หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม - บทที่ 74 แม่จะพาพวกเจ้ากลับบ้าน
เหยียนหรูอวี้เหลียวมองจวนสกุลเหยียนเป็นครั้งสุดท้าย แล้ว หอบห่อผ้าออกไป
ฮูหยินเหยียนรอบคอบ ไม่เพียงเตรียมเงินค่าเดินทางให้นาง ยังนำใบผ่านทาง[1]สำหรับระบุตัวตนใส่เอาไว้ในห่อผ้าอีกด้วย ทว่าใบผ่านทางนั้นไม่ใช่ของนาง หากแต่เป็นของบ่าวคนหนึ่ง สถานะของนางในตอนนี้ หากปลอมเป็นบ่าวจะง่ายต่อการเดิน ทางออกนอกเมืองมากกว่า
“เคยเห็นคนคนนี้หรือไม่?”
เหยียนหรูอวี้เพิ่งเดินออกมาจากตรงข้างจวนสกุลเหยียน ก็ เห็นองครักษ์จากจวนคุณชายเยี่ยนกำลังถือภาพเขียน ไต่ถาม ผู้คนบนท้องถนน
สตรีในภาพเขียนนี้มิใช่ใครอื่น หากแต่เป็นเหยียนหรูอวี้นั่นเอง
เหยียนหรูอวี้มิได้คาดคิดเลยว่าเยี่ยนจิ่วเฉาจะลงมือรวดเร็ว เพียงนี้ ตัวนางเองยังมิทันได้ตั้งสติ ไม่กี่วันก่อนนางยังเป็นคุณหนู จวนเหยียนโหวผู้สูงศักดิ์ เป็นสตรีเพียงผู้เดียวที่เยี่ยนจิ่วเฉาเคย แตะต้อง เป็นมารดาบังเกิดเกล้าของคุณชายน้อยทั้งสาม ทว่า ตอนนี้นางกลับกลายเป็นเพียงหนูตัวหนึ่งที่ต้องหนีหัวซุกหัวซุนอยู่ บนถนน
เหยียนหรูอวี้กำหมัดแน่น พลางสูดหายใจเข้าลึก
“ผู้นำตัวสตรีในรูปมาส่งได้ จะได้รางวัลสองร้อยตำลึง” องครักษ์ของจวนคุณชายประกาศก้อง
เหยียนหรูอวี้ไม่กล้าอยู่ตรงนั้นนาน นางกอดห่อผ้าแน่น ก้ม หน้าก้มตาเดินเข้าไปปะปนกับฝูงชน
ด้วยเหตุนี้ นางจำเป็นต้องออกจากเมืองหลวงโดยเร็วที่สุด จึง เลือกใช้ประตูเมืองทิศตะวันตกซึ่งมีผู้คนบางตาที่สุด แต่เมื่อเดิน ไปถึงประตูเมือง ก็พบว่าที่นั่นมีองครักษ์จากจวนคุณชายประจำ การอยู่เช่นกัน! ภาพของนางถูกแปะไว้เต็มไปหมด ทั้งบุรุษและ สตรีที่จะออกนอกเมืองล้วนต้องผ่านการตรวจทีละคน
เช่นนั้นนางก็ใช้ประตูเมืองทิศตะวันตกไม่ได้แล้ว
นางจึงไปยังประตูเมืองทิศเหนือ ที่นั่นก็มีคนของจวนคุณชาย ควบคุมอยู่เช่นกัน
ประตูเมืองทิศใต้และทิศตะวันออกไม่จำเป็นต้องไปดูก็ สามารถเดาได้ว่าไม่ได้แตกต่างจากที่นี่
เหยียนหรูอวี้ทั้งโมโหทั้งกระวนกระวายใจ โมโหที่บุรุษผู้นั้นไร้ เยื่อใย กระวนกระวายใจที่รอบเมืองมีการป้องกันหนาแน่นถึงเพียง นี้ เห็นทีการหนีออกจากเมืองหลวงครั้งนี้จะไม่ง่ายเสียแล้ว
