หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม - บทที่ 469 เจียงป้าเทียนแข็งแกร่งที่สุด!
รองเท้าปักสะอาดเหยียบคราบเลือดบนพื้น ขาวจนเปล่ง ประกายเจิดจรัส
ภายในห้องเต็มไปด้วยพลังกดดันและกำลังภายในของหลัวช่า โลหิต ตามหลักแล้วไม่มีผู้ใดสามารถเปิดประตูห้องนี้ได้อย่าง ง่ายดาย หรือแม้ว่าจะมีพลังที่ลึกลํ้า ก็จำต้องเกิดเสียงดังยาม เคลื่อนไหว ทว่าการผลักเบาๆ เมื่อครู่ หากไม่มีเสียงบานประตูกับ เสา หลัวช่าโลหิตก็คงไม่สังเกตเห็นว่าประตูได้ถูกเปิดออกแล้ว
ผู้ใดจะสามารถเช่นนี้?
เดิมคิดว่าเป็นยอดฝีมือที่ยิ่งใหญ่เพียงใด ไหนเลยเมื่อหันมา กลับเป็นเพียงสตรีอ่อนแอที่สวมรองเท้าปักลายผู้หนึ่ง
นางไม่มีกลิ่นอายของกำลังภายในบนร่างกายแม้แต่น้อย รูป ร่างผอมเพรียว ใบหน้าเรียวบาง ในมือถือผ้าเช็ดหน้า เดินเข้ามา ราวกับกิ่งต้นหลิวที่สั่นไหวในสายลม
เสี่ยวเป่าเบิกตากว้าง “ท่านยาย?”
ยา…ยาย?
หลัวช่าโลหิตตกตะลึง สตรีผู้นี้ดูคล้ายสตรีอายุยี่สิบต้นๆ จะ เป็นยายของเด็กน้อยได้อย่างไร?
ไม่กี่วันมานี้ เจียงน้อยจอมเจ้าเล่ห์มีคืนวันอันแสนหวานกับอวี๋
เซ่าชิง ยิ่งทำให้นางดูงดงามอ่อนเยาว์ลงกว่าเดิม
“ปล่อยๆๆๆ…ปล่อยข้าลง!” เสี่ยวเป่าบิดก้นเพื่อให้หลุดออก จากมือของหลัวช่าโลหิต แต่ไหนเลยหลัวช่าโลหิตจะยอมให้เป็น เช่นนั้น?
ทว่าสิ่งที่แม้แต่หลัวช่าโลหิตไม่เข้าใจก็คือ เขาไม่ได้ตั้งใจจะ ปล่อยเจ้าตัวเล็กนี้ไป แต่มือของเขากลับสั่นขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ จนเจ้าตัวเล็กตกลงมาบนเตียงนุ่มๆ
เสี่ยวเป่าวิ่งไปหายาย
หลัวช่าโลหิตยื่นมือออกไปจับ ทว่าร่างกายกลับหยุดชะงักไม่ ฟังคำสั่ง มองดูเสี่ยวเป่าวิ่งหนีไปต่อหน้าต่อตา
เสี่ยวเป่ารีบวิ่งเข้าไปในอ้อมแขนของท่านยาย และกอดคอ ของนางอย่างออดอ้อน แน่นอน เขาไม่ลืมมุดหน้าลงในอกของท่าน ยาย “มีคนไม่ดี!”
“เด็กดี ไปหาลุงลิ่วแล้วรออยู่ที่นั่น” เจียงน้อยจอมเจ้าเล่ห์ กล่าวเบาๆ พลันโยนพวกเสี่ยวเป่าสามคนเข้าไปในอ้อมแขนขอ งอิ่งลิ่วที่อยู่ด้านนอกเรือนอย่างแม่นยำ
ถูกกำลังภายในของหลัวช่าโลหิตผลักกระเด็นออกมา อิ่งลิ่วที่ ตั้งตัวมั่นคงอีกครั้งอย่างยากลำบาก มองดูไข่ดำน้อยที่จู่ๆ ก็ ปรากฏตัวลงมาในอ้อมแขนของเขาด้วยสีหน้าสับสน “…”
หลัวช่าโลหิตที่อยู่ในห้องมองหน้ากัน แม้สตรีผู้นี้ทำให้พวกเขา รู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่ง ทว่านางไม่มีลมหายใจของยอดฝีมือ นาง
คงเป็นเพียงสตรีที่โชคดีเท่านั้น หากพวกเขาตั้งใจเอาจริง ร่างเล็ก อ่อนแอเช่นนี้คงกลายเป็นเนื้อบดได้ในพริบตา
เมื่อคิดได้เช่นนั้น เหล่าหลัวช่าโลหิตก็คร้านจะออกแรง มี เพียงหลัวช่าโลหิตที่อ่อนแอที่สุดใช้กำลังภายในผลักสตรีที่ขวาง ทางให้กระเด็นออกไป แต่เมื่อปล่อยพลังออกไป ไหนเลยจะรู้ว่าอีก ฝ่ายกลับไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย
“หือ?” หลัวช่าโลหิตที่อ่อนแอที่สุดตกตะลึง คิดว่าตนเองนั้นตี พลาด จึงปล่อยพลังอีกครั้ง
คราวนี้เขามั่นใจว่ากำลังภายในต้องถูกสตรีผู้นั้นเป็นแน่ ทว่า นางก็ยังคงนิ่งไม่ขยับ
พลังนี้ยังไม่เพียงพอที่จะจัดการกับสตรีที่ไร้เรี่ยวแรงจะจับไก่ อีกหรือ?
