงเพียงนั้น
นะ…นี่มันอะไรกัน ไฉนผายลมจึงได้เหม็นเช่นนี้?!
ราชาซิวหลัวระดับหกรู้สึกได้ทันใดว่าตนถูกรมควันจนไม่อาจ สำแดงวรยุทธ์ได้ ร่างของเขาแข็งทื่อ และในตอนนั้นเอง อิ่งลิ่วก็รุด รีบเข้ามาในห้อง
กว่าอิ่งลิ่วจะปลดกลอนที่ราชาซิวหลัวระดับหกลงไว้ได้นั้น แสนลำบาก เขารีบตรงเข้ามาที่นี่ และพบว่ามือสังหารคนหนึ่ง กำลังจะลงมือกับคุณชายของตนและคนอื่นๆ เขายกกระบี่ขึ้น แล้ว พุ่งเข้าใส่อีกฝ่ายในทันใด
แต่ว่า เขายังไม่ทันได้แตะต้องตัวอีกฝ่าย อีกฝ่ายก็ตัวสั่นเทิ้ม นัยน์ตาหดเกร็ง ตาของเขากลอกวน…และล้มลงไป!
เสี่ยวเป่ากลิ้งกลุกๆ กลับที่เดิม ก้นของเขาขยุกขยิก สองแขน กอดเท้าของต้าเป่า และหลับอุตุนํ้าลายไหลย้อย
อิ่งลิ่วมาเสียเที่ยวเสียแล้ว เขามองไปยังราชาซิวหลัวระดับหก อย่างเหลือเชื่อ ขณะที่กำลังจะเอ่ยปากถามว่าเกิดอะไรขึ้น เขาก็ได้ กลิ่นผายลมเหม็นคลุ้ง จนเขาลมจับ คลื่นเหียนแทบอาเจียน… และล้มลงไปอย่างสง่างาม…
การต่อสู้ในส่วนอื่นของวิหารเจาหยางกลับมิได้ง่ายดายเช่นนี้ แม้ว่าซือคงฉางเฟิงและลูกศิษย์ในสกุลซือคงสามารถควบคุม
ราชาซิวหลัวระดับหกอีกคนหนึ่งได้ แต่การสังหารเขากลับไม่ได้ ง่ายถึงเพียงนั้น
“ตาข่ายซิวหลัว!” ซือคงฉางเฟิงตะโกนลั่น ยอดฝีมือสกุลซือ คงต่างก็กางตาข่ายซิวหลัวออก
ตาข่ายซิวหลัวผืนนี้สามารถควบคุมราชาซิวหลัวได้ แต่เมื่อ ต้องเผชิญหน้าราชาซิวหลัวในระดับนี้ ตาข่ายซิวหลัวผืนนี้กลับไร้ ประโยชน์ ราชาซิวหลัวระดับหกหายใจเพียงครั้งเดียว ก็สามารถ ทำลายตาข่ายซิวหลัวได้แล้ว
สีหน้าของซือคงฉางเฟิงเคร่งขรึมขึ้นทันใด
ราชาซิวหลัวที่เก่งกาจที่สุดของสกุลซือคงนั้นอยู่เพียงระดับสี่ ขั้นสูงสุด ระดับพลังที่ต่างกันของทั้งสองฝ่ายไม่อาจเติมเต็มได้ ด้วยความได้เปรียบด้านจำนวน ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงกรณีที่กำลังรบ ของพวกเขานั้นมีเพียงหยิบมือเดียว
แต่แน่นอนว่า หากจะให้พวกเขานั่งรอความตายก็คงเป็นไปไม่ ได้เช่นกัน
ต่อให้เหลือเพียงลมหายใจสุดท้าย เขาก็ต้องปกป้องคนที่เขา อยากปกป้องให้จงได้!
ซือคงฉางเฟิงหยิบขวดยาออกมาใบหนึ่ง
องครักษ์ซึ่งยืนอยู่ด้านข้างจดจำยาไป่เฟิ่งตันได้ จึงรีบหยุดเขา ไว้ “คุณชาย! อย่านะขอรับ!”
