หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม - บทที่ 502 เยี่ยนเสี่ยวซื่อตื่นแล้ว!
ฟ้าเริ่มมืดลง ทุกคนต่างมุ่งหน้าไปทางตะวันออก นี่ไม่ใช่ แผนการที่ผ่านการปรึกษาหารือกันมาเป็นอย่างดี แต่เป็นแผนที่ คิดขึ้นหลังจากถูกล้อมโจมตี ทั้งทิศตะวันตก ทิศใต้และทิศเหนือ ล้วนแต่ถูกเหล่าองครักษ์สกัดไว้ทั้งหมดแล้ว มีเพียงทิศตะวันออก ของเผ่าเท่านั้นที่มีผู้คนพลุกพล่าน องครักษ์สามารถเข้าไปได้ แต่ ไม่อาจปิดล้อมได้
“ตรงไปตามถนนเส้นนี้จะไปถึงจวนสกุลเวิน!” โจวอวี่เยี่ยนรีบ บอก
เห็นได้ชัดว่าตัวตนที่แท้จริงของพวกเขาถูกเปิดเผยแล้ว และ บ้านเดิมของราชินีแม่มดย่อมเป็นสถานที่ที่อันตรายและมีกอง กำลังอารักขามากที่สุด
อวี๋หวั่นเอ่ยขึ้นว่า “สถานที่ที่อันตรายที่สุดก็คือสถานที่ที่ ปลอดภัยที่สุด พวกเขาเพิ่งค้นจวนสกุลเวินไป ย่อมคิดไม่ถึงว่า พวกเราจะวกกลับไปที่นั่น”
โจวอวี่เยี่ยนพยักหน้า “ก็จริง”
อวี๋หวั่นพูดต่อว่า “นอกจากนั้นแล้ว ตัวตนของต๋าหว่ายังไม่ถูก เปิดเผย เมื่อมีเขาคอยต่อรอง ย่อมลดความเสี่ยงไปได้อีกมาก”
แน่นอนว่าเหตุผลที่สำคัญที่สุดก็คือ องครักษ์ของราชินีแม่มด
ยังคงตามอย่างไม่เลิกรา ทางเดียวของพวกเขาคือไปยังสกุลเวิน ไม่รู้ว่าสถานการณ์ฝั่งเยี่ยนจิ่วเฉาเป็นอย่างไรบ้าง หวังว่าเขาจะ เดาแผนการของพวกเขาออก และไปพบกันที่จวนสกุลเวิน
ทางด้านของเยี่ยนจิ่วเฉา หลังจากสังหารองครักษ์มือเหล็กใน สองกระบวนท่า องครักษ์ที่เหลือก็กรูกันเข้ามารุมเขา ถ้าหากเป็น ก่อนหน้านี้ เขาคงไม่จำเป็นต้องใช้กระบวนท่าด้วยซํ้า ใช้เพียงพลัง ของวิชาอายุวัฒนะก็สามารถกดคนเหล่านี้ไว้จนหายใจไม่ออกได้ แล้ว
พลังภายในของเยี่ยนจิ่วเฉาลดลงจากเดิมเกือบครึ่งหนึ่ง แต่ ถึงแม้จะเป็นเช่นนี้ เหล่าองครักษ์ของราชินีแม่มดก็ใช่ว่าจะรอดไป ได้
องครักษ์กำลังจะต้านทานไว้ไม่ไหว เยี่ยนจิ่วเฉาสบโอกาสที่ อีกฝ่ายกำลังจะเพลี่ยงพลํ้า ดึงชุยเฒ่ากลับมา
ในที่สุดชุยเฒ่าก็รอดตาย เขาตบอกด้วยความตื่นตระหนก “ข้ากลัวแทบตาย! ข้ากลัวแทบตาย…”
