หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 363 แสดงหลักฐาน
บทที่ 363 แสดงหลักฐาน
เรือยอร์ชสุดหรู “เทพธิดา” แล่นไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
เซี่ยหลู่และอู๋ซินเยว่ยืนอยู่ที่หัวเรือ พวกเธอมองไปที่เกาะในระยะไกลและรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย
ฟุ่บ!
จู่ ๆ ก็มีร่างหนึ่งปรากฏตัวขึ้น
เขาแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีสันสดใสและถักผมเป็นเปียม้วนบิดเป็นแป้งทอด สีหน้าที่มักจะเย้ยหยันต่อทุกสิ่งของเขาหายไปจนเหลือแต่สีหน้าที่จริงจัง
“นายหญิง มีเรือยอร์ชสองลำอยู่ข้างหน้า” ชายหนุ่มยื่นกล้องส่องทางไกลให้เซี่ยหลู่
“น่าจะเป็นเรือยอร์ชของนิกายราตรีทมิฬและตระกูลเทียน” เซี่ยหลู่รับกล้องส่องทางไกลและส่องดูจากระยะไกลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นโยนกล้องส่องทางไกลไปให้กับอู๋ซินเยว่ “บางทีนิกายราตรีทมิฬและตระกูลเทียนคงบรรลุข้อตกลงกันแล้ว หรือไม่ก็ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกกวาดล้างตายจนหมด”
“ฉันหวังว่าพวกเขาจะสู้กันจนตายไปข้าง เพื่อที่เราจะได้ฉวยโอกาสฆ่าพวกคนที่เหลือและยึดครองเกาะมาได้ง่าย ๆ” อู๋ซินเยว่กล่าวอย่างเย็นชา
“ฮึ!” เซี่ยหลู่ยิ้มออกมาอย่างทรงเสน่ห์จนดวงดาวทั้งหลายดูหม่นหมองไปทันที
ทันใดนั้น! อู๋ซินเยว่ซึ่งกำลังส่องกล้องไปที่เรือยอร์ชสุดหรูสองลำข้างหน้าก็เปลี่ยนสีหน้า
เทียนฉิง?
เรือยอร์ชเทียนฉิงของโนเบิล ยอร์ช คลับมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?
ทันใดนั้นเธอก็นึกขึ้นได้ ตอนที่อยู่ในสำนักงานของโนเบิล ยอร์ช คลับ เหลียงเผิงได้รับโทรศัพท์จากบุคคลสำคัญของคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลง… เป็นไปได้ไหมว่าคนของคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงจะได้ข่าวเรื่องผลึกศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่บนเกาะนี้แล้ว?
“เซี่ยหลู่ ฉันคิดว่าเรื่องวันนี้จะไม่ง่ายซะแล้ว” อู๋ซินเยว่กล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“มีปัญหาอะไร?” เซี่ยหลู่ถาม
“เรือยอร์ชที่อยู่ข้างหน้าเราลำซ้ายคือเทียนฉิง มัยเป็นเรือของโนเบิล ยอร์ช คลับ…” จากนั้นอู๋ซินเยว่ก็กล่าวเรื่องการคาดเดาของเธอ และสุดท้ายยังเสริมว่า “ถ้าคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงค้นพบผลึกศักดิ์สิทธิ์แล้วจริง ๆ เราคงหมดหวังที่จะได้มันมา”
เซี่ยหลู่ได้ยินแล้วก็รู้สึกอึดอัดใจ
ในระหว่างการสนทนา เรือยอร์ชก็ยังไม่หยุดเคลื่อนที่ และเมื่อระยะห่างจากเรือยอร์ชสองลำข้างหน้าไม่ถึงร้อยเมตร เรือของพวกเธอก็หยุดการเคลื่อนไหว
“พวกคุณคือใคร?!”
เยี่ยป๋อซางยืนอยู่ที่ดาดฟ้าชั้นบนสุดของเรือยอร์ชตระกูลเทียน เขาถือดาบยาวไว้ในมือและมองไปที่เซี่ยหลู่และอู๋ซินเยว่แล้วตะโกนเสียงดังลั่น
ด้านข้างเขานั้นมีหานโหรวที่กำลังยืนเอามือไพล่หลังด้วยท่าทีสงบนิ่ง แต่มีมวลน้ำที่ควบแน่นเป็นสายคล้ายโซ่ลอยอยู่ล้อมรอบตัวเธอ
คนทั้งคู่ได้รับคำสั่งจากโจวอี้ให้ปรากฏตัวเพื่อทำให้กลุ่มของเซี่ยหลู่ประหลาดใจ
“คนของนิกายราตรีทมิฬ?”
