หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม - บทที่ 441 สยบหลัวช่าน้อย
เสี่ยวเป่ายังไม่รู้ว่าเขาไม่ได้จับมือเอ้อร์เป่า ในใจเขาคิดเพียงว่า จะหนีเอ้อร์เป่า ห้ามให้เอ้อร์เป่าตามเขากับต้าเป่ามาเด็ดขาด!
เขาวิ่งเตาะแตะไปข้างหน้า จับมือเล็กด้านหลังไว้แน่น
แต่ว่า ในที่สุดเขาก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ
“ต้าเป่า ทำไมมือของเจ้าถึงเปียกเช่นนี้” เขาเอ่ยถาม แต่ด้วย ความรีบร้อน จึงไม่ได้หันหลังกลับไปมอง
ร่างเล็กไม่ตอบ
เสี่ยวเป่าร้อง ‘โอ้’ ลืมไปเสียสนิทว่าต้าเป่ายังพูดไม่ได้!
“เสี่ยวเป่า~เสี่ยวเป่า~”
เสียงใสของเอ้อร์เป่ายังคงดังมาจากด้านหลัง เสี่ยวเป่ายังคง ตั้งหน้าตั้งตาวิ่งต่อไป เมื่อมาถึงทางแยก เขาก็ตัด
สินใจเลือกเส้นทางอย่างแน่วแน่ และปีนขึ้นไปบนเนินเขาเตี้ย ลูกหนึ่ง “ตรงนี้ๆ!”
เนินเขานี้มีถํ้าเล็กๆ แห่งหนึ่ง เดิมทีต้าเป่าค้นพบถํ้านี้ ต้าเป่า จึงพาเสี่ยวเป่าไปครั้งหนึ่ง แต่ยังไม่ได้พาเอ้อร์เป่าไป เพราะฉะนั้น เสี่ยวเป่าจึงมั่นใจว่าเอ้อร์เป่าจะไม่มีทางค้นพบความลับของตน และต้าเป่าได้โดยเร็ว
ในถํ้านั้นมืดสนิท ยื่นมือออกไปแล้วมองไม่เห็นนิ้วทั้งห้า ด้าน หลังปากทางเข้าถํ้าหันเข้าพุ่มไม้ทึบ ทว่าฝั่งตรงข้าม
เป็นช่องลมขนาดเท่าศีรษะ สูงจากพื้นดินประมาณครึ่งฉื่อ
เสี่ยวเป่าปล่อยมือ ‘ต้าเป่า’ คุกเข่าลงก้นโก่งกับพื้น แล้วมอง ผ่านช่องลมนั้น
เขากำลังมองเอ้อร์เป่า มองไปหัวเราะไป เขาไม่รู้เลยว่าผู้ที่อยู่ ด้านหลังกำลังหิวกระหาย
ร่างเล็กเข้ามาอยู่ด้านหลัง อ้าปากกว้างน่าสยดสยอง
ขณะที่เขากำลังจะงับลงไปนั้นเอง ร่างของเสี่ยวเป่าก็แข็งทื่อ ใบหน้าของเขาเบี้ยวบูด แลดูเจ็บปวดเหลือเกิน
จากนั้นก็มีเสียงดัง ‘ปู้ด’
ผายลมกลิ่นเหม็นหึ่งได้ระบายออกไป เสี่ยวเป่ารู้สึกสบายท้อง เป็นที่สุด
ร่างด้านหลังกลับไม่ได้คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ทันทีที่เสียงผายลมดังขึ้น เขาก็หยุดชะงัก ผายลมของเสี่ยวเป่าทั้ง เสียงดังและกินเวลายาวนาน ลมทั้งหมดถูกอัดเข้าที่ใบหน้าของ ร่างเล็กด้านหลัง จนนัยน์ตาแดงฉานของเขานั้นเบิกกว้าง และ ผงะถอยไปหลายก้าว จากนั้นดวงตาของเขาก็กลอกวน ลิ้นจุกปาก ร่างกายอ่อนเปลี้ยกลิ้งหล่นลงจากเนินเขา…
เสี่ยวเป่ายังคงอยู่ในโลกส่วนตัว ไม่รู้ว่าต้าเป่าถูกตน ‘รมควัน’
จนกลิ้งลงไปจากเนินเขาแล้ว
เอ้อร์เป่าเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ แต่เสี่ยวเป่าไม่กลัวหรอก!
