หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 291 นักแสดงหญิงผู้เข้ามาด้วยเส้นสาย
บทที่ 291 นักแสดงหญิงผู้เข้ามาด้วยเส้นสาย
การมาถึงของโจวอี้สร้างรอยยิ้มให้แก่ทีมงานเป็นอย่างมาก แม้แต่ถังจี้โจวที่กำลังจริงจังก็ยังเผยรอยยิ้มเมื่อได้เห็นฉากนี้
บรรยากาศอันแสนผ่อนคลายในกองถ่ายทำให้การถ่ายทำมีความคืบหน้ามากขึ้น
บทที่คาดไว้ว่าน่าจะได้ถ่ายตอนเย็นก็ได้ถ่ายตั้งแต่ก่อนเที่ยง
สำหรับกล่องอาหารกลางวันนั้น ทีมงานและนักแสดงทุกคนได้รับรางวัลเพิ่มเป็นน่องไก่แบบพิเศษ
นอกจากนี้ ถังจี้โจวยังพบว่าช่วงเวลาอาหารกลางวันของวันนี้ไม่เหมือนกับวันอื่น ๆ ตามปกติที่นักแสดงนำหลายคนจะรวมกลุ่มพากันไปนั่งกินที่ร้านอาหารใกล้เคียง หรือไม่ก็ไปกินคนเดียว พวกเขาไม่ค่อยอยู่ในกองถ่ายเพื่อกินข้าวกล่อง ทว่าเมื่อโจวอี้มาถึงกลับไม่มีใครไปไหน แม้แต่ตอนที่พวกเขากินข้าวกล่องก็ไม่แสดงสีหน้าขยะแขยงแต่อย่างใด
ภายในศาลาทรงจีนคลาสสิก
โจวอี้หยิบกล่องอาหารกลางวันและใส่น่องไก่ของเขาลงไปในกล่องอาหารกลางวันของถังหว่าน ทำให้ถังหว่านไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
“คุณกินเถอะ! ฉันกินไม่ได้เยอะขนาดนั้น” ถังหว่านท้วงขึ้น
“ผมยังไม่หิว แต่คุณยังต้องถ่ายทำในตอนบ่ายอีก คุณจะได้มีเรี่ยวแรงมากขึ้นถ้าได้กินเยอะ ๆ” โจวอี้ยิ้ม
“…”
ถังหว่านไม่ได้ปฏิเสธอีกต่อไป เพราะโจวอี้มาที่นี่เธอจึงอารมณ์ดี แม้จะไม่ได้แสดงความรักกันต่อหน้าสาธารณชน แต่ความอิ่มเอมใจของเธอก็แทบจะล้นทะลักออกมา
นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น ก่อนที่เธอจะรู้ตัว ความอยากอาหารของเธอก็เพิ่มขึ้นมาก
เมื่อรับประทานอาหารกลางวันกันเสร็จสรรพ ในที่สุดโจวอี้ก็หยิบบทขึ้นมาอ่านดูว่าต้องแสดงแบบไหน
เขารับบทเป็นตัวละคร ‘มารพิณหกนิ้ว’
เดิมทีตัวละครนี้เป็นคนประเภทที่มีทั้งดีและชั่วปะปนกัน มักกระทำการทุกอย่างตามอำเภอใจ
ต่อมา ตัวละครนำหญิงลำดับที่สองกลายเป็นผู้มีอิทธิพลต่ออารมณ์ของตัวละครมารพิณหกนิ้ว และเป็นเพราะตัวละครนำหญิงลำดับที่สองนี่เองที่เปลี่ยนอารมณ์ของมารพิณหกนิ้วจนกลายเป็นนักฆ่าที่โหดเหี้ยมภายในโลกแห่งการต่อสู้
ตัวละครนี้มีฉากไม่เยอะ บทพูดก็มีไม่กี่บรรทัด
โจวอี้ได้อ่านบทที่ต้องแสดงซ้ำอยู่หลายครั้ง จากนั้นจึงพิจารณาบทบาทและอารมณ์ที่ควรแสดงออกมาเป็นพิเศษ
ตอนบ่าย
ทั้งเกาชงและหลี่เป่าเอ๋อมาหาเขา และไม่ว่าเขาจะเข้าใจบทบาทของ ‘มารพิณหกนิ้ว’ หรือไม่ ทั้งสองคนก็อธิบายเรื่องการวางแนวบทบาท ทักษะการแสดง และปัญหาที่ต้องให้ความสนใจให้เขาฟัง
แท้จริงแล้วโจวอี้เข้าใจบทบาทของ ‘มารพิณหกนิ้ว’ ได้อย่างถ่องแท้เรียบร้อยแล้วแต่เขาไม่ได้ปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือจากเกาชงและหลี่เป่าเอ๋อ ดังนั้นระหว่างการอธิบายของพวกเขา โจวอี้ก็ได้แสดงความสามารถในการเรียนรู้ของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งทำให้ทั้งสองรู้สึกว่าความสามารถในการเรียนรู้และความสามารถในการทำความเข้าใจของโจวอี้นั้นยอดเยี่ยมมาก
“หมอโจว ดื่มกาแฟครับ”
ที่มุมหนึ่งของกองถ่าย โปรดิวเซอร์จินหมิงเดินมาพร้อมกับกาแฟสองแก้วในมือ เขายิ้มแล้วยื่นแก้วกาแฟให้โจวอี้ จากนั้นก็เดินมาอยู่ข้าง ๆ ชายหนุ่ม
“มีอะไรรึเปล่าครับ?” โจวอี้ถาม
“ดูตรงนั้นสิ… นักแสดงหญิงหน้าใหม่ที่กำลังดังคนนั้น จู่ ๆ นักลงทุนละครของเราก็เลือกเธอมาเสียบบทแสดงอย่างกะทันหันเลย” จินหมิงยิ้มอย่างขมขื่น
“ผู้กำกับถังเห็นด้วยงั้นเหรอ?”