หลัวช่าโลหิตเพิ่มพลังขึ้นอีก แต่เมื่อถึงเวลาที่จะปล่อยพลัง เจ้าของรองเท้าปักที่ยืนอยู่หน้าประตูกลับหายไป
หลัวช่าโลหิตขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ พลางหันมองไป รอบๆ
“เจ้ากำลังหาข้าอยู่หรือ?”
ทันใดนั้น นํ้าเสียงป่วยไข้ก็ดังขึ้นข้างหลัง หลัวช่าโลหิตแทบ ล้มไม่ทันตั้งตัว!
สตรีผู้นี้มิได้ยืนอยู่ที่ประตูหรอกหรือ? มาอยู่หลังเขาตั้งแต่เมื่อ
ใด?!
หลัวช่าโลหิตหันกลับมา วาดกรงเล็บใส่คู่ต่อสู้!
ไม่คาดคิดว่าเขากลับคว้าได้เพียงอากาศอีกครั้ง!
หาย…หายไปไหนแล้ว?!
“อยู่นี่” มือเรียวบางวางบนข้อมือของหลัวช่าโลหิตอย่างนุ่ม นวล การเคลื่อนไหวของนางอ่อนโยนยิ่งนัก หว่างคิ้วก็ละมุน สตรี เช่นนี้จะมีพิษสงใดได้?
หลัวช่าโลหิตก็คิดเช่นนั้น ทว่าผลลัพธ์กลับย่อยยับไม่เป็นท่า
เจียงน้อยจอมเจ้าเล่ห์บีบข้อมือของเขา
นางจับอย่างไม่ตั้งใจ แต่กลับพบว่าไม่อาจหนีได้ นิ้วที่ดูเหมือน เรียวบางจับแน่นราวกับคีมเหล็ก
ในวินาทีถัดมา เขาถูกเหวี่ยงออกไปอย่างรุนแรงด้วยกำลังที่ ยากจะหยุดยั้งได้!
เมื่อหลัวช่าโลหิตที่เหลือทั้งสามเห็นสิ่งนี้ก็ตกใจยิ่ง
เหตุใดสตรีผู้นี้ถึงมีความสามารถในการต่อสู้? ทั้งยังตบหลัว ช่าโลหิตลอยคว้างขึ้นไปในอากาศด้วยกระบวนท่าเดียว?!
หลัวช่าโลหิตทั้งสามไม่สนใจว่านางจะเป็นสตรี ต่างพุ่งโจมตี ใส่นาง เพราะพวกเขาไม่ประมาทเช่นก่อนหน้านี้ จึงใช้พลังมากถึง เจ็ดแปดส่วน ใช้เพลงยุทธ์หลายสิบเพลงกับเจียงน้อยจอมเจ้าเล่ห์
เพียงแต่ท้ายที่สุดก็เป็นชะตากรรมเลวร้ายที่ยากจะหนีพ้น
แน่นอนว่าหลัวช่าโลหิตไม่ใช่ยอดฝีมือธรรมดา ตราบใดที่ยา โลหิตไม่แตกสลาย ร่างกายก็ไม่ตาย แม้บาดเจ็บสาหัส ก็สามารถ ฟื้นฟูได้ในเวลาอันสั้น
ผลเป็นดังคาด หลัวช่าโลหิตทั้งสี่ที่ถูกโยนเข้าไปในเรือน กระอักเลือดจนนองพื้น กลับลุกขึ้นยืนได้ในพริบตา!
กำลังภายในที่อ่อนแอของพวกเขากลับสู่สถานะสูงสุด!
“นี่ๆๆ…นี่ยังเป็นคนอยู่หรือไม่?” ชิงเหยียนสงสัยว่าตน ตาฝาดไป เหตุใดหลัวช่าโลหิตถึงมีพลังมหาศาล ตีเท่าใดก็ตีไม่ ตาย?
