หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 324 ปีศาจสาวผู้ดึงดูดความเกลียดชังมาให้
บทที่ 324 ปีศาจสาวผู้ดึงดูดความเกลียดชังมาให้
ลู่เจินนั่งลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่น แม้ว่าใบหน้าของเธอจะไม่แสดงออก แต่แท้จริงแล้วกลับรู้สึกสนใจสถานการณ์นี้ เธอต้องการดูว่าโจวอี้จะแก้ไขสถานการณ์ปัจจุบันได้อย่างไร
เปิดประตูแต่ไม่ให้ยืมเงิน!
ที่เธอทำแบบนี้เพราะเธอดูออกว่าเจ้านายของเธอต้องการจะทำอะไร
เจ้านายของเธอซ่อนตัวอยู่ในห้อง ซึ่งแน่นอนว่าการทำแบบนี้เป็นเพราะต้องการแกล้งโจวอี้
อย่างไรก็ตาม เธอยังคงแอบหวังว่าท้ายที่สุดเจ้านายของเธอจะยอมให้โจวอี้เข้าไปในห้องนอนใหญ่ได้ และเป็นการดีที่นับจากนี้โจวอี้จะกลายเป็นผู้ชายของเจ้านายเธอ เนื่องจากหลายปีที่ผ่านมานี้ เมื่อไม่มีผู้ชายอยู่ข้างกาย นิสัยและอารมณ์ของเจ้านายเธอก็เริ่มแปลกไปมากขึ้น
ลู่เจินมองไปที่โจวอี้และเตรียมใจไว้ว่า ตราบใดที่โจวอี้ได้รับการยอมรับจากเจ้านายของเธอ เธอจะไม่พูดอะไรสักคำและจะเป็นคนทำโบว์แดงใหญ่ให้กับโจวอี้เลยด้วยซ้ำ
“เซี่ยหลู่ ฉันเข้ามาแล้ว หยุดจงใจซ่อนตัวแบบนี้สักทีและรีบออกมา!” โจวอี้ตะโกน
“ฉันง่วงแล้ว พรุ่งนี้ค่อยคุยกัน! อย่ารบกวนฉันอีกนะ ไม่งั้นฉันจะไล่คุณออกไป” น้ำเสียงขี้เกียจของเซี่ยหลู่ดังออกมาจากห้องนอนใหญ่
ทว่าเมื่อโจวอี้ได้ยินประโยคนี้ แทนที่เขาจะไม่พอใจ เขากลับมีความสุขมาก
ตอนที่อยู่ในภูเขาชางหลาง เขาสามารถนอนได้ทุกที่
บนกิ่งไม้ ในถ้ำ ในกองหญ้า บนโขดหิน… ดังนั้นการนอนบนโซฟาในห้องนั่งเล่นของห้องระดับนี้ในโรงแรมระดับ 5 ดาวมันจึงไม่ใช่ปัญหาสักนิด
รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา จากนั้นโจวอี้ก็ล้มตัวลงนอนบนโซฟา วางหมอนอิงไว้ใต้หัว และค่อย ๆ หลับตาลง
“คุณ…คุณจะนอนที่นี่จริง ๆ เหรอ?” ลู่เจินขมวดคิ้วถาม
“ทำไม? หรือว่าคุณต้องการยกห้องให้ผมเหรอ?” โจวอี้ถามโดยไม่ลืมตา
“ฉันไม่ได้มีนิสัยชอบนอนบนโซฟา” ลู่เจินกล่าวขณะเดินกลับไปที่ห้องของตัวเอง
โจวอี้ลุกขึ้น ก่อนจะปิดไฟในห้องนั่งเล่น แล้วเอนหลังลงบนโซฟา
ในห้องถัดไปนั้นมีปีศาจสาวโฉมงามผู้สามารถก่อหายนะให้แก่บ้านเมืองและปวงประชาได้โดยใช้หน้าตาเพียงอย่างเดียว แต่ถ้าทำได้ เขาก็ขอไม่ยุ่งเกี่ยวกับอีกฝ่าย
เวลาล่วงเลยผ่านไปสองชั่วโมง
ขณะที่โจวอี้หลับอยู่นั้น ประตูห้องนอนใหญ่ก็เปิดออกอย่างเงียบเชียบ เซี่ยหลู่ซึ่งสวมชุดนอนเซ็กซี่สีม่วงเดินมาที่โซฟาอย่างเงียบ ๆ
เธอมองโจวอี้ที่กำลังหลับอยู่บนโซฟาจนตาเป็นประกาย มุมปากของเธอโค้งขึ้น เธอค่อย ๆ โน้มตัวลง…
เธอไม่ได้รักโจวอี้ แต่เธอคิดว่าชายหนุ่มคนนี้น่าสนใจมาก
ด้วยรูปร่างหน้าตาของเธอเพียงอย่างเดียวก็สามารถทำให้ผู้ชายทั้งหลายไม่สามารถต้านทานเสน่ห์ของเธอได้ โดยเฉพาะทุกครั้งที่เธอเข้าใกล้โจวอี้ เธอจะยิ่งเผยเสน่ห์ของเธอให้น่าดึงดูดยิ่งขึ้น
ทว่าโจวอี้กลับเป็นเหมือนต้นไม้ เขาเมินเฉยต่อเธอโดยสิ้นเชิง ซึ่งการทำแบบนี้ยิ่งทำให้เธอตื่นเต้นและรู้สึกต้องการที่จะเอาชนะ เธอยิ่งแกล้งโจวอี้และยั่วยวนโจวอี้ให้มากขึ้น เพื่อต้องการดูว่าชายคนนี้จะใจแข็งได้อีกสักกี่น้ำ
“หล่อมากเลยล่ะสิ?”
