หมอหญิงจ้าวดวงใจ - ตอนที่ 564 สะสางงานทั่วไป ญาติมิตรร่วมแสดงความยินดี (4)
ตอนที่ 564 สะสางงานทั่วไป ญาติมิตรร่วมแสดงความยินดี (4)
แน่นอนว่านี่เป็นเพราะราชวงศ์ด้วย หลังจากราชวงศ์ต้าอวิ๋นก่อตั้งเมืองหลวง ทะเลสาบธรรมชาติแห่งนี้ได้รับการฟื้นฟูและขุดหลายครั้ง ทุกๆ สองปี ทะเลสาบจะถูกระบายและขุดลอกร่องน้ำ เขื่อนกั้นน้ำริมทะเลสาบได้รับการซ่อมแซม ปลูกต้นหลิวสีเขียว ดอกท้อ พุ่มไม้ประดับและสนามหญ้าไว้ริมทะเลสาบ เพื่อกันฝนตกหนักซัดเขื่อนกั้นน้ำจนเกิดอุทกภัย
เนื่องจากเป็นเจ้าภาพ ซูอวี้เหิงและเหยาเยี่ยนอวี่จึงมาเร็วกว่า ในขณะนี้เรือกำลังจอดเทียบท่า แต่แขกส่วนใหญ่ยังมาไม่ถึง
จิ้งไห่โหวและเหยาเยี่ยนอวี่ตามกันลงจากรถม้า หันหมิงชั่นมาด้วยรอยยิ้ม ด้วยเหตุนี้จึงเอ่ยถาม “เหตุใดมากันแค่สองคน แม่ทัพเว่ยและรองแม่ทัพถังล่ะ”
“พวกเขาอยู่ด้านหลัง ไม่รู้ว่าติดราชกิจอะไรอยู่” ซูอวี้เหิงพูดไป ยกมือบังแดดพลางมองทะเลสาบอีอวิ๋น เห็นน้ำทะเลสาบนั้นใสสะอาด สะท้อนเห็นเมฆสีฟ้าสดใส ลมแผ่วเบาพัดโชยจนเกิดคลื่นน้ำ บรรยากาศงดงามยิ่งนัก ด้วยเหตุนี้ก็เชยชม “นึกไม่ถึงว่าฤดูหนาวนี้ ทะเลสาบกลับงดงามได้เช่นนี้”
“แน่นอนอยู่แล้ว ต้องดูว่าใครเป็นคนเลือกสถานที่แห่งนี้สิ” หันหมิงชั่นยิ้มด้วยรอยยิ้ม
“สายตาของพี่สาวดียิ่งนัก” ซูอวี้เหิงยิ้มและเอ่ยชม
“ติดตามข้า พวกเจ้าย่อมมีความสุขอยู่แล้ว” หันหมิงชั่นยิ้มอีกครั้ง
“นี่ๆ พวกเจ้าสองคน” เหยาเยี่ยนอวี่พูดยิ้มๆ “ช่างไม่รู้จักถ่อมตัวเลยสักนิด!”
เฟิงเซ่าอิ่งและโจวเย่ว์หลินก็ตามมาด้วย น้อมคำนับเหยาเยี่ยนอวี่และซูอวี้เหิงเสร็จ ทุุกคนก็ไปนั่งบนตั่งไม้ ซูอวี้เหิงจึงถาม “วันนี้มีเรื่องอะไรสนุกกันแน่ เหตุใดพี่สาวถึงทำตัวลึกลับ เดี๋ยวนี้แม้กระทั่งข้ายังไม่เล่าให้ฟังแล้ว”
“รีบอะไรของเจ้า อีกไม่นานเจ้าก็จะรู้เองน่ะ” หันหมิงชั่นยกถ้วยชา แล้วอุบเรื่องนี้ไว้ด้วยรอยยิ้ม
“เช่นนั้นมีอะไรสนุกบ้าง” ซูอวี้เหิงถามด้วยความน่าเสียดาย “ข้ารู้ว่าเชิญคณะละครเพลงจากตระกูลเจี่ยง นักแสดงหญิงนามว่าเจี่ยงฮุ่ยเซียง แสดงละครเพลง ‘ฉางเซิงเตี้ยน’ นั้นไม่มีใครในเมืองหลวงเทียบเทียมได้เลย”
“แน่นอนสิ ยังมีคณะละครเพลงจากตระกูลเสียนอีก ลี่ชิงเย่ว์แสดงละครเพลง ‘เจ้าสองช่วยแม่’ ก็ไม่มีใครเทียบเทียมได้เช่นกัน โดยเฉพาะการแต่งตัวของเขา ทั้งเมืองหลวงนี้หาเจ้าสองที่หล่อเหลากว่าหยางเจี่ยนไหลไม่ได้อีกแล้ว” หันหมิงชั่นพูดยิ้มๆ
ซูอวี้เหิงมองซ้ายแลขวาอมยิ้ม มองจิ้งไห่โหวที่กำลังดื่มชากับหันซังเกอบนตั่งไม้ฝั่งโน้น จึงพูดเสียงเบา “พี่หันเบาๆ หน่อยเถอะ ประเดี๋ยวท่านโหวมาได้ยินเข้า คงดื่มน้ำส้มสายชูหนึ่งไห ฮ่าๆ…”