“ต้องโจมตีตันเถียนของพวกมัน!” อิ่งสือซันจ้องตาเขม็ง “นั่น คือจุดอ่อนของหลัวช่าโลหิต พวกมันจะถูกทำลาย ก็ต่อเมื่อยา โลหิตสูญสลายไปแล้วเท่านั้น”
เจียงน้อยจอมเจ้าเล่ห์มาถึงเรือน เมื่อนางเห็นฉากนี้ ร่างเล็กก็ สั่นสะท้านเบาๆ
หลัวช่าโลหิตสี่ตัวพุ่งขึ้นไปในอากาศ ก้มลงมองสตรีที่ร่างสั่น ระริก หึ คงรู้ถึงความเก่งกาจของพวกเขาแล้วกระมัง? ในขณะที่ กำลังภายในของยอดฝีมือหมดลง แต่พวกเขากลับสามารถฟื้นฟู ตัวเองได้ตลอดเวลา นอกเสียจากว่า…มีวิชาอายุวัฒนะ หากเป็น เช่นนั้นพวกเขาอาจฟื้นฟูได้ช้าลงสักหน่อย แต่ก็เพียงเท่านั้น
“ลูกพี่ นางตกใจร้องไห้หมดแล้ว” หลัวช่าโลหิตกล่าว
“นางตัวสั่นมากเลย” หลัวช่าโลหิตอีกคนกล่าว
“คงเพราะความแข็งแกร่งและกล้าหาญของพวกเรา!” หลัว ช่าโลหิตตัวที่สามกล่าว
อิ่งสือซันและชิงเหยียนที่ล่วงรู้ความลับของเจียงน้อยจอมเจ้า เล่ห์ต่างมุมปากกระตุก แน่ใจว่านางหวาดกลัวจนร้องไห้ มิใช่หลั่ง นํ้าตาด้วยความตื่นเต้น?
ฆ่า ฆ่า ฆ่า…ฆ่าไม่ตาย?!
ในที่สุดเจียงน้อยจอมเจ้าเล่ห์ที่สั่นเทาก็เงยหน้าขึ้นอย่างช้าๆ ดวงตาทั้งสองข้างเปล่งแสงสีเขียว!!!
หลัวช่าโลหิตตะลึง!
นี่…นี่มันอารมณ์ใดกัน? นางตกใจจนเสียสติไปแล้วหรือ?!
“ข้า—มา—แล้ว—” เจียงน้อยจอมเจ้าเล่ห์ปล่อยหมัดเล็กๆ พุ่งโจมตีหลัวช่าโลหิต!
“อุ๊ก—” หัวหน้าหลัวช่าโลหิตถูกต่อยท้องจนตัวงอเป็นกุ้ง ลอยกระแทกภูเขาหินปลอมแตกกระจายเป็นเศษหินทับร่างดับ
กลุกๆ
ยาโลหิตกลิ้งออกมาจากกองหินกรวด
ใช้แรงมากเกินไปจนยาโลหิตหลุดออกมา
เจียงน้อยจอมเจ้าเล่ห์เอ่ยเสียงอ้อ โกยหินออก แล้วป้อนยา โลหิตกลับเข้าไปในปากของหลัวช่าโลหิต ลูบหลังกล่อมเช่นเด็ก น้อย “เอาละๆ ไม่เป็นไรแล้ว…”
หลัวช่าโลหิตที่ดูงุนงง “… “
เจียงน้อยจอมเจ้าเล่ห์เริ่มการแสดง
ยามที่นางโจมตีไปรอบหนึ่งแล้วกลับมาอยู่ข้างหลัวช่าโลหิต ตนนี้ ยาโลหิตของเขาเกือบจะหลอมรวมไปแล้ว แต่เพราะเป็นยา โลหิตของตน แม้จะกินเข้าไปก็ไม่ได้ส่งผลเลวร้ายนัก
“ดีขึ้นหรือยัง?” เจียงน้อยจอมเจ้าเล่ห์มองดูเขาอย่างไร้พิษสง
เขาพยักหน้าอย่างล่องลอย
“เช่นนั้นข้าจะเริ่มละนะ!” เจียงน้อยจอมเจ้าเล่ห์จับเขาขึ้นมา แล้วชกขึ้นไปบนฟ้า!!!
