หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม - บทที่ 518 ความจริงของหลัวช่าวิญญาณ
สัตว์พิษตัวน้อยผู้กล้าหาญ!
อาม่าพอคุ้นเคยกับศาสตร์เวทอยู่บ้าง สามารถดูดาวทำนาย ดวงชะตา ยามที่ดูดวงดาวเมื่อคืน รู้สึกว่าเรื่องราวจะไม่ได้เป็นไป อย่างราบรื่นนัก และก็เป็นไปดังคาด พวกเขาได้พบกับหลัวช่า วิญญาณ
“ภารกิจล้มเหลว” อิ่งลิ่วกล่าวอย่างเสียใจ
อาม่านั่งลงที่โต๊ะ รินนํ้าชาเข้มข้นให้คนสองสามคน “พวกเจ้า พบหลัวช่าวิญญาณแล้วยังมีชีวิตกลับมาได้ก็เป็นโชคดีแล้ว อีก อย่างโจวจิ่นมิได้แฝงตัวเข้าไปในวังแล้วหรือ? หากเป็นเช่นนี้ ก็ไม่ นับว่าภารกิจล้มเหลว”
กล่าวได้เพียงว่าเป็นอีกรูปแบบหนึ่งในการถ่วงดุลกับราชินี แม่มด
อาม่าถนอมคำพูดดุจทอง น้อยครั้งที่จะกล่าวกับพวกเขา มากมายเช่นนี้ ดูเหมือนว่าการปรากฏตัวของหลัวช่าวิญญาณ กระ ทั่งอาม่าก็ยังตระหนักถึงภัย
“ทว่า…เหตุใดเบื้องหน้าเขามีพลังมากมายเช่นนั้น แต่ทันทีที่ ฟ้าเริ่มสางก็หนีไป?” อวี๋หวั่นใช้คำว่าหนี ฟังดูไม่เหมาะสมนัก หลัว ช่าวิญญาณจะหลบหนีได้อย่างไร? เป็นถึงยอดฝีมือที่ไม่เหมือนผู้
ใดในใต้หล้า เพียงแต่ด้วยขอบเขตพลังของหลัวช่าวิญญาณบวก กับสถานการณ์ในยามนั้น ก็รู้สึกว่าหลัวช่าวิญญาณวิ่งเร็วไปสัก หน่อย
เพื่อค้นหาวัตถุดิบยาสำหรับเยี่ยนจิ่วเฉาได้ดีขึ้น อาม่าได้อ่าน หนังสือและคัมภีร์โบราณจากทั่วทุกมุมโลกมาตลอดทาง หลังจาก เข้าจวนสกุลเวิน ด้วยการอำนวยความสะดวกจาก ‘เวินซวี่’ และฮู หยินรอง เขาก็ได้หนังสือของผู้อาวุโสใหญ่มาไม่น้อย ด้านในมี จดหมายลายมือฉบับหนึ่งกล่าวถึงหลัวช่าวิญญาณแห่งเผ่าพ่อมด ตนนั้น
“พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าร่างก่อนของหลัวช่าวิญญาณตนนี้คือ ใคร?” อาม่าถาม
“ร่างก่อน?” อวี๋หวั่นชะงัก นึกถึงราชาหลัวช่าแห่งหมิงตู ร่าง ก่อนของราชาหลัวช่าคือประมุขซาง ร่างก่อนของหลัวช่าวิญญาณ ตนนี้คงไม่ได้มีความเป็นมามากมายเช่นกันกระมัง?
อวี๋หวั่นมองไปที่อาม่า “พลังของเขาร้ายกาจเช่นนี้ คงไม่ใช่… ราชาพ่อมดกระมัง?”
ไม่ได้บอกว่าเขาเชี่ยวชาญในวิชาลวงตากับวิชาเสน่ห์หรือ? ทั้ง สองล้วนเป็นแขนงของศาตร์เวท หากเป็นเช่นนี้ เขาก็นับว่ามีศาตร์ เวทที่แข็งแกร่งมากจริงๆ
อิ่งลิ่วหายใจเฮือก “ไม่ใช่หรอกกระมัง ร่างกายของราชาพ่อมด และเหล่าพ่อมดอ่อนแอมาก แต่วิชาตัวเบาของเขาทรงพลังมาก”
อวี๋หวั่นกล่าว “ในโลกนี้ไม่มีความแน่นอน ปรมาจารย์พิษก็ไม่ ได้ฝึกวรยุทธ์ แต่อาเว่ยกลับได้เป็นยอดฝีมือ”
ทั้งยังเป็นยอดฝีมือในเหล่ายอดฝีมือ
อิ่งลิ่วพยักหน้าเข้าใจอย่างถ่องแท้ “กล่าวเช่นนี้ก็ถูกขอรับ หรือว่าหลัวช่าวิญญาณจะเป็นราชาพ่อมดจริงๆ?”
