หมอหญิงจ้าวดวงใจ - ตอนที่ 563 สะสางงานทั่วไป ญาติมิตรร่วมแสดงความยินดี (3)
ตอนที่ 563 สะสางงานทั่วไป ญาติมิตรร่วมแสดงความยินดี (3)
วันนี้องค์ชายห้า องค์ชายหก และองค์ชายเจ็ดมาร่ำเรียนตำรากับราชครูเซียว องค์ชายทั้งสามกินมื้อเที่ยงเป็นเพื่อนราชครูเซียว หลังจากกินเสร็จ ราชครูเซียวต้องการพักผ่อน องค์ชายทั้งสามจึงนั่งอ่านตำราในเรือนอู๋อี้ ซึ่งเป็นเรือนตะวันออกที่สำนักแพทย์เพิ่งสร้างขึ้นมาใหม่
ตอนเหยาเยี่ยนอวี่มาเยี่ยมเยียนราชครูเซียว เหล่าองค์ชายยังไม่เสด็จมา ราชครูเซียวเพิ่งตื่นจากการพักผ่อนตอนเที่ยงแล้วกำลังล้างหน้าอยู่ พอเห็นเหยาเยี่ยนอวี่ ราชครูเซียวก็ประสานมือ แล้วพูดยิ้มๆ “ยินดีด้วย เหยาฮูหยินได้เลื่อนตำแหน่งแล้ว”
ราชครูเซียวเรียกว่า ‘เหยาฮูหยิน’ เช่นนี้ ไม่ใช่เพราะว่าเขาดูหมิ่นนาง ทว่าเพราะว่าเหยาเยี่ยนอวี่เพิ่งได้การแต่งตั้งตำแหน่งฮูหยินฝู่กั๋วจากฮ่องเต้ เขาเรียกเช่นนี้ ก็คือการเคารพเหยาเยี่ยนอวี่ในอีกแบบ
หลังจากแสดงท่าทีเกรงใจกันไปสักพัก ราชครูเซียวเชิญเหยาเยี่ยนอวี่นั่งลง เหยาเยี่ยนอวี่พูดยิ้มๆ “ได้โปรดให้ข้าน้อยวัดชีพจรให้ท่านหน่อยเถอะ”
ราชครูเซียวพูดยิ้มๆ “ช่วงนี้ต้องขอบคุณชุ่ยเวยและชุ่ยผิงที่ดูแลข้า ผู้เฒ่าอย่างข้าหัวแข็งไปหน่อย” พูดพลางยื่นแขนออกมาให้เหยาเยี่ยนอวี่วัดชีพจร
เหยาเยี่ยนอวี่วัดชีพจรแล้วเปลี่ยนมืออีกข้าง ผ่านไปสักพักก็พูดยิ้มๆ “ชีพจรของใต้เท้าดีกว่าแต่ก่อนมาก ทว่าข้าน้อยยังอยากจะฝังเข็มให้ท่านอีกครั้ง” หลังจากฝังเข็มเสร็จ ท่านก็กลับไปสอนหนังสือ ไม่จำเป็นต้องอาศัยอยู่ในสำนักแพทย์แล้ว แน่นอนว่าเหยาเยี่ยนอวี่ไม่พูดคำพูดเหล่านี้ออกมาอยู่แล้ว คงทูลแต่ฮ่องเต้เท่านั้น
หลังจากเชิญเทพเจ้าองค์นี้ไป สำนักแพทย์ก็จะจัดระเบียบใหม่ทั้งหมด ไม่เช่นนั้น เพียงองค์ชายสองสามท่านเข้าออกทุกวัน ก็ทำให้สำนักแพทย์ไม่เหมือนสำนักแพทย์ กลับสถาบันกว๋อจื่อเจี้ยนยิ่งกว่า
ตอนเหยาเยี่ยนอวี่ฝังเข็มให้ราชครูเซียว องค์ชายทั้งสามก็มาเยือน เหตุเพราะเห็นว่ากำลังฝังเข็ม เหล่าองค์ชายก็ไม่ได้มากความ แค่คอยอยู่ด้านนอกสักพัก รอให้เหยาเยี่ยนอวี่ฝังเสร็จถึงจะเข้าไปด้านใน
องค์ชายห้าอวิ๋นฉีค้อมตัวเอง แล้วถามว่า “อาจารย์ไม่สบายอีกแล้วหรือ”
ราชครูเซียวหัวเราะในลำคอ “เปล่าๆ ทำให้เตี้ยนเซี่ยะทั้งหลายกังวลพระทัยแล้ว เหยาย่วนพั่นฝังเข็มให้กระหม่อมครั้งนี้ รู้สึกมีชีวิตชีวายิ่งนัก!”