“ประเดี๋ยวเอ้อร์เป่ามา ข้าจะให้เขาดูท่าเตะ! ไร้! เงา! เขา! หมิง! ซาน!” ขาเล็กของเสี่ยวเป่ากระโดดเตะ!
ร่างเล็กซึ่งถูกรมควันด้วยผายลมจนวิงเวียนและกลิ้งตกเขา ไปนั้นปีนขึ้นมาถึงถํ้า แต่กลับถูกลูกเตะของเสี่ยวเป่าถีบจนกลิ้งตก เขาไปอีกครั้ง
“เอ๋? รู้สึกเหมือนเมื่อกี้เตะถูกอะไรเข้าสักอย่าง” เสี่ยวเป่าดึง ขาน้อยๆ กลับมา เกาศีรษะ แล้วมองไปรอบๆ “ต้าเป่าละ?”
เสี่ยวเป่าวิ่งเตาะแตะลงจากเนินเขา และไปตามหาต้าเป่าที่ ต้นไม้ใหญ่
เมื่อร่างเล็กพยุงร่างอันโงนเงนของตนเองขึ้นมา ก็ไม่เห็น แม้แต่เงาของเสี่ยวเป่า กลับมีเพียงเอ้อร์เป่าที่เข้ามาใกล้
“เสี่ยวเป่า~ เจ้าอยู่ที่ไหน” เอ้อร์เป่ามองไปรอบๆ
ร่างเล็กปราดเข้าไปด้านหลังเอ้อร์เป่า แล้วเดินตามเขาไป นัยน์ตาแลดูกระหายเลือด
เขาเข้าใกล้เอ้อร์เป่ามากขึ้นเรื่อยๆ ห้าก้าว สี่ก้าว สามก้าว สอง ก้าว…
ครั้นเดินเข้ามาจนอยู่ห่างเอ้อร์เป่าออกไปเพียงสองก้าว ร่าง เล็กก็อ้าปากอีกครั้ง เผยให้เห็นฟันซี่แหลม
ปั้ก!
ต้าเป่าเดินไปเหยียบไม้ท่อนหนึ่ง เขาเหยียบปลายของไม้ด้าน หนึ่ง ปลายไม้อีกด้านหนึ่งจึงกระเด้งขึ้นมาฟาดเป้ากางเกงของร่าง เล็กเต็มๆ!
เขาเจ็บปวดรวดร้าวไปจนถึงจิตวิญญาณ!
เขาหนีบขาแน่น กุมเป้ากางเกงเอาไว้ ยืนนิ่งอยู่กับที่ จากนั้นก็ ล้มลงกับพื้น…
……
เป้าหมายสุดท้ายของเจ้านี่คือต้าเป่าซึ่งนั่งขุดหนอนพิษอยู่ที่ พื้น
ในครั้งนี้ เขาไม่คิดจะเข้าไปใกล้อีกฝ่ายอีก เขาแบมือออกมา หมายจะใช้พลังของหลัวช่า ทว่าทันใดนั้นเอง ร่างอรชรร่างหนึ่งก็ เดินมาด้านหลังของเขา
“เอ๊ะ? ลูกใครกัน?”
อวี๋หวั่นเดินเข้ามาทางร่างเล็ก หลัวช่าโลหิตเข้ามาในเขาหมิง ซานแล้ว เธอจึงพาคนออกมาสำรวจ และได้ยินเสียง
ของเอ้อร์เป่าแถวนี้ จึงรู้ว่าเด็กทั้งสามออกไปจากวิหารเจา หยาง เธอรีบเข้ามาพาพวกเขากลับไป ไหนเลยจะรู้ว่าเธอพบเด็ก น้อยทั้งสาม แต่กลับพบเด็กน่าสงสารคนหนึ่ง
เด็กที่น่าสงสารคนนี้สวมเสื้อผ้าขาดรุุ่ย ดูจากขนาดและรูป
แบบแล้ว ไม่เหมือนกับเสื้อผ้าเด็กสักเท่าไร แต่เหมือนกับอาภรณ์ ของสตรีวัยผู้ใหญ่เสียมากกว่า ยากจนถึงกับไม่มีเสื้อผ้าใส่เชียว หรือ?