ยาไป่เฟิ่งตันเป็นตำรับยาลับของสกุลซือคง สามารถเพิ่มวร ยุทธ์ได้อย่างฉับพลัน แต่การใช้ยานี้ย่อมมีราคาที่ต้องจ่าย ยิ่งพลัง เพิ่มขึ้นมาเท่าไร ผลกระทบต่อร่างกายก็จะมากเท่านั้น หลังจาก ฤทธิ์ของยาหมดลง ร่างกายของเขาก็จะอ่อนแอเสียยิ่งกว่าเด็ก และเมื่อถึงตอนนั้น ศัตรูของเขายังไม่ทันตาย แต่เขาจะถูกฆ่าตาย เสียก่อน
ยานี้เป็นทางเลือกสุดท้ายยามเข้าตาจน แม้แต่หน่วยกล้าตาย ยังไม่กิน เขาเป็นถึงคุณชายแห่งสกุลซือคง ไฉนจึงทำเรื่องที่เสี่ยง อันตรายเช่นนี้
ซือคงฉางเฟิงตอบว่า “สู้ไม่ไหวแล้ว…”
เดิมทีคิดว่าหากใช้ขุมกำลังทั้งหมดของสกุลซือคง อย่างน้อย ก็จะสามารถหยุดพวกเขาได้ แต่อีกฝ่ายแข็งแกร่งเกินไป มากเกิน กว่าที่ทุกคนจินตนาการไว้ หากเป็นเช่นนี้ต่อไป พวกเขาก็คงไม่ ต้องสู้ และนอนรอความตายเพียงอย่างเดียว
“แต่ว่า…”
องครักษ์ยังคงพยายามหยุดเขา แต่ซือคงฉางเฟิงกลับเปิดจุก ขวดยาออก และกินยาไป่เฟิ่งตันเข้าไปทั้งหมด
องครักษ์รํ่าไห้ออกมา
แม้แต่ราชาซิวหลัวยังกินเพียงเม็ดเดียว แต่คุณชายของพวก เขากลับกินเข้าไปหนึ่งขวด ระ…ร่างกายของเขาจะต้องระเบิดเป็น จุณเป็นแน่!
คุณชาย!
“พาท่านปรมาจารย์กับพวกอาหวั่นหนีไป!” ซือคงฉางเฟิงพูด จบ ก็พลันรู้สึกว่าพลังภายในของเขาพลุ่งพล่านจากจุดตันเถียน ไหลหลากไปตามเส้นเลือดของเขาราวกับสายนํ้าเชี่ยวกราก แผ่ ซ่านไปทุกส่วนของร่างกาย
พลังของเขาเพิ่มขึ้นรวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ
อาภรณ์ของเขาถูกพลังภายในดันออกมาจนบวมเป่ง ก้วนบน ศีรษะของเขาแตกออก เส้นเลือดข้างขมับของเขา
ปูดโปน ดวงตาของเขามีเส้นเลือดแดงฉาน เขากำลังจะ ควบคุมพลังของตนเองไว้ไม่ได้
เขายกกระบี่ทะยานขึ้นฟ้า พุ่งไปยังราชาซิวหลัวระดับหก
กระบี่ของเขารุนแรงดุจคลื่นยักษ์โหมซัด นำพาจิตกระบี่มหึมา ดุจปีศาจ เมื่อเสียงคำรามดังขึ้นท่ามกลางความมืด เหล่ายอดฝีมือ สกุลซือคงก็ล่าถอยออกไป พวกเขามองไปยังซือคงฉางเฟิงซึ่งแล ดูคล้ายกับกำลังธาตุไฟเข้าแทรก นัยน์ตาของพวกเขาเปี่ยมไปด้วย ความหวาดกลัว
ราชาซิวหลัวระดับหกแผ่พลังออกมาเพื่อโจมตีซือคงฉางเฟิง ทว่าซือคงฉางเฟิงกลับทำลายพลังของเขาทันใด และยกกระบี่เข้า ปลิดชีพเขาทันที
ราชาซิวหลัวระดับหกร้องลั่นด้วยความโกรธ เงื้อหมัดต่อยไป ยังไหล่ของซือคงฉางเฟิง
ซือคงฉางเฟิงถูกพลังภายในมหาศาลต่อยเข้าจนถอยครูดไป กระนั้นก็ไม่ได้กระเด็นไปไกลนัก เขาพลิกตัวกลับหลัง แล้วยกกระบี่ แทงอีกฝ่ายซํ้า
เขาดูประหนึ่งไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดอีกต่อไป ในสมองของ เขามีเพียงคำเดียว ‘ฆ่า’!
