หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม - บทที่ 81 ลงเรือลำเดียวกัน
อวี๋หวั่นไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าในชีวิตจะต้องมาขอโทษขอ โพยคนอื่นเช่นนี้ เพราะลูกชายวัยสองขวบของเธอไปทำร้ายโก่ววา ซึ่งอายุเก้าขวบ
“ท่านป้าจง ข้าขอโทษ เป็นความผิดข้าเอง…”
“ได้…ต่อไปจะไม่มีอีกแล้ว…”
“ข้าจะสอนพวกเขาให้ดี”
หลังจากที่ออกมาจากบ้านป้าจง อวี๋หวั่นรู้สึกยํ่าแย่เหลือเกิน เถี่ยตั้นนะเถี่ยตั้น เธอให้เขาพาลูกๆ ของเธอไปข้างนอก ยังเกิด เรื่องขึ้นได้? ทั้งยังทะเลาะกับคนอื่นอีกเนี่ยนะ? จริงๆ เลย!
ต้นสายปลายเหตุของเรื่องนี้อวี๋หวั่นรู้หมดแล้ว เป็นเถี่ยตั้น น้อยที่ไปยั่วยุก่อน เรื่องมีอยู่ว่าโก่ววาเจอคางคกตัวหนึ่ง จากนั้น เขาก็เที่ยวบอกเด็กคนอื่นๆ ว่าเป็นกบ เถี่ยตั้นน้อยหัวเราะเยาะว่า เขาโง่งม แยกระหว่างคางคกและกบไม่ออก โก่ววาจึงข่มขู่เถี่ยตั้น น้อย เถี่ยตั้นน้อยมิได้เกรงกลัวต่อปากต่อคำกับเขา สุดท้ายก็ถูกโก่ ววาเล่นงานจนได้
แน่นอนว่าหมัดของโก่ววาออกจะหนักอยู่บ้าง เรื่องนี้ไม่แปลก แต่หมัดของลูกชายเธอก็ไม่เบาเช่นกัน!
ต่อยเสียนักเลงหัวไม้น่วมไปทั้งตัว
….จนเขากลายตัวตลกของหมู่บ้าน
อวี๋หวั่นตรงกลับบ้านโดยไม่พูดไม่จา
เด็กน้อยทั้งสามเดินทำคอตกตามเธอไป
เถี่ยตั้นน้อยหัวหมอ รีบหนีไปหาอวี๋เซ่าชิงบนเขาตั้งแต่ก่อน หน้านี้แล้ว
“พวกเจ้ารู้ความผิดของตัวเองไหม?” ใกล้ถึงบ้าน อวี๋หวั่นก็ หยุด แล้วหันไปมองเด็กทั้งสามด้วยสีหน้าดุดัน
เด็กทั้งสามได้แต่ก้มหน้า
เด็กที่ต่อสู้กับคนอื่นไม่ใช่เด็กดี
“ข้าไม่ได้ห้ามไม่ให้พวกเจ้าสู้กับคนอื่น…” อวี๋หวั่นพยายาม เรียบเรียงคำพูด “แต่ต้องดูสถานการณ์ พวกเจ้าไม่ควรรังแกผู้อื่น ก่อน และไม่ควรช่วยท่านน้ารังแกผู้อื่น ทั้งที่รู้ว่าเขาเป็นคนผิด”
ทั้งสามมองอวี๋หวั่นด้วนสีหน้างุนงง
อวี๋หวั่น “…”
เอาเถอะ พวกเขาไม่เข้าใจ
อวี๋หวั่นเองก็ไม่เข้าใจ เด็กตัวเล็กๆ ไร้เรี่ยวแรง จะไปรังแกโก่ว วาที่อายุเก้าขวบได้อย่างไรกัน?
