หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม - บทที่ 45 เจียงน้อยหน้าเนื้อใจเสือ
และแล้วข่าวเรื่องการอภิเษกก็ไปแพร่ถึงหูขององค์หญิงแห่ง ซยงหนูในไม่ช้า ไม่มีผู้ใดบอกนางว่าจะมีเรื่องเช่นนี้มาก่อน และคิด ว่าเป็นองค์ชายรองแห่งซยงหนูที่ตัดสินใจด้วยตนเอง นางจึงวิ่งไป หาและทะเลาะกับองค์ชายรองเป็นการใหญ่
“ท่านมีเจตนาอันใดกันแน่? ท่านคิดจะขายแผ่นดินเพื่อ แสวงหาความรุ่งเรืองใช่หรือไม่?”
“นี่ไม่ใช่การขายแผ่นดินเพื่อแสวงหาความรุ่งเรือง” องค์ชาย รองแก้คำพูดของนาง
องค์หญิงแห่งซยงหนูสะอึก “เช่นนั้น… เช่นนั้นก็คงขายน้อง สาวเพื่อความรุ่งโรจน์! ท่านหลอกข้ามาที่นี่ แล้วยังขายข้าให้กับ คนต้าโจว หากพ่อข้าทราบ ต้องมาคิดบัญชีกับท่านเป็นแน่!”
องค์ชายรองนับว่ามิได้อำมหิตเกินไปนัก เขาไม่ได้แทงหัวใจ แก้วที่แสนบอบบางของนางต่อหน้า หากเขามิได้รับคำสั่งจากกษัต ริย์ซยงหนูผู้เป็นลุง ต่อให้มีความกล้าหาญเพียงใด ก็ไม่กล้าเอา ความคิดไปใส่หัวขององค์หญิงหมิงจูแห่งซยงหนู เด็กสาวผู้นี้ก็ไม่ คิด มีองค์ชายและองค์หญิงมากมายเพียงนั้น ไฉนจึงมีเพียงนาง ที่มายังจงหยวน? เพราะนางอยากมาด้วยตัวเองอย่างแท้จริง หรือ?
องค์ชายรองถอนใจ “ท่านพ่อและท่านลุงกล่าวว่า เป็นการ เจรจาสันติภาพโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ข้าเข้าใจความลำบากของ เจ้า ทว่ามันไม่มีทางเลือก เจ้าคิดว่าเพียงเจ้าแต่งกับสามีต้าโจว ข้า ก็คงไม่ต้องแต่งกับภรรยาต้าโจวหรือ?”
องค์หญิงซยงหนูตกตะลึง “พวกเขาก็บังคับให้ท่านแต่งงาน เช่นกันสินะ… “
องค์ชายรองกระแอมในลำคอ แท้จริงแล้วเขาโปรดปรานบุตรี จากสกุลโด่งดังที่รับราชการมานานหลายชั่วอายุคนและฮ่องเต้ แห่งต้าโจวก็ทรงอนุญาตให้เขาแต่งกับนางในฐานะพระชายา เช่อเฟย
ท่าทีขององค์ชายรอง ในสายตาขององค์หญิงแห่งซยงหนูก็ คือการยอมรับโดยดุษณี นางโบกแส้ในมือพลางเอ่ยด้วยความ โมโหสุดขีด “ไม่ได้! ข้าจะไปขอฮ่องเต้ต้าโจววินิจฉัย! มีเหตุผลใด จึงมาเอาเราสองพี่น้องเข้าไป!”
ไปขอวินิจฉัยไม่ได้ หากนางไปก็จะถูกเปิดเผย!
