หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม - บทที่ 31 จุดจบ
ทันทีที่ประตูถูกถีบออก ฮูหยินไป๋ตะลึงงันจนตัวแข็งทื่อ คนที่ ตกใจจนตัวแข็งทื่อไม่แพ้กันก็คือชายชู้ที่คร่อมอยู่บนร่างของนาง ทั้งสองเกาะก่ายกันในสภาพเปลือยเปล่า ทำให้หัวใจของนายท่าน ไป๋รู้สึกบิดเบี้ยวไปหมด!
ฮูหยินไป๋มองสามีของตน ตะลึงพรึงเพริดจนผลักชายชู้ออก นางควานหาผ้าห่ม หมายจะนำมาปกปิดเรือนร่างของตน แต่กลับ ลืมไปว่าผ้าห่มได้ถูกทั้งสองเตะจนร่วงลงจากเตียง
นางรุดลงมาจากเตียง หยิบเสื้อผ้าขึ้นมาลวกๆ แล้วรีบนำขึ้น มาปกปิดร่างกาย
ชายชู้ไม่เคยเห็นนายท่านไป๋ ยังคิดว่าเขาเข้ามาผิดห้อง ขณะที่ เขากำลังจะตะคอกใส่ นายท่านไป๋ก็เดินขึ้นไปข้างหน้า ยกเท้าขึ้น มาถีบเขาหงายหลัง!
หลังจากนั้นนายท่านไป๋พุ่งเข้าไปตบหน้านาง “สารเลว!”
แรงจากฝ่ามือในครั้งนี้รุนแรงเสียยิ่งกว่าครั้งที่เขาตบไป๋ถัง ไป๋ ถังเป็นลูกของเขา คนเป็นพ่อสั่งสอนลูก ก็เพียงเพื่อให้นางจดจำ มิได้หมายจะฆ่าแกง ทว่าครั้งนี้เขากลับรู้สึกอยากฆ่าฮูหยินไป๋ให้รู้ แล้วรู้รอด
ไม่มีบุรุษคนใดสามารถทนเห็นภรรยาของตนทำเรื่องบัดสีเช่น
นี้ได้
ฮูหยินไป๋ถูกตบจนชนเข้ากับเสาเตียง หน้าผากกระแทก ปาก แตกจนเลือดไหลออกมา
กระนั้นนางกลับไม่กล้าลุกขึ้นมาสู้ ทำได้เพียงคุกเข่าตัวสั่น ระริก “นะ…นายท่าน…”
“เขาคือนายท่านไป๋หรอกรึ?” ชายชู้ตะลึงงัน
นายท่านไป๋ไม่เคยรู้สึกโกรธเกรี้ยวมากถึงเพียงนี้ เขาปฏิบัติต่อ ภรรยาด้วยความรักและจริงใจมาตลอด ด้วยกลัวว่านางจะรู้สึก น้อยเนื้อตํ่าใจ ไม่เคยคิดจะมีอนุภรรยา แต่ในช่วงเวลาที่ชีวิตของ บุตรสาวของเขาแขวนอยู่บนเส้นด้าย จำต้องไปเชิญหมอ นางกลับ มาคลอเคลียอยู่กับบุรุษ!
“ถ้าไม่ใช่เพราะถังเอ๋อร์เห็นเจ้า ข้าก็คงถูกพวกเจ้าสวมเขาเช่น นี้ไปเรื่อยๆ! ”
ฮูหยินไป๋ตื่นตะลึง จนลืมเอะใจด้วยซํ้าว่าไป๋ถังเห็นตนได้ อย่างไร นางรํ่าไห้และคลานเข้าไปแทบเท้านายท่านไป๋ “นายท่าน ฟังข้าอธิบายก่อน…”
อธิบาย?
คำพูดนี้ฮูหยินไป๋เอ่ยขึ้นเองโดยปราศจากความโอหังใดๆ นาง ถูกสามีจับได้คาหนังคาเขา จะหมายความว่านางบีบบังคับผู้อื่นได้ อย่างไร?