เซี่ยหลู่และอู๋ซินเยว่มองหน้ากัน พวกเธอคิดว่าอีกฝ่ายอาจจะเป็นสมาชิกของคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลง แต่กลับกลายเป็นว่าแท้จริงแล้วคือคนของนิกายราตรีทมิฬ
จากนั้นพวกเธอก็เหลือบไปเห็นกลุ่มคนของตระกูลเทียนที่ถูกล้อมรอบอยู่ในกรอบวงกลม และยังเห็นเห็นร่างของเทียนโส่วจิน บรรพบุรุษของตระกูลเทียนนั่งอยู่ท่ามกลางผู้คนตระกูลเทียนที่ถูกล้อมรอบ
การค้นพบนี้ทำให้หัวใจของพวกเธอสั่นคลอน
พวกเธอรู้ว่าเทียนโส่วจินเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับปรมาจารย์ขั้นสูงซึ่งแข็งแกร่งไม่น้อย
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้คนของนิกายราตรีทมิฬสามารถเอาชนะเทียนโส่วจินได้อย่างสมบูรณ์และควบคุมตัวเขาไว้ได้ ซึ่งหมายความว่าอย่างน้อยกลุ่มของนิกายราตรีทมิฬจะต้องมีผู้ฝึกยุทธ์ระดับปรมาจารย์ขั้นสมบูรณ์พร้อม หรือไม่ก็มีผู้ฝึกยุทธ์ระดับบรรพจารย์ยุทธ์มาด้วย
พวกเธอไม่กลัวปรมาจารย์ขั้นสมบูรณ์พร้อม แต่พวกเธอกลัวบรรพจารย์ยุทธ์
“พวกเราเป็นคนของนิกายราตรีทมิฬ วันนี้พวกเราแค่มาทำธุระที่นี่ เกาะข้างหน้าคืออาณาเขตส่วนตัวของเจ้านายเรา ถ้าไม่ได้รับอนุญาตจากเขา เราไม่สามารถให้ใครเข้าใกล้มันได้!” เสียงของเยี่ยป๋อซางดังขึ้น
“แล้วใครคือเจ้านายของคุณ?” อู๋ซินเยว่ขมวดคิ้วถาม
“ตัวตนของเจ้านายเราไม่ใช่สิ่งที่คุณสมควรรู้!” ระหว่างพูด เยี่ยป๋อซางได้ปลดปล่อยกลิ่นอายของตัวเองซึ่งเป็นการบ่งบอกอ้อม ๆ ว่าเขาคือผู้ฝึกยุทธ์ระดับปรมาจารย์ขั้นสูง และพูดต่อไปว่า “เพื่อเห็นแก่พวกคุณที่เป็นผู้หญิง ฉันจะให้โอกาสพวกคุณออกไปจากที่นี่โดยเร็ว ไม่งั้นอย่าหาว่าฉันหยาบคาย”
“คุณ…” สีหน้าของอู๋ซินเยว่เปลี่ยนไปทันทีเพราะความโกรธจัด
“อะไร? ออกไปให้พ้นจากที่นี่ซะ! ไม่งั้นถ้าเจ้านายของฉันเกิดรำคาญใจขึ้นมา พวกคุณทั้งเรือยอร์ชจะถูกฆ่าตายทั้งหมด!” เยี่ยป๋อซางตะโกน
“ฮ่า ๆ คุณคิดว่าคุณสามารถทำให้เรากลัวได้ด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำเหรอ?” เซี่ยหลู่หัวเราะ จากนั้นเธอก็ชักดาบยาวออกจากฝัก “ฉันอยากเห็นความสามารถของเจ้านายคุณเหมือนกันว่าจะสามารถทำให้ฉันถอยไปได้ไหม!”
ทันใดนั้น เสียงแห่งความไม่พอใจก็ดังมาจากเรือยอร์ชเทียนฉิง
“เอะอะโวยวายอะไรนักหนาวะเนี่ย? ดึกดื่นแล้วคนจะนอนโว้ย!”
บนเรือเทพธิดา
เซี่ยหลู่ที่ถือดาบอยู่ในมือแสดงสีหน้าประหลาดใจทันที เธอรู้สึกว่าเสียงที่ดังออกมาจากเรือเทียนฉิงนั้นฟังดูคุ้นเคยมาก
วินาทีต่อมา! เธอก็เห็นหลายร่างปรากฏกายบนดาดฟ้าเรือยอร์ชเทียนฉิง และร่างแรกใต้แสงดาวนั้นดูคุ้นตามาก
“นาย… โจวอี้!?” เซี่ยหลู่ตกตะลึง
“เอ๋? ประธานเซี่ยนี่เอง! ฮ่า ๆ คุณนี่เวลาว่างเยอะจริง ๆ เลยนะ คุณมาที่นี่เพื่อล่องเรือกลางดึกใช่ไหม?” โจวอี้ถามด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย “ว่าแต่คุณไม่ได้เอาเรือยอร์ชเทพธิดาของคุณไปร่วมงานกิจกรรมประจำปีของโนเบิล ยอร์ช คลับนั่นเหรอไง งานมันจัดขึ้นใกล้ ๆ นี้ไม่ใช่เหรอ?”