“ข้าแค่เชยชมคณะละครเพลงเท่านั้น เขามีอะไรไม่ปลาบปลื้มเล่า” หันหมิงชั่นพร่ำบ่นเสียงเบา จากนั้นก็ไม่ได้เอ่ยชมนักแสดงชายผู้นั้นอีก
เหยาเยี่ยนอวี่ครุ่นคิดในใจ ที่แท้พวกนางก็โปรดปรานบุรุษรูปงามอยู่เหมือนกัน
ระหว่างที่พูดคุยเล่นกัน ขบวนรถม้าตระกูลเหยาก็มาถึง
เหยาเหยียนอี้ขี่ม้านำทางด้านหน้ารถม้าสิบกว่าคัน ซ่งฮูหยินผู้เฒ่า หวางฮูหยิน หนิงฮูหยินน้อย เหยาเฟิ่งเกอมาพร้อมๆ กัน แม้กระทั่งเหล่าสาวใช้และผัวจื่อก็ติดตามมาด้วย ยังไม่มีใครลงจากรถ บรรยากาศริมทะเลสาบเต็มไปด้วยเสียงครึกครื้นแล้ว
เหยาเยี่ยนอวี่พลันเดินหน้าไปต้อนรับ พยุงฮูหยินผู้เฒ่าลงจากรถม้า แล้วค่อยไปน้อมคำนับหวางฮูหยิน หนิงฮูหยินน้อยและเหยาเฟิ่งเกอ ทั้งพยุงและถามสารทุกข์สุขดิบ ด้านหลังเป็นแม่นมที่ติดตามเหยาชุ่ยฮั่นและซูจิ่นเย่ว์ คุณหนูใหญ่ซูจิ่นอวิ๋นที่มาร่วมงานเลี้ยงแทนมารดา และแม่นมที่อุ้มเหยาเซิ่งหวนที่เป็นบุตรชายของเหยาเหยียนอี้ ตอนนี้ก็หัดเดินได้แล้ว
วันนี้ซ่งฮูหยินผู้เฒ่ามีความสุขมาก ลงจากรถม้าก็เห็นเหยาเยี่ยนอวี่และจิ้งไห่โหวฮูหยินเคียงไหล่กันเดินหน้ามา นางยิ้มไม่หุบ
หวางฮูหยินที่ติดตามอยู่ด้านหลังใจคอไม่ดีแม้แต่น้อย แอบสั่งให้หนิงฮูหยินน้อยไปพยุงฮูหยินผู้เฒ่า กลัวว่าฮูหยินผู้เฒ่าถือโอกาสทำเรื่องอะไรอีก อย่างน้อยหนิงฮูหยินน้อยก็คอยเตือนอยู่ด้านข้าง จะได้ไม่สร้างเรื่องอับอายเกินไป
คนกลุ่มหนึ่งเสวนาพลางเดินขึ้นเรือ จวบจนขึ้นชั้นสองของเรือ ซ่งฮูหยินผู้เฒ่าก็ดูเกรงอกเกรงใจอย่างมาก ไม่มีสร้างเรื่องอะไรแม้แต่น้อย หนิงฮูหยินน้อยมองหันหมิงชั่นพูดจาเกรงใจกับฮูหยินผู้เฒ่าไปสองสามคำ แล้วบอกว่าจะไปต้อนรับเหล่าฮูหยินบนชายฝั่ง ฮูหยินผู้เฒ่ารีบกล่าวว่านางลำบากแล้ว แล้วกำชับหนิงฮูหยินน้อย “เจ้าก็ไปดูแลหน่อยเถอะ ที่นี่ไม่ต้องมีคนดูแลมากขนาดนี้ ให้สาวใช้สองคนอยู่ก็พอแล้ว”
หนิงฮูหยินน้อยลอบถอนหายใจ ส่งสายตาให้เหยาเฟิ่งเกอเสร็จก็ออกไปด้านนอกเลย
จวนติ้งเป่ยโหวยังอยู่ในช่วงไว้อาลัย ทว่าเหตุเพราะเป็นงานเลี้ยงต้นตระกูล เหยาเฟิ่งเกอมาร่วมก็ไม่มีใครต่อว่าสิ่งใด อย่างไรก็เป็นพี่น้องทางสายเลือด ทุกคนคงไม่ไร้เหตุผลมากเช่นนี้ ทว่านางยังคงไม่ควรออกหน้าออกตามากเกินไป จึงคอยปรนนิบัติฮูหยินผู้เฒ่าพอดี กลับทำให้หันหมิงชั่น หนิงฮูหยินน้อยและคนอื่นๆ โล่งอกขึ้นเยอะ