โจวอี้ตื่นขึ้นแล้วแต่เขายังไม่ลืมตา เขาสูดกลิ่นหอมของเซี่ยหลู่และถามอย่างหยอกล้อ
“หล่อมาก ในบรรดาผู้ชายที่ฉันเคยเห็นมา นายสามารถติดอยู่ใน 800 อันดับแรกได้แน่นอน” เซี่ยหลู่หัวเราะ
“ก็คงเป็นตราบใดที่คุณยังไม่พบผู้ชายคนที่ 801 ละสิ” โจวอี้กล่าว
“ลืมตาซะ!”
“ฉันง่วง”
“ลืมตา!”
“ฉันไม่ใช่ท่อนไม้ ถ้าขืนลืมตาขึ้นมา ฉันก็คงไม่สามารถต้านทานการล่อลวงของเธอได้ และถ้าฉันถูกกระตุ้น แม้ว่าฉันจะควบคุมเธอไม่ได้ แต่ฉันก็สามารถขอให้แม่เฒ่าเทียนจี้ควบคุมเธอแล้วก็พาเธอไปอยู่ในที่ที่ควรอยู่ อยากลองแบบนั้นไหมล่ะ?” โจวอี้กำลังพูดโกหก
“เหอะ…”
เซี่ยหลู่แสร้งแสดงอาการเย้ยหยัน แต่หัวใจของเธอเต้นรัว
แม่เฒ่าเทียนจี้?
กลายเป็นว่าหญิงชราระดับบรรพจารย์ยุทธ์คนนั้นคือแม่เฒ่าเทียนจี้ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังมาช้านาน
กลิ่นหอมยังคงอยู่เมื่อเซี่ยหลู่จากไป
แต่ในไม่ช้า เซี่ยหลู่ก็นำผ้าห่มผืนบางมาคลุมให้โจวอี้อย่างอ่อนโยน
คราวนี้โจวอี้ลืมตา เขามองไปยังร่างที่น่าหลงใหลของเซี่ยหลู่ซึ่งกำลังเดินจากไป จากนั้นมุมปากของเขาก็ยกยิ้มขึ้น
วันต่อมา
เมื่อโจวอี้ตื่นขึ้น หิมะที่เคยตกหนักข้างนอกนั้นหยุดลงแล้ว
โจวอี้ยืนอยู่ตรงหน้าต่างและมองออกไปภายนอกซึ่งขาวโพลนไปด้วยหิมะหนา เขาค่อย ๆ เปิดหน้าต่างออก
ทันใดนั้น ทั่วทั้งร่างของเขาพลันสะดุ้งโหยงกับกระแสความเย็นที่เสียดแทงเข้ามา
“คุณโจว เจ้านายของฉันบอกฉันก่อนที่เธอจะออกไป ถ้าคุณตื่นแล้ว ให้ไปที่ห้องอาหารชั้นหกเพื่อพบเธอ” ลู่เจินยังคงสวมชุดสูท เธอเดินเข้ามาหาโจวอี้และพูดโดยไม่แสดงสีหน้าใด ๆ
“อืม” โจวอี้พยักหน้าตอบ จากนั้นก็หันหลังและเดินออกไป
ในไม่ช้า เขาก็มาถึงประตูห้องข้าง ๆ และเคาะประตู
แม่เฒ่าเทียนจี้เปิดประตูให้เขาและมองเขาด้วยสายตาผิดหวัง
ใช่ มันคือความผิดหวัง
เธอเฝ้าดูการเคลื่อนไหวของห้องถัดไป ซึ่งมันทำให้เธอรู้ว่าโจวอี้ไม่ได้ทำอะไรกับเซี่ยหลู่เลย
สาวงามเดินเข้าหาแล้ว แต่โจวอี้กลับไม่สนใจและยังผลักไสสาวงามออกไปอย่างน่าเสียดาย
โจวอี้จ้องมองแม่เฒ่าเทียนจี้ เขารับรู้ถึงความผิดหวังของอีกฝ่าย จากนั้นเขาก็กลับไปที่ห้องนอนใหญ่ อาบน้ำและแต่งตัว
สุดท้ายจึงหยิบกระเป๋าสตางค์ โทรศัพท์มือถือ และเดินไปที่ห้องอาหารชั้นหกอย่างเร่งรีบ
ทว่าเมื่อเขาก้าวเข้าไปในห้องอาหารชั้นหก เขาก็แทบอยากจะหันหลังกลับและจากไป
ภายในห้องอาหาร
เซี่ยหลู่แต่งตัวอย่างทรงเสน่ห์ โดยเฉพาะเครื่องประดับล้ำค่าที่เธอสวมอยู่นั้นมันก็ยิ่งทำให้เธองดงามมากขึ้น เธอนั่งอยู่ที่โต๊ะยาวและกำลังรับประทานอาหารอย่างช้า ๆ