แถมยังเป็นนักเลงหัวไม้ของหมู่บ้านอีก เสียชื่อจริงๆ
ขณะที่เด็กน้อยทั้งสามเล่นงานนักเลงหัวไม้ของหมู่บ้านจนยับ
เยิน อีกด้านหนึ่ง ท่านพ่อของเด็กน้อยทั้งสามก็เล่นงานสวี่ส้าวจน ยับเยินเช่นกัน
สวี่ส้าวและเหยียนหรูอวี้ร่วมมือกันลอบทำร้ายบุตรชายของ เยี่ยนจิ่วเฉา นั่นเป็นความผิดหนึ่งสถาน หากแพร่งพรายออกไป สวี่ส้าวก็คงต้องไปกินข้าวในคุกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สวี่ส้าวเองก็ เตรียมตัวเตรียมใจรับโทษประหารไว้แล้ว ไหนเลยจะรู้ว่าเยี่ยนจิ่ว เฉากลับปกปิดเรื่องราวเหล่านี้ มิให้แพร่งพรายออกไป ที่เขาทำ เช่นนี้ไม่ใช่เพื่อให้สวี่ส้าวใช้ชีวิตอย่างมีความสุข แต่เขากำลังค่อยๆ เฉือนเนื้อของสวี่ส้าวออกมาทีละชิ้น เริ่มจากบุตรชายคนโตของ อนุภรรยาเมาสุราและตกจากหลังม้าระหว่างทางกลับบ้าน จากนั้น ก็บุตรชายคนรองมีเรื่องวิวาทกลางถนนจนถูกจับเข้าคุก ตามมา ติดๆ ด้วยลุงของสวี่ส้าวซึ่งติดหนี้พนันและถูกตัดมือบนโต๊ะ พนัน…เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ดูเผินๆ คล้ายกับเกิดขึ้นเอง ทว่าทุก เหตุการณ์ที่กล่าวมาล้วนเกิดขึ้นในวันเดียวกัน ทำให้อดสงสัยไม่ได้ ว่ามีคนจงใจเล่นงานสวี่ส้าวลับหลัง
สวี่ส้าวจนปัญญาที่จะจัดการเรื่องนี้ สวี่เสียนเฟยก็เช่นกัน
หากเยี่ยนจิ่วเฉาเปิดเผยเรื่องนี้ออกไป สวี่เสียนเฟยก็ยัง สามารถขอพระราชทานอภัยโทษให้พี่ชายได้ แต่ในเมื่อเยี่ยนจิ่ว เฉามิได้พูดออกไป นางย่อมไม่กล้านำเรื่องที่สวี่ส้าวลอบทำร้าย เยี่ยนจิ่วเฉาไปกราบทูลฮ่องเต้
ลึกๆ ในใจของนางรู้สึกโชคดี เยี่ยนจิ่วเฉาต้องมีเรื่องให้กังวล
อย่างแน่นอนจึงไม่ได้พูดออกไป เช่นนั้นหากนางพูดไป จะไม่ เท่ากับนางกินปูนร้อนท้องไปเองหรือ?
สวี่ส้าวกลับล่วงรู้ถึงแผนการของเยี่ยนจิ่วเฉา เยี่ยนจิ่วเฉาไม่ ปล่อยให้เขามีความสุข แต่คอยจ่อปลายมีดไว้เหนือศีรษะเขา ทำให้ เขาอกสั่นขวัญแขวนอยู่ตลอดเวลา เยี่ยนจิ่วเฉากำลังทรมานเขา อยู่! ก็เหมือนกับแมวที่จ้องจะกินหนู มันค่อยๆ ไล่หนูไปเรื่อยๆ จน หนูอ่อนแรง จากนั้นจึงค่อยจับกินเข้าไปในคราเดียว!