“นายรู้ได้ยังไง?” เซี่ยหลู่ถามด้วยความสงสัย
“ฮ่า ๆ เราเป็นหุ้นส่วนกัน ผมก็ต้องรูู้อยู่แล้วสิ” โจวอี้ยิ้ม
“แล้วนายรู้ไหมว่าฉันมาทำอะไรที่นี่?” เซี่ยหลู่ยิ้มตอบ
“…”
รอยยิ้มบนใบหน้าของโจวอี้ค่อย ๆ จางหายไป
เขาจ้องเซี่ยหลู่นิ่งเงียบนานกว่าสิบวินาที จากนั้นก็พูดขึ้นว่า “ผมได้เช่าเกาะที่อยู่ข้างหลังนี้ร้อยปีด้วยราคาหนึ่งล้านหยวนต่อปี ดังนั้นเกาะนี้ถือว่าเป็นเกาะส่วนตัวของผม คุณเข้าใจสิ่งที่ผมจะสื่อไหม?”
“ฉันต้องการดูสัญญาเช่าและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง” สีหน้าของเซี่ยหลู่เปลี่ยนไปก่อนจะพูดว่า “ถ้าฉันเห็น ฉันจะออกจากที่นี่ทันที แต่ถ้าฉันไม่เห็น…”
“ไม่เชื่อที่ผมพูดเหรอ?”
“ฉันเชื่อ แต่นายควรแสดงหลักฐานด้วย” เซี่ยหลู่เริ่มจริงจัง
โจวอี้เงียบไปครู่หนึ่งและหันไปหาอู๋ซินเยว่ ความจริงที่ว่าผู้หญิงคนนี้มาพร้อมกับเซี่ยหลู่ได้นั้นแสดงให้เห็นว่าเธอเป็นผู้ฝึกยุทธ์ และสถานะของเธอก็ไม่ต่ำต้อยไปกว่ากันเลย
“เธอคนนี้คือใคร?” โจวอี้ถาม
“เธอคืออู๋ซินเยว่ คนที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองเยี่ยเฉิง พวกเราเป็นหุ้นส่วนกัน” เซี่ยหลู่กล่าว
คนที่รวยที่สุดในเมืองเยี่ยเฉิง?
โจวอี้หันมามองคนของตัวเอง จากนั้นเขาก็โบกมือให้เยี่ยป๋อซางและหานโหรวออกไป จากนั้นเขาและเฉินซานก็กระโดดไปยังเรือยอร์ชตระกูลเทียน
“มาคุยกันที่นี่ดีไหม?” โจวอี้ถาม
เซี่ยหลู่และอู๋ซินเยว่มองหน้ากัน จากนั้นพวกเธอก็กระโดดมาอยู่ต่อหน้าโจวอี้อย่างรวดเร็ว
“กรุณาเข้าไปคุยกันข้างใน!”
หลังจากที่โจวอี้พูดจบ เขาก็เดินนำเข้าไปข้างใน
ภายในห้องสันทนาการของเรือที่กว้างขวางและหรูหรา โจวอี้หยิบไวน์ต่างประเทศหนึ่งขวดที่บาร์ เขารินไวน์ให้ผู้หญิงสองคนตามลำดับ ก่อนจะยื่นให้พวกเธอแล้วพูดด้วยรอยยิ้มจาง ๆ “เรื่องที่ต้องการให้ผมพิสูจน์ว่าเกาะนี้ถูกผมเช่าแล้ว คุณจริงจังไหม?”
“จริงจัง!” เซี่ยหลู่กล่าว
โจวอี้หยิบสมุดขนาดเล็กเล่มหนึ่งออกจากกระเป๋าเสื้อของเขาและส่งให้เซี่ยหลู่ ก่อนจะพูดว่า “นี่อาจพิสูจน์ได้ว่าผมพูดความจริง ส่วนพวกเอกสารสัญญาเช่าและข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ผมไม่ได้นำมาด้วย แต่ผมสามารถแสดงพวกมันให้คุณเห็นได้เมื่อเรากลับไปที่ชายฝั่งแผ่นดินใหญ่”
เซี่ยหลู่ขมวดคิ้วและเอื้อมมือไปหยิบสมุดเล่มเล็กนั้นมา