หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม - บทที่ 450.1 หลัวช่าน้อยไร้เทียมทาน!
สยบสกุลซางให้สิ้น! (1)
แก้วหล่นแตกกระจายบนพื้น เหล่าไข่ดำน้อยก็ยังไม่ตื่น ทั้ง สามนอนหลับสนิท เสียงกรนแผ่วเบาดังแว่วออกมา
อวี๋หวั่นห่มผ้าให้พวกเขา ก่อนอุ้มหลัวช่าน้อยไปที่ห้องของชุย เฒ่า
ชุยเฒ่ากำลังเปลี่ยนเสื้อผ้า จู่ๆ ประตูห้องก็ถูกเปิดออก เขา สะดุ้งตกใจ ซวนเซล้มลงข้างเตียง
มือข้างหนึ่งดึงกางเกง อีกข้างหนึ่งชี้ไปที่อวี๋หวั่น และกล่าว อย่างโกรธเคือง “เจ้า เจ้า เจ้า เจ้า…เจ้าอยากให้ข้าตกใจตายรึ!”
“ข้าเคาะประตูแล้ว” อวี๋หวั่นกล่าว
“เจ้าใช้สิ่งใดเคาะ? ตาเจ้าเรอะ!” ชุยเฒ่าดึงกางเกงแล้วลุกขึ้น ยืน
อวี๋หวั่นกระแอมไอเบาๆ ใช่น่ะสิ ก็ตาไงละ รู้ได้อย่างไร?
แต่จะตำหนิเธอก็ไม่ได้ ใครจะรู้ว่าเขาทิ้งเตียงที่ห้องด้านใน ของตน มานอนม้านั่งนอกห้องเช่นนี้? หาได้คิดฝันว่าจะพบกับ ฉากเช่นนี้
อวี๋หวั่นกล่าวว่า “ข้ามาที่นี่เพื่อเปลี่ยนยาให้หลัวช่าน้อย” นี่ เป็นเรื่องเร่งด่วน เมื่อครู่หลัวช่าน้อยขยับตัวรุนแรง กระเทือน
บาดแผลจนเลือดไหล
ชุยเฒ่าวิ่งไปจัดการเสื้อผ้าที่ห้องด้านใน จากนั้นก็เปิดม่าน ออกมา กล่าวกับอวี๋หวั่นอย่างขุ่นเคือง “วางลงให้ข้าดู”
อวี๋หวั่นวางหลัวช่าน้อยบนเตียงเล็กที่ใช่ในการตรวจรักษา
“สีหน้าดูดีขึ้นไม่น้อยแล้ว” ชุยเฒ่าเหลือบมองหลัวช่าน้อย
เมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้ อวี๋หวั่นก็หัวเราะ “ท่านไม่เห็น มันกระโดด โลดเต้นได้แล้ว ไม่เช่นนั้นแผลจะฉีกได้อย่างไร?”
บาดเจ็บขนาดนั้น ตกดึกกลับสามารถกระโดดโลดเต้นไปมา จะผิดธรรมชาติเกินไปแล้ว
ชุยเฒ่าก้าวไปข้างหน้า เริ่มถอดเสื้อผ้าหลัวช่าน้อย หลัวช่า น้อยกลับแยกเขี้ยวใส่อย่างดุดัน หัวใจชราของชุยเฒ่าสะดุ้งเฮือก ถมึงตากล่าว “ข้ารักษาเจ้า เจ้ายังขู่ข้า?!”
หลัวช่าน้อยขู่เขา! ขู่ๆๆ!
อวี๋หวั่นเผยยิ้มมุมปาก “ข้าทำเอง”
ชุยเฒ่าฮึดฮัด ถอยไปด้านข้าง “ไอ้ตัวจ้อยไร้สำนึก!”