แส้ยาวสายหนึ่งฟาดเข้ามา หมายจะจับเขากลับไปอีกครั้ง
ชุยเฒ่าหลบไม่ทันเสียแล้ว เขากลัวจนขนลุกขนพอง ทันใดนั้น เอง ร่างหนึ่งก็ยื่นมือออกมาจับแส้ไว้อย่างง่ายดาย ไป แล้วใช้พลัง ภายในสะบัดแส้ เจ้าของแส้ก็กระเด็นออกไปกระแทกพื้น
เยี่ยนจิ่วเฉานับว่าจัดการองครักษ์เฝ้าวังหลวงเหล่านี้ได้อย่าง
ง่ายดาย แต่ที่นี่คือเผ่าพ่อมด เผ่าพ่อมดไม่มีทางมีเพียงยอดฝีมือ ที่อ่อนปวกเปียกเช่นนี้
เป็นดังคาด ขณะที่เหล่าองครักษ์กำลังถูกจัดการจนล้มลง ระเนระนาด ไม่ไกลออกไปก็มีกลิ่นอายที่แข็งแกร่งสายหนึ่งพุ่งมา
นัยน์ตาของเยี่ยนจิ่วเฉากระตุกวูบ
แม้แต่ผู้ที่ไร้วรยุทธ์อย่างชุยเฒ่าก็ยังสัมผัสได้ถึงจิตสังหาร รุนแรง เขารีบหลบด้านหลังของเยี่ยนจิ่วเฉา แล้วถามด้วยความ ตกใจว่า “นนนั่น…นั่นอะไรน่ะ น่ากลัวเหลือเกิน!”
สายตาของเยี่ยนจิ่วเฉายังคงจ้องเขม็ง “หลัวช่าทหาร”
“อะ…อะไรนะ? หลัวช่าทหาร?!” ชุยเฒ่ามึนงงไปหมด
เขาเคยได้ยินเกี่ยวกับหลัวช่าทหาร ในตอนที่เข้ามาในเผ่าพ่อ มด ยอดฝีมือซึ่งประจำการหน้าประตูเมืองส่วนหนึ่งก็เป็นหลัวช่า ทหาร พวกนี้น่ากลัวกว่าหลัวช่าโลหิตเสียอีก หากต้องเผชิญหน้า กับพวกเขา โอกาสชนะนั้นแทบไม่มี
“จะ…เจ้าจัดการพวกเขาได้ใช่ไหม?” ชุยเฒ่าถามเยี่ยนจิ่วเฉา ด้วยความหวาดกลัว
เยี่ยนจิ่วเฉาล้มองครักษ์ที่เหลือในกระบวนท่าเดียว จากนั้นก็ ให้ชุยเฒ่าไปซ่อนด้านหลังประตู เขาไม่เคยสู้กับหลัวช่าทหารมา ก่อน เอาชนะได้หรือไม่นั้นไม่อาจบอกได้
เขามองไปยังท้องฟ้าซึ่งกำลังจะมืดลง ขอบฟ้าสีนํ้าเงินแกม
เทา ดวงจันทร์ลูกเขื่องกำลังขึ้น อีกสองวันก็จะถึงคืนพระจันทร์ เต็มดวง พลังของเขาในตอนนี้ยังไม่นับว่าสลายไปทั้งหมด
หลัวช่าทหารยังมาไม่ถึง ทว่ากระบวนท่าของพวกเขาถูก ปล่อยมาก่อน
เยี่ยนจิ่วเฉาพุ่งขึ้นกลางอากาศเพื่อหลบการโจมตี พลังภายใน สะสมมากขึ้นพร้อมแผ่ออกมา วิชาอายุวัฒนะพุ่งเข้าใส่หลัวช่า ทหารอย่างไม่ยั้งมือ
เมื่อกำลังจะประมือกัน เยี่ยนจิ่วเฉาก็พบว่าพวกเขาเหลือ เพียงสามคน
ไม่ได้มีหลัวช่าทหารสี่คนหรอกหรือ? อีกคนหนึ่งหายไปไหน แล้วเล่า?