อาม่ามีสีหน้าซับซ้อน “หลัวช่าวิญญาณไม่ใช่ราชาพ่อมด แต่ หลัวช่าวิญญาณได้กลืนสามราชาพ่อมดเข้าไป”
“อะ อะไรนะ? กลืนสาม…ราชาพ่อมด” อิ่งลิ่วคิดว่าตนหูฝาด ไป เผ่าพ่อมดมีราชาพ่อมดมากมายปานนั้นเชียวหรือ? ทั้งยังถูก กลืนไปรวดเดียวสามคน?
“วิธีกลืนอย่างไร?” อวี๋หวั่นถาม
“ดูดพลังวิญญาณ” อาม่ากล่าว “หลัวช่าวิญญาณสามารถดูด เก็บความทรงจำของยอดฝีมือทั้งหมดไปใช้เพื่อตนเอง”
ทุกคนหวาดกลัวจนตัวสั่น พวกอิ่งสือซันท่องยุทธภพมานาน หลายปี ได้ยินเกี่ยวกับการช่วงชิงวิทยายุทธ์และกำลังภายในมาไม่ น้อย ยอดฝีมือจะดูดซับกำลังภายในของยอดฝีมือประเภท เดียวกันได้ เช่นซิวหลัวจะสามารถดูดซับของซิวหลัว แต่ไม่อาจดูด ซับของหลัวช่าโลหิต เพราะวิทยายุทธ์ของพวกเขาหักล้างกัน ง่าย ต่อการลุ่มหลงจนเสียสติ ไปจนกระทั่งเส้นเอ็นและหลอดเลือดอุด ตัน ถึงแก่ความตาย
แต่ฟังจากคำพูดของอาม่า หลัวช่าวิญญาณก็ดูไม่ได้มีปัญหา เช่นนั้น มันสามารถรองรับกำลังภายในได้ทุกรูปแบบ ทั้งยัง สามารถเรียนรู้วิทยายุทธ์ใดๆ ก็ได้ และที่เลวร้ายกว่านั้น กระทั่ง ความทรงจำของเจ้าของก็ไม่ปล่อย
“คนที่ถูกดูดวิญญาณจะเป็นอย่างไร?” อวี๋หวั่นถาม
อาม่ากล่าว “เขาจะลืมว่าตนเองเป็นใคร ลืมเลือนวิทยายุทธ์ และกำลังภายใน กลายเป็นคนเขลาไร้ความสามารถ หนักเข้าก็ อาจกลายเป็นคนตายที่ยังมีชีวิต”
“เหมือนกับ…ยามนั้นที่เยี่ยนจิ่วเฉาดูดเก็บพลังและความ ทรงจำของอ๋องเผ่าปีศาจหรือ?” อวี๋หวั่นจำได้ว่าหลังจากพลังและ ความทรงจำของอ๋องเผ่าปีศาจถูกเยี่ยนจิ่วเฉาดูดซับ ก็กลายเป็น เจ้าทึ่มไป
อาม่าชะงัก คล้ายกับรู้สึกว่าเรื่องนี้ก็แปลกประหลาดอยู่ เหมือนกัน แต่ไม่ช้าก็ส่ายหัว “สถานการณ์ของเยี่ยนจิ่วเฉากับอ๋อง เผ่าปีศาจต่างอยู่ อ๋องเผ่าปีศาจถูกเสี่ยวเป่าโจมตี ทรมานจากพลัง สะท้อนของวรยุทธ์ตน เส้นเอ็นหลอดเลือดพลิกผัน พลังทั้งหมด หลั่งไหลเข้าสู่ร่างของเยี่ยนจิ่วเฉา ส่วนความทรงจำของอ๋องเผ่า ปีศาจ… แม้ข้าจะอธิบายไม่ได้ แต่ก็น่าจะเป็นเพียงเรื่องบังเอิญ”
“เช่นนี้เอง…” อวี๋หวั่นพึมพำ