“เขาไม่อยากตกลงหรอก แต่พ่อของผู้หญิงคนนั้นจริงจังมาก อีกฝ่ายจะถอนทุนออกทันทีถ้าหากเราปฏิเสธ ในที่สุดเธอก็เลยได้รับบทบาทเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ไม่ค่อยสำคัญเท่าไหร่ในเรื่องนี้ นี่มากสุดเท่าที่ผู้กำกับถังจะให้ได้แล้วนะ” จินหมิงกล่าวด้วยรอยยิ้มบาง
“เข้าใจแล้ว” โจวอี้พยักหน้าอย่างเงียบ ๆ
ทุกแวดวงมักมีกฎของตัวเอง และแวดวงบันเทิงก็ไม่มีข้อยกเว้น
บางครั้งถ้าคุณต้องการทำอะไรสักอย่าง คุณก็จำเป็นต้องแลกอะไรออกไป ตัวอย่างเช่นถังจี้โจว ในฐานะที่เขาเป็นผู้กำกับ มันคงไม่ฉลาดเลยถ้าหากเขาจะขัดแย้งกับนักลงทุนในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้
พวกเขาเดินไปคุยไป
ทว่าผ่านไปครู่หนึ่ง ผู้หญิงที่แต่งตัวทันสมัยคนหนึ่งก็เดินเข้ามาหาพวกเขา
“สวัสดีค่ะ คุณคือโปรดิวเซอร์จินหมิงใช่ไหม? ฉันเหลียงอี้เสวียน ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” เหลียงอี้เสวียนเดินเข้าหาจินหมิง และเพียงแค่เหลือบมองมาที่โจวอี้พริบตาเดียวเท่านั้นและไม่ได้สนใจอีก แต่เธอกลับกระตือรือร้นแสดงความเคารพต่อจินหมิงแทน
“สวัสดีคุณเหลียง” จินหมิงยิ้มตอบก่อนจะจับมือกับอีกฝ่าย จากนั้นก็เอื้อมมือไปดึงโจวอี้เข้ามาและแนะนำให้รู้จัก “นี่คือหมอโจวอี้ รับบทเป็นมารพิณหกนิ้วในละครของเรา”
“สวัสดีค่ะ คุณหมอโจว” เหลียงอี้เสวียนยิ้มพลางพยักหน้า
“สวัสดีครับ” โจวอี้ทักทายด้วยรอยยิ้ม
เหลียงอี้เสวียนอ่านเรื่องย่อของละครมาก่อนแล้ว และได้รู้ว่าบทบาทของมารพิณหกนิ้วเป็นเพียงบทบาทเล็ก ๆ ดังนั้นเธอจึงไม่ได้จริงจังนัก เวลานี้เธอยังคงเพิกเฉยต่อโจวอี้และหาโอกาสเข้าใกล้จินหมิงต่อไป
โจวอี้ก้าวออกไปจากสถานการณ์นี้อย่างชาญฉลาด เขาไปนั่งลงข้าง ๆ นักแสดงหนุ่มอีกคนแทน
จินหมิงรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อยเมื่อเห็นโจวอี้ปลีกตัวออกไป
แน่นอนว่าความรู้สึกไม่สบายใจของเขาไม่ได้มุ่งไปที่โจวอี้ แต่เกิดขึ้นกับเหลียงอี้เสวียนที่มีตาแต่หามีแววไม่
หลังจากเหตุการณ์ที่ต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นในเมืองซีซือ ตอนนี้เขารับรู้ได้อย่างชัดเจนถึงความยิ่งใหญ่ของโจวอี้
แม้ว่าโจวอี้จะไม่เคยแสดงออกว่าตัวเองมีอิทธิพลล้นเหลือ แต่แค่เพียงการโทรออกในครั้งเดียว บุคคลผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งก็รีบนั่งเฮลิคอปเตอร์มาแก้ปัญหาให้อย่างร้อนรน
ทว่าเวลานี้เหลียงอี้เสวียนกลับพูดจายกยอตัวเขาโดยไม่สนใจโจวอี้แม้แต่น้อย เขาจะไม่รู้สึกละอายใจได้อย่างไร?
