หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม - บทที่ 486 เด็กน้อยผู้เลอโฉม
หลังจากที่โจวจิ่นหมดสติไป เขาก็ถูกอุ้มเข้าไปยังห้องฝั่งตะวัน ตกสุดบนชั้นสองของโรงเตี๊ยม มู่ถิงก็อยู่ในห้องเช่นกัน
เมื่อเห็นศิษย์น้องเล็กซึ่งหลับไม่ได้สติ มู่ถิงก็ตกใจจนลุกขึ้นยืน “นี่มัน…”
คนชุดดำมิได้สนใจมู่ถิง เขาเดินเข้าไปคำนับบุรุษซึ่งยืนอยู่ ด้านข้างมู่ถิง “ท่านพ่อมด”
พ่อมดเหลียงพยักหน้าน้อยๆ “วางลงเถิด”
“ขอรับ!” คนชุดดำวางโจวจิ่นซึ่งกำลังสลบไสลลงบนเตียง
มู่ถิงขมวดคิ้ว มองไปทางพ่อมดเหลียง “ท่านลุงเหลียง เหตุใด ท่านต้องให้คนไปจับศิษย์น้องของข้ามาด้วยเล่า?
พวกท่านทำอะไรกับเขา”
มือของพ่อมดเหลียงซึ่งกำลังยกถ้วยชาขึ้นมาดื่มก็หยุดชะงัก ในทันใด เขาหันมามองมู่ถิงด้วยรอยยิ้ม “ถิงเอ๋อร์ พวกข้าไม่ได้ทำ อะไรจิ่นเอ๋อร์ เพียงแต่ให้ยาสลบเขาก็เท่านั้น เจ้าวางใจเถิด ยาสลบไม่ได้เป็นอันตรายกับเขา เพียงแต่ทำให้เขาหลับไปสักพักก็ เท่านั้น กว่าเขาจะตื่นขึ้นมา พวกเราก็คงอยู่ระหว่างทางแล้ว”
มู่ถิงขมวดคิ้ว “ข้ายังไม่เข้าใจ ไม่ได้คุยกันแล้วหรือว่าข้าจะไป พาพวกเขาออกมา?”
พ่อมดเหลียงวางถ้วยชาลง ตอบด้วยรอยยิ้มว่า “แน่นอน ข้า ให้เจ้าไปตามชิงเอ๋อร์และอวี่เยี่ยนมา แต่ศิษย์น้องเล็กของเจ้าไม่ สนิทสนมกับเจ้า ข้ากลัวว่าเขาจะไม่ฟังเจ้า”
นี่เป็นความจริง โจวจิ่นมีนิสัยค่อนข้างเย็นชา ไม่ค่อยเข้าใกล้ ผู้คน แม้ว่าเขาจะเฉยเมยกับโจวอวี่เยี่ยน แต่สิ่งที่แตกต่างก็คือเขา ไม่เคยปฏิเสธความหวังดีของโจวอวี่เยี่ยน ส่วนคนอื่น ก็ไม่แน่ว่าจะ เป็นเช่นนั้น
เหตุผลก็คือเหตุผล กระนั้นในใจของมู่ถิงกลับเต็มไปด้วย ความอัดอั้น เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ตัดสินใจพูดออกมา “แต่ ต่อให้เป็นเช่นนั้น ข้าก็ให้ศิษย์น้องหญิงพาเขาออกมาได้ ไม่จำเป็น ต้องทำให้เขาสลบเลยนี่ขอรับ ก่อนหน้านี้เขาถูกหนอนพิษไป ร่างกายยังไม่ทันฟื้นฟู ทั้งยังตากลมเย็น หลายวันมานี้เขาต้องกิน ยา”
พ่อมดเหลียงหัวเราะ แล้วตบไหล่เขา “แล้วข้าไม่กังวลว่ามาก คนจะมากความ ทำให้เรื่องแพร่งพรายไปหรือ? เอาเถอะ เรื่องนี้ข้า ไม่รอบคอบเอง คิดว่าเจ้าจะไม่คิดเล็กคิดน้อย”
“ข้า…” มู่ถิงอ้าปากพะงาบ พูดไม่ออก
พ่อมดเหลียงกล่าวว่า “เจ้าคงไม่ได้ไม่เชื่อใจลุงเหลียงหรอก กระมัง?”