ในใจของเยี่ยนจิ่วเฉาสัมผัสได้ถึงลางร้าย
และแล้วลางร้ายที่เขาสัมผัสได้นั้นก็กลับกลายเป็นเรื่องจริง หลัวช่าทหารอีกคนหนึ่งกำลังตามอวี๋หวั่นกับคนอื่นๆ
ไปพร้อมกับองครักษ์อีกกลุ่มหนึ่ง พวกเขาลัดเลาะตามแม่นํ้า ไปดักทางของอวี๋หวั่น
จิตสังหารรุนแรงปกคลุมท้องฟ้า ผู้คนซึ่งสัญจรไปมาต่างหลบ หนีหัวซุกหัวซุน ร้านรวงและแผงขายของต่างเก็บร้านและปิด ประตู ถนนซึ่งเคยมีผู้คนพลุกพล่านก็เงียบสงัดและร้างผู้คน ภายในเวลาชั่วพริบตาเดียว เหลือเพียงพวกอวี๋หวั่นและหลัวช่า
ทหาร
“หลัวช่าทหาร!” อิ่งสือซันขมวดคิ้ว
ถ้าหากเป็นเพียงองครักษ์ก็ว่าไปอย่าง พวกเขายังพอมีทางหนี ทีไล่ แต่หลัวช่าทหารมีพลังแข็งแกร่ง พวกเขา…ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของ เขา!
หลัวช่าคนนี้สูงแปดฉื่อ รูปร่างกำยำ ใบหน้านิ่งและเย็นชา สวมเกราะหนา พลังรุนแรงแผ่ซ่านไปรอบกาย พลังเหล่านี้แตก ต่างจากพลังของยอดฝีมือทั่วไป พวกเขาดูประหนึ่งมีอำนาจ ควบคุมกฎแห่งสวรรค์อย่างไรอย่างนั้น
“มาเจอหลัวช่าทหารได้อย่างไรกัน?” โจวอวี่เยี่ยนอยากรํ่าไห้ กว่าพวกเขาจะหนีออกมาจากเรือนหลังนั้นได้แทบแย่ บัดนี้กำลัง จะหนีเข้าไปยังจวนสกุลเวิน กลับถูกหลัวช่าทหารขวางไว้น่ะหรือ?
ไม่ได้มีเพียงหลัวช่าทหารที่ตามมา แต่เหล่าองครักษ์ก็ยก ขบวนกันตามมาอีกด้วย
พวกเขาตกอยู่ในวงล้อมของอีกฝ่ายเสียแล้ว
อวี๋เซ่าชิงวางอวี๋หวั่นลง อิ่งสือซันและอิ่งลิ่วก็วางคนที่ตนพา มาด้วยลง แล้วยืนขวางหน้าเพื่อปกป้องคนอื่นๆ ไว้
ด้านหลัง แล้วมองไปยังทหารซึ่งเข้ามาล้อมด้วยท่าทาง ระมัดระวัง
อวี๋เซ่าชิงเอ่ยขึ้นว่า “อวี๋หวั่น ประเดี๋ยวพวกข้าจะฝ่าวงล้อม
ออกไปเป็นทาง พวกเจ้าใช้จังหวะนั้นหนีไป”
อวี๋หวั่นส่ายหน้า “ไม่ได้หรอก พวกท่านไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหลัวช่า ทหาร”
โจวอวี่เยี่ยนตอบว่า “นายท่านอวี๋ ท่านวางใจเถิด ตราบใดที่ข้า ยังมีลมหายใจ จะไม่ปล่อยให้ผู้ใดทำร้ายพวกเขา!”