อวี๋หวั่นคิดว่าเขายากจนมาก เขาไม่เพียงสวมเสื้อผ้ามอซอ ขาดวิ่นไม่พอดีตัว แต่ยังผอมจนเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก ทั้งที่ ส่วนสูงใกล้เคียงกับเด็กน้อยทั้งสาม เพราะฉะนั้นเขาไม่ได้ ขาดแคลนแค่เสื้อผ้า แต่ยังขาดแคลนอาหารอีกด้วย
“เสื้อผ้าเปียกหมดแล้ว เจ้าตกนํ้ามาหรือ?” อวี๋หวั่นคุกเข่าลง ปัดผมยุ่งเหยิงซึ่งปรกหน้าของเขาออก “ไอ้หยา หน้าผากแตกด้วย เจ้าบาดเจ็บนี่”
อวี๋หวั่นพูดไปพลางก้มหน้าปลดผ้าคาดเอว
ร่างเล็กเลียปาก ค่อยๆ อ้าปากกว้าง
สวบ!
อวี๋หวั่นปลดเสื้อคลุมออก แล้วนำมาคลุมร่างชื้นๆ ของเขา จากนั้นก็เปิดกระเป๋าออก หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดแผลของเขา จากนั้นก็เช็ดใบหน้าและมือเล็กๆ ของเขา “เจ้าอยู่ที่ไหนหรือ มาอยู่ ที่นี่ได้อย่างไร”
แม้ว่ารูปร่างของเขาจะแปลกประหลาดไปสักหน่อย แต่ไม่ว่า อย่างไรอวี๋หวั่นก็ไม่มีทางเดาได้ว่าหลัวช่าในตำนานจะเป็นเพียง เด็กอายุสามขวบ
หลัวช่าน้อยไม่ได้พูด เพียงแต่จับจ้องไปยังเส้นเลือดบนคอขอ
งอวี๋หวั่น
อวี๋หวั่นเช็ดตัวให้เขาเสร็จ ก็ลุกขึ้นยืน จับมือเล็กของเขาขึ้นมา “เดินได้ไหม? ข้าจะพาเจ้ากลับไป”
หลัวช่าน้อยถูกคนจับมือเป็นครั้งที่สอง ทว่ารู้สึกไม่เหมือนกับ ถูกเจ้าผายลมเหม็นนั่นจูงมือ เขาชะงักไป ดวงตาเบิกโพลง จับจ้อง ไปยังมือของอวี๋หวั่น นํ้าลายหยดแปะๆ
อวี๋หวั่นมีเลือดพลังหยินเข้มข้น มีกลิ่นอายของราชาศักดิ์สิทธิ์ จากร่าง นับว่ายั่วยวนหลัวช่าโลหิตเป็นที่สุด
อวี๋หวั่นไม่รู้ว่าเจ้านี่กำลังนํ้าลายสอเพราะเลือดของตน เมื่อ เห็นว่าเขานํ้าลายไหล จึงคิดว่าเขาหิวข้าว เธอไม่ได้ พกอะไรติดตัว มาด้วย นอกจากนมของเสี่ยวเป่าเพียงหนึ่งขวด
เธอส่งขวดนมให้หลัวช่าโลหิต “ให้เจ้า”
นมแพะต้มมาแล้ว ปราศจากกลิ่นคาวและกลิ่นสาบ มีรส หวานเล็กน้อย เป็นที่ชื่นชอบของเด็กๆ
หลัวช่าน้อยไม่เคยดื่มนมจากขวดมาก่อน ไม่รู้ว่าต้องคาบจุก นมเข้ามาก มือหยาบของเขาดึงมันออก กลิ่นของนมแพะลอยขึ้น มาแตะจมูกของเขา
เขาไม่ชอบกลิ่นของนม ขมวดคิ้วด้วยความรังเกียจ แล้วโยน ขวดนมทิ้งไปทันที!
อวี๋หวั่นกำลังหายาจินชวงในกระเป๋า เมื่อเห็นว่าเขาโยนขวด
นมทิ้งไป เธอก็ร้อง ‘โอ้’ ออกมา “เจ้าไม่ชอบหรือ? ”
เธอค้อมตัวลงไปเก็บขวดนมขึ้นมา หลัวช่ามองด้านหลังของ เธอ เลียปากด้วยความหิวกระหาย แล้วพุ่งเข้าไปหาเธอทันที
ทว่า หลัวช่าน้อยยังไม่ทันได้ออกตัว มันก็ถูกพลังภายในโจมตี อย่างรุนแรง
มันตวัดสายตามองบุรุษร่างสูงใหญ่ที่ทำเสียเรื่อง มันกัดฟัน กรอด แล้วพุ่งเข้าหาเขาทันที
เยี่ยนจิ่วเฉากลัวว่าอวี๋หวั่นจะเป็นอันตราย จึงทะยานขึ้นฟ้า แล้วหลอกล่อมันไปบนเขาลูกหนึ่ง
ในตอนนั้นอวี๋หวั่นหายาจินชวงเจอพอดี แต่กลับพบว่าเด็กคน นั้นไม่อยู่แล้ว “แปลกจัง หายไปไหนแล้ว?”
