หมอหญิงจ้าวดวงใจ - ตอนที่ 562 สะสางงานทั่วไป ญาติมิตรร่วมแสดงความยินดี (2)
ตอนที่ 562 สะสางงานทั่วไป ญาติมิตรร่วมแสดงความยินดี (2)
ชุ่ยเวยพลางพยุงเหยาเยี่ยนอวี่เข้าไปด้านในพลางถาม “เหตุใดฮูหยินมาเวลานี้ ได้กินมื้อเที่ยงหรือยังเจ้าคะ”
เหยาเยี่ยนอวี่ลูบท้องอย่างจนปัญญา แล้วส่ายหน้าพูดด้วยเสียงต่ำ “ฝ่าบาทมีเรื่องจะเสวนากับเหล่าขุนนางใหญ่เลยให้ข้ากลับมาก่อน พอออกจากประตูวังหลวงก็เจอกับเฉิงอ๋องซื่อจื่อ เลยไปจวนเฉิงอ๋องอีก ดังนั้นถึงตอนนี้ ฮูหยินของเจ้าหิวจนท้องแบนราบแล้ว มีอะไรอร่อยหรือไม่ รีบเอามาให้กินหน่อยเถอะ”
ชุ่ยผิงถอนหายใจ ต่อว่าจวนเฉิงอ๋องว่าขี้งกในใจ แล้วหันไปสั่งหมอหญิงสองคนที่ผลการเรียนดี “พวกเจ้าสองคนไปทำอาหารเลิศรสมาให้ฮูหยินกินที อย่ามันเกินไป อย่าจืดชืดเกินไป แล้ว…ช่างเถอะ ข้าไปทำเองดีกว่า” ชุ่ยผิงพูดไป กลับเรือนไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน แล้วพับแขนเสื้อมุ่งไปยังโรงครัวโดยตรง
เหยาเยี่ยนอวี่ไปเข้าพบอาจารย์ของนางก่อน ผู้เฒ่าจางกำลังกินข้าวอยู่ พอเห็นนางกลับมาก็ถามขึ้น “วันนี้เป็นวันดีที่เจ้าได้รับการแต่งตั้ง เหตุใดกลับมาเวลานี้เล่า ฝ่าบาทไม่ได้สั่งให้เจ้าอยู่ต่อหรือ”
เหยาเยี่ยนอวี่พูดยิ้มๆ “ฝ่าบาททรงมีพลานามัยสมบูรณ์แล้ว ยังต้องกังวลพระทัยในราชกิจทางแคว้นมากมาย ลูกศิษย์ก็ไม่รู้เรื่องแคว้น จะอยู่ต่อไปไยกัน”
จางชางเป่ยหัวเราะเสียงดัง แล้วพูดขึ้น “จุดนี้เจ้าเทียบไม่ได้กับข้าเสียแล้ว! นึกถึงตอนนั้นที่ข้ารักษาพระอาการฝ่าบาท ก็มักจะถูกรับสั่งให้อยู่กินกับข้าวกับฝ่าบาท”
นั่นเพราะว่าท่านแก่เฒ่าแล้ว! เมื่อไม่มีบ้านให้กลับ ฮ่องเต้ทรงเมตตาท่านให้อยู่กินข้าวด้วย เหยาเยี่ยนอวี่พึมพำในใจ สีหน้ากลับยิ้มสดใสกว่าบุษบา “ลูกศิษย์จะเทียบเทียมกับอาจารย์ได้อย่างไร”
“เอาเถอะ! ข้าก็ไม่ได้ให้เจ้าประจบประแจงอยู่แล้ว” จางย่วนลิ่งชี้ไปยังเก้าอี้ด้านข้าง “กินข้าวคนเดียวช่างเดียวดายยิ่งนัก เชิญเหยาย่วนพั่นนั่งเป็นเพื่อนผู้เฒ่าอย่างข้าหน่อยเถอะ”
“เจ้าค่ะ ลูกศิษย์น้อมรับคำสั่ง” เหยาเยี่ยนอวี่นั่งลงด้วยรอยยิ้ม แล้วเอาเหยือกสุรามารินให้ผู้เฒ่า
ผู้เฒ่าจางพอใจมาก ขณะเม้มปากดื่มสุราก็ถามด้วยรอยยิ้ม “ดูสีหน้าของเจ้าดีกว่าแต่ก่อนเยอะ คิดว่าช่วงที่ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านนาคงไม่เลวสินะ”
