หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 366 ฆ่าล้าง
บทที่ 366 ฆ่าล้าง
ยอดเขาที่สูงที่สุดบนเกาะแห่งนี้สูงกว่าระดับน้ำทะเลเพียงร้อยเมตร บนยอดเขานี้มีพืชพรรณเบาบางและดูมีชีวิตชีวา แต่โจวอี้สังเกตว่าส่วนลำต้นและกิ่งก้านของพืชเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นสีแดงเข้ม มีเพียงส่วนใบเท่านั้นที่มีสีเขียวและดูบอบบาง
บนยอดเขา
โจวอี้มองไปที่กองผลึกศักดิ์สิทธิ์กองเล็ก ๆ ข้างหน้าเขาด้วยรอยยิ้ม แม้แต่เฉินซาน เซี่ยหลู่ และอู๋ซินเยว่ที่อยู่ข้าง ๆ เขาก็แสดงรอยยิ้มที่พึงพอใจ
มีผลึกศักดิ์สิทธิ์จำนวนมากกระจายอยู่บนเกาะ เครื่องตรวจจับโลหะพบผลึกศักดิ์สิทธิ์มากขึ้นเรื่อย ๆ และทยอยส่งมาที่นี่ จำนวนผลึกศักดิ์สิทธิ์กองเล็ก ๆ กองนี้จึงมีจำนวนอยู่ที่ร้อยก้อน
ทุกคนรู้อยู่แก่ใจว่าแม้ตอนนี้จะหาผลึกศักดิ์สิทธิ์ได้เพียงร้อยก้อน แต่ก็คุ้มค่ากับการเดินทาง
ฟุ่บ!
ร่างที่รวดเร็วพุ่งเข้ามาจากระยะไกล
โจวอี้จำได้ว่านี่คือหนึ่งในลูกน้องของเซี่ยหลู่ นั่นคือคนที่ถักผมเปียแล้วม้วนรวมกันเหมือนแป้งทอดบนศีรษะ ทั้