“จะเป็นไปได้อย่างไรขอรับ?” มู่ถิงพยายามระงับความรู้สึก เคลือบแคลงใจ “ท่านลุงเหลียงเป็นเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ของอาจารย์
หากข้าไม่เชื่อใจแม้แต่ท่านลุงเหลียง ก็ไม่รู้ว่าจะมีใครที่เชื่อใจได้อีก แล้วขอรับ”
ด้านหนึ่งคือคนแปลกหน้าที่สังหารคนไม่เลือกหน้า อีกด้าน หนึ่งคือสหายที่รู้จักกันมาหลายปี ต่อให้เป็นใครก็ย่อมไม่มีทาง เลือกคนกลุ่มแรก มู่ถิงยํ้าเตือนตัวเองอีกครั้ง จากนั้นก็พยักหน้า แล้วพูดกับพ่อมดเหลียงว่า “เช่นนั้นข้าจะไปเรียกศิษย์น้องกับ ศิษย์น้องหญิงมานะขอรับ พวกเราจะได้ออกเดินทางภายในคืนนี้!”
พ่อมดเหลียงจับมือของเขา “ได้ อย่าลืมจุดนัดพบที่ตกลงกัน ไว้ อย่าหลงทางเสียเล่า”
“ขอรับ!” มู่ถิงพูดจบ ก็หันหลังเดินออกไป
เขามีเรื่องที่ต้องทำอีกมาก มู่ชิงและโจวอวี่เยี่ยนอยู่ในห้องโถง ใหญ่ ส่วนคนอื่นๆ อยู่ในห้องของอวี๋หวั่น ผู้หญิงคนนี้ไม่อาจหลอก ได้ง่าย เขาต้องคิดให้รอบคอบว่าจะพาพวกโจวอวี่เยี่ยนออกไปโดย เร็วที่สุดอย่างไร
ทว่า สิ่งที่มู่ถิงไม่รู้ก็คือ หลังจากที่เขาเดินไปไกลแล้ว พ่อมดเห ลียงในห้องก็หัวเราะออกมาดังลั่น
“ใต้เท้านอนแล้วหรือ?” เขาถือถ้วยชามา แล้วเดินไปยังบุรุษ ชุดดำด้านข้าง
บุรุษชุดดำตอบว่า “ยังขอรับ”
พ่อมดเหลียงสั่งว่า “เจ้าอยู่เฝ้าที่นี่ เผื่อเจ้าเด็กนั่นกลับมา ข้า จะไปหานายท่าน”
“ขอรับ” บุรุษชุดดำตอบ
พ่อมดเหลียงยกชาขึ้นดื่มอีกครั้ง จากนั้นก็วางถ้วยชาลง ลุก ขึ้นยืนแล้วเดินไปยังห้องปีกอันหรูหราด้านในสุดของระเบียงทาง เดิน หน้าห้องมีคำว่า ‘สวรรค์’ เขียนไว้
“ใต้เท้า ข้าเอง เหลียงหง” พ่อมดเหลียงพูดเสียงค่อยจากหน้า ห้อง
แกร็ก
ประตูห้องถูกเปิดจากด้านใน บ่าวหนุ่มคนหนึ่งเดินมาต้อนรับ พ่อมดเหลียงเข้าไปในห้อง
พ่อมดเหลียงเดินมายังเบื้องหน้าของบุรุษซึ่งสวมผ้าคลุมสี แดงดำ เขาเปลี่ยนท่าทีในทันใด คำนับอีกฝ่ายอย่างนอบน้อม “ใต้เท้า”
บุรุษสวมผ้าคลุมซึ่งถูกเรียกว่าใต้เท้าโบกมือเบาๆ เพื่อบอกให้ เขาไม่ต้องมากพิธี
“เป็นอย่างไรบ้าง” บุรุษสวมผ้าคลุมเอ่ยถาม
พ่อมดเหลียงยิ้ม “ใต้เท้าได้โปรดวางใจ ทุกอย่างจัดการ เรียบร้อย ผนึกพลังเวทในร่างของเด็กคนนั้นถูกทำลายแล้ว พลัง ของเขาเพิ่มขึ้นมาก อยู่ในระดับเทียนขั้นสูงสุดแล้วขอรับ”
“ระดับเทียนขั้นสูงสุด?” บุรุษสวมผ้าคลุมมีนํ้าเสียงประหลาด ใจ
ใบหน้าของพ่อมดเหลียงเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม “ข้าคิดว่า เขา คงจะเป็นเด็กที่ใต้เท้ากำลังตามหาอยู่ขอรับ พอจะหาเจอก็แสนจะ ง่ายดาย ไม่เสียเวลา เดิมทีข้าคิดว่าจะต้องไปประเทศมรกตสัก หน่อย ไม่คิดเลยว่ายังไปไม่ถึงครึ่งทางก็หาพบเสียแล้ว หลังจากนี้ ใต้เท้าก็จะสามารถนำตัวเขากลับไปยังเผ่าพ่อมด และรับรางวัล เสียทีนะขอรับ”
บุรุษสวมผ้าคลุมเอ่ยขึ้นว่า “ไปเก็บของ เดินทางเดี๋ยวนี้”
“ขอรับ!” พ่อมดเหลียงตอบด้วยความดีใจ ลงแรงเพื่อใต้เท้า มานาน ในที่สุดก็มีโอกาสได้เดินทางเข้าไปในเผ่าพ่อมดสักที หลัง จากนี้ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกตามสังหารแล้ว
ส่วนเจ้ามู่ถิงและคนอื่นๆ เขาย่อมพาไปด้วยไม่ได้
เจ้าโง่มู่ถิง คิดจริงๆ หรือว่าเขาเป็นท่านลุงแสนดี? ถ้าหากไม่มี โจวจิ่น มีหรือที่เขาจะสนใจเจ้านั่น?