อวิ๋นฉีประสานมือคารวะเหยาเยี่ยนอวี่อีกครั้ง แล้วตรัสยิ้มๆ “เหยาย่วนพั่นรักษาพระอาการของเสด็จพ่อให้หาย ข้าขอบคุณท่านเป็นอย่างยิ่ง”
อวิ๋นยิงและอวิ๋นรุ่ยที่ติดตามอยู่ด้านหลังอวิ๋นฉีเดินหน้ามา องค์ชายสามน้อมคำนับเหยาเยี่ยนอวี่พร้อมกัน เหยเยี่ยนอวี่รีบน้อมคำนับกลับ “นี่เป็นหน้าที่ของหม่อมฉัน หม่อมฉันไม่บังอาจน้อมรับคำขอบคุณของเหล่าเตี้ยนเซี่ยะเพคะ”
“อย่าบอกว่าไม่บังอาจเลย เหยาย่วนพั่นสมควรได้รับ ทีแรกท่านช่วยเสด็จพ่อจนชีวิตตนเองเกือบสูญสิ้นไป วันนี้ฝีมือของท่านยิ่งเก่งกาจกว่าเดิม เพียงฝังเข็มครั้งเดียวก็รักษาพระอาการให้หาย คลายความกังวลของเสด็จพ่อ ท่านคือขุนนางที่มีคุณูปการ”
เหยาเยี่ยนอวี่พลันทูลคำพูดถ่อมตัวอีกสักพัก จากนั้นก็อ้างว่าไม่อยากรบกวนเวลาเล่าเรียนของเหล่าองค์ชาย จึงรีบออกจากเรือนไปทันที
กลับไปถึงเรือนที่ตนเองอยู่ในก่อนหน้านี้ ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ชุ่ยเวยและชุ่ยผิงทำความสะอาดด้วยตัวเองทุกวัน วันนี้นางกลับมาแล้ว ทั้งสองก็ยิ่งเตรียมน้ำชาและของว่างไว้ต้อนรับเป็นอย่างดี
นางพิงอยู่บนเก้าอี้สานที่ปูด้วยหนังสุนัขจิ้งจอก เหยาเยี่ยนอวี่ฟังชุ่ยเวยและชุ่ยผิงรายงานสถานการณ์ของสำนักแพทย์ในวันนี้แล้วค่อยพูดขึ้น “ตอนนี้พวกเจ้าเป็นถึงหมอหญิงขั้นหกแล้ว งานราชกิจหลังจากนี้ ก็คงเป็นงานในกระดาษเท่านั้น!”
“หา?” ชุ่ยเวยค่อนข้างตกตะลึง พวกนางติดตามเหยาเยี่ยนอวี่มาหลายปี อ่านและเขียนตัวหนังสือได้สองสามตัวเท่านั้น ทว่าหากให้เขียนบนกระดาษ…นั่นเป็นการเขียนบทความแน่ะ? พวกนางจะทำได้อย่างไร
“หาอะไรของเจ้า อนาคตพวกเจ้าได้เลื่อนขั้น ยังต้องเขียนสาส์นกราบทูลแน่ะ” เหยาเยี่ยนอวี่มองสีหน้าที่เศร้าหมองของทั้งสอง ก็โยนระเบิดไปอีกหนึ่งก้อน
“ไม่ใช่หรอกกระมัง!” ครานี้ชุ่ยผิงเป็นฝ่ายตะลึงงัน
“จุ๊!” เหยาเยี่ยนอวี่ขมวดคิ้วมองทั้งสองคนตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วตวาดยิ้มๆ “เจอเรื่องลำบากก็ต้องรู้จักหาวิธีเอาชนะ! มิเช่นนั้นอย่าบอกว่าพวกเจ้าติดตามข้า”
“เจ้าค่ะ” ชุ่ยเวยค้อมตัวกลับ
“บ่าวเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ” ชุ่ยผิงพยักหน้าตาม
“อีกอย่าง” เหยาเยี่ยนอวี่ยื่นนิ้วมือชี้ทั้งสองคน “วันหลังห้ามแทนตัวเองว่าบ่าวในสำนักแพทย์อีก ต้องแทนตัวเองว่าข้าน้อย พวกเราไม่ได้มีความสัมพันธ์เป็นนายบ่าว”
“ทว่าพวกเราคือบ่าวคนสนิทของฮูหยินนะเจ้าคะ”
“อีกอย่างที่นี่ก็ไม่มีคนนอกด้วย”
เหยาเยี่ยนอวี่ขมวดคิ้ว “กลับไปข้าจะเผาสัญญาซื้อขายทาสของพวกเจ้า จากนั้นให้บิดาพวกเจ้าส่งประวัติส่วนตัวของพวกเจ้ามาใหม่ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พวกเจ้าไม่ใช่บ่าวคนสนิทของข้า พวกเจ้าเป็นเพียงหมอหญิงในสำนักแพทย์แคว้นต้าอวิ๋น”
เมื่อคำพูดเช่นนี้ออกมา ชุ่ยเวยและชุ่ยผิงคุกเข่าลงทันที แล้วพูดด้วยเสียงสะอื้น “ฮูหยินไม่เอาพวกบ่าวแล้วหรือ!”