เหยียนหรูอวี้ตัดสินใจกลับไปในเมือง
นางคิดว่าจะเช่าห้องในโรงเตี๊ยมพักสักคืน รอจนฟ้ามืดค่อย
คิดหาวิธี
สิ่งที่นางมิได้คาดคิดก็คือ ระหว่างทางไปยังโรงเตี๊ยม นางก็พบ กับคนคุ้นเคย ซึ่งก็คือไป๋ถัง คุณหนูแห่งหอหยกขาวนั่นเอง
ไป๋ถังล้มป่วยมานาน ในที่สุดนางก็ ‘อาการดีขึ้น’ ด้วยฝีมือของ ปรมาจารย์และหมอเทวดาหลายท่าน แม้ว่าจะไม่ ‘หายดี’ ในฉับ พลัน แต่นางก็ไม่อาจถูกขังอยู่ในห้องได้ทุกวี่ทุกวัน จึงถือโอกาสที่ บิดาออกไปเจรจาการค้าวัตถุดิบ แอบออกมาข้างนอก
ไป๋ถังพักรักษาตัวอยู่ในบ้านเป็นเวลานาน ไม่ได้ยินข่าวคราวใน เมืองหลวง ไม่รู้เรื่องของเหยียนหรูอวี้ ดังนั้นต่อให้เหยียนหรูอวี้ยืน อยู่ต่อหน้านาง นางก็คงไม่ได้นึกสงสัยแม้แต่น้อย แต่เหยียนหรูอวี้ กลับไม่คิดเช่นนั้น
ในความคิดของเหยียนหรูอวี้ ไป๋ถังสนิทสนมกับอวี๋หวั่น หาก ไป๋ถังพบนางเข้า ย่อมต้องเรียกทหารมาจับนางไปส่งจวนคุณชาย เยี่ยนเป็นแน่
เหยียนหรูอวี้จึงรีบหันหลัง มุ่งหน้าไปยังถนนอีกสายหนึ่ง
เพียงแต่ว่าระหว่างที่นางกำลังปลีกตัวหนีไป๋ถังนั้นเอง กลับ ชนเข้ากับสตรีสูงศักดิ์ผู้หนึ่ง
“โอ๊ย!”
สตรีผู้นั้นถูกไป๋ถังชนจนล้มหงายหลังก้นจํ้าเบ้าลงกับพื้น
“คุณหนู! ไม่เป็นไรใช่ไหมเจ้าคะ!” สาวใช้ซึ่งอยู่ด้านข้างรีบเข้า
มาพยุงนาง
ผู้ที่ถูกชนจนล้มลงไปก็คือคุณหนูหลี่ บุตรสาวของรอง เสนาบดีกรมทหาร ทั้งยังเคยเป็นเพื่อนสนิทของเหยียนหรูอวี้อีก ด้วย
วันนี้คุณหนูหลี่ไปหาเหยียนหรูอวี้ที่จวนสกุลเหยียน นางได้ยิน ข่าวคราวเกี่ยวกับเหยียนหรูอวี้ จึงหมายจะไปถามเหยียนหรูอวี้ว่า จริงหรือไม่ หากเป็นความจริง หลังจากวันนี้นางกับเหยียนหรูอวี้ก็ คงต้องขาดกัน หากเป็นความเท็จ นางก็จะช่วยเหยียนหรูอวี้คิดหา วิธี ทว่าเพิ่งออกจากจวน ก็ถูกสตรีชาวนามอซอคนหนึ่งชนเข้า อย่างจัง จนขนมที่นางเพิ่งซื้อมาในมือควํ่าลงบนพื้น
คราก่อนถูกสตรีชาวบ้านคนหนึ่งทำให้นางเสียหน้า นางมิได้ ด่าทอด้วยคำผรุสวาท วันนี้ถูกนางชั่วนี่ชนเข้าเต็มแรง คุณหนูหลี่ โมโหสุดขีด เดินไปเบื้องหน้าเหยียนหรูอวี้แล้วตบหน้านางหนึ่ง ฉาด!