ยามที่อวี๋หวั่นมาถอดเสื้อผ้าหลัวช่าน้อย หลัวช่าน้อยก็แยก เขี้ยว เพียงแต่ไม่ดุร้ายเลยแม้แต่น้อย
อวี๋หวั่นถอดเสื้อผ้าและผ้าพันแผลของหลัวช่าน้อยออก บาดแผลทั้งหมดมีสามจุด สะบักหลังสองจุด บาดแผลจากตะขอ เหล็กไม่ใหญ่ ทว่ากลับลึกแทบทะลุหน้าอกของมัน นี่เป็นสิ่งที่
เปราะบางและติดเชื้อง่ายที่สุด แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจก็คือ บาดแผลนั้นเริ่มสมานแล้ว
“นี่ นี่ นี่…” ชุยเฒ่าตกใจพูดไม่ออก เขาเป็นหมอเทวดามา หลายปี มิใช่ไม่เคยเห็นร่างกายที่แข็งแรง แต่มิใช่แข็งแรงเช่นนี้ ยา ที่พวกเขามีในยามนี้ อาการบาดเจ็บเช่นนี้คงบวมแดงและติดเชื้อ เป็นแน่ ทว่าเจ้านี่กลับใกล้หายดีเสียอย่างนั้น!
“ด้าน…ด้าน ด้าน…ด้านหลังละ?” ชุยเฒ่าเอ่ยอย่าง ตะกุกตะกัก
อวี๋หวั่นอุ้มหลัวช่าน้อยหันหลัง เผยให้เห็นด้านหลังของมัน บาดแผลที่ฉีกขาดเมื่อเช้า ก็คือจุดนี้ เพราะปากแผลค่อนข้างกว้าง จึงฉีกขาดได้ง่ายกว่า เพียงแต่มันก็ตกสะเก็ดหมดแล้ว
“นี่มันหลัวช่าน้อยมหัศจรรย์อันใดกัน…” ชุยเฒ่าประหลาดใจ ที่สุดในชีวิต เขารู้สึกว่าตนได้ค้นพบปาฏิหาริย์ในประวัติศาสตร์การ แพทย์ เขาแทบรอไม่ไหวที่จะไปจับชีพจรของมัน
แต่ตอนนี้ หลัวช่าน้อยกลับไม่สนใจจะทำแล้ว
ตื่นมานานขนาดนี้ ยังไม่ได้กินอะไรเลย มันหิวจะแย่แล้ว
ภายในห้องนี้มีขนมสำเร็จรูป อวี๋หวั่นหยิบจานให้มัน มันกัดกิน คำหนึ่งก็อาเจียนออกมา อวี๋หวั่นจึงหยิบขวดยาโลหิตยื่นให้ มันถึง อุ้มขวด ตั้งใจกินอย่างจริงจัง
ยามที่มันกินอาหาร ระดับความร่วมมือก็เพิ่มขึ้นมาก ชุยเฒ่า จึงใช้โอกาสนี้จับชีพจรของมัน
“เป็นอย่างไรบ้าง?” อวี๋หวั่นถาม
“เจ้าลองดูเอง” ชุยเฒ่ากล่าว
อวี๋หวั่นจับชีพจรของมัน และกล่าวอย่างประหลาดใจ “ไม่ เป็นไรมากแล้วจริงๆ ด้วย”
ชุยเฒ่ากล่าวว่า “เจ้าอย่าเพิ่งดีใจเร็วไปนัก มันฟื้นตัวเร็วเช่นนี้ หลัวช่าสกุลซางอีกตัวก็ต้องฟื้นตัวเร็วยิ่งกว่า หากวันหน้าต่อสู้กัน ขึ้นมา เราจะบาดเจ็บไม่ได้ หากบาดเจ็บก็คือจบ” เมื่อเทียบกันแล้ว ความเร็วในการฟื้นตัวของหลัวช่าใหญ่นั้นอัศจรรย์จนน่ากลัวเล็ก น้อย
อวี๋หวั่นเก็บเส้นผมฟูยุ่งของหลัวช่าน้อยทัดหลังใบหู “รอถึงวัน นั้นค่อยว่ากันอีกที”
“เฮ้อ เจ้าเด็กนี่” ชุยเฒ่าส่ายหัว ไม่รู้ควรบอกว่าเธอใจกว้าง หรือบอกว่าเธอจิตใจดี “เอาละ มันฟื้นตัวเร็วเช่นนี้ ครึ่งหนึ่งก็เป็น ความดีความชอบของข้า ยังต้องใช้ยาต่อไป!”
อวี๋หวั่นกล่าวอย่างขบขัน “รู้แล้ว ท่านเป็นหมอเทวดาอย่างไร ละ! ยาถึง โรคหาย กระปรี้กระเปร่าเยาว์วัย!”