เหยาเยี่ยนอวี่ถอนหายใจยาวๆ แล้วพูดยิ้มๆ “ดูพวกเจ้าพูดสิ! พวกเจ้าประจำการอยู่ในสำนักแพทย์ ไม่ใช่ว่ายังเป็นคนของข้าอยู่หรือ”
“ไม่เหมือนกัน” ชุ่ยผิงยกมือเช็ดน้ำตา
“ดูสิ! เดี๋ยวนี้กล้าเถียงข้าแล้วหรือ” เหยาเยี่ยนอวี่ยิ้มอย่างอ่อนโยน
“บ่าวไม่บังอาจเจ้าค่ะ!” ชุ่ยผิงก้มหน้าลงทันที
“มิบังอาจ แล้วยังจะขัดขืนคำสั่งของข้าอีก เจ้าช่างกล้าหาญนัก”
“ข้า…ข้าน้อยมิบังอาจ” ชุ่ยผิงจึงต้องเปลี่ยนวิธีแทนตัวเองทันที
“เจ้าดูสิ แทนเช่นนี้ดีแค่ไหน” เหยาเยี่ยนอวี่ผายมือด้วยรอยยิ้ม “เวลาล่วงเลยไปมากแล้ว ข้าจะกลับไปก่อน มีอะไรค่อยว่ากันพรุ่งนี้”
“เจ้าค่ะ” ชุ่ยเวยและชุ่ยผิงรีบตอบกลับทันที จึงส่งหัวหน้าที่ตนเองรับใช้ตั้งแต่เด็กจากไป
เช้าวันที่สอง เหยาเยี่ยนอวี่มาทำงานที่สำนักแพทย์ สิ่งแรกที่ทำก็คือเขียนสาส์นกราบทูลให้ฮ่องเต้ว่า สุขภาพร่างกายของราชครูเซียวไม่เป็นอะไรแล้ว หม่อมฉันแนะนำให้ราชครูเซียวกลับจวนไปพักฟื้นร่างกาย แน่นอน สำหรับเรื่องสอนหนังสือให้กับเหล่าเตี้ยนเซี่ยะ ก็อาจเปลี่ยนไปสอนที่วังหลวง หรือจะไปห้องอักษรจวนจิ้งไห่โจวก็ได้ สุดแล้วแต่ฮ่องเต้จะตัดสินพระทัย อย่างไรก็อย่าใช้สำนักแพทย์เป็นสถานที่ร่ำเรียนตำราอีกเลย
วันที่สาม หันหมิงชั่นและซูอวี้เหิงเตรียมจัดงานฉลองให้เหยาเยี่ยนอวี่ ถึงแม้นางไม่ต้องกังวลเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ ทว่าตอนเริ่มงานเลี้ยง นางยังต้องวุ่นกับการรับแขก
ดังนั้นเหยาย่วนพั่นจึงลาอีกสามวัน โชคดีที่ใต้เท้าจางยังอยู่ในสำนักแพทย์ เหยาเยี่ยนอวี่จึงไม่ต้องทูลลากับฮ่องเต้ แค่บอกใต้เท้าจางให้ทราบก็พอแล้ว ตอนนั้นใต้เท้าจางแค่นเสียงไม่พอใจ แล้วตวาดด้วยรอยยิ้ม ที่แท้เจ้าให้ข้าอยู่ที่นี่ ก็เพราะว่าตัวเองเกียจคร้านนี่เอง
เหยาเยี่ยนอวี่จึงนำสุราจ้วงหยวนหงที่หมักมายี่สิบปีให้ใต้เท้าจางสองไห ถึงจะทำให้เขาหายน้อยอกน้อยใจ
วันนี้ที่เริ่มงานเลี้ยง ท้องฟ้าสดใสกว่าปกติ พระอาทิตย์ส่องแสงไร้ลมหนาว แสงอาทิตย์อันอบอุ่นทำให้ผู้คนแทบสัมผัสได้ถึงภาพลวงตาของเดือนสาม แม้ว่าแสงสีในฤดูใบไม้ร่วงล่วงเลยไปแล้ว แต่วัชพืชและดอกไม้ป่าทั้งสองริมถนนที่ทนกับอากาศเหน็บหนาวยังคงมีชีวิตชีวามาก
เหยาเยี่ยนอวี่และซูอวี้เหิงขึ้นรถม้าเดียวกันออกจากเมืองไปยังทิศทางของทะเลอีอวิ๋น
ทะเลสาบอีอวิ๋นเป็นทะเลสาบธรรมชาติตั้งอยู่ทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองหลวงต้าอวิ๋น เกิดจากการรวมตัวของน้ำพุเหนือภูเขาทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมือง น้ำจึงบริสุทธิ์และหวานฉ่ำกว่าที่อื่น ตามตำนานเล่าว่าก้นลึกทะเลสาบเชื่อมกับทะเลจีนตะวันออก ดังนั้นหนึ่งปีมีสามร้อยหกสิบห้าวัน น้ำในทะเลสาบแห่งนี้ไม่เคยแห้งเหือดหรือท่วมจนเกิดภัยพิบัติเลย