กำลังภายในของหลัวช่าโลหิตสามารถฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็ว แต่ทุกครั้งที่ได้รับบาดเจ็บ ความเร็วนั้นก็จะช้าลงส่วนหนึ่ง
จากเดิมหลัวช่าโลหิตฟื้นฟูพลังได้ถึงเก้าส่วน กลายมาเป็น แปดส่วน เจ็ดส่วน หกส่วน ห้าส่วน…ถึงท้ายที่สุด ความเร็วในการ ฟื้นฟูก็ไม่สามารถตามทันความเร็วของกำลังภายในที่ไหลผ่าน
หลัวช่าโลหิตอีกตนหนึ่งล้มลงกับพื้นอย่างแรง เขากระอัก เลือด ยื่นมืออันสั่นระริกออกมาแตะขวดยาในแขนของตน
ไม่คาดคิดว่าเมื่อมือสั่น ขวดยาก็ตกลงมา เม็ดยากระจัด กระจายไปทั่วพื้น
“เจ้าต้องการยานี่หรือ? เหตุใดไม่บอกแต่แรก?” เจียงน้อย จอมเจ้าเล่ห์เดินไปหยิบยาบนพื้นป้อนเข้าไปในปากของเขาอย่าง
สนิทสนม แล้วป้อนส่วนที่เหลือเข้าปากของหลัวช่าโลหิตตนอื่นๆ
พลังของหลัวช่าโลหิตฟื้นคืนกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง!
ยามที่หลัวช่าน้อยมาถึงหมิงตู หลัวช่าโลหิตก็ถูกทารุณจน อยากกอดคอฆ่าตัวตาย!
ทันทีที่เจียงน้อยจอมเจ้าเล่ห์เห็นเหยื่อตัวใหม่ ก็ใช้มือเปล่าจับ หลัวช่าน้อยขึ้นมา!
กระสอบทรายใบนี้ ดูทนไม้ทนมือดีกว่าพวกนั้น~
ก่อนที่หลัวช่าน้อยจะรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น ก็รู้สึกว่ามีหมัดเล็กๆ พุ่งมาที่หน้าอกของตนแล้ว
“มันเป็นพวกเรา!!!” ชิงเหยียนตะโกน!
หมัดเล็กหยุดกะทันหัน!
เจียงน้อยจอมเจ้าเล่ห์อุ้มหลัวช่าน้อยขึ้นมา หลัวช่าน้อยมอง นางด้วยร่างกายสั่นระริก
เจียงน้อยจอมเจ้าเล่ห์ได้กลิ่นนมของไข่ดำน้อยบนตัวมัน นาง หวนคิดถึง โยนมันกลับไปให้ชิงเหยียน
หลัวช่าน้อยที่ไม่เคยมองชิงเหยียนตรงๆ หวาดกลัวจนขาอ่อน ดึงเสื้อผ้าของชิงเหยียนมุดเข้าไปในอ้อมแขนของเขา!
ศิษย์ทั้งหมดของวิหารเจาหยางต่างวิ่งกรูกันออกมา มองดู ร่างผอมบางเหาะขึ้นฟ้ามุดดำดิน
ปฏิกิริยาแรกของทุกคนคือ——
“โอโหๆ! นั่นผู้ใดกัน! ช่างน่าทึ่งยิ่งนัก!”
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม ปฏิกิริยาของทุกคนกลายเป็นเช่นนี้——
“เอ่อ…นั่นผู้ใดกัน? น่ากลัวเกินไปแล้ว”
หนึ่งชั่วยามต่อมา
สองชั่วยามต่อมา
สามชั่วยามต่อมา
ทุกคนเริ่มเจ็บคอ ฟ้าก็ใกล้สางแล้ว
ศิษย์คนหนึ่งอ้าปากหาว รอบดวงตามีรอยดำคล้า
“…ยังสู้ไม่จบอีกหรือ?”
หลัวช่าโลหิตแทบบ้า!
พวกเขาไม่มีแรงแล้ว ไม่มี…ไม่มีแล้วจริงๆ…
กินยาก็สู้ไม่ไหวแล้ว…
วิชาอสูรโลหิตไร้ประโยชน์สำหรับนาง พวกเขาไม่เข้าใจเลยสัก นิดว่าเหตุใดเป็นเช่นนี้!
เมื่อทุกคนคิดว่าการต่อสู้คงไม่จบลง เสียงของบุรุษผู้หนึ่งก็ แว่วมาจากเชิงเขา
“อาซู—เจ้าอยู่ที่ใด—”
เห็นเพียงคนผู้หนึ่งที่เหาะขึ้นฟ้าลงดิน จับหลัวช่าโลหิต รัว ปล่อยหมัดเล็ก ลงมาบนพื้นดินเปลี่ยนสีหน้าไปในเสี้ยววินาทีที่
ได้ยินเสียงเรียกนี้
นางโยนหลัวช่าโลหิตไปด้านข้าง และล้มลงกับพื้นด้วยท่าทาง เจ็บป่วย หยิบผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กป้องปากไออย่างอ่อนแรง
เช่นนี้ก็ได้หรือ?!