สอพลอเข้าไว้แล้วจะได้ดี ชุยเฒ่าไปจัดยาด้วยหัวใจที่พองโต “หนูหวั่น เจ้าก็มานี่สักหน่อย”
“อื้อ!” อวี๋หวั่นตอบรับ และกล่าวกับหลัวช่าน้อยที่กำลังเคาะ ขวดยาโลหิตอย่างจริงจังว่า “เจ้ารอข้าอยู่ที่นี่ อย่าวิ่งไปที่ใดรู้หรือ ไม่?”
หลัวช่าน้อยไม่รู้ มันไม่เข้าใจภาษามนุษย์
อวี๋หวั่นถือว่ามันเข้าใจแล้ว จึงเดินไปช่วยชุยเฒ่าจัดยาที่ห้อง ข้าง
ด้านนอกประตู ชิงเหยียนและอิ่งลิ่วที่แอบดูอยู่นาน ส่งสายตา แลกเปลี่ยนกัน ต่างมองเห็นความตื่นตะลึงที่ยากจะระงับจากก้น บึ้งดวงตาของอีกฝ่าย
ทั้งสองถือโซ่เหล็กนิลไว้ในมือ
อิ่งลิ่วกระซิบ “ฮูหยินทำเช่นนี้จะไม่เป็นไรจริงๆ หรือ? หากไม่ ผูกมันไว้ จะไม่เกิดเรื่องจริงๆ หรือ?”
ชิงเหยียนกลอกตา “ยามนั้นมิใช่เจ้าที่บอกว่าไม่อาจลงมือกับ เด็กนี่เองหรอกรึ?”
“เอ่อ ข้าก็นึกไม่ถึงว่ามันจะแข็งแกร่งขนาดนี้นี่” อิ่งลิ่วเห็นมัน คล้ายเด็ก จึงกระทำต่อมันเช่นเด็กคนหนึ่ง แต่ความจริงพิสูจน์ แล้วว่านี่มิใช่เด็ก หากแต่เป็นนักฆ่าตัวน้อยแสนดุร้าย! ศพนั้นแม้ อิ่งลิ่วยังไม่เห็นด้วยตา แต่ก็ไม่ยากที่จะจินตนาการ
“ไม่เช่นนั้นเรามัดมันไว้ดีหรือไม่…” อิ่งลิ่วกล่าวอย่างระแวด ระวัง
ชิงเหยียนพยักหน้าเห็นด้วย
ทั้งสองทำสัญญาณมือ ยืนขึ้นอย่างเข้าใจกัน คว้าโซ่เหล็กนิล เดินเข้าไปในห้องทีละก้าว ขณะที่พวกเขาเข้าไปใกล้หลัวช่าน้อย
หลัวช่าน้อยก็ยังคงกินสิ่งที่อยู่ในมืออย่างจริงจัง ทั้งสองยกมุมปาก ได้ใจ โยนโซ่มัดตัวหลัวช่าน้อย—
อวี๋หวั่นกำลังจัดยาอยู่ในห้อง จู่ๆ ก็มีเสียงโซ่เหล็กและบาง อย่างที่คล้ายกับล้มลงบนพื้น เธอรีบวางยาในมือ เปิดม่านมองไป นอกห้อง เห็นชิงเหยียนและอิ่งลิ่วที่ถูกโซ่เหล็กนิลมัดนอนอยู่บน พื้น หลัวช่าน้อยขี่อยู่บนตัวชิงเหยียน แยกเขี้ยวสองตาส่องฉาย แววดุร้าย!
อวี๋หวั่นมองโซ่เหล็กบนพื้น ก็เข้าใจได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น เธอ เดินเข้าไป โค้งกายอุ้มหลัวช่าน้อยขึ้นมา
ว่าไปแล้วก็ประหลาด หลัวช่าน้อยที่มีพละกำลังมหาศาล ที่ แม้แต่เนินเขาเล็กๆ ก็สามารถเจาะทะลวงเป็นรู กลับให้อวี๋หวั่นอุ้ม อย่างง่ายดายเช่นนี้
ชิงเหยียนที่เนื้อและกระดูกแทบแหลกสลายตกตะลึงตาค้าง
“อย่าเอาโซ่มัดมันอีก” อวี๋หวั่นกล่าวกับชิงเหยียนและอิ่งลิ่ว ก่อนจะมองไปที่หลัวช่าน้อยอีกครั้ง “เจ้าก็อย่าขู่พวกเขาอีก”
หลัวช่าน้อยไม่เข้าใจ
หลัวช่าน้อยหยุดชะงัก และแยกเขี้ยวใส่อวี๋หวั่น!