“นายท่าน หอเทียนเซียงเกิดเรื่องแล้วขอรับ!” พ่อบ้านเข้ามา รายงานด้วยท่าทางตื่นตระหนก
“สาขาไหน? เกิดเรื่องอันใดขึ้น?” สวี่ส้าวใบหน้าซีดเผือด
พ่อบ้านตอบว่า “สาขาใหม่ขอรับ ป้ายหน้าร้านตกลงมาใส่คน ได้อย่างไรก็ไม่รู้ ผู้ที่ถูกป้ายตกลงมาใส่คือคุณชายจากสกุลของเจิ้ง เก๋อเหล่า ครั้งนี้เจิ้งเก๋อเหล่าโมโหมาก ต้องการให้หอเทียนเซียง ของเราไปอธิบายขอรับ”
ป้ายหน้าร้านนี้ตกลงมาได้อย่างไร ไม่ต้องบอกสวี่ส้าวก็เดาได้ แต่สวี่ส้าวก็จับเยี่ยนจิ่วเฉาไม่ได้คาหนังคาเขา จึงทำได้เพียงมอ งดูเยี่ยนจิ่วเฉาลงมือในอาณาเขตของตนอย่างไม่เกรงกลัว
“นายท่าน…” พ่อบ้านกระวนกระวนใจเหลือเกิน
สวี่ส้าวตอบด้วยความเหนื่อยล้า “ข้ารู้แล้ว เจ้าออกไปก่อน เดี๋ยวข้าจะไปดูทีหลัง”
พ่อบ้านออกไป
ลูกน้องคนสนิทก้าวออกมาจากหลังฉากกั้น “นายท่าน”
สวี่ส้าวโมโหจนกำหมัดแน่น “เยี่ยนจิ่วเฉาชักจะกลั่นแกล้งกัน มากเกินไปแล้ว! เขาคิดว่าข้าอับจนหนทางแล้วหรืออย่างไร? ต่อให้ คุณชายปิดประตูไม่พบหน้าผู้ใด ข้าติดต่อเขาไม่ได้ แต่ข้าก็มีคน ของตนเอง! ข้าจะไปติดต่อเยว่กวน!”
ลูกน้องคนสนิทชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็เอ่ยขึ้นว่า “นายท่าน ขออภัยที่ข้าต้องกล่าวตามตรง หากท่านจะลงมือจำต้องรอบคอบ”
“ทำไม? เจ้ากลัวว่ากองทัพจะถูกกำจัดเสียสิ้นซากเหมือนครั้ง ที่แล้วรึ?” สวี่ส้าวถาม “ครั้งที่แล้วข้าได้ใจเกินไปหน่อย ข้าประเมิน พวกองครักษ์สองคนนั้นตํ่าไป แต่หน่วยกล้าตายที่ข้าส่งไปนั้น เพียงเป็นกลุ่มที่ไร้ฝีมือที่สุด หน่วยกล้าตายหน้ากากเงินยังมิทันได้ ออกโรงเลยนี่ อีกอย่าง ข้าไม่ได้จะไปฆ่าเยี่ยนจิ่วเฉาสักหน่อย”
คนสนิทกล่าวว่า “นายท่านจะไปลงมือกับแม่นางอวี๋หรือ? เช่น นั้นนายท่านก็ยิ่งต้องระวังให้มาก”
สวี่ส้าวขมวดคิ้ว “อย่างไร?”
คนสนิทอธิบาย “ข้าไปสืบความจากหมู่บ้านเหลียนฮวามา พบ เรื่องน่าสนใจเรื่องหนึ่ง บ้านซึ่งเดิมทีเป็นของสกุลจ้าว มีคนนอก พื้นที่ย้ายเข้ามาอยู่ คนในหมู่บ้านอาจมองไม่ออก แต่ข้าน้อยมั่นใจ ว่าพวกเขาไม่ธรรมดา วิชายุทธ์ของพวกเขาอาจมิได้ด้อยไปกว่า
หน่วยกล้าตายหน้ากากเงินด้วยซํ้าไป”
“มีเรื่องพรรค์นี้ด้วยรึ” สวี่ส้าวตะลึง เขามองไปยังลูกน้องคน สนิท “เจ้าสงสัยว่า…พวกเขาเป็นคนที่เยี่ยนจิ่วเฉาส่งมาปกป้อง เด็กนั่นหรือ?”
“มิผิด” ลูกน้องคนสนิทพยักหน้า
หากเก่งกาจถึงเพียงนั้น โอกาสชนะของเขาก็คงไม่มาก แต่ ว่า…
สวี่ส้าวนึกบางอย่างออก ก็หัวเราะขึ้นเบาๆ “นั่นไม่ใช่คนของ เยี่ยนจิ่วเฉา”
“นายท่านรู้ได้อย่างไรขอรับ?” เขาเอ่ยถามสวี่ส้าวด้วยความ สงสัย
สวี่ส้าวยิ้ม “เมื่อครู่เจ้าบอกว่าพวกเขาอยู่บ้านของใครเล่า?”