อาม่ากล่าวต่อ “ปีศาจตนนี้แข็งแกร่งนัก ดูดกลืนราชาพ่อมด ไปแล้วถึงสามองค์ เช่นนี้แม้แต่บิดาของโจวจิ่นก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของ
เขา ยามนั้นหากไม่มีราชาศักดิ์สิทธิ์อยู่ในเผ่าช่วยบิดาของโจวจิ่ นอีกแรงพอดี เกรงว่าปีศาจตนนี้ก็คงกวาดล้างเผ่าพ่อมดไปแล้ว”
“ช่างน่ากลัวปานนี้…” โจวอวี่เยี่ยนบีบนิ้ว เอนตัวพิงข้างกา ยอิ่งลิ่วโดยไม่รู้ตัว
อิ่งลิ่วรู้สึกว่าโจวอวี่เยี่ยนเขยิบมาทางตนก้าวหนึ่ง เขาไม่ได้คิด ว่าหญิงสาวจะจงใจเข้าใกล้ ทว่าบุรุษสตรีรับของไม่สัมผัสมือ เขาไม่ ควรถูกเนื้อต้องตัวนาง
เขาเขยิบไปด้านข้างอิ่งสือซัน
เมื่อโจวอวี่เยี่ยนเห็นเขาเดินไปไกล ก็เข้าไปใกล้อีกก้าวด้วย สีหน้าเรียบเฉย
อิ่งลิ่วก็เขยิบไกลออกไปอีกก้าว
โจวอวี่เยี่ยนเขยิบตาม
อิ่งลิ่วก็เขยิบอีกครั้ง
อิ่งสือซันทนดูต่อไปไม่ไหว เหยียดแขนเรียวยาวทรงพลังคว้า เอวเรียวของอิ่งลิ่วโอบเขาไว้ในอ้อมแขน
คนอื่นๆ จดจ่ออยู่กับเรื่องของหลัวช่าวิญญาณ ไม่สังเกตเห็น การเคลื่อนไหวเล็กๆ ของคนทั้งสาม
อวี๋หวั่นเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “แต่อิ่งลิ่วกล่าวว่า หลัวช่าวิญญาณบาง คราวก็แข็งแกร่งยิ่งนัก บางคราวก็อ่อนแอยิ่งนัก ยามฟ้าสางก็รีบ หนีไป นี่มันเรื่องใดกัน?”
อาม่ามองดูดอกไม้ใบหญ้าในลานที่โบกสะบัดพลิ้วไหวไปตาม สายลม “ยามนั้นหลัวช่าวิญญาณถูกราชาศักดิ์สิทธิ์และราชาพ่อ มดร่วมมือกันกดพลังไว้ สลบหลับใหลตลอดมา หากข้าเดาไม่ผิด มันยังไม่ตื่นขึ้นมาโดยสมบูรณ์ สิ่งที่พวกเจ้าเห็นเป็นเพียงเงาของ มัน”
“งะ เงา?” อวี๋หวั่นกะพริบตาด้วยความประหลาดใจ
อาม่าพยักหน้า “หรือกล่าวได้ว่าเป็นร่างแยก ใช้วิชาหุ่นเชิด ควบคุม”
กลอุบายนี้อาม่าก็เคยใช้มาก่อน ในยามที่ดวลกับราชครูแห่ง หนานจ้าว อาม่าใช้หุ่นเชิดควบคุมราชครูแห่งหนานจ้าว ให้เขาพลั้ง มือสังหารทูตดำจากเผ่าปีศาจตนหนึ่ง แต่…วิชาหุ่นเชิดแบบนั้นมี ระยะเวลาสั้นและใช้ได้เดี่ยวๆ ไม่อาจเปลี่ยนแปลงมากมายเช่น หลัวช่าวิญญาณแสดงออกมา
อวี๋หวั่นเริ่มมั่นใจ “แค่หุ่นเชิดยังร้ายกาจเช่นนี้ ไม่รู้เลยว่าพลัง ในตัวมันจริงๆ…”
จู่ๆ อิ่งลิ่วก็เอ่ยขึ้น “จริงสิอาม่า มันเป็นบุรุษหรือสตรีกันแน่?”