จินหมิงรู้สึกอับอาย หลังจากพูดคุยกับเหลียงอี้เสวียนไม่กี่คำ เขาก็หาข้ออ้างปลีกตัวออกมา
เวลาเย็น
เหลียงอี้เสวียนถือบทละครและนั่งอยู่ในพื้นที่พักผ่อนเพื่อคุยกับผู้ช่วยส่วนตัวของเธอ แต่แววตาของเธอสับสนเล็กน้อย
เมื่อสองชั่วโมงที่แล้ว เธอพบปรากฏการณ์ประหลาดบางอย่าง
ไม่ว่าจะเป็นทีมงานหรือนักแสดงที่เข้าร่วมในการถ่ายทำ ตราบใดที่พวกเขาว่าง พวกเขาก็ดูเหมือนจะชอบไปรวมตัวกับนักแสดงที่ชื่อโจวอี้ เธอได้ยินเสียงหัวเราะดังออกมาเป็นระยะ
สิ่งที่ทำให้เธอประหลาดใจที่สุดคือ ไม่เพียงแค่ทีมงานและนักแสดงทั่วไปเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเกาชงและหลี่เป่าเอ๋อ ซึ่งเป็นนักแสดงหลักอันดับหนึ่ง พวกเขาก็ไปหาโจวอี้เพื่อสนทนาด้วยทันทีที่พวกเขาว่างจากการถ่ายทำ
“เซียวเฉียน หมอโจวคนนั้นคือใคร?” เหลียงอี้เสวียนถามผู้ช่วยส่วนตัว
“ฉันถามมาแล้วค่ะ ดูเหมือนเขาจะเป็นหมอจากโรงพยาบาลแพทย์แผนจีนจินหลิง แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง เขาเลยถูกชวนให้มาเข้าร่วมถ่ายทำละครเรื่องนี้” อวี๋เซียวเฉียนลังเลหลังจากพูดจบ จากนั้นเธอก็ลดเสียงลงและพูดต่อ “พี่อี้เสวียน ฉันยังได้รู้มาด้วยว่าหมอโจวคนนี้ไม่เพียงแค่มีอารมณ์ขันเท่านั้น แต่ยังใจกว้างอีกด้วย สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ แม้แต่ผู้กำกับถังและโปรดิวเซอร์จิน หรือแม้แต่นักแสดงนำหลายคนก็มีความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ดีกับเขา”
เหลียงอี้เสวียนเผยสีหน้าแปลกประหลาด
นักแสดงที่เล่นบทเล็ก ๆ จะมีอิทธิพลขนาดนี้ได้อย่างไร?
“ได้ยินอะไรมาอีกไหม?”
“ฉันยังได้ยินมาว่าหมอโจวดูเหมือนจะชอบถังหว่านมาก เขาเข้าหาถังหว่านหลายครั้งแล้ว ราวกับว่าเขากำลังไล่ตามเธอ!” อวี๋เซียวเฉียนกระซิบ
ถังหว่าน?
เหลียงอี้เสวียนหันไปมองถังหว่านที่กำลังถ่ายทำอยู่อีกด้านหนึ่งและพยักหน้าอย่างเงียบ ๆ
ถังหว่านเป็นคนสวยมากและยังมีเสน่ห์ของผู้หญิงที่ไม่เหมือนใคร เกรงว่าผู้ชายหลายคนคงน้ำลายสอและต้องการที่จะเอาชนะใจเธอคนนั้น เป็นเรื่องปกติถ้าหากหมอโจวจะให้ความสนใจกับถังหว่านมาก
“เซียวเฉียน พรุ่งนี้เธอหาโอกาสถามหมอโจวว่าเขาว่างไหม? ฉันจะชวนเขาไปทานอาหารเย็นพรุ่งนี้” เหลียงอี้เสวียนกระซิบ
“โอเค ได้เลยค่ะ” อวี๋เซียวเฉียนพยักหน้ารับ ก่อนจะมองไปยังทิศทางของโจวอี้แล้วถามว่า “แต่คืนนี้เราควรชวนผู้กำกับถัง และเพื่อนของเขาไปกินเลี้ยงที่โรงแรมเฉิงถัง ที่นั่นเป็นโรงแรมระดับดีที่สุดแล้วในเมืองนี้”
“อืม!” เหลียงอี้เสวียนพยักหน้าเบา ๆ