เยี่ยยางหมดสติไป โจวอวี่เยี่ยนรับเขามาผูกไว้ด้านหลัง ด้วย พลังภายในของนาง การแบกเด็กอายุสิบสองไว้บนหลังนั้นไม่ใช่ ปัญหา
ขณะที่พวกเขากำลังจะทำตามแผนนั้นเอง ก็มีเรื่องไม่คาดฝัน เกิดขึ้น หลัวช่าทหารปล่อยพลังออกมากดพวกเขาไว้ ทุกคนถูกกด ไว้แน่น แม้แต่ผมเส้นหนึ่งก็ยังไม่อาจชี้ขึ้นมาได้
หลังจากที่ขึ้นไปบนเขาหมิงตู วรยุทธ์ของพวกเขาก็เพิ่มขึ้นมา หลายเท่า พลังของอิ่งสือซันในตอนนี้มิได้เป็นรอง
ราชาซิวหลัว แต่หลัวช่าทหารกลับหยุดเขาไว้ได้อย่างง่ายดาย
“เจ็บ…เจ็บเหลือเกิน…” หน้าอกของอิ่งลิ่วปวดแปลบ แล้วก ระอักเลือดสดออกมา!
อิ่งสือซันชักกระบี่ออกมาคํ้าตนเองไว้ เพื่อไม่ให้ตนเองถูกแรง นั้นกดลง
สภาพของอวี๋เซ่าชิงก็มิได้ดีไปกว่าทั้งสองคนเท่าไร เขาเป็น ยอดขุนพลนำกองทัพ แต่เมื่อเทียบจากระดับของวรยุทธ์แล้ว เขา
ย่อมไม่ใช่อันดับหนึ่งในใต้หล้า
ผู้ที่กระอักเลือดออกมาเป็นคนที่สองก็คือโจวอวี่เยี่ยน นาง บาดเจ็บหนักกว่าอิ่งลิ่วเสียอีก
นางแบกเยี่ยยางไว้ หลัวช่าทหารต้องการช่วยเยี่ยยาง จึงยิง พลังภายในใส่กลางอกของนาง
โชคดีที่นางสวมป้ายหยกของบรรพบุรุษที่ท่านพ่อมอบให้ ป้าย หยกช่วยรับแรงโจมตีเอาไว้ ไม่เช่นนั้นนางคงไม่มีชีวิตรอดไปตั้งแต่ แรกแล้ว
โจวอวี่เยี่ยนคุกเข่าอยู่บนพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง
หลัวช่าทหารเดินเข้ามาใกล้นางขึ้นเรื่อยๆ สีหน้าเย็นเยียบ จิต สังหารรุนแรงแผ่ไปรอบกาย
หลัวช่าทหารหยุดฝีเท้าเบื้องหน้าโจวอวี่เยี่ยน ส่งแรงไปตัด เชือกซึ่งใช้มัดเยี่ยยาง เขาอุ้มเยี่ยยางขึ้นมาแบกไว้บนหลังของตน แล้วยื่นมือออกมาหมายจะจับโจวจิ่นซึ่งยืนอยู่ข้างกายอวี๋หวั่น
อวี๋หวั่นดึงโจวจิ่นไปไว้ด้านหลังของตน
หลัวช่าทหารเกิดโทสะ ใช้พลังรุนแรงกดอวี๋หวั่นไว้
ทันใดนั้นเองอิ่งสือซันก็เพิ่มพลังของตนเอง เขาพุ่งทะยานขึ้น แล้วฟันกระบี่ไปบนหลังของหลัวช่าทหาร
…แน่นอนว่า เขาฟันไม่เข้า
หลัวช่าทหารค่อยๆ หันหลังมา เขามองไปยังอิ่งสือซันอย่าง พินิจพิจารณา ไม่คิดว่าครึ่งหน่วยกล้าตายคนหนึ่งจะสามารถเจาะ ทะลุพลังของตนเองออกมาได้ เขามองอิ่งสือซันอยู่ชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะยื่นมือออกมา ปัดอิ่งสือซันจนกระเด็น
และในตอนนั้นเอง แสงหนึ่งก็สว่างวาบขึ้นมา และใช้โอกาสที่ เขาไม่ทันได้ตั้งตัว พุ่งเข้าใส่หน้าอกของเขา
หลัวช่าทหารชะงักไป
เขาก้มหน้าลง มองไปยังหน้าอกของตนอย่างเหลือเชื่อ
หลัวช่าทหารมีร่างกายที่แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า ไม่ใช่เพียง เพราะสามารถป้องกันการโจมตีจากยอดฝีมือและอาวุธทุกชนิด แต่ยังเป็นเพราะพวกเขาทนทานต่อพิษของหนอนพิษที่ร้ายกาจ ที่สุดในใต้หล้าได้
ไม่มีผู้ใดสามารถวางยาพิษหลัวช่าทหารได้
แต่เจ้านี่ กลับเข้าไปได้?