อาม่าส่ายหน้า “ไม่รู้”
ไม่มีผู้ใดรู้ ว่ากันว่าผู้ที่ได้เห็นเพียงคนเดียวคือมารดาของโจว จิ่น มารดาของโจวจิ่นผนึกมันไว้ในโลงศพเองกับมือ ทว่านางก็จาก ไปแล้ว ไม่ว่ารูปลักษณ์หรือเพศของมันก็ได้กลายเป็นความลับ
โลงศพที่ผนึกมันไว้ถูกกดพลังอยู่ในวิหารกวังหมิง แม้แต่ ราชินีแม่มดก็ยังไม่สามารถเปิดโลงศพออกได้อย่างสมบูรณ์ ราชินี แม่มดเพียงแค่ปลุกจิตสำนึกส่วนหนึ่งของมันและทำข้อตกลง ระยะสั้นเท่านั้น
อาม่าขมวดคิ้ว “แต่ข้าคิดว่า มันอยากตื่นอย่างสมบูรณ์ไม่ ง่ายดายเช่นนั้น ข้อตกลงระหว่างราชินีแม่มดเพิ่งเริ่มขึ้น เบื้องหลัง มันยังมีส่วนที่ได้ประโยชน์จากราชินีแม่มดอยู่ ไม่เช่นนั้น มันคงไม่ ตกลงช่วยราชินีแม่มด พาองค์ชายเยี่ยยางกลับไป ในยามที่ตนเอง ยังไม่ฟื้นตื่นขึ้นมาอย่างสมบูรณ์…ที่พลังของมันอ่อนแอลงอย่าง กะทันหันคงมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้”
อวี๋หวั่นเท้าคางกล่าว “มันเป็นแมวกลางคืนหรือไงนะ? กลาง คืนอาจหาญ ฟ้าสว่างก็ต้องกลับไปนอน”
อาม่ากล่าวว่า “ในทางกลับกัน ระยะเวลาที่มันตื่นขึ้น ยิ่งนาน เท่าไรก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น และรับมือได้ยากขึ้นเรื่อยๆ”
“โจวจิ่นจะเป็นอันตรายหรือไม่?” เทียบกับจะฆ่ามันได้อย่างไร อวี๋หวั่นสนใจโจวจิ่นน้อยมากกว่า เด็กคนนั้นเพื่อไม่ให้ราชินีแม่มด ทำสำเร็จ ถึงกับพาตนเองเข้าไปเสี่ยง
เขาไม่ได้ทำทั้งหมดเพื่อราชาพ่อมด แต่ยังเพื่อให้เยี่ยนจิ่วเฉา ได้รับนํ้าตาของราชาพ่อมดได้อย่างราบรื่น
อาม่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ทางทีดีโจวจิ่นควรจะหนีออกมาจาก หลัวช่าวิญญาณ ก่อนที่เขาจะตื่นขึ้นมาเป็นครั้งที่สอง ไม่เช่นนั้น
หลัวช่าวิญญาณจะมองเขาออกแน่ ในหนังสือกล่าวว่า หลัวช่า วิญญาณคิดแค้นจิตใจคับแคบ หยิ่งทระนงจองหอง หากรู้ว่าตน ถูกภาพลวงตาของเด็กคนหนึ่งหลอก คงอับอายกลายเป็นโกรธ และสังหารโจวจิ่นเป็นแน่!”
…
บนถนนทางการราบเรียบ รถม้าคันหนึ่งเคลื่อนไปยังทิศทาง ของวังหลวงอย่างไม่รีบร้อน
ในรถม้ามีบุรุษที่หลับใหล ข้างกายเป็นเด็กผู้มีรูปโฉมงดงาม อายุเพียงแปดหรือเก้าขวบ ทว่าอารมณ์สงบนิ่งเกินวัย
ขณะที่รถม้าแล่นเข้าประตูวัง คิ้วของบุรุษผู้นั้นก็ขยับเล็กน้อย
โจวจิ่นลอบบีบนิ้วแน่น แม้ว่าเขาจะวิตกกังวล ทว่ากลับอยู่ข้าง กายบุรุษผู้นั้นตลอด บุรุษผู้นั้นหลับมาตลอดทาง เขารู้ว่าทันทีที่ บุรุษผู้นั้นตื่นขึ้นมา ก็จะฟื้นพลังขึ้นอีกเล็กน้อย ภาพลวงตาของ เขาก็จะสลายไปเอง…
รีบเข้าวังเร็วเข้าๆ…
โจวจิ่นภาวนาในใจนางอย่างเงียบๆ
เมื่อเข้าวังแล้วก็จะสามารถกำจัดบุรุษผู้นั้นได้
สัตว์พิษตัวน้อยโผล่ออกมาจากแขนเสื้อของโจวจิ่น กระโดด ขึ้นไปบนมือ จ้องมองเขาไม่กะพริบตา
โจวจิ่นทำท่าทางให้มันเงียบ และกล่าวอย่างไร้เสียงว่า “อย่า
ปลุกเขา ถ้าเขาตื่น ข้าจบเห่แน่”
สัตว์พิษตัวน้อยเอียงศีรษะ นั่งลงในฝ่ามือของโจวจิ่นอย่าง เชื่อฟัง
ไม่มีผู้ใดทำเสียง แต่เมื่อรถม้าเข้าใกล้วังหลวง ล้อรถกลับ บังเอิญชนกับหินก้อนหนึ่ง รถม้ากระเทือนรุนแรง หัวของบุรุษผู้ นั้นกระแทกกับแผงประตู และกำลังจะตื่นขึ้น
สัตว์พิษตัวน้อยกระโดดหวดฝ่ามือตบบุรุษผู้นั้นจนสลบ!
โจวจิ่น “…”