“สกุลจ้าวขอรับ สกุลจ้าวย้ายออกไปแล้ว บ้านหลังนั้นจึงว่าง ลง” ลูกน้องตอบ
สวี่ส้าวตอบอย่างมั่นใจ “เจ้าอย่าลืมสิว่า จ้าวเหิงเคยเป็นว่าที่ สามีของเด็กนั่น เจ้าคิดว่าเยี่ยนจิ่วเฉาจะใจกว้างถึงกับให้คนของ ตนเข้าไปอยู่ในบ้านของจ้าวเหิงหรือ?”
ต่อให้ย้ายออกไปแล้ว แต่เยี่ยนจิ่วเฉาก็มิใช่คนที่ยอมใครง่ายๆ เช่นนั้น ให้ไปอยู่บ้านของสกุลจ้าว? เขาจะทำได้หรือ?
“เช่นนั้นพวกเขาเป็นใครเล่าขอรับ? ทำไมมาอยู่ในหมู่บ้านเหลี
ยนฮวา?” ลูกน้องคนสนิทไม่เข้าใจ
สวี่ส้าวครุ่นคิด “เรื่องนี้ข้าไม่รู้ แต่ข้ามั่นใจว่าพวกเขาไม่ใช่ศัตรู ของพวกเรา”
ไม่แน่ว่าพวกเขาอาจเดินบนเส้นทางเดียวกันก็เป็นได้
ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าสวี่ส้าวเดาได้แม่นยำ คนเหล่านั่นมิได้ตั้งใจ โจมตีเยี่ยนจิ่วเฉา พวกเขามาเพราะพวกอวี๋หวั่น เมื่อพวกเขาทำ สำเร็จ เยี่ยนจิ่วเฉาก็จะตกที่นั่งลำบาก เมื่อมองจากมุมนี้แล้ว พวก เขาและสวี่ส้าวก็เหมือนกับลงเรือลำเดียวกัน
“นายท่านกล่าวเช่นนี้ข้าก็วางใจ ข้าจะไปวางแผนจับนางหนู นั่น นายท่านจะให้จับเป็นหรือไม่ขอรับ?”
“จับเป็นได้ย่อมดี” เมื่อจับเป็นได้ ก็จะใช้ข่มขู่เยี่ยนจิ่วเฉาได้
“แต่จับตายก็ไม่เป็นไร” สวี่ส้าวพูดต่อ
เขาแตกหักกับเยี่ยนจิ่วเฉาไปแล้ว หากจับเป็นไม่ได้ ก็จำต้อง สังหารเด็กนั่นเสีย เยี่ยนจิ่วเฉาเป็นห่วงเป็นใยนางถึงเพียงนั้น หาก นางตายไป เขาก็คงตีอกชกหัว โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ แล้วก็ดื่มยา พิษตายตามไปเอง
……………..
ณ บ้านสกุลจ้าว
อาเว่ยตื่นขึ้น
หลังจากที่อาเว่ยถูกราชันร้อยสัตว์พิษกัดจนได้รับบาดเจ็บ ผู้ เฒ่าก็ใช้แรงกายไปมหาศาลกว่าจะดึงหนอนพิษกู่ออกมาได้ ทว่า พิษของมันนั้นมิได้กำจัดง่ายถึงเพียงนั้น หลายวันที่ผ่านมาอาเว่ย ใช้เวลาไปกับการพักฟื้นรักษาตัว วันนี้จึงจะหายสนิท
อาเว่ยรู้สึกอับอายเหลือเกิน
ในฐานะที่เป็นวายร้ายที่แข็งแกร่งที่สุดในเผ่า เขากลับจัดการ สตรีเพียงคนเดียวไม่ได้ ทั้งยังทำลายราชันร้อยสัตว์พิษที่ฝึกฝนมา ด้วยความลำบากยากเข็ญ
“อาม่า ให้โอกาสข้าอีกรอบได้หรือไม่ ข้าจะไม่พลาดแล้ว!” อา เว่ยพูดด้วยสีหน้ามุ่งมั่น
ผู้เฒ่าส่ายหน้า “ไม่จำเป็นแล้ว พวกเราสืบมาจนกระจ่างแล้ว นางไม่ใช่คนที่พวกเราตามหา นางเป็นลูกสาวของคนผู้นั้น พักนี้มี คนแปลกหน้าเข้ามาในหมู่บ้านไม่น้อย น่าจะมาสืบหาข้อมูลบาง อย่าง ไม่รู้ว่าตำแหน่งของพวกเราถูกเปิดเผยไปหรือยัง ช่วงนี้อย่า เพิ่งวู่วามลงมือ รอให้เรื่องซาไปก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
อาเว่ย “แต่ว่า…”
“ไม่มีแต่ว่า นั่นเป็นคำสั่งของเผ่า” เขาตอบอย่างไม่ยี่หระ
อาเว่ยกลํ้ากลืนคำพูดลงคอไป
ผู้เฒ่าพาบุรุษอีกสองคนออกไป
อาเว่ยยังอยู่ในห้อง หวนคิดถึงหนอนพิษกู่ของตนที่ตายไป
เขายังไม่อาจยอมรับเรื่องนี้ได้
แม้ว่าอาม่าจะบอกว่านางไม่ใช่คนที่พวกเขาต้องจับ ความ หมายโดยนัยก็คือถึงแม้จะพลาดก็ไม่เป็นไร ทว่าอาเว่ยไม่เคย พลาดมาก่อน สตรีผู้นั้นทำให้อาเว่ยพลาด อาเว่ยจะต้องสังหาร นาง!