“สวรรค์…” พ่อมดเหลียงหัวเราะอย่างเย็นเยียบ แล้วเดิน กลับไปยังห้องของตน
หลังจากที่เด็กทั้งสามถูกพี่ชายคนนั้นพูดแทงใจดำแล้ว พวก เขาก็เดินกลับห้องไป ในครั้งนี้พวกเขาเปลี่ยนไปสวมชุดลาย ดอกไม้ ประดับดอกไม้ดอกใหญ่บนศีรษะ เขียนคิ้วโก่ง พร้อมทั้งทา ชาดสีแดงจนงามจับใจ!!!
เด็กทั้งสามไม่ใช่เด็กตัวดำมิดหมีตัวอ้วนจํ้ามํ่าอีกต่อไป พวก เขากลายเป็นเด็กน่ารักน่าเอ็นดูอันดับหนึ่งในใต้หล้า!
เด็กน้อยทั้งสามไม่ได้กลับไปหาโจวจิ่นในลานด้านหลัง โรงเตี๊ยม
เสี่ยวเป่า “ข้าปล่อยหนอนพิษใส่พี่ชายคนนั้น”
เอ้อร์เป่า “ข้าก็เหมือนกัน”
ต้าเป่า ‘บวกหนึ่ง!’
ทั้งสามคน “…”
ไฉนจึงชอบปล่อยหนอนพิษใส่คนอื่นสุ่มสี่สุ่มห้าเช่นนี้…
เด็กทั้งสามตามหนอนพิษไปจนถึงห้องของพ่อมดเหลียง บุรุษ ชุดดำกำลังหากระสอบป่าน หมายจะจับโจวจิ่นใส่ลงไป แต่หาไปได้ เพียงไม่เท่าไร เขาก็สัมผัสได้ว่าคล้ายกับมีลมพัดผ่านด้านหลัง ต้องมีตัวอะไรเข้ามาในห้องเป็นแน่
เขาเสียวสันหลังวาบ จึงรีบหันไปมอง
เด็กทั้งสามถอดชุดลายดอก เก็บดอกไม้บนศีรษะ พร้อมทั้ง เม้มริมฝีปากสีแดงแปร๊ด สีผิวของพวกเขาจึงกลืนเป็นเนื้อเดียว กับความมืดได้พอดิบพอดี
บุรุษชุดดำคิดในใจว่าตนเองคงคิดมากไป จะมีใครเข้ามาใน ห้องนี้ได้?
เขายังคงก้มหน้าก้มตาหาถุงกระสอบต่อไป เมื่อนึกเรื่องหนึ่ง ขึ้นได้ จึงหันหน้าไปมองโจวจิ่นซึ่งนอนอยู่บนเตียง!
โจวจิ่นยังอยู่บนเตียง
เด็กทั้งสามยืนอย่างผึ่งผายอยู่ข้างเตียง ตัวของพวกเขายังคง กลมกลืนกับความมืด!
บุรุษชุดดำหันหน้ากลับไปค้นหาถุงกระสอบ เขาหาเจอเพียง ถุงใบเล็ก จับโจวจิ่นใส่ไม่ได้ด้วยซํ้าไป เขารื้อไปค้นมาอยู่อีกสักพัก ในที่สุดก็หาถุงกระสอบใบใหญ่เจอ แต่ครั้นเขาเดินไปยังเตียง คน บนเตียงก็อันตรธานหายไปแล้ว!
“เหตุใดถึงเป็นเช่นนี้ไปได้ หายไปไหนแล้วเล่า?”
บุรุษชุดดำยืนตะลึงงันไปชั่วขณะ เขาเฝ้าอยู่ที่นี่ตลอดเวลา ไม่มีใครเข้ามา เห็นใครออกไป คนเป็นๆ ทั้งคน อยู่ๆ หายไปได้ อย่างไรกัน
หายวับไปราวกับวิญญาณ?!