“สภาพแวดล้อมกลางป่าพงไพรเงียบสงบ อากาศก็ดีมาก ไม่มีเรื่องใดรบกวน เหมาะสมกับพักฟื้นร่างกายที่สุด ว่าไปแล้วหากไม่ใช่เพราะเฝ้าคะนึงถึงอาจารย์และคนในครอบครัว ลูกศิษย์คงไม่อยากกลับมาจริงๆ”
“จุ๊!” ผู้เฒ่าจางกระดกลิ้น หรี่ตาลงจับเคราสามสี่เส้นของเขา “พูดว่าดีเช่นนี้ อยากให้ผู้เฒ่าอย่างข้าอิจฉาตายหรือไร เอาเถอะ ตอนนี้ฝีมือทางการแพทย์ของเจ้าพัฒนาขึ้นเยอะ ได้เวลาที่ข้าจะพักผ่อนแล้ว วันพรุ่งนี้จะเขียนสาส์นกราบทูลไปให้ฝ่าบาททรงพระอนุญาตให้ข้าเกษียณ จะได้ไปใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติ”
เหยาเยี่ยนอวี่ยิ้มออกมาทันที “ไม่ใช่กระมัง ข้าเพิ่งจะกลับมา ท่านก็จะไปแล้วหรือ”
“เจ้าก็กลับมาแล้ว ข้ายังไม่ไปอีกหรือ” ผู้เฒ่าเป่าเคราตัวเอง แล้วถลึงตามองเหยาเยี่ยนอวี่หนึ่งที
“ไม่ใช่” เหยาเยี่ยนอวี่หันไปมองชุ่ยเวยเพียงปราดหนึ่ง แล้วถาม “อาจารย์ของพวกเราควรนั่งมอบหมายหน้าที่ดีๆ หรือเปล่า ถึงแม้สำนักแพทย์จะไม่ใหญ่มาก ทว่าก็มีคนทำงานอยู่หลายสิบคน!”
“ช่วงที่เจ้าไม่อยู่ ชุ่ยเวยและชุ่ยผิงคอยกังวลใจ ข้าแค่กินและดื่มไปวันๆ ดังนั้นเจ้าวางใจเถอะ แค่พวกนางอยู่ ย่อมไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว” ผู้เฒ่าพูดไป เม้มปากดื่มสุราอีกคำ
เหยาเยี่ยนอวี่เบะปากยืนนิ่งที่นั่นไม่ไปไหน ผู้เฒ่ารอไปสักพัก ลูกศิษย์ที่น่าภาคภูมิใจที่สุดยังไม่ยอมรินเหล้าให้เสียที ฉะนั้นถลึงตาโต “เจ้าช่างไม่เอาถ่าน! อยากให้คนอื่นเป็นกังวลเจ้าทั้งชาติเลยหรือไร”
“ข้าไม่อยากให้ท่านเป็นกังวลข้าตลอดชีวิตอยู่แล้ว”
“เช่นนั้นเจ้ายังจะขุ่นเคืองใจไปไยกัน”
“อย่างน้อยท่านต้องรอผ่านตรุษจีนปีนี้ไปก่อนเถอะ”
“เหตุใดเล่า เจ้าต้องรู้ว่าพออากาศหนาวเย็น มีชาวบ้านยากไร้มากมายอาศัยอยู่ชานเมืองอวิ๋น เหตุเพราะกินไม่อิ่ม นุ่งห่มไม่อุ่นจนป่วยเป็นพิษเย็นเข้า? หากหิมะตกหนักถล่มบ้านเรือนชาวบ้านจนได้รับบาดเจ็บ แล้วมีชาวบ้านอีกมากมายต้องดิ้นรนกับความเป็นความตาย ผู้เป็นอาจารย์อย่างข้าออกไปท่องเที่ยว จะได้รักษาผู้ยากไร้ที่รอคอยความตายเพราะไม่มีเงินหาหมออย่างไร หลังผ่านเหมันต์ฤดูนี้ไป ก็ย่างเข้าฤดูวสันต์ ชีวิตของพวกเขาก็ดีตามไปด้วย!”