ทว่าวันนี้ นางกลับครุ่นคิดเรื่องนี้มากกว่าแต่ก่อน นางเองก็ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
ทันใดนั้นเอง ชายชู้ก็บังเกิดความคิดอันอาจหาญขึ้นในหัว เขา มิได้สนว่าตนเองล่อนจ้อนเปล่าเปลือย พุ่งเข้าไปปิดประตูและ ลงกลอน
นายท่านไป๋ขมวดคิ้ว “เจ้าจะทำอะไร?”
ฮูหยินไป๋มองไปยังเขาด้วยความตื่นตะลึงเช่นกัน
ชายชู้คว้ามีดสั้นคมกริบในเสื้อออกมา แล้วมองไปยังนายท่าน ไป๋ด้วยเจตนาร้าย
ฮูหยินไป๋สีหน้าเปลี่ยนในฉับพลัน “หวนหลาง เจ้าทำอะไรน่ะ!”
ชายชู้มองไปยังนายท่านไป๋ด้วยสายตาเย็นเยียบ “เจ้าไม่ได้ อยากกำจัดเขาหรอกหรือ? ตอนนี้เป็นโอกาสที่ดี ขอเพียงเขาตาย เจ้าก็จะได้จับนางเด็กนั่นแต่งเข้าสกุลเฉิน คฤหาสน์สกุลไป๋ทั้งหลัง ก็จะเป็นของเจ้าแล้ว”
ฮูหยินไป๋ตกใจ นางรู้สึกซาบซึ้งใจในคำพูดของหวนหลางไปชั่ว ขณะหนึ่ง ทว่าเพียงชั่วพริบตาหนึ่งนางก็ตั้งสติได้ “ไม่ได้นะหวน หลาง ฆ่าคนมีโทษถึงตาย!”
ชายชู้มิได้ฟังคำพูดของนาง ไม่ว่าเรื่องของนางจะจบลง อย่างไร เขาก็ยากที่จะหลบเลี่ยงความตายได้พ้น ในเมื่อเป็นเช่นนี้ มิสู้ชิงลงมือ สังหารนายท่านไป๋ผู้นี้เสียดีกว่าหรือ เพียงเท่านี้ก็มี
โอกาสรอดและมีโอกาสในการครอบครองสมบัติของสกุลไป๋!
ชายชู้ยกมีดขึ้น แล้วพุ่งตรงไปหานายท่านไป๋ทันที!
เขาเคลื่อนไหวได้รวดเร็วและมีพลัง นายท่านไป๋หลบหนีไม่ทัน ดูแล้วนายท่านไป๋จะต้องสิ้นใจด้วยเงื้อมมือของชายชู้เป็นแน่ ทันใดนั้นเองประตูก็ถูกถีบจากด้านนอกจนเปิดออก
ร่างสูงใหญ่พุ่งเข้าใส่ชายชู้อย่างเกรี้ยวกราด จนชายชู้ล้มลงไป กับพื้นด้วยท่าทางเจ็บปวด มีดในมือกระเด็นหลุดออกไป
ผู้มาใหม่มิได้รอให้ชายชู้ตอบสนอง หมัดหนักรัวใส่ใบหน้าของ ชายชู้ราวกับเกล็ดหิมะโปรยปราย ชายชู้ถูกต่อยเสียจนจมูกเขียว ใบหน้าบวมเป่ง มึนงงไปหมด
เมื่อมั่นใจแล้วว่าชู้รักมีอาการร่อแร่จนไม่อาจลุกขึ้นมาทำอะไร ได้อีก ผู้มาใหม่จึงลุกขึ้นยืน
เขาต่อยหนักเกินไป จนเลือดไหลอาบกำปั้น
นายท่านไป๋มองไปยังผู้มีพระคุณของตนด้วยความตื่น ตระหนก เด็กหนุ่มคนนี้มีดวงตาของผู้ผดุงความยุติธรรม เพียง แต่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ใบหน้าของเขากลับเปรอะเปื้อนไปด้วยสีดำ ของถ่าน
หรือว่าเขาเป็นคนงานในห้องครัว?