“นางชั่ว! เดินไม่มองทางหรืออย่างไร? กล้าชนข้าหรือ! เจ้า อยากตายใช่หรือไม่!”
ในอดีต มีแต่ผู้คนมาห้อมล้อมคอยประจบประแจงนาง บ้างก็ ถูกนางตบเข้าฉาดหนึ่งกลางฝูงชน ความโกรธปรากฏในดวงตา ของเหยียนหรูอวี้
“ทำไม? ไม่พูด? เป็นใบ้รึ? ” คุณหนูหลี่มองไปยังสตรีชาวบ้าน ซึ่งยกมือขึ้นมาปิดหน้า “ข้าอยากจะเห็นหน้านักว่าใบหน้าเจ้าจะ
งามยั่วบุรุษเพียงใดกัน สตรีบ้านนอกอย่างพวกเจ้า ก็ทำได้แต่ยั่ว บุรุษไปวันๆ เท่านั้นแหละ!”
คุณหนูหลี่เดินเข้าไปคว้าใบหน้าของเหยียนหรูอวี้ เหยียนหรูอ วี้ผงะถอยไปโดยสัญชาตญาณ
“ยังกล้าหลบอีกรึ?” คุณหนูหลี่จับแขนของนางเอาไว้
เหยียนหรูอวี้กำมือแน่น จากนั้นก็คุกเข่าลงทันที นางหลุบตา ลงแล้วกล่าวว่า “ข้าน้อยชนคุณหนู ข้าน้อยผิดไปแล้ว ข้าน้อย ขออภัยคุณหนู คุณหนูใจกว้าง ได้โปรดให้อภัยข้าน้อยด้วยเจ้าค่ะ”
คุณหนูหลี่แค่นเสียงขึ้นจมูก ชักมือกลับไป “ก็แค่นั้น! ในเมื่อ เจ้ารู้จักยอมรับผิด ข้าก็จะไม่เอาความ เจ้าคุกเข่าไปครึ่งชั่วยาม สำนึกผิดด้วยความจริงใจ อย่าได้ตุกติก ข้าจะให้คนคอยจับตาดู เจ้า!”
เหยียนหรูอวี้ตัวเกร็งด้วยความอดสู
นางเป็นคุณหนูจวนเหยียนโหวผู้สูงส่ง บัดนี้กลับต้องมา คุกเข่าสำนึกความผิดต่อหน้าผู้คน
นางเหลือบมององครักษ์ของคุณหนูหลี่ ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
คุณหนูหลี่พูดอย่างไรทำอย่างนั้น นางให้องครักษ์สองคนอยู่ เฝ้า
“องครักษ์อิ่ง จะให้จับนางหรือไม่?”
ในตรอกที่ห่างออกไปไม่ไกล องครักษ์ของจวนคุณชายเยี่ยน
คนหนึ่งชี้ไปยังด้านหลังของเหยียนหรูอวี้
พวกเขาตามแกะรอยเหยียนหรูอวี้จนพบตั้งแต่แรกแล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้จับนางก็เท่านั้น
อิ่งสือซันซึ่งนั่งอยู่บนรถม้าส่ายหน้า “ไม่ต้อง ให้นางคุกเข่าไป คนที่ให้เจ้าหา เจ้าหาเจอหรือยัง?”
“เจอแล้วขอรับ” เขาตอบ
“อยู่ที่ใดเล่า?” อิ่งสือซันเอ่ยถาม
องครักษ์ลากหัวขโมยออกมา แล้วพูดกับอิ่งสือซันว่า “พวก เขาอยู่บนถนนเส้นนี้ มีลูกน้องสิบกว่าคน เชี่ยวชาญการกรรโชก ทรัพย์ นี่คือนายท่านสือซัน รีบคำนับนายท่านสือซันเร็ว!”