องค์ชายรองรีบคว้าตัวนางพลางเอ่ยว่า “เจ้าก็รู้สถานการณ์ ของซยงหนู หลังจากสู้รบกันมาหลายปี ท้องพระคลังก็เริ่มว่าง เปล่า ทุกปีมีคนเลี้ยงสัตว์ต้องอดตายในเหมันตฤดูมากเท่ากับ จำนวนคนในเมืองเล็กๆ ฮ่องเต้ต้าโจวกล่าวว่า ตราบใดที่เรา ยอมรับเงื่อนไขการเจรจาสันติภาพ ก็จะส่งเสบียงจำนวนมากมาให้ เราทุกปี คนเลี้ยงสัตว์ของเราก็ไม่ต้องอดตายอีกต่อไป วัวและแกะ
ก็จะมีชีวิตอยู่”
“ไม่ใช่ข้าที่อดตายเสียหน่อย!” องค์หญิงแห่งซยงหนูกระทืบ เท้าบ่นพึมพำ ทว่าสุดท้ายก็นั่งลง
องค์ชายรองสบโอกาส “แล้วข้าก็ยังได้ยินข่าวดีมาว่า เจ้าไม่ จำเป็นต้องแต่งกับบุตรของอ๋อง ทว่าจะได้แต่งกับองค์ชายแห่งต้า โจว”
พระชายาบุตรอ๋อง กับพระชายาองค์ชาย ความแตกต่างเพียง หนึ่งคำ สถานะและเกียรติยศกลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง จะได้ สืบทอดบังลังก์หรือไม่ค่อยว่ากัน ตราบใดที่ได้แต่งเข้าจวนองค์ชาย ก็ดีกว่าที่คาดไว้ในตอนแรกมากนัก
องค์หญิงแห่งซยงหนูครุ่นคิด ทว่าก็ยังรู้สึกว่านางไม่อาจ แต่งงานได้ และนางก็มิได้โปรดปรานองค์ชายแห่งต้าโจว แต่งงาน ไปแล้วนางก็ต้องไม่มีความสุข บางที หากนางระเบิดโทสะฟาดแส้ กับคนในเรือน นั่นคงเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก
นางได้ยินมาว่า บุรุษของต้าโจวไม่มีความสามารถที่จะเอาชนะ
หากจำต้องแต่งงานจริงๆ นางต้องแต่งกับบุรุษที่สามารถ เอาชนะนางได้…
องค์หญิงแห่งซยงหนูนึกถึงอวี๋เซ่าชิง
“เจ้าอย่าแม้แต่จะคิด!” องค์ชายรองเดาความคิดของนาง
องค์หญิงแห่งซยงหนูโกรธจัด จ้องมองลูกพี่ลูกน้องของนาง
และออกไปอย่างเย็นชา
องค์หญิงแห่งซยงหนูออกจากวังด้วยความขุ่นเคือง ขึ้นควบขี่ ม้าไปบนถนน
หน้าตาที่งดงามและอาภรณ์ที่สวยสง่า ภาพลักษณ์ที่สูงส่ง ของนางปรากฏสู่สายตาผู้คน ดึงดูดสายตาของผู้คนที่ผ่านไปมา นางไม่แม้แต่จะเหลือบมองผู้คนเหล่านั้น นางตรงไปข้างหน้าด้วย ความมั่นใจ ทว่าที่โรงนํ้าชา กลับได้พบกับเหยียนหรูอวี้ที่มิได้พบ กันนาน
องค์หญิงแห่งซยงหนูยังไม่รู้ว่าสตรีผู้เรียกตนเองว่าอวี้เอ๋อร์ เป็นบุตรีของจวนสกุลเหยียน จำได้เพียงว่าอีกฝ่ายทำให้ตัวเองขุ่น เคือง นางจึงมีสีหน้าที่ไม่ค่อยดีกับเหยียนหรูอวี้
เหยียนหรูอวี้ก็เห็นนางจึงก้าวไปด้านหน้าเพื่อโค้งคำนับ “อวี้เอ๋ อร์คารวะองค์หญิง”
“อวี้เอ๋อร์(หยก)อันใด? น่าจะหินมากกว่า!” องค์หญิงแห่งซยง หนูโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ เหยียนหรูอวี้ยั่วโมโหนาง เอ่ยวาจาไพเราะ เช่นนี้แปลกยิ่ง
เหยียนหรูอวี้ถูกกระทบกระแทกอย่างเจ็บแสบ ทว่าก็มิได้ โวยวาย กลับยิ้มอย่างอ่อนโยนพลางเอ่ย “ขนมของโรงนํ้าชาร้านนี้ ไม่เลวจริงๆ องค์หญิงอยากมาลองชิมสักหน่อยหรือไม่?”