อวี๋หวั่นส่ายหัว
หลัวช่าน้อยได้รับไอสังหาร กระโดดกลับไปนั่งที่เตียง และกิน ยาโลหิตต่อไป
ชิงเหยียนและอิ่งลิ่วมองหน้ากัน มัน…มันเข้าใจหรือไม่ว่าต่อ ไปไม่สามารถขู่ๆๆ พวกเขาอีก?
หลัวช่าน้อยเปลี่ยนยาอย่างว่าง่าย ไม่ร้องไห้ ไม่อาละวาด แม้ การฟื้นตัวจะยอดเยี่ยม แต่สุดท้ายก็ยังเจ็บปวด มันกลับทำราวไม่ สนใจแม้แต่น้อย กระทั่งคิ้วก็ไม่ขมวดสักนิด
หรือความเจ็บปวดเช่นนี้ มันเคยชินเสียแล้ว
“อิ่มแล้วหรือ?” อวี๋หวั่นถาม
หลัวช่าน้อยมองอวี๋หวั่นนิ่งงัน
อวี๋หวั่นก้มลงลูบท้องอ้วนกลมของมัน “อิ่มแล้ว”
หลัวช่าน้อยชะงัก แล้วก็ลูบท้องของอวี๋หวั่น
ท้องของอวี๋หวั่นขยับ
เป็นครั้งที่สองที่ครรภ์เคลื่อนไหว หลัวช่าน้อยไม่ตอบสนอง มากเช่นก่อนหน้านี้ มันเพียงมองท้องของอวี๋หวั่น แล้วก้มมองท้อง ของตน
อวี๋หวั่นเขี่ยท้องของมันและกล่าวว่า “ในท้องข้ามีน้องชายหรือ น้องสาวอยู่ ท้องของเจ้าไม่มี”
หลัวช่าน้อยเริ่มสังเกตท้องของตน
อวี๋หวั่นหัวเราะตัวโยน เมื่อหัวเราะจนพอ ก็อุ้มหลัวช่าน้อย กลับห้อง และตัดผมหยิกยุ่งราวกับถูกสุนัขแทะของมัน ตัดเสร็จ มันดูคล้ายกับไม่พอใจ จับหัว สีหน้าหงุดหงิด
อวี๋หวั่นเกิดความคิด โกนหัวให้มัน ในที่สุดมันก็เลิกงอแง
ไข่ดำน้อยทั้งสามก็ตื่นขึ้น สิ่งแรกที่ทำเมื่อลืมตามิใช่ตามหา มารดา แต่เป็นน้องชาย เมื่อเห็นว่าน้องชายโกนหัวเช่นทั้งสาม พวกเขาก็มีความสุขอย่างเหลือล้น
หลังอาหารเช้า ทั้งสามพาหลัวช่าน้อยไปเล่น
“น้องชายๆ เจ้าเป็นคนสุดท้อง เจ้าเริ่มก่อน”
เสี่ยวเป่านำผ้าสีแดงสดผูกตาหลัวช่าน้อยอย่างแผ่วเบา เมื่อ แน่ใจว่าหลัวช่าน้อยมองไม่เห็น จึงกล่าวกับมันว่า
“เอาละ มาจับพวกเราได้! หากจับไม่ได้ เจ้าจะ—”
ไม่ทันจะกล่าวจบ หลัวช่าน้อยก็จับไข่ดำทั้งสามที่ซ่อนตัวตาม ที่ต่างๆ ออกมาอย่างรวดเร็ว!
ไข่ดำน้อยทั้งสามที่ไม่รู้ว่าถูกจับได้อย่างไร “…”
“ข้า ข้า ข้า… ข้าเห็นรังนกบนต้นไม้”
เสี่ยวเป่ากล่าวพลางชี้ต้นอู๋ถงที่ทั้งสูงทั้งใหญ่
ไข่ดำทั้งสามรีบแสดงฝีมือการปีนต้นไม้ แต่ปีนไม่ถึงสองก้าว หลัวช่าน้อยก็แวบกายขึ้นไปบนกิ่งไม้ นำรังนกเจ็ดแปดรังทั้งหมด ลงมา!