หลัวช่าน้อยและเยี่ยนจิ่วเฉาเปิดฉากประมือกัน
ชิงเหยียน ลูกศิษย์วิหารเจาหยาง รวมไปถึงอาม่าได้ยินเรื่องนี้ ก็พากันมา ทั้งสองนั้นเคลื่อนไหวว่องไวเสียจนตาไม่สามารถมอง ได้ทัน จะมองเห็นก็เพียงเงาเลือนรางเคลื่อนไปมา กลิ่นคาวเลือด คละคลุ้งไปในอากาศ แต่ทันใดนั้นก็ถูกแรงเย็นยะเยือกกดลง ทันใด
หลัวช่าเดือดดาล มันคำรามลั่น พุ่งเข้าชนกับอกของเยี่ยนจิ่ว เฉา!
ภาพเหตุการณ์นี้ ทำให้หัวใจของชิงเหยียนแทบหล่นลงไปถึง
ตาตุ่ม “นั่น…นั่นมันหลัวช่าโลหิตไม่ใช่หรือ? ทำไม…ตัวเล็กเหลือ เกิน…”
อาม่ามีสีหน้าขึงขัง “นั่นคือหลัวช่าน้อย”
“หลัวช่าน้อย?” ชิงเหยียนตื่นตะลึง
ในดวงตาของอาม่าก็เปี่ยมไปด้วยความตกใจ “หลัวช่าที่ตัว เล็กเช่นนี้ ใต้หล้าหายากยิ่งนัก…”
ชิงเหยียนแทบไม่อยากเชื่อว่าสิ่งที่ไล่ตามเขามาก่อนหน้านี้ ก็ คือเจ้าเปี๊ยกนี่!
อาม่าคล้ายกับจะเดาได้ว่าชิงเหยียนไม่เชื่อ จึงกล่าวว่า “อย่า เห็นว่ามันตัวเล็กแล้วไม่น่ากลัว ยอดฝีมือทั้งสกุลซือคงมารวมกัน ยังสู้เขาไม่ได้”
“กะ…เก่งกาจขนาดนั้นเชียวหรือ? ” ชิงเหยียนกลัวจนหัวหด เมื่อนึกถึงเรื่องหนึ่งได้ จึงพูดขึ้นว่า “หลัวช่าที่พวกเรา
เจอครั้งแรกใช่เจ้านี่ไหม?”
อาม่าส่ายหน้า “ไม่ ไม่ใช่มัน”
ชิงเหยียน “สกุลซางไม่ได้มีหลัวช่าแค่คนเดียวหรอกรึ?!”
อาม่ายังไม่ทันได้ตอบคำถาม หลัวช่าน้อยก็ถูกเยี่ยนจิ่วเฉาใช้ พลังภายในมัดเอาไว้เสียแล้ว ใช้วิชาอายุวัฒนะ
สร้างแส้กระชากวิญญาณ ฟาดลงไปที่หลัวช่าซํ้าแล้วซํ้าเล่า
หลัวช่าน้อยร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
เยี่ยนจิ่วเฉายื่นมือออกมา ขณะที่กำลังจะจัดการมันให้ตาย ด้วยฝ่ามือเดียว ในช่วงเวลาระหว่างความเป็นและความตาย อวี๋ หวั่นก็เดินถือยาจินชวงและขวดนมมา
เยี่ยนจิ่วเฉาชะงักไป
เมื่อเห็นว่าเยี่ยนจิ่วเฉาไม่อยากทำร้ายอวี๋หวั่น หลัวช่าน้อยก็ กระโดดเข้าไปในอ้อมแขนของอวี๋หวั่น คว้าขวดนมด้วยความ รังเกียจ แล้วดื่มนมไม่หยุด!
อวี๋หวั่นซึ่งกำลังงุนงง “…”
เยี่ยนจิ่วเฉาซึ่งงุนงงกว่าอวี๋หวั่นเสียอีก “…”