ในตอนนั้นเอง สัตว์พิษตัวน้อยก็พุ่งออกมา กลิ้งกลุกๆ ไปบน พื้น แลบลิ้นใส่ ในดวงตาเห็นแต่ดาววิ่งวนอยู่อย่างนั้น!
อั่ก! จะ…เจ็บจริงๆ!
ที่แท้ก็เป็นจักรพรรดิหนอนพิษ
มิน่าเล่าถึงทำให้เขาบาดเจ็บได้
แต่กระนั้นก็เป็นเพียงหนอนพิษวัยเยาว์ ระดับพลังไม่มาก พอที่จะสังหารเขาได้
หลัวช่ายกเท้าขึ้น หมายจะเหยียบสัตว์พิษตัวน้อยให้ตายคาที่
อวี๋หวั่นยิงเข็มเล่มหนึ่งออกไป เพื่อให้กระแทกเข้ากับสัตว์พิษ ตัวน้อย ทำให้หลัวช่าทหารเหยียบไม่โดนมัน
พื้นใต้ฝ่าเท้าถูกเหยียบเป็นหลุมใหญ่ เห็นได้ชัดว่าหลัวช่า ทหารมีพลังมหาศาล เมื่อครู่หากหลบไม่พ้น เกรงว่า
สัตว์พิษตัวน้อยคงจะกลายเป็นเพียงเนื้อบดเละๆ ก้อนหนึ่งไป แล้ว
สัตว์พิษตัวน้อยตัวสั่นเทิ้ม มันรีบหนีกลับเข้าไปในท้องของอวี๋ หวั่นอย่างรวดเร็ว
ตื่นได้แล้ว! ตื่นได้แล้ว! ถ้ายังไม่ตื่นอีกก็คงไม่รอดแล้ว!
หลังจากทำเสียเรื่องมาหลายครั้ง อวี๋หวั่นก็ได้จุดไฟโทสะของ หลัวช่าทหารติดเสียแล้ว
หลัวช่าทหารเดินเข้าไปหาอวี๋หวั่นด้วยสีหน้าเย็นชา
“อาหวั่น!” อวี๋เซ่าชิงหน้าถอดสีในทันใด!
“ฮูหยินน้อยเยี่ยน!” มู่ชิงตะโกน!
หลัวช่าทหารยื่นมือออกมาคว้าเข้าที่ลำคอของอวี๋หวั่น
นางเด็กคนนี้ บิดเพียงนิดเดียว ศีรษะก็หลุดออกจากบ่า
อวี๋หวั่นคิดหนี แต่กลับถูกพลังของหลัวช่าทหารกดไว้ ไม่อาจ เคลื่อนไหวร่างกายได้
มือของเขากำลังบีบลำคอของเธอ
ขณะที่เขากำลังจะออกแรงหักคอของอวี๋หวั่นนั้นเอง ท้องของ เธอก็ขยับ
พลังของราชาศักดิ์สิทธิ์พรั่งพรูออกมา ระลอกคลื่นของแสง สว่างกระแทกเข้ากับหลัวช่าทหาร หลัว
ช่าทหารยังไม่ทันได้ตอบสนอง ก็กรีดร้องออกมาดังลั่น