เหยาเยี่ยนอวี่ได้ยินผู้เฒ่าคนนี้กล่าวแต่เหตุผล จึงเบะปากไม่พูดไม่จา
“ทำไม เจ้ายังไม่เชื่ออีกหรือ” ผู้เฒ่าจางถลึงตาโต
“ไม่ใช่ว่าลูกศิษย์ไม่เชื่อ แค่ใช้กำลังของอาจารย์เพียงคนเดียว ต่อให้ไม่พักผ่อนตลอดฤดูหนาว แล้วจะรักษาผู้ป่วยได้กี่คน ยิ่งไปกว่านั้น ชาวบ้านป่วยเป็นพิษเย็นเท่านั้น จำต้องให้ท่านที่เป็นหมอหลวงแห่งแคว้นต้าอวิ๋นลงมือรักษาเองเลยหรือ ลูกศิษย์แค่สั่งให้พวกเขาเตรียมยาสมุนไพรไว้เยอะๆ ท่านจำเป็นต้องออกไปใช้ชีวิตลำบากด้วยหรือ”
“…” คราวนี้ผู้เฒ่าจางไม่มีอะไรจะพูด
“อีกอย่าง สำหรับพวกที่เผชิญกับหิมะตกหนักจนบ้านเรือนถล่ม นอกจากท่านจะรักษาชาวบ้านได้รับบาดเจ็บแล้วยังจะมีวิธีอะไรที่ดีอีก หรือท่านยังถือดาบควบคุมสถานการณ์ของประชาชน แก้ไขสาธารณภัยได้หรือไม่? หรือครอบครัวท่านร่ำรวยเงินทองจนบริจาคอาหาร เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้หรือไม่”
“เจ้ามันลูกศิษย์อกตัญญู!” ผู้เฒ่าจางกลอกตามองบน
“อาจารย์เป็นคนบอกเองว่าควบคุมอำนาจของดาบเล่มนี้ กำจัดปีศาจ เพื่อให้คนใต้หล้ามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นหรือไร”
“ข้าไม่ได้พูด!” ผู้เฒ่าจางหน้าแดงขึ้นมา
“อย่างไรความหมายก็คือเช่นนั้น” เหยาเยี่ยนอวี่ปริยิ้ม
เวลานี้ ชุ่ยผิงพาหมอหญิงสองคนยกอาการเข้ามา วางอาหารสี่อย่างที่เพิ่งทำเสร็จบนโต๊ะ เนื้อนึ่งผงใบบัว ผัดหน่อไม้เหมันต์ กุ้งผัดชา และน้ำแกงปลาอาซ้อซ้ง
ผู้เฒ่าจางมองสีสันอาหารพวกนี้ ก็อดตวาดยิ้มๆ ไม่ได้ “พวกเจ้านี่จริงๆ เลย ทำอาหารอย่างพิถีพิถันแค่ช่วงที่ใต้เท้าเหยาอยู่เท่านั้น”
ชุ่ยเวยและชุ่ยผิงอมยิ้มไม่พูดไม่จา เหยาเยี่ยนอวี่เอาตะเกียบคีบหน่อไม้เหมันต์มาชิม แล้วพยักหน้า “ไม่เลว ฝีมือไม่ตกเลย”
“เชิญใต้เท้าทั้งสองท่านกินให้อร่อย บ่าวยังนึ่งข้าวกระบอกไม้ไผ่ในโรงครัว” ชุ่ยผิงค้อมตัวด้วยรอยยิ้ม แล้วถอยออกไป
“อาจารย์ ถือโอกาสตอนที่ลูกศิษย์อยู่ ดื่มด่ำกับเหมันต์ฤดูนี้ ดีหรือไม่” เหยาเยี่ยนอวี่พูดไป ตักน้ำแกงปลาให้ผู้เฒ่าจางหนึ่งถ้วย
“ก็ได้ ช้าสุดถึงปีหน้าวันที่สองเดือนสองแล้วกัน ผู้เฒ่าอย่างข้าต้องไปแล้ว!” ผู้เฒ่าเห็นแก่น้ำแกงปลาถ้วยนี้ ถือว่าตกลงแล้ว
“เจ้าค่ะ” เหยาเยี่ยนอวี่ยกจอกเหล้าตนเองแล้วชนกับผู้เฒ่าจางหนึ่งที “สัญญา”
“เจ้าว่าข้ามาถึงขั้นนี้ได้อย่างไร คิดจะทำอะไรก็ยังต้องไปปรึกษาหารือกับเจ้าก่อน”
“ลูกศิษย์เพียงแค่เป็นห่วงร่างกายของอาจารย์เท่านั้น” เหยาเยี่ยนอวี่ดื่มด้วยรอยยิ้มเบิกบาน แล้วเริ่มใช้ตะเกียบกินอาหาร
หลังจากเรื่องนี้ถูกกำหนด สุดท้ายได้กินข้าวอย่างสบายเสียที
ก่อนหน้านี้ฮ่องเต้ตรัสว่าจะให้ตนเองเลื่อนตำแหน่งเป็นย่วนพั่น เหยาเยี่ยนอวี่นึกถึงผู้เฒ่าคนนี้ต้องพูดเรื่องเดิมแน่นอน จึงขอตัวก่อน แค่ว่าตนเองไม่ถามถึงเรื่องใต้หล้าตอนอาศัยอยู่ในบ้านนาวัวจวู ถึงแม้เรื่องในเมืองหลวงจะไม่พ้นสายตาของเว่ยจาง ทว่ารายละเอียดบางอย่างก็ควบคุมไม่ได้อยู่แล้ว ตอนนี้หากผู้เฒ่าจางบอกว่าจะไป กลัวว่าสำนักแพทย์จะเจอปัญหาแล้ว
แน่นอน เหยาเยี่ยนอวี่รู้สึกว่าตนเองก็ไม่กลัวพวกนั้น ทว่ามีคนคอยช่วยเหลือ นางก็จะรู้สึกโล่งอก
หลังจากเกลี้ยกล่อมผู้เฒ่าจางแล้ว เหยาเยี่ยนอวี่ก็ขอไปเยี่ยมเยียนราชครูเซียว