นายท่านไป๋เอ่ยถาม “เจ้าคือ…”
อวี๋เฟิงพยายามกดความตื่นเต้น “ข้า…ข้าผ่านมาพอดี ได้ยิน
ว่ามีคนจะฆ่ากัน…”
นายท่านไป๋กระจ่างทันที ยกมือขึ้นคำนับ “ขอบคุณน้องชาย ที่มาช่วย ขอถามสักหน่อยว่าน้องชายชื่อว่าอันใด บ้านอยู่ที่ไหน วัน หลังข้าจะไปขอบคุณ”
“มะ…ไม่เป็นไร” อวี๋เฟิงหันหลัง รุดรีบออกไปจากห้อง
นายท่านไป๋ลองไต่ถามถึงผู้มีพระคุณของเขาในโรงนํ้าชา แต่ กลับได้รับคำตอบว่าในโรงนํ้าชาไม่มีบุคคลผู้นี้ เขาน่าจะเป็นแขกที่ โรงนํ้าชามากกว่า
นายท่านไป๋มิได้เดินหาตามห้องต่างๆ คนผู้นั้นไม่บอกชื่อเสียง เรียงนาม ย่อมหมายความว่าเขาไม่ต้องการถูกรบกวน นายท่านไป๋ ทำได้เพียงเก็บความซาบซึ้งเอาไว้ในใจ
ไฟในไม่ควรนำออก เรื่องของฮูหยินไป๋และชายชู้มิได้ถูกนำไป แจ้งต่อทางการ แต่นี่ก็มิได้หมายความว่าเขาจะปล่อยทั้งสองคน ไป เขามีชีวิตอยู่มาจนถึงป่านนี้ สร้างชื่อเสียงเอาไว้มาก ไม่มีเรื่อง ใดที่เขาทำไม่ได้
ฮูหยินไป๋และชายชู้ถูกนำตัวไปคฤหาสน์สกุลไป๋ และถูกขังไว้ ในเรือนคนละหลัง
สตรีคนหนึ่งสร้างเรื่องพรรค์นี้เอาไว้ ก็อย่าหวังว่าเขาจะพูด เรื่องสามีภรรยาอันใดด้วยอีก ส่วนชายชู้นั้นยิ่งน่าเวทนาเสียยิ่งกว่า
ชายชู้ถูกยามของคฤหาสน์ทุบตีจนสลบไปอยู่หลายรอบ
สภาพกึ่งเป็นกึ่งตาย
ในที่สุดเขาก็ทนไม่ไหว “อย่าตีข้าเลย…ขอร้องละอย่าตีข้า เลย…มีอะไรข้าจะบอกทุกอย่าง…”
เดิมที ชายชู้ผู้นี้กำเนิดในคณะแสดงศิลปะการต่อสู้คณะหนึ่ง เขามิได้นับว่ามีรูปร่างหน้าตาโดดเด่น ฝีมือการแสดงไม่นับว่าดี เยี่ยม ทว่าโชคดีที่อายุยังน้อยและมีพลังกาย จึงเป็นที่ถูกตาต้องใจ ฮูหยินไป๋
หลายปีมานี้ ฮูหยินไป๋ให้เงินเขาไม่น้อย เขาออกจากคณะ แสดง แล้วเปิดคณะแสดงของตนเอง แต่เนื่องจากมีปัญหาด้าน การบริหารจัดการ ไม่นานก็ปิดตัวลง จากนั้นจึงเปิดร้านนํ้าชา ทำ ไปได้ไม่นานก็ปิดกิจการลงเช่นกัน
กระนั้นเขาก็มิได้กังวลเรื่องความเป็นอยู่ของตน เขารู้ดีว่า ตราบใดที่ยังทำให้ฮูหยินไป๋มีความสุขบนเตียงได้ เขาต้องการเงิน เท่าไร นางก็ยินดีมอบให้
ทั้งสองเป็นเช่นนี้มาห้าหกปี ฮูหยินไป๋ให้เงินเขาไปนับแสน ตำลึง ทั้งยังมอบบ้านในเมืองหลวงให้เขาอีกหนึ่งหลังด้วย
เมื่อตระหนักได้ว่าที่แท้ฮูหยินไป๋ก็นำเงินของตนไปปรนเปรอ บุรุษนอกบ้าน นายท่านไป๋ก็โทสะพลุ่งพล่าน!