ราชาซิวหลัวระดับหกออกหมัดใส่ซือคงฉางเฟิงอีกครั้ง แต่ซือ คงฉางเฟิงกลับไม่หนี เขาใช้ร่างรับหมัดครั้งหนึ่ง สองมือกำด้าม กระบี่ แล้วฟันลงไปเต็มแรง
ร่างของราชาซิวหลัวระดับหกถูกฟันขาดเป็นสองซีก!
ทุกคนต่างตะลึงงัน
“คะ…คุณชายใหญ่เขา…” ลูกศิษย์วิหารเจาหยางมองไปยัง ซือคงฉางเฟิงซึ่งผมเผ้ากระเซอะกระเซิงด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ
ลูกศิษย์คนหนึ่งนามว่าจิงหงพึมพำว่า “แย่แล้ว…เขากำลังจะ ธาตุไฟเข้าแทรก…”
ยาไป่เฟิ่งตันเป็นตำรับยาลับสำหรับเพิ่มวรยุทธ์ แต่ก็เป็นพิษ รุนแรงต่อร่างกาย เมื่อฤทธิ์ของยาหมดลง คนทั่วไปจะเข้าสู่ภาวะ ไร้พลังไปประมาณห้าวัน แต่เพื่อเอาชนะราชาซิวหลัวระดับสูง ซือ คงฉางเฟิงจึงกินยาเข้าไปมากเกินพอดี และนั่นทำให้เขาธาตุไฟ เข้าแทรก
“คุณชาย!” องครักษ์ของสกุลซือคงปราดเข้าไปหาซือคงฉาง เฟิง
“ออกไป!” ซือคงฉางเฟิงใช้พลังปัดเขาออกไป “อย่าเข้ามา!”
เขากำลังจะควบคุมจิตสังหารของตนเองไว้ไม่อยู่
พวกเจ้าอย่าเข้ามา…
อย่าเข้ามา!
ซือคงฉางเฟิงใช้สติที่ยังคงหลงเหลืออยู่ พุ่งไปยังราชาซิวหลัว ซึ่งกำลังสู้กับราชันหมื่นสัตว์พิษอยู่
ทันทีที่ราชาซิวหลัวระดับเจ็ดสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของราชา ศักดิ์สิทธิ์ เขาก็ไม่สนใจแผนการสังหารปรมาจารย์ซือคงอีกต่อไป หากแต่มุ่งหน้าไปยังราชาศักดิ์สิทธิ์แทน แต่น่าเสียดายที่กลับถูก ราชันหมื่นสัตว์พิษเข้ามาประมือเสียก่อน
เพียงแต่ว่าระดับพลังของทั้งสองฝ่ายนั้นต่างกัน ทำให้แม้ ราชันหมื่นสัตว์พิษจะกดเขาไว้ได้ แต่ก็ไม่อาจสังหารเขาได้เช่นกัน
การมาถึงของซือคงฉางเฟิงทำให้สถานการณ์พลิกผัน เขา ปราดเข้ามาฟันแขนของราชาซิวหลัวข้างหนึ่ง
ราชาซิวหลัวระดับเจ็ดเดือดดาล เขายื่นกรงเล็บออกมา หมาย เอาชีวิตของซือคงฉางเฟิง
การเคลื่อนไหวของซือคงฉางเฟิงนั้นว่องไวกว่าเดิมสักสิบเท่า เห็นจะได้ เขาเคลื่อนที่ไปยังด้านหลังของราชาซิวหลัวระดับเจ็ด ภายในชั่วพริบตา ราชาซิวหลัวระดับเจ็ดไม่ทันได้ตอบสนอง ก็ถูก ซือคงฉางเฟิงแทงทะลุอกปลิดขั้วหัวใจ