ด้วยความสามารถของเขาแล้ว เขาสามารถลงมือได้อย่าง แยบยล จะไม่มีผู้ใดรู้ตัวตนของเขา
หลังจากย่างเข้ายามราตรี อาเว่ยอาศัยจังหวะที่ไปเข้าห้องนํ้า ย่องออกจากประตูหลัง
ฆ่าคนง่ายกว่าจับเป็นเสียอีก อย่างที่ว่ากันว่าเดินเข้าไปใบมีด สะอาดสะอ้าน เดินออกมาใบมีดแดงฉาน เขาลงมืออย่างแม่นยำ ชีวิตน้อยๆ ไม่มีทางเหลือรอดไปได้
ในช่วงเวลาเดียวกันนี้เอง สวี่ส้าวก็ส่งหน่วยกล้าตายเข้าไปใน บ้านของอวี๋หวั่น
เขาเป็นหน่วยกล้าตายหน้ากากเงิน แม้แต่อิ่งสือซันก็มิใช่คู่ ต่อสู้ เขาอ้อมจากหลังเขาไปยังบ้านของอวี๋หวั่น แต่บ้านของอวี๋ หวั่นกลับไม่มีคนอยู่ ทุกคนล้วนแต่ไปกินข้าวที่บ้านเดิม
“อาหวั่น! อาหวั่นเจ้าอยู่บ้านไหม?” เสียงของป้าจางดังขึ้น จากด้านนอก
สวี่ส้าวเพียงแค่สั่งให้สังหารอวี๋หวั่น มิได้สั่งให้สังหารคนอื่นๆ
ป้าจางเดินเข้าบ้านไป
ทหารจากหน่วยกล้าตายคนหนึ่งรีบปราดเข้าไปซ่อนบนเตียง ลากผ้าห่มขึ้นมาคลุม แล้วซ่อนอยู่ในนั้น
ป้าจางเดินไปยังห้องของอวี๋หวั่น “อา…เอ๊ะ? นอนแล้วหรือ? นอนเร็วกระไรปานนี้”
ป้าจางมองไปยังก้อนบนเตียง แน่นอนว่านางไม่รู้ว่าใช่หรือไม่ ใช่อวี๋หวั่น แต่นั่นก็มิใช่เรื่องใหญ่ ประเดี๋ยวพรุ่งนี้นางค่อยมาหาอวี๋ หวั่นก็ได้ นางจึงปิดประตูห้องให้อวี๋หวั่นแล้วเดินออกไป
ขณะที่หน่วยกล้าตายกำลังจะเลิกผ้าห่มออก อาเว่ยก็เข้ามาใน บ้าน
อาเว่ยตรงไปยังห้องของอวี๋หวั่น ชักมีดขึ้นมา ไม่พูดพรํ่าทำ เพลงแทงลงไปทันที
หน่วยกล้าตายผู้ซึ่งไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ได้แต่นอนมองมีดปัก กลางอกของตนก่อนสิ้นใจ “…”