สองประโยคสุดท้าย เขาบอกกับหัวขโมย
หัวขโมยกลุ่มนี้นับว่าค่อนข้างมีหน้ามีตาในพื้นที่ มิใช่มีผู้คน สนับสนุนมาก แต่พวกเขาสามารถรับมือกับเจ้าหน้าที่ทางการได้ อย่างไร้ปัญหา ทว่าไหนเลยจะรู้ว่าจะถูกองครักษ์ของจวนคุณชาย เยี่ยนจัดการเสียก่อน
เขารีบโขกศีรษะคำนับอิ่งสือซัน “ข้าน้อยเคยพบนายท่านสือ ซัน! นายท่านสือซันใจกว้าง ได้โปรดปล่อยข้าน้อยไปเถิด! ข้าน้อย จะไม่ลักขโมยอีกแล้ว!”
“จะเป็นไปได้อย่างไร?” อิ่งสือซันเอ่ยขึ้น
หัวขโมยตกใจ
อิ่งสือซันพูดต่ออย่างไม่รีบร้อน “ข้ามีข้อเสนอให้เจ้า หากทำได้ ดี วันนี้ข้าก็จะถือว่าไม่เคยเจอพวกเจ้า”
หัวขโมยมีสีหน้ากระวนกระวาย
องครักษ์ยกเท้าขึ้นถีบเขาครั้งหนึ่ง “ได้ยินหรือไม่?”
“ดะ…ได้…ได้…ได้ยินแล้วขอรับ! ” หัวขโมยพยักหน้างกๆ “ขอเพียงนายท่านสือซันสั่ง! เผาเรือนฆ่าคนข้าน้อยก็ทำได้!”
อิ่งสือซันหัวเราะอย่างเย็นชา “ไม่จำเป็นต้องเผาเรือนฆ่าคน ปกติแล้วพวกเจ้า ‘จัดการ’ อย่างไร ประเดี๋ยวก็ทำเช่นนั้นแหละ”
หัวขโมยตะลึงงัน “เอ่อ…ขอรับ! ขอรับ! ข้าน้อยเข้าใจแล้ว! จะ ทำให้สุดฝีมือขอรับ!”
หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วยาม องครักษ์ของสกุลหลี่ก็กลับไป ใน ที่สุดเหยียนหรูอวี้ก็เป็นอิสระ
เหยียนหรูอวี้ได้รับการเลี้ยงดูมาเป็นอย่างดี แต่ไหนแต่ไรมาไม่ เคยตกระกำลำบาก เมื่อลุกขึ้นยืน ขาทั้งสองข้างก็บวม หัวเข่าปวด ร้าวประหนึ่งจะหลุดออกจากขา
แต่กระนั้นนางก็ไม่อาจรั้งรออยู่ที่นี่ต่อไป คนของคุณชาย เยี่ยนจะมาพบเข้าเมื่อไรก็ได้ นางจึงรีบเข้าไปในโรงเตี๊ยมอย่างเร็ว ที่สุด โชคดีที่โรงเตี๊ยมไม่ไกลออกไป อย่างไรพักที่นี่ก็คงอยู่รอด ปลอดภัยไปอีกคืน
เมื่อคิดเช่นนี้ นางก็อดทนต่อความเจ็บปวดที่ขา มือดัน
กำแพงพยุงตัวเองขึ้นมา
นางเดินไปยังโรงเตี๊ยมทีละก้าวๆ แต่เมื่อเดินผ่านตรอกเล็ก สายหนึ่ง ก็ถูกมือสกปรกฉุดเข้าไปด้านใน เหยียนหรูอวี้หน้าถอดสี ทันที “อ๊าาาา”
มือสกปรกนั้นปิดปากของเหยียนหรูอวี้ เจ้าของมือข้างนั้นพูด ข่มขู่ว่า “หุบปาก! ไม่เช่นนั้นข้าจะฆ่าเจ้าเสีย!”