องค์หญิงแห่งซยงหนูมัวแต่หัวเสียกับพี่ชายจนลืมทานอาหาร
กลางวัน ทำให้นางหิวมาก
นางพลิกตัวลงจากหลังม้า จากนั้นจึงโยนบังเหียนให้กับผู้ ติดตามที่เดินใกล้เข้ามา และก้าวเข้าไปยังร้านนํ้าชา
นางขอห้องปีกชั้นสูง ทันทีที่นางนั่งลง เหยียนหรูอวี้ก็เดินเข้า มา
“ผู้ใดบอกให้เจ้าเข้ามา?” องค์หญิงแห่งซยงหนูเอ่ยอย่างหัว เสีย
เหยียนหรูอวี้นั่งลงตรงข้ามนาง หยิบกานํ้าชาที่เสี่ยวเอ้อนำเข้า มาและชงชาอย่างไม่ช้าไม่เร็ว “ข้าเห็นองค์หญิงเหมือนมีเรื่องอัน ใดในใจ”
“เจ้าจะทำอันใด?” องค์หญิงแห่งซยงหนูเอ่ยอย่างเมินเฉย ทว่ายามเห็นวิธีการชงชาของเหยียนหรูอวี้ ก็อดไม่ได้ที่จะแปลกใจ นางเคยได้ยินว่าผู้คนในจงหยวนมีพิธีชงชาที่ลึกซึ้ง ทว่านางไม่เคย รู้ว่าสตรีผู้หนึ่งจะสามารถทำให้พิธีการชงชาสง่างามได้ถึงเพียงนี้
เหมือนเหยียนหรูอวี้จะไม่ทราบว่าตนรู้สึกประหลาดใจกับนาง จึงเอ่ยด้วยนํ้าเสียงปกติ “หากองค์หญิงต้องการหาผู้ใดให้ไว้วางใจ อวี้เอ๋อร์พร้อมรับฟัง หากองค์หญิงไม่ต้องการเอ่ยสิ่งใด ก็เชิญดื่ม ชาเถิด”
องค์หญิงแห่งซยงหนูเมินหน้า
นางไม่คุ้นกับการชาที่จงหยวนมีรสขม นางไม่ทราบว่ามัน
รสชาติดีตรงไหน
เหยียนหรูอวี้เหลือบมองนางอย่างเหมือนจะยิ้มทว่าไม่ยิ้ม พลันกระซิบบางอย่างกับเสี่ยวเอ้อร์ที่อยู่ข้างๆ เสี่ยวเอ้อร์เอ่ยกลับ เบาๆ “บังเอิญจริง ครอบครัวเราเลี้ยงอยู่หนึ่งตัว”
เสี่ยวเอ้อร์ออกไป ไม่นานนัก เขาก็นำนมแพะหม้อเล็กๆ เข้ามา
องค์หญิงแห่งซยงหนู ได้กลิ่นของนมแพะก็เกิดอาการนํ้าลาย สอ
ผู้คนในที่จงหยวนไม่ชอบนมแพะเพราะมีกลิ่นคาว ทว่านาง เติบโตมากับการดื่มนมแพะตั้งแต่เด็ก สำหรับนางแล้วไม่มีอาหาร โอชะใดในโลกเปรียบได้กับชานมรสเค็มบนทุ่งหญ้า
เหยียนหรูอวี้เทชานมที่ปรุงเสร็จแล้วลงในถ้วย และยกขึ้นวาง ตรงหน้าองค์หญิงแห่งซยงหนู
องค์หญิงแห่งซยงหนูไม่อาจปฏิเสธรสชาติบ้านเกิดได้ ยาม นางยกถ้วยจิบ ความคิดคะนึงหาบ้านเกิดพลันแล่นเข้ามาในหัวใจ นางคิดถึงบิดาและมารดาของนาง
“ข้าไม่อยากแต่งงานกับองค์ชายแห่งต้าโจวของพวกเจ้า… ” นางเอ่ยด้วยดวงตาสีแดงระเรื่อ
เหยียนหรูอวี้เอ่ยตอบอย่างใจเย็น “เหตุใดองค์หญิงยอมให้ ตนเองแบกรับความอยุติธรรมเล่า? ไม่อยากแต่ง ก็หาวิธียกเลิก เสียสิเพคะ”
“เจ้าเอ่ยง่ายดายยิ่ง! จะยกเลิกได้อย่างไร?” องค์หญิงแห่งซ ยงหนูเอ่ยอย่างรำคาญใจ
เหยียนหรูอวี้ลดตาลงพลางเอ่ยว่า “องค์หญิง…มีคนที่ โปรดปรานอยู่ในใจแล้วหรือ?”
องค์หญิงแห่งซยงหนูมิได้ปฏิเสธ เพียงบ่นอย่างไม่พอใจ “ทว่า เขาแต่งงานมีครอบครัวแล้ว”
“แล้วอย่างไร? หรือว่าที่ซยงหนู บุรุษสามารถแต่งภรรยาได้ เพียงคนเดียวรึ?” เหยียนหรูอวี้คลี่ยิ้มมองนาง
องค์หญิงแห่งซยงหนูเอ่ยด้วยใบหน้าที่ขมขื่น “มิใช่เช่นนั้น หรอก ทว่าองค์หญิงผู้สง่างามเช่นข้า เหตุใดต้องใช้สามีร่วมกับ สตรีอื่น!”