ผู้ชายที่แต่งตัวดีอย่างน้อยหนึ่งโหลรอบตัวเธอกำลังจ้องมองเธอด้วยสายตาที่ดูราวกับอยากจะกลืนกินเธอลงท้อง บางคนที่หน้าหนาหน่อยก็กล้าพอที่จะทานอาหารร่วมกับเธอที่โต๊ะเดียวกัน อีกทั้งเซี่ยหลู่ยังยิ้มให้กับคำพูดตลก ๆ ของพวกเขา
“ฝูงแกะตุ้งติ้งที่ห้อมล้อมหมาป่าสีเทาตัวใหญ่ พวกมันไม่กลัวที่จะถูกกินจนไม่เหลือแม้แต่กระดูกเหรอวะ?” โจวอี้แอบพึมพำกับตัวเอง เขาไม่ได้สนใจที่จะเดินเข้าไปพูดคุยกับเซี่ยหลู่ แต่เดินไปที่โต๊ะว่างอีกฝั่งหนึ่งแทน
ทว่าในขณะเดียวกัน แววตาของเซี่ยหลู่ก็สว่างวาบขึ้น
เธอยกมือขึ้นแล้วตะโกนว่า “ที่รักตื่นแล้วเหรอ! มานี่เร็ว พวกพี่ชายที่แสนอบอุ่นเหล่านี้เชิญเราทานอาหารเย็นด้วยแน่ะ มีอาหารอร่อยเยอะแยะเลย”
โจวอี้ก้มหน้าและแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน
แต่หลังจากที่ได้ยินประโยคนี้ ผู้ชายที่อยู่รอบ ๆ เซี่ยหลู่ถึงกับแสดงแววตาแห่งความเป็นศัตรูมาที่โจวอี้
“เฮ้ที่รัก! คุณจะไปไหน ฉันอยู่นี่!” เซี่ยหลู่ตะโกนด้วยรอยยิ้ม แต่เมื่อเห็นว่าโจวอี้ยังคงแสร้งไม่ได้ยิน เธอจึงลุกขึ้นและเดินเข้าไปหาโจวอี้ด้วยท่าทางเย้ายวน
“นี่เธอเล่นสนุกพอหรือยัง เธอไม่กลัวไอ้พวกผู้ชายที่ชื่นชมเธอฆ่าฉันรึไง?” โจวอี้ถามอย่างหมดหนทาง
“นายเป็นคนหนังหนา ไม่ถูกฆ่าตายง่าย ๆ หรอก” เซี่ยหลู่คล้องแขนของโจวอี้อย่างชำนาญและดึงเขาไปนั่งที่โต๊ะของเธอ และเมื่อโจวอี้นั่งลงแล้ว เธอก็บีบไหล่ของโจวอี้อย่างเอาอกเอาใจ ซึ่งเป็นท่าทางที่อ่อนโยนและเอาใจใส่มาก
โจวอี้ถูกผู้ชายคนอื่นจ้องเขม็งจนรู้สึกอึดอัดเหลือเกิน
เขาเกลียดสายตาของคนเหล่านี้ และเขาไม่ชอบให้เซี่ยหลู่ดึงดูดความชังเหล่านี้มาให้เขา
ดังนั้น ท่ามกลางสายตาของฝูงชน หลังจากที่เซี่ยหลู่กลับมานั่งที่ของเธอข้าง ๆ เขาแล้ว โจวอี้ก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า คว้าข้อมือของเซี่ยหลู่ ดึงเธออย่างแรงจนเธออุทานร้อง ออกมา
โจวอี้ดึงเธอเข้ามาในอ้อมแขนของเขา และทำให้เธอนั่งบนตักของเขาโดยมืออีกข้างโอบรอบเอวเรียวของเธอไว้
“ที่รัก แม้ว่าพี่ชายเหล่านี้จะเลี้ยงอาหารอร่อยก็จริง แต่อาหารอร่อยเหล่านี้มันจะอร่อยเท่าผู้ชายของคุณได้ยังไง จริงไหม? ทำไมเราไม่ขอโทษทุกคนแล้วกลับไปที่ห้องเพื่อชิมกันและกันต่ออีกสักรอบล่ะ?” โจวอี้กอดเซี่ยหลู่และยิ้มอยู่ข้างหูเธอ
เสียงพูดนั้นไม่เบาเลย
ทุกคนรอบตัวได้ยินอย่างชัดเจน
แน่นอนว่ามันทำให้ผู้ชายทุกคนที่อยู่รอบ ๆ รู้สึกหงุดหงิด อิจฉา และ… เกลียดชัง