เหยียนหรูอวี้มองอีกฝ่ายด้วยความหวาดกลัว อีกฝ่ายเป็นโจร หนวดเฟิ้ม มือหนึ่งปิดปากของเหยียนหรูอวี้เอาไว้ อีกมือหนึ่งจ่อ ดาบไว้ที่คอของนาง ด้านหลังของเขามีลูกน้องท่าทางน่ากลัวอีก เจ็ดแปดคน
พวกโจรเหล่านี้ล้วนบ้าระหํ่า เหยียนหรูอวี้ไม่กล้าส่งเสียงร้อง
หัวขโมยปล่อยมือจากเหยียนหรูอวี้ แล้วใช้ดาบกดนางเอาไว้ จากนั้นก็ส่งสายตาให้ลูกน้อง พวกเขาจึงเข้าไปแย่งห่อผ้าของเหยี ยนหรูอวี้มา
เหยียนหรูอวี้พลันสีหน้าเปลี่ยนทันที “ข้าให้เงินพวกเจ้า! ให้ พวกเจ้าหมดเลย!”
นางพูดพลางหยิบเงินหยวนเป่าและเหรียญในห่อผ้าออกมา เป็นเงินนับพันตำลึง เหล่าโจรตาเป็นประกาย เงินมากเหลือเกิน มารดามันเถอะ! จะรวยแล้ว!
“พี่ใหญ่ มีเครื่องประดับอีก!” ลูกน้องคนหนึ่งเอ่ยขึ้น
เหยียนหรูอวี้นัยน์ตาประตุก นางให้ไปมากเพียงนี้ คนพวกนี้ ยังไม่รู้จักพอ ยังอยากได้เครื่องประดับอีกรึ?
“มีเรื่องประดับหรือไม่? ส่งมาให้หมด!” หัวขโมยยื่นปลายดาบ ไปจ่อคอของนาง
เหยียนหรูอวี้สู้คนเหล่านี้ไม่ไหว จึงทำได้เพียงหยิบกล่องเครื่อง ประดับออกมา
หัวขโมยเปิดกล่องออกมา ของดี ทั้งหมดล้วนทำจากทอง!
“ยังมีอีกหรือไม่?!” หัวขโมยตวาด
เหยียนหรูอวี้อยากรํ่าไห้แต่ก็ไม่มีนํ้าตา “ไม่มี…ให้พวกเจ้าไป หมดแล้ว…”
“นี่คืออะไร?” หัวขโมยใช้ปลายดาบเคาะถุงผ้า เขาได้ยินเสียง ใสเมื่อปลายดาบกระทบกับของชิ้นนั้น หรือว่าจะเป็นเครื่องหยก ลํ้าค่า?
ไม่แปลกที่หัวขโมยจะสงสัยว่าแท้จริงแล้วสตรีผู้นี้มีพื้นเพไม่ ธรรมดา ใส่เสื้อผ้ามอซอดูไม่ได้ ประหนึ่งสตรีชาวนา แต่กลับหยิบ เงินออกมาถึงสองพันตำลึง เครื่องทองอีกหนึ่งกล่อง ใครจะไปรู้ว่า นางยังซ่อนของมีค่าอันใดไว้อีกหรือไม่?
หัวขโมยยื่นมือเข้าไปหยิบห่อผ้าเล็กๆ ออกมา เหยียนหรูอวี้ก็ แย่งมันมากอดเอาไว้แน่น
“เอ๋?” หัวขโมยมองนางด้วยสายตาประหลาด ก่อนหน้าส่งเงิน
และเครื่องประดับให้ไม่ยักลังเล บัดนี้กลับหวงแหนถึงเพียงนี้ หรือ ว่าจะเป็นของที่มีค่ามากกว่าเงิน?