ไข่ดำทั้งสาม “……!!!”
แล้วทั้งสามก็ไปตกปลา
เอ้อร์เป่านอนควํ่าอยู่บนฝั่ง มือเล็กเหยียดลงควานนํ้า
“โอ้ะ! ข้าจับได้แล้ว! อ๊ะ! มันหนีไปแล้ว!”
ปลาอ้วนตัวน้อยสะบัดหางนํ้ากระเด็นใส่หน้าเอ้อร์เป่า หันก้น ว่ายจากไป
หลัวช่าน้อยแยกเขี้ยวดุร้าย กระโดดลุกขึ้น กวาดไปบนผิวนํ้า มือเล็กๆ รัวกวัก ปลาทั้งสระถูกโยนขึ้นฝั่ง!
ปลาอ้วนน้อยตัวสั่นระริก : ข้าทำให้พี่ชายเจ้าขุ่นเคือง เจ้าถึง กับต้องประหารเก้าชั่วโคตรข้า…
บทที่ 450.2 หลัวช่าน้อยไร้เทียมทาน!
สยบสกุลซางให้สิ้น! (2)
ฟากนี้ ขณะที่หลัวช่าน้อยกำลังเล่นสนุกกับไข่ดำทั้งสาม สกุล ซางที่อยู่อีกฟากหนึ่งก็พบเบาะแสเกี่ยวกับหลัวช่าน้อย
องครักษ์ในชุดพ่อค้าไปพบกับประมุขซางที่ห้องหนังสือ “ท่าน ประมุข เราพบเบาะแสของหลัวช่าน้อยแล้ว”
“โอ้? มันอยู่ที่ใดรึ?” ประมุขซางถาม
“สกุลซือคง!” องครักษ์ในชุดพ่อค้ากล่าว
ฝ่ามือใหญ่ของประมุขซางกำแน่น กล่าวด้วยแววตาลึกลํ้า “ไอ้ สกุลซือคงสมควรตาย สอดไปเสียทุกเรื่อง! ข้าไม่ได้สั่งให้พวกเจ้า ระวังหรือ? เหตุใดสกุลซือคงยังรู้เรื่องการมีอยู่ของมัน?”
องครักษ์ในชุดพ่อค้าก้มหน้ากล่าว “ข้าน้อยก็ไม่เข้าใจว่าเกิด อันใดขึ้น ทั้งที่ระมัดระวังเป็นอย่างมากแล้ว ไม่รู้เหตุใดยังถูกสกุล ซือคงจับตามอง!”
ประมุขซางกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ไอ้กระจอกซือคงพวกนั้น มี หรือจะแย่งคนจากมือพวกเจ้าไม่ได้?”
องครักษ์ในชุดพ่อค้ากล่าวอย่างละอายใจ “ข้าน้อย… ข้าน้อย ติดกับล่อเสือออกจากถํ้า”
“ไร้ประโยชน์!” ประมุขซางตบโต๊ะ!
เขาลืมไปแล้วว่าตนเองก็เคยถูกแผนหลอกล่อของอีกฝ่าย ไร้ ประโยชน์จริงๆ คือใครกันแน่?
“ท่านประมุข เราจะทำเช่นไรกันต่อ?” องครักษ์ในชุดพ่อค้า เอ่ยถาม
ประมุขซางเหลือบมองไปยังทิศของเขตต้องห้าม “ราชาหลัว ช่าใกล้จะออกมาแล้ว เจ้านั่นเขาทะนุถนอมเลี้ยงดู ทั้งยังซ่อนไม่ให้ พวกเรารู้ เห็นได้ว่าเขาสนใจมันมาก หากสกุลซือคงใช้มันข่มขู่เขา สถานการณ์ก็คงไม่เป็นผลดีต่อสกุลซางของเรา”
“เช่นนั้น…” องครักษ์มองประมุขซางอย่างระมัดระวัง
ประมุขซางหรี่ตา “เจ้าไปเตรียมรถ ข้าจะไปหมิงซานด้วยตัว เอง!”