ซูจิ่นอวิ๋นมีอายุแปดขวบ และเหยาชุ่ยฮั่นมีอายุหกขวบกำลังเล่นกันอย่างสนุกสนาน ซูจิ่นเย่ว์ที่มีอายุสามขวบค่อนข้างซุกซน เอาแต่จะเล่นกับเหยาเยี่ยนอวี่ เหยาเฟิ่งเกอเห็นว่านางซุกซนเหมือนลิง จึงอดสั่งสอนนางไม่ได้ ยัยหนูน้อยเบะปากกำลังจะร้องไห้ โชคดีที่เซียงหรูจูงนางออกไปด้านนอก แล้วปลอบโยนด้วยความอดทน แล้วส่งไปหาเหยาเยี่ยนอวี่
แม่ทัพเว่ยพารองแม่ทัพถังมาถึงพอดี ด้านหลังยังมีรถม้าติดตามอยู่หนึ่งขบวน นั่นก็คือหร่วนฮูหยินพาเฉิงหวังเฟย อวิ๋นเหยาจวิ้นจู่และอวิ๋นเหมย เยี่ยนหวังเฟยพาอวิ๋นเคอจวิ้นจู่ อวิ๋นยั่ง อวิ๋นซีและจิ่นหวังเฟย
เดิมทีเหล่าหวังเฟยไม่ได้รับเทียบเชิญ เพียงแต่ว่าเฉิงหวังเฟยได้ยินอวิ๋นคุนบอกว่าจิ้งไห่โหวฮูหยินจัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองให้ฮูหยินฝู่กั๋ว นางจึงตัดสินพระทัยว่าจะมาร่วมเพลิดเพลิน พอนางมาเยือน เยี่ยนหวังเฟยและจิ่นหวังเฟยจำต้องมาเยือนตาม พวกนางนัดพบกันที่จวนแม่ทัพฝู่กั๋ว หร่วนฮูหยินก็ไม่อาจปฏิเสธได้ จำต้องเป็นพาพวกนางมาด้วย
ได้ยินเหล่าหวังเฟยและจวิ้นจู่เสด็จมาเยือน หวางฮูหยินและซ่งฮูหยินผู้เฒ่าก็นั่งนิ่งด้านในไม่ได้อีก จึงมาต้อนรับด้วย
บนชายฝั่งมีเพียงเสียงน้อมทักทายที่เกรงใจกันอย่างมาก จากนั้น ซ่งฮูหยินผู้เฒ่าเชิญเหล่าหวังเฟยเสด็จขึ้นเรือ หวางฮูหยินก็คอยดูแลอยู่ด้านข้าง
เฉิงหวังเฟยจูงมือซ่งฮูหยินผู้เฒ่า พร้อมพูดด้วยเสียงรื่นเริงยินดี “วันนี้ฮูหยินผู้เฒ่านั่งดื่มชาอยู่ด้านในก็พอ ด้านนอกมีเด็กๆ คอยดูแล ท่านจะลำบากไปไย ยิ่งไปกว่านั้น นี่เป็นงานเลี้ยงของหลานสาวท่าน ท่านก็ถือว่าเป็นแขกที่มีเกียรติที่สุด!”
ซ่งฮูหยินผู้เฒ่าชอบฟังคำพูดเช่นนี้ที่สุด ทันใดนั้นก็ยิ้มแฉ่งดั่งดอกเก๊กฮวยบาน “ต่อหน้าเหล่าหวังเฟยทั้งหลาย ข้าจะเป็นแขกผู้มีเกียรติได้อย่างไรกัน!”
หวางฮูหยินเข้าไปด้านในเป็นเพื่อนเยี่ยนหวังเฟย เยี่ยนหวังเฟยเอ่ยถึงตอนนั้นที่เหยาเยี่ยนอวี่ใช้ยารักษาแผลบนใบหน้าของบุตรีตนเองให้หาย จึงกล่าวคำขอบคุณไปไม่น้อย หวางฮูหยินก็ตอบกลับโดยระวังวาจาเป็นพิเศษ
ทุกคนเข้าไปในห้องผู้โดยสาร เหล่าหวังเฟยนั่งบนโต๊ะที่นั่งหลัก ซ่งฮูหยินผู้เฒ่านั่งด้านข้าง หวางฮูหยินย้ายไปอีกโต๊ะ เหล่าสาวใช้ยกชาหอมกรุ่นและของว่างหลากหลายชนิด ผลไม้อบแห้ง ผลไม้สดและอื่นๆ ทั้งห้องโดยสารเริ่มเสวนากันอย่างมีความสุข
เพียงแต่ว่าพวกนางเอ่ยวาจาเกรงอกเกรงใจและจิบชาไปสองคำ ด้านนอกก็มีคนมารายงานว่าองค์หญิงใหญ่หนิงหวาเสด็จมาถึงแล้ว
ดังนั้นซ่งฮูหยินผู้เฒ่า หวางฮูหยินและคนอื่นๆ ลุกขึ้นไปต้อนรับ วันนี้ยังมีพี่สาวทางสายเลือดของหันหมิงเยี่ยและหันหมิงเยี่ย สะใภ้คนโตของจวนข้าหลวงใหญ่ศาลาว่าการจื๋อลี่ติดตามมาด้วย