นายท่านไป๋ให้คนตรวจสอบบัญชีภายในบ้าน สิ่งที่เขาพบเกือบ ทำให้เขากระอักเลือด!
“พวกเจ้าหลีกทาง!”
ขณะที่นายท่านไป๋กำลังโมโหสุดขีด นายน้อยไป๋ก็เข้ามา
นายน้อยไป๋ปีนี้อายุห้าขวบ หน้าตาจัดว่าน่ารักน่าเอ็นดู นาย น้อยหน้าตาเหมือนนายท่าน ราวกับเคาะแบบนายท่านออกมา ก่อนหน้านี้นายท่านไป๋ก็รู้สึกเช่นนั้น ทว่าวันนี้มองอีกครั้ง กลับรู้สึก ว่าไม่ยักจะเหมือนเขาสักเท่าไร…
“ท่านพ่อ! ท่านแม่อยู่ไหนหรือขอรับ? เมื่อครู่บ่าวพวกนั้นไม่ ยอมให้ข้าเข้ามา! ท่านพ่อลงโทษพวกเขาเร็ว!” นายน้อยไป๋พูดด้วย ใบหน้าไร้เดียงสา
“ทำไมท่านไม่พูด?”
“ท่านพ่อ ท่านพ่อลงโทษพวกเขาเร็วเข้า!”
“ท่านพ่อ! ท่านแม่อยู่ไหนหรือ? ท่านพาข้าไปหาท่านแม่ หน่อย!”
จากบุตรชายผู้เป็นดังแก้วตาดวงใจ บัดนี้กลายเป็นหนามยอก อกของนายท่านไป๋ เขาเป็นลูกของตนจริงหรือ? หรือว่าเป็นลูกของ ชายชู้นั่น?
“นำตัวนายน้อยออกไป!”
นายท่านไป๋สั่ง บ่าวก็เข้ามาดึงแขนนายน้อยออกไป
“พวกเจ้าปล่อยข้า! ข้าจะหาท่านแม่ จะหาท่านแม่!”
บ่าวสูงอายุนำตัวนายน้อยไป๋ออกไปแล้ว
นายท่านไป๋นั่งลงบนเก้าอี้ด้วยความรู้สึกผิดหวัง เวลาเพียงชั่ว ข้ามคืน แต่เขากลับรู้สึกชราลงหลายสิบปี
ถังเอ๋อร์เผชิญหน้ากับนางเฉินมาโดยตลอด เขากลับคิดว่าถัง เอ๋อร์ไม่รู้ประสา ทว่าบัดนี้ดูแล้ว ถังเอ๋อร์กระจ่างชัดในเรื่องนี้ มากกว่าตนเป็นไหนๆ
เขาทำผิดต่อถังเอ๋อร์มาตลอดหลายปี เพียงเพื่อสตรีคนหนึ่งที่ หักหลังเขา…
“นายท่าน” พ่อบ้านติงเดินเข้ามา “บัญชีฉบับสุดท้ายของฮู หยินตรวจสอบเสร็จแล้ว นายท่านจะดูหรือไม่ขอรับ?”
“หลังจากนี้ไม่ต้องเรียกนางว่าฮูหยินแล้ว”
“ขอรับ”
……
คืนนี้วุ่นวายจนดึกดื่น ประตูเมืองหลวงปิดลงแล้ว ยังดีที่อวี๋ หวั่นจองโรงเตี๊ยมเอาไว้ ระหว่างทางเดินกลับโรงเตี๊ยม อวี๋หวั่นเปิด กระเป๋ายาที่นำติดตัวมาด้วย และทำแผลให้อวี๋เฟิง “ลงมือซะหนัก ขนาดนี้ พี่ใหญ่ท่านจะปกป้องว่าที่พ่อตาด้วย ชีวิตหรืออย่างไร?”