เวลาเที่ยงตรง รถม้าสกุลซางก็มาถึงสกุลซือคง
“ไปรายงานทีว่าข้าต้องการพบประมุขของพวกเจ้า” ประมุข ซางยกม่านขึ้น กล่าวกับองครักษ์สกุลซือคงที่กำลังเฝ้ายาม
ไม่ว่าอย่างไรก็เป็นบิดาของฮูหยินซือคง องครักษ์สกุลซือคงไม่ กล้าทำให้เขาลำบากใจ จึงไปส่งเรื่องให้เขา
แม้สกุลซางจะมีความทะเยอทะยาน ทว่าฮูหยินซือคงกลับไร้ เดียงสา ประมุขซือคงไม่ได้บอกให้นางรับรู้ถึงความไม่ลงรอยของ สองตระกูล และหลีกเลี่ยงให้นางไปพบกับประมุขซางนอกประตู จวนซือคง
ประมุขซางยังคงนั่งอยู่บนรถม้า กล่าวด้วยรอยยิ้มเรียบเฉย “บุตรเขยหมายความเช่นไร? ไม่เชิญกระทั่งข้าซึ่งเป็นพ่อตาเข้าไป นั่งในจวนหรือ?”
ประมุขซือคงกล่าวอย่างไม่ถ่อมตัวหรือเย่อหยิ่ง “แล้วท่าน พ่อตาหมายความเช่นไร? พบเจ้าเมืองแห่งหมิงตูแล้ว ก็ยังไม่ลง จากรถม้ามาแสดงความเคารพสักหน่อยหรือ?”
ประมุขซางสำลัก ประกายเยียบเย็นวาบผ่านดวงตา เขาลด ม่านลงอย่างแผ่วเบา เดินลงจากรถม้า แต่หาใช่เพื่อทำความ เคารพประมุขซือคง กลับเอ่ยอย่างจองหองว่า “กล่าวตามตรง ที่ ข้ามาในวันนี้เพื่อบอกพวกเจ้าสกุลซือคงให้คืนของมา”
“โอ้ ของอันใดหรือ?” ประมุขซือคงถามอย่างจงใจ
ประมุขซางหัวเราะเย้ยหยัน “เจ้าไม่ต้องเสแสร้ง หลัวช่าน้อย เรื่องใหญ่เช่นนั้น เจ้าที่เป็นถึงผู้นำตระกูลจะไม่รู้เรื่องเชียวหรือ?”
“เช่นนั้นท่านประมุขซางก็ยอมรับแล้วว่า สกุลซางสร้างปีศาจ เองโดยพลการ?” ประมุขซือคงกระทั่งคำเรียกก็เปลี่ยนไป
ประมุขซางกลับไม่สนใจว่าเขาจะเรียกตนว่าพ่อตาหรือไม่ มา ถึงจุดนี้แล้ว หากกล่าวว่าทั้งสองตระกูลไม่ได้ผิดใจกันก็คงไม่มีใคร เชื่อ เขากล่าวอย่างไม่เกรงกลัว “หมิงตูมีกฎข้อใด ไม่อนุญาตให้ ตระกูลขุนนางใหญ่สร้างหลัวช่าโลหิตหรือ?”
นั่นก็…ไม่มีจริงๆ หลัวช่าโลหิตเป็นความลับของสกุลซือคง ไม่มีใครคาดคิดว่าจะตกไปอยู่ในมือของคนอื่น ดังนั้นสกุลซือคงจึง
มีเพียงคำสอนของปรมาจารย์ มิได้ตั้งเป็นกฎของเมือง
“เจ้าขโมยตำราลับของสกุลซือคง เรื่องนี้ต้องถูกลงโทษ!” ประ มุขซือคงกล่าวอย่างเย็นชา
ประมุขซางเยาะเย้ย “เจ้ามีหลักฐานใดพิสูจน์ว่าตำราลับนั่น เป็นของสกุลซือคงของพวกเจ้า”
นี่…ก็ไม่มีอีกจริงๆ หรือกระทั่งประโยคนั้น หลัวช่าโลหิตเป็น ความลับของสกุลซือคง นอกจากคนสกุลซือคงแล้ว ก็ไม่มีผู้ใดในห มิงตูที่รู้เรื่องตำราลับนั่น เมื่อต่างฝ่ายต่างยึดถือคำพูดของตน ก็ ยากจะบอกว่าใครโกหก
ประมุขซางกล่าวอย่างช้าๆ “เช่นนั้น เจ้าไม่มีหลักฐานพิสูจน์ว่า ข้าขโมย แล้วข้าก็มิได้ละเมิดกฎเมือง เช่นนั้นเชิญสกุลซือคง ส่งตัว หลัวช่าสกุลซางคืนมาเสีย!”