ต้องใช่แน่ๆ!
หัวขโมยชักมีดขึ้นมากดเธอเอาไว้อีกครั้ง “ส่งของมา! ไม่เช่น นั้นข้าจะแทงเจ้าให้ตาย!”
เหยียนหรูอวี้ขอบตาแดงกํ่า “เงินและเครื่องประดับก็ให้พวก เจ้าไปแล้ว…ข้าขอร้อง..อย่ายุ่งกับ…มัน…ไม่มีค่าอะไร…พวกเจ้า เอาไปก็ไม่มีประโยชน์…”
“ไม่มีค่าแล้วไยต้องปกป้องถึงเพียงนั้น! ใครจะไปเชื่อ!” หัว ขโมยยื่นมือเข้าไปแย่งมา
เหยียนหรูอวี้ไม่ยอมให้ นางค้อมตัว กอดห่อผ้าใบเล็กเอาไว้ แน่น
หัวขโมยยืนขึ้น แล้วถีบนางเข้าหนึ่งที
เมื่อเหยียนหรูอวี้ถูกถีบก็ล้มคะมำไปข้างหน้า แต่กระนั้น นางก็ ไม่ยอมปล่อยของในอ้อมกอด นางใช้ข้อมือยันพื้นเอาไว้ ทำให้ ผิวหนังที่ข้อมือหลุดออก เลือดสดสีแดงฉานไหลออกมา
หัวขโมยเห็นว่านางปกป้องมันถึงเพียงนั้น ก็ยิ่งเชื่อว่าในห่อผ้า ต้องมีของดีอย่างแน่นอน
“พวกเจ้าจับนางเอาไว้!” หัวขโมยออกคำสั่ง ลูกน้องก็กรูกัน เข้ามากดแขนและขาของเหยียนหรูอวี้
เหยียนหรูอวี้พุ่งเข้าไปกัดแขนที่ยื่นเข้ามาหมายจะจับนาง อย่างแรง!
“นางตัวเหม็น!” ลูกน้องซึ่งถูกกัดตบหน้านางหนึ่งฉาด
เหยียนหรูอวี้ถูกตบจนรู้สึกว่าหน้าชาไปซีกหนึ่ง ห่อผ้าที่นาง กอดเอาไว้ สุดท้ายก็ถูกชิงไปจนได้
“พี่ใหญ่ เอ้า!” ลูกน้องส่งห่อผ้านั้นให้หัวขโมย
เหยียนหรูอวี้พุ่งเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง แต่กลับถูกเหล่าลูกน้อง ของหัวขโมยจับเอาไว้ นางกรีดร้องโหยหวนออกมา “คืนให้ข้า! คืน ให้ข้าาาา”
“ช่วยด้วยยย ช่วยด้วยยยย”
“ใครก็ได้!”
ในตอนนี้นางมิได้สนอีกต่อไปว่าจะถูกคนจากจวนคุณชาย เยี่ยนจับตัวหรืออย่างไร นางไม่อาจให้ผู้ใดมาแตะต้องของสิ่งนั้น นั่นคือลูกของนาง ลูกของนาง!
น่าเสียดายที่นางร้องจนเสียงแหบพร่า แต่กลับไม่มีผู้ใดมา ช่วย
หัวขโมยเปิดห่อผ้าออก “เอ๋? มีโถอยู่สองใบ?”
“เจ้าอย่าแตะของของข้านะ! เอามือสกปรกของเจ้าออกไป!” เหยียนหรูอวี้ร้อง
หัวขโมยแสยะยิ้ม “ข้าแตะแล้วอย่างไร?”
“เจ้ากล้ารึ?” เหยียนหรูอวี้ตวาด
หัวขโมยแค่นหัวเราะ หยิบโถนั้นออกมา เขาขมวดคิ้ว “อะไร หรือ? ขี้เถ้าหรือ?”