เหยียนหรูอวี้เอ่ยอย่างสงบเงียบ “เช่นนั้นก็ให้เขาหย่ากับ ภรรยาเก่า แล้วมาแต่งงานใหม่ องค์หญิงเปรียบดังกิ่งทองใบหยก ท่านโปรดปรานเขาก็นับเป็นความโชคดีของเขา…ตราบใดที่องค์ หญิงกับเขามีสัมพันธ์ลึกซึ้งที่สายเกินแก้แล้ว องค์ชายแห่งต้าโจว ของพวกเราก็จะไม่ถูกบังคับให้แต่งงานกับองค์หญิงเพคะ”
องค์หญิงแห่งซยงหนูรู้สึกว่าสิ่งที่นางพูดนั้นสมเหตุสมผล หลังจากอิ่มท้องแล้ว นางจึงไปหาอวี๋เซ่าชิง
…………
อวี๋เซ่าชิงมีคดีที่วัดต้าหลี่ ไม่ยากที่จะสืบหาว่าเขาอาศัยอยู่ที่ใด
นางจ่ายเงินให้คนขับรถม้านำทางไป ไม่เกินครึ่งชั่วยามก็มาถึง หมู่บ้านเหลียนฮวา
หมู่บ้านแห่งนี้ยากจน เพียงม้าก็น้อยนักจะได้พบ ยิ่งเป็นสตรีขี่ ม้ามิต้องเอ่ยถึง ยามองค์หญิงแห่งซยงหนูในชุดสีแดง ควบขี่ม้า ชั้นดีปรากฏตัวที่ทางเข้าหมู่บ้าน ผู้คนในหมู่บ้านต่างตกตะลึง
“อวี๋เซ่าชิงอยู่ที่ใด?” องค์หญิงแห่งซยงหนูเอ่ยถามป้าจางที่ กำลังซักผ้าอยู่ริมบ่อนํ้าโบราณด้วยสำเนียงภาษาถิ่นของจงหยวน
ป้าจางชี้ไปทางบ้านเก่าของสกุลอวี๋ด้วยความงุนงง
“ย่ะ!” องค์หญิงแห่งซยงหนูควบม้าไป
บรรดาสะใภ้แม่บ้านต่างมารวมตัวกัน
“ผู้ใดกันละนั่น?”
“คงเป็นสตรีจากเมืองหลวงกระมัง?”
“ยังขี่ม้าเป็นด้วยรึนี่?”
“นางมาหาเจ้าสาม ทั้งสองที่ความสัมพันธ์เช่นไรกัน?”
…
องค์หญิงแห่งซยงหนูไม่ได้ยินการสนทนาของชาวบ้าน นาง ควบม้าไปจนถึงบ้านเก่าของสกุลอวี๋ นางลงจากหลังม้า แล้วโยน บังเหียนให้อวี๋ซงที่ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวและวิ่งออกมาดู
อวี๋ซงมองบังเหียนที่พันอยู่รอบคอของเขา “…”
วันนี้เป็นวันพักผ่อน ครอบครัวสกุลอวี๋ไม่จำเป็นต้องรีบไป ทำงาน และนั่งทานอาหารกลางวันในห้องอย่างเรียบร้อย ยาม ได้ยินเสียงเกือกม้า ทุกคนก็เดาว่าอู๋ซันกลับมาแล้ว ทว่ากลับเป็น สตรีผู้งดงามที่เข้ามา
หญิงสาวมิได้แต่งกายแบบจงหยวน นางเดินบนรองเท้าหุ้ม ข้อที่ทำจากหนัง สวมหมวกผ้าสักหลาดและชุดสีแดงสดใสดุจ เปลวไฟ
อวี๋เซ่าชิงและอวี๋หวั่นจำนางได้
ใบหน้าของอวี๋เซ่าชิงมืดลง อวี๋หวั่นดวงตาแฝงด้วยรอยิ้ม มอง นางด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ท่านมาทำอันใดที่บ้านข้าหรือ?”
คนสกุลอวี๋ถึงกับผงะ อาหวั่นรู้จักกับนางได้อย่างไร?