ประมุขซือคงยังเย้ยหยัน “เจ้ามีหลักฐานใดพิสูจน์ว่าหลัวช่า อยู่ที่สกุลซือคง?”
“เจ้ากล้าให้ข้าค้น?” ประมุขซางกล่าว
“สกุลซือคงเป็นที่ที่เจ้าค้นได้ตามใจรึ?” ประมุขซือคงกล่าว
ประมุขซางยิ้ม “เช่นนั้นก็ดี เจ้าดื้อดึงไม่ยอมแพ้ ยืนกรานจะ ครอบครองสิ่งที่เป็นของสกุลซาง สถานะข้าไม่อาจเทียบเจ้า จำ ต้องฟังเจ้า มิสู้เชิญผู้คนในเมืองหมิงตูมาตัดสิน ดูซิว่าอาศัยเพียง ตำแหน่งเจ้าเมืองของเจ้า จะทำให้เจ้าปล้นสิ่งของตระกูลขุนนาง ใหญ่ตามใจตนได้หรือไม่?”
“เจ้า!” ประมุขซือคงฉุนเฉียว
ประมุขซางข่มขู่ว่า “เรื่องที่ท่านปู่ของเจ้าบังคับครอบครอง สตรีศักดิ์สิทธิ์หลานอีในยามนั้น ข้าก็ไม่รังเกียจหากต้องกล่าว ความจริงออกไป”
ประมุขซือคงโกรธจนหน้าเขียว มือที่กำแน่นสั่นระริก
ในยามนั้นปู่ของเขาใส่ร้ายสามีของสตรีศักดิ์สิทธิ์หลานอี ทั้ง ยังพยายามบังคับให้สตรีศักดิ์สิทธิ์หลานอีแต่งงานด้วย นี่เป็น มลทินที่สกุลซือคงไม่อาจลบล้าง หากเป็นเมื่อก่อน เรื่องฟอนเฟะ ในตระกูลจะแพร่ก็แพร่ไปแล้ว ทว่าบัดนี้เห็นได้ชัดว่าสกุลซางมุ่ง ร้าย ต้องการใช้สิ่งนี้โจมตีสกุลซือคง เพื่อบีบให้สกุลซือคงออกไป แล้วขึ้นเป็นเจ้าเมืองคนใหม่แห่งหมิงตู สกุลซางไม่ได้เรื่อง หาก เป็นไปตามปรารถนาของเขา ไม่รู้ว่าหมิงตูจะพินาศล่มจมเช่นไร
“ทำไม? เจ้ายังต้องคิดอีกหรือ?” ประมุขซางเผยยิ้มมองประ มุขซือคง มีประโยคหนึ่งกล่าวว่า ขิงยิ่งแก่ยิ่งเผ็ด ตนเป็นพ่อตา ของเขา แล้วเหตุใดแค่เด็กน้อยคนหนึ่งเขาจะสยบไม่ได้?
ประมุขซือคงมองเขาด้วยสายตาลํ้าลึก “ข้ารับปากว่าเจ้าจะได้ พบหลัวช่าน้อย แต่ข้ามีข้อแม้”
“โอ้?” ประมุขซางเลิกคิ้ว
“เจ้าไม่อาจบังคับมัน” ประมุขซือคงกล่าว
ประมุขซางหรี่ตา “หมายความเช่นไร?”