เหยียนหรูอวี้ตื่นตระหนก นางไม่กล้าข่มขู่เขาอีกแล้ว นางตัว สั่นงก “เป็นเถ้ากระดูก…ไม่ใช่เงิน…ไม่มีค่า…เจ้าอย่าแตะต้อง มัน…”
“เถ้ากระดูกของผู้ใดน้อยถึงเพียงนี้? เจ้าคิดว่าข้าโง่หรือ?” หัว ขโมยขมวดคิ้ว
เหยียนหรูอวี้นํ้าตาไหลพราก “เป็น…เป็นเถ้ากระดูกของลูก ข้า…พวกเขา…พวกเขายังเล็กอยู่…ข้าให้เงินพวกเจ้า…เครื่อง ประดับให้พวกเจ้า…พวกเจ้าคืนเถ้ากระดูกข้ามาเถิด…คืนลูกมา ให้ข้า…”
เมื่อได้ยินว่าเถ้ากระดูก หัวขโมยก็ตื่นตะลึงเล็กน้อย ขณะที่เขา จะส่งโถคืนให้นาง ทันใดนั้นเองก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ เขาก็ดึงมีด ออกมาคนในเถ้ากระดูก
เหยียนหรูอวี้สีหน้าเปลี่ยนทันที
เคร้ง!
มีดของหัวขโมยชนเข้ากับบางสิ่ง เขาแค่นเสียงขึ้นจมูก แล้ว ควํ่าโถลง เถ้ากระดูกร่วงกราวลงบนพื้น
ในขณะเดียวกันก็มีกุญแจทองร่วงลงมาด้วย
“ที่แท้ก็เป็นของดี!” หัวขโมยตาเป็นประกาย เหยียบเถ้า กระดูก แล้วหยิบกุญแจอายุยืน[2]ขึ้นมาไว้ในมือ “รู้อยู่แล้วว่าเจ้า เล่นไม่ซื่อ!”
“คืนให้ข้า…คืนของนั่นมาให้ข้า!” เหยียนหรูอวี้ยื่นมือออกไป แย่ง
หัวขโมยเตะนางจนล้มลงไปบนพื้น หลังจากนั้นก็คว้าโถ กระดูกใบที่สอง ครั้งนี้เขาไม่ยอมเปลืองแรงจับมันเท แต่กลับทิ้ง มันลงบนพื้นทั้งอย่างนั้น
เหยียนหรูอวี้ทรุดลงกับพื้นแทบขาดใจ!
เหยียนหรูอวี้พุ่งเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง คุกเข่าลงบนพื้น กอบเถ้า กระดูกขึ้นมา แล้วใช้กระโปรงของตนรองเอาไว้
“ไม่เจ็บ…ไม่เจ็บ…อย่ากลัวไป…แม่จะพาพวกเจ้ากลับ บ้าน…”
“แม่จะพาพวกเจ้ากลับบ้าน…”
นํ้าตาของนางหลั่งริน
แต่นางไม่ได้ร้องไห้
นางจะร้องไห้ไม่ได้
บนพื้นช่างหนาวเหน็บ
ลูกของนางจะหนาว
นางจะพาพวกเขากลับบ้าน…
ซ่า!
ไม่รู้ว่าหัวขโมยไปหาถังนํ้าทิ้งมาจากที่ใด เขาสาดมันลงไปบน ลูกของนางอย่างไม่ไยดี
…………………………………..
[1] ใบผ่านทาง หมายถึงเอกสารราชการที่ออกโดยข้าราชการในพื้นที่
ใช้ในการเดินทางไปต่างถิ่น
[2] กุญแจอายุยืน เป็นเครื่องรางชนิดหนึ่ง รูปร่างคล้ายแม่กุญแจ ใช้
สำหรับคล้องให้เด็กทารกเพื่ออวยพรให้มีชีวิตยืนยาว