องค์หญิงแห่งซยงหนูไม่ตอบอวี๋หวั่น พลางชี้แส้ในมือไปที่อวี๋ เซ่าชิง “เจ้าออกมา ข้าต้องการจะสายเกินแก้กับเจ้า!”
“พรูด—” คนสกุลอวี๋พร้อมใจกันพ่นข้าว!
พวกเขาฟังไม่ผิด สตรีตัวเล็กๆ ที่อายุเท่าอาหวั่นผู้นี้ ประโยค แรกเมื่อนางมาที่ประตู คืออยากทำอะไรอะไรกับเจ้าสาม?
นี่คือสตรีในบ้านเมืองจริงหรือ? มีสตรีที่ใดกล้าเอ่ยวาจาเช่นนี้ กัน?
ไม่สิ พวกเขาควรจะสงสัย สตรีผู้นี้คือใคร? เหตุใดจึงมา ชอบพอเจ้าสามของพวกเขา?
ทุกคนมองไปยังอวี๋เซ่าชิงและนางเจียง!
ศัตรูหัวใจมาหาถึงหน้าประตู ผู้ที่เสียใจที่สุดคงจะเป็นนาง เจียงแล้วกระมัง
“อาซู ข้ากับนางหามีอันใดเกี่ยวข้องกัน” อวี๋เซ่าชิงกังวลว่า ภรรยาของเขาจะเข้าใจผิด
“ยามนี้ไม่มีอันใดเกี่ยวข้อง ยามหน้าประเดี๋ยวก็มีแล้ว!” องค์ หญิงแห่งซยงหนูกล่าวโดยไม่อาย พูดจบ ก็มองไปยังสตรีที่อยู่ ข้างๆ อวี๋เซ่าชิง อวี๋เซ่าชิงรีบร้อนอธิบายให้นางฟัง นางต้องเป็น ภรรยาของอวี๋เซ่าชิงเป็นแน่ เดิมทีคิดว่าเป็นสตรีบ้านนอกที่ทั้งชรา และน่าเกลียด ทว่ายามได้เห็นใบหน้าของอีกฝ่าย องค์หญิงแห่งซ ยงหนูก็ถึงกับตกตะลึง
จะมีสตรีที่งดงามเช่นนี้ได้อย่างไร? งดงามราวกับเทพธิดาใน ภาพวาด!
บุตรสาวก็โตถึงเพียงนี้แล้ว นางก็ควรเป็นสตรีที่อายุเกินครึ่ง แล้วมิใช่หรือ?
อวี๋เซ่าชิงกันภรรยาของเขาไว้ด้านหลัง พลางเอ่ยกับองค์หญิง แห่งซยงหนู “องค์หญิง ขอเชิญท่านออกไปเดี๋ยวนี้ และอย่ามาร บกวนชีวิตของข้ากับครอบครัว คำพูดเมื่อครู่ ข้าจะถือว่าข้าไม่เคย ได้ยินมาก่อน”
คนสกุลอวี๋ต่างก็ตกใจ สตรีผู้นี้เป็นถึงองค์หญิงหรือ? องค์
หญิงในปัจจุบันล้วนมีกิริยาเสื่อมเสียเช่นนี้หมดแล้วรึ ทั้งที่เห็น สตรีแต่งงานมีสามีแล้ว ก็ยังเดินก้าวเท้าย่างรุกบุกเข้าถึงห้องนอน กลางวันแสกๆ…
องค์หญิงแห่งซยงหนูเอ่ยด้วยท่าทางหยิ่งสโย “หากเจ้าไม่เคย ได้ยินมาก่อน เช่นนั้นข้าก็จะเอ่ยอีกครา!”
วงจรความคิดขององค์หญิงผู้นี้ดูไม่เหมือนกับคนปกติเลย อวี๋ หวั่นมองไปที่นางพลางเอ่ย “ท่านพ่อของข้าไม่ชอบพอท่านและไม่ ต้องการแต่งงานกับท่าน ท่านไม่เข้าใจหรือ?”
คนสกุลอวี๋สูดหายใจด้วยความใจหาย อาหวั่น นางเป็นถึงองค์ หญิง เจ้าควรจะสุภาพกว่านี้สิ!