ซือคงฉางเฟิงกำด้ามกระบี่แน่น แล้วตัดเขาออกเป็นสองท่อน
การกระทำอันสยดสยองเช่นนี้ ทำให้เหล่าลูกศิษย์วิหารเจา หยางต่างตื่นตะลึงไปตามๆ กัน
“ไป! หนีไปเร็ว!” ซือคงฉางเฟิงตวาดลั่นด้วยความเจ็บปวด
น่าเสียดายที่พวกเขาหนีไม่พ้น
สติสัมปชัญญะที่หลงเหลืออยู่ของซือคงฉางเฟิงถูกกลืนกิน จนสิ้น หลังจากที่เขาสังหารยอดฝีมือสกุลซางจนหมด ก็ยังไม่อาจ หยุดมือ ปราณกระบี่ของเขาพุ่งตรงไปยังคนสกุลซือคง ทุกคนล้วน แต่ถูกกระบี่ของเขาฟาดฟันจนบาดเจ็บหนัก
จากนั้นเขาก็ปราดเข้าไปหาลูกศิษย์วิหารเจาหยาง
ราชันหมื่นสัตว์พิษคำรามลั่น เข้ามาขวางหน้าเขาไว้!
ซือคงฉางเฟิงนัยน์ตาสีแดงกํ่า เงื้อกระบี่ขึ้นฟันราชันหมื่น สัตว์พิษ!
“อย่านะ!” จิงหงร้องลั่น!
ไม่มีผู้ใดหยุดซือคงฉางเฟิงได้อีกต่อไป เขาฆ่าทุกคน เมื่อไม่ เหลือใครให้ฆ่าแล้ว เขาก็จะปลิดชีพตนเอง
กระบี่ของซือคงฉางเฟิงฟันลงบนเกราะนอกของราชันหมื่น สัตว์พิษ
ทันใดนั้นเอง พลังภายในอันเย็นเยียบดุจคลื่นสายหนึ่งแหวก อากาศเข้ามาขวาง พร้อมกับหยุดกระบี่ของซือคงฉางเฟิงไว้
ณ เส้นขอบฟ้าสีเทา อาภรณ์ของเยี่ยนจิ่วเฉาโบกพลิ้ว เขาลง มาจากฟ้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย
แสงแรกแห่งอรุณรุ่งเริ่มประดับบนเส้นขอบฟ้า ส่องสะท้อน ใบหน้างดงามของเขา
ซือคงฉางเฟิงชะงักไปชั่วขณะหนึ่ง ทันใดนั้นก็พุ่งเข้าโจมตี เยี่ยนจิ่วเฉาอย่างบ้าคลั่ง
เยี่ยนจิ่วเฉาชี้นิ้วออกมา ยิงพลังภายในเย็นเฉียบเส้นหนึ่งเข้า ใส่หว่างคิ้วของซือคงฉางเฟิง
ภาพตรงหน้าของซือคงฉางเฟิงดับวูบ เขาหมดสติไป
เยี่ยนจิ่วเฉาใช้พลังภายในโอบอุ้มเขาไว้ แล้วค่อยๆ ลดระดับลง
เขาหมิงซานซึ่งก่อนหน้านี้ปกคลุมไปด้วยความหวาดกลัวก็ พลันเงียบสงัด ทุกคนหันไปมองเยี่ยนจิ่วเฉาพร้อมกัน ท่ามกลาง แสงทองประกายจากเส้นขอบฟ้า อาภรณ์ของเขาไหวน้อยๆ แลดู งดงามดุจเทพเซียน