“อย่าพูดจาไร้สาระ!” อวี๋เฟิงสีหน้าจริงจัง “หากผู้อื่นได้ยินเข้า ชื่อเสียงของคุณหนูไป๋จะเสื่อมเสียได้”
อวี๋หวั่นยิ้ม
แม้จะบอกว่าสิ่งที่พวกเขาทำในครั้งนี้ก็เพื่อเปิดโปงฮูหยินไป๋ แต่สุดท้ายก็ยังช่วยนายท่านไป๋เอาไว้ จากความเข้าใจของอวี๋หวั่น ต่อพี่ใหญ่ของเธอ เขาไม่มีทาง ‘ทำเรื่องผิดเพื่อประโยชน์ส่วนตน’ พรรค์นั้นหรอก แต่เพื่อไป๋ถัง เขากลับยอมทำเรื่องที่ผิด เขาไม่ ปฏิเสธทุกย่างก้าว แต่ทุกย่างก้าวเขาก็ทำด้วยความจริงใจ
อวี๋หวั่นคิดว่า สิ่งนี้น่าจะเรียกว่าความรัก
ไม่เหมือนกับป้าสะใภ้ใหญ่และลุงใหญ่ซึ่งเกื้อหนุนซึ่งกันและ กันในยามยาก ไม่เหมือนกับท่านพ่อและท่านแม่ซึ่งเชื่อใจและเชื่อ มั่นกันและกัน พี่ใหญ่มีวิธีปกป้องไป๋ถังในแบบของตนเอง
ทันใดนั้นอวี๋เฟิงก็พูดขึ้นว่า “ยังไม่ได้กินข้าว หิวแล้วละ”
ไม่หิว ดูฉากละครนํ้าเน่าจนอิ่มแล้ว
………………….
ณ จวนคุณชายเยี่ยน
เยี่ยนจิ่วเฉากินอาหารเย็นจนอิ่มไปแล้ว เขาไม่ได้ดูฉากละคร นํ้าเน่าของใครจนอิ่ม ทว่ากลับถูกอวี๋หวั่นทำให้โมโหจนอิ่มยิ่งกว่า เดิม
จากที่โมโหเพราะอวี๋หวั่นทนความเหงาไม่ไหว ไปจนถึงโมโห เพราะไปมองบุรุษอื่น จนสุดท้ายโมโหเพราะ ในสมองมีแต่ประโยค ว่า ‘น่าเกลียดมาก…ทำไมน่าเกลียดขนาดนั้นนะ…เยี่ยนจิ่วเฉา ของท่านคงไม่ได้น่าเกลียดขนาดนั้นหรอกใช่ไหม…’ เล่นวนซํ้าไป
มาอย่างไม่รู้จบ
ก่อนหน้านี้โมโหจนหน้ามืดตามัว มิได้ใคร่ครวญประโยคนี้ อย่างละเอียด บัดนี้กำลังอาบนํ้า จึงหวนนึกขึ้นได้
สตรีคนนั้นเป็นกังวลว่าเขาน่าเกลียดหรือ?
คุณชายเยี่ยนผู้งดงามมาตั้งแต่เล็กจนโต แต่ไหนแต่ไรมาไม่ เคยถูกตั้งคำถามเช่นนี้
ว่ากันตามตรง เขาเองก็ไม่เคยเห็นของคนอื่น จึงไม่รู้ว่าของ ตนเองนับว่าน่าเกลียดหรือไม่
คุณชายเยี่ยนเอื้อมแขนไปด้านหลัง นิ้วเรียวสวยเคาะลงบน พื้นเบาๆ “อิ่งลิ่ว”
อิ่งลิ่วพุ่งเข้ามาในห้องอาบนํ้าอย่างรวดเร็ว
“คุณชาย มีอะไรหรือขอรับ?”
“ถอดกางเกง”