“ความหมายก็คือ หากหลัวช่าน้อยเต็มใจไปกับเจ้า เราจะไม่ ห้าม แต่หากมันยืนกรานที่จะอยู่ ท่านก็เอามันไปไม่ได้!” อวี๋หวั่นที่ ไม่รู้ว่ามาตั้งแต่เมื่อไร โผล่จากด้านหลังประมุขซือคง เดินไปหา ประมุขซางอย่างไม่ทุกข์ร้อน
หน้ากากบนใบหน้าของอวี๋หวั่นหลุดออกแล้ว เผยให้เห็นรูป ลักษณ์เดิมของเธอ
นี่คือใบหน้าที่สตรีศักดิ์สิทธิ์สวมในวันนั้นมิใช่หรือ? ประมุข ซางเหลือบมองอวี๋หวั่นอย่างครุ่นคิด แม้จะเป็นใบหน้าเดียวกัน แต่ เมื่ออยู่บนร่างของสตรีศักดิ์สิทธิ์และอวี๋หวั่นช่างดูแตกต่างกัน อย่างสิ้นเชิง
ประมุขซางรู้สึกคล้ายกับเคยเห็นใบหน้านี้ที่ใดสักแห่ง “เจ้า…”
“ข้าอันใดกัน? ประมุขซางมาตามหาหลัวช่าน้อยมิใช่หรือ?” อ วี๋หวั่นขัดความคิดของเขา “หากตกลง ข้าจะให้หลัวช่าน้อยออกมา หาท่าน แต่หากไม่ตกลง ท่านก็แค่ไปตามชาวบ้านทุกคนในหมิงตู แล้วบอกว่าหลัวช่าเป็นของสกุลท่าน ส่วนข้าก็บอกว่ามันเป็นของ สกุลข้า!”
ประมุขซางจู่ๆ ก็นึกออกจึงกล่าวว่า “เจ้าหนู ช่างกล้าหาญยิ่ง นัก คนที่ปลอมเป็นสตรีศักดิ์สิทธิ์ในวันนั้นก็คือเจ้ากระมัง?”
“ดูเหมือนว่าท่านจะไม่ต้องการพบหลัวช่าแล้ว เช่นนั้นลา ก่อน” อวี๋หวั่นคร้านจะเสวนาเรื่องนี้กับเขา พลันหันหลังเดินจากไป
ประมุขซางรั้งอวี๋หวั่นไว้ “ช้าก่อน ข้าตกลง จะไม่บังคับมันเด็ด ขาด”
ล้อเล่นอันใด?
หากพาหลัวช่าออกมา คนพวกนี้หยุดยั้งราชาซิวหลัวระดับสูง ของเขาได้หรือ?
อวี๋หวั่นกวักมือไปทางจวนซือคง
เงาร่างผอมบางร่างหนึ่งเดินออกมา
“นี่ก็คือหลัวช่าน้อยเองหรือ?” ประมุขซางพึมพำ เขาเพิ่งเห็น หลัวช่าน้อยเป็นครั้งแรก รู้สึกเพียงว่าอีกฝ่ายธรรมดากว่าที่คิดไว้ มาก หากไม่พยายามรับรู้ลมหายใจของมันให้ดี ก็ยากที่จะไม่คิดว่า มันเป็นเพียงเด็กน้อยธรรมดาคนหนึ่ง
ประมุขซางหยิบยาม็ดโลหิตออกมา นี่ไม่ใช่ยาคุณภาพตํ่า อย่างที่พวกอวี๋หวั่นทำจากเลือดสัตว์ มันเป็นยาโลหิตระดับสูง ที่ แม้แต่ปรมาจารย์สกุลซางก็ยังยากจะต่อต้าน เจ้าตัวจ้อยนี่ต้อง อยากได้นํ้าลายหกเป็นแน่
ผลเป็นไปตามที่คาดไว้ ทันทีที่หลัวช่าน้อยได้กลิ่นหอม นํ้าลาย ก็ไหลทะลักออกมา
“ให้” ประมุขซางยื่นยาโลหิตไปด้านหน้า
หลัวช่าน้อยสูดนํ้าลาย เดินไปหาประมุขซาง
ประมุขซางเขย่าขวดในมือ เอ่ยเกลี้ยกล่อม “กลับไปกับข้า
ขวดนี้ก็จะเป็นของเจ้า”
หลัวช่าน้อยกะพริบตามองประมุขซาง พลางเลียมุมปาก
วินาทีถัดมา มันเขย่งเท้าคว้าขวด แล้วปล่อยหมัดใส่ประมุข ซางจนปลิวไป!