บุรุษชุดดำไม่สนใจถุงกระสอบอีกต่อไป กระวีกระวาดออกไป ตามหาโจวจิ่น
เป็นเพราะเด็กคนนี้ถูกลักพาตัว เขาจึงไม่กล้าร้องเอ็ดตะโร ด้วยกลัวว่าผู้ที่เดินทางมาพร้อมกับเขาจะรู้เรื่อง
เข้า บุรุษชุดดำพยายามหาอย่างเงียบเชียบ โชคดีที่โรงเตี๊ยมนี้ ไม่ได้ใหญ่มาก นอกเสียจากว่า…เด็กคนนั้นกลับห้องของตนเองไป แล้ว แต่บุรุษชุดดำก็ไม่คิดว่าเรื่องนี้เป็นไปได้
บุรุษชุดดำทุ่มเทพลังทั้งหมดเพื่อค้นหาโจวจิ่น เขาเข้ามาใกล้ เด็กทั้งสามมากขึ้นเรื่อยๆ
เด็กทั้งสามยืนเรียงเป็นแถว มือน้อยๆ อุ้มโจวจิ่นไว้ วิ่ง เตาะแตะลงไปข้างล่าง เมื่อเห็นว่ากำลังจะถูกไล่ตาม เด็กทั้งสามก็ โยนโจวจิ่นเข้าไปในพุ่มดอกไม้
บุรุษชุดดำตามมาจนถึงลานบ้าน เมื่อเห็นรูปสลักเล็กสีดำ ขลับกำลังอาบแสงจันทร์ รูปสลักแรกทำท่ามังกรท่องสวรรค์ รูป สลักที่สองทำท่ากรงเล็บมังกร ส่วนรูปสลักที่สามดูเหมือนพระ อรหันต์เสียมากกว่า
“นี่มันรูปสลักอะไรกัน…” บุรุษชุดดำเกาศีรษะ เมื่อครู่ ตำแหน่งที่จับตัวโจวจิ่นก็อยู่บริเวณนี้ เขารีบร้อนจนไม่ได้สังเกตว่า แถวนี้มีรูปสลักอย่างนั้นหรือ?
“สลักเหมือนจริงเหลือเกิน” บุรุษชุดดำพึมพำ และเดินหน้า ค้นหาต่อไป
ทันทีที่เขาเดินออกไป รูปสลักทั้งสามก็กระโดดเข้าไปในพุ่มไม้ พวกเขาจับโจวจิ่นขึ้นมา แล้ววิ่งเตาะแตะไปอีกทางหนึ่ง!
บุรุษชุดดำหารอบหนึ่งแล้วไม่พบ เขาใช้วิชาตัวเบา กระโดดไป ขวางทางของเด็กทั้งสาม
เด็กทั้งสามโยนโจวจิ่นเข้าไปในกองฟางทันที!
บุรุษชุดดำมองไปยังรูปสลักทั้งสาม รูปสลักที่หนึ่งทำท่าเมา มายหลับใหลอยู่บนตัวสาวงาม รูปสลักที่สองทำท่าซีซือกุมหทัย ส่วนอีกรูปก็ยังคงเป็นพระอรหันต์!
บุรุษชุดดำงุนงงไปชั่วขณะ “…”
โรงเตี๊ยมที่นี่มีรูปสลักมากขนาดนี้เชียวรึ?!
อยู่ๆ บุรุษชุดดำคิดก็นึกสงสัยขึ้นมา เขายื่นมือออกมาหมาย จะจับรูปสลักนั่น ในตอนนั้นเอง เขาก็ได้ยินเสียงของพ่อมดเหลียง ดังมาจากในห้อง พ่อมดเหลียงเรียกเขา บุรุษชุดดำนัยน์ตากระตุก วูบ และปราดออกไปอย่างรวดเร็ว
เด็กทั้งสามถอนหายใจอย่างโล่งอก เขานั่งยองลงบนพื้น แล้ว ดึงโจวจิ่นขึ้นมา
อาจเป็นเพราะหนอนพิษดูดยาสลบไปหมดแล้ว โจวจิ่นค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้น
เด็กทั้งสามเห็นดังนั้น ก็สวมดอกไม้ดอกใหญ่ ปากสีแดงส่ง ยิ้มน่ารักน่าเอ็นดูให้โจวจิ่น!
พวกเขาคือหนิ่วฮู่ลู่ ที่จะเอาชนะใจเขาด้วยความงาม!
โจวจิ่นจ้องเขม็ง เขามองไปยังคนงามตัวน้อยซึ่งทาปากแดง จากนั้นก็รู้สึกคล้ายจะเป็นลม “ผีหรือเนี่ยยยย”
โจวจิ่นผู้ซึ่งกว่าจะฟื้นขึ้นมาได้ ก็หมดสติไปอีกครั้ง!
เด็กน้อยทั้งสาม “…”