“ผู้ใดบอกว่าพ่อเจ้าไม่ชอบข้า” องค์หญิงแห่งซยงหนูโต้กลับ
“องค์หญิง ข้ามีภรรยาเพียงผู้เดียวในหัวใจ ข้าจะไม่แต่งงาน กับสตรีใดนอกจากภรรยาของข้า โปรดตัดใจเสียเถิด” กล่าวตาม ตรงอวี๋เซ่าชิงก็สับสนอยู่ไม่น้อย จะทราบได้อย่างไรว่าอีกฝ่ายชื่น ชอบตนจริงจังเช่นนี้? ชัดเจนว่าอายุอานามของเขา มากพอจะเป็น บิดาของนาง
บิดาขององค์หญิงแห่งซยงหนูอายุห้าสิบ ดังนั้นในใจของนาง อวี๋เซ่าชิงยังนับว่าเด็กมาก “ข้าไม่สน! วันนี้เจ้าต้องแต่งงานกับข้า! ข้าไม่ต้องการแต่งงานกับองค์ชายแห่งต้าโจวของพวกเจ้า!”
อวี๋หวั่นชะงัก “ท่านกำลังพยายามหนีการแต่งงาน หรือท่าน
ต้องการแต่งงานกับพ่อข้าจริงๆ กันแน่?”
“ต่างกันเยี่ยงไรเล่า?” องค์หญิงแห่งซยงหนูฮึดฮัด
อวี๋หวั่นเอ่ย “แตกต่างยิ่ง หากท่านต้องการหนีการแต่งงาน ข้าจะช่วยท่านหาทาง ทว่าหากท่านต้องการแต่งงานกับท่านพ่อข้า ข้าจะช่วยท่านพ่อข้าหาทาง”
องค์หญิงแห่งซยงหนูครุ่นคิดอย่างจริงจัง “เช่นนั้นเจ้าควร ช่วยบิดาเจ้าหาทาง”
อวี๋หวั่น “…”
องค์หญิงผู้นี้หากมิได้ชนกำแพงก็คงไม่ยอมหันหัวกลับกระมัง ไม่รู้ว่าสมองหมูของนางคิดได้อย่างไรว่าจะบังคับให้ครอบครัวของ เธอแต่งงานด้วย?
นางไม่รู้หรือว่าพ่อของเธอมีคดีใดติดตัว ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เช่นนี้ หากมีความสัมพันธ์กับซยงหนูแล้วโจวไหวกลับมา บางที อาจไม่สามารถกำจัดความคับข้องใจของเขาได้
เมื่อถึงยามนั้น การแอบอ้างผลงานทางทหารคงกลายเป็น เรื่องเล็ก หากเทียบกับการร่วมมือกับศัตรูเพื่อทรยศ
“องค์หญิง”
ขณะที่อวี๋หวั่นกำลังคิดวิเคราะห์ความสัมพันธ์อันน่ากลัว นาง เจียงที่อยู่ข้างๆ เริ่มเอ่ยปาก
องค์หญิงแห่งซยงหนูมองไปที่นางเจียงและเอ่ยถามด้วย
ความอิจฉา “มีอันใด?”
นางเจียงใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปาก ไอสองครั้งเยี่ยงคนป่วย “พวก เราในจงหยวนเจรจาด้วยเหตุผล หากท่านต้องการแต่งงานกับ สามีของข้า ได้เลยเพคะ ทว่าข้ามีบางอย่างจะเอ่ยกับท่านเพียง ลำพัง หากท่านฟังแล้ว ยังไม่เปลี่ยนความตั้งใจเดิม ข้าก็ยินดีจะรับ ท่านเข้ามา”
นางหมายถึงมีสามีร่วมกันงั้นหรือ? สายาตาขององค์หญิง แห่งซยงหนูกวาดไปมาบนร่างกายของนางเจียง หากมีสามีร่วมกับ สตรีนางนี้ ดูเหมือนว่าตนไม่ได้เสียประโยชน์
“อาซู!” อวี๋เซ่าชิงไม่เห็นด้วย องค์หญิงแห่งซยงหนูอารมณ์ ร้อนและรู้จักศิลปะการต่อสู้ หากอาซูทำให้นางโกรธ ผลที่ตามมา อาจเลวร้ายยิ่ง
“ท่านแม่!” อวี๋หวั่นก็ยังไม่เห็นด้วย
“น้องสะใภ้ เจ้าอย่าหลงกล ให้เจ้าสามแก้ปัญหาเถิด” ป้าใหญ่ ก็กลัวว่านางเจียงที่กำลังเจ็บป่วยจะถูกองค์หญิงผู้ใช้อำนาจและ โหดร้ายรังแก
นางเจียงเอ่ยเยี่ยงหญิงงามที่มีร่างกายอ่อนแอ “อย่ากังวล เลย ข้าจะคุยกับองค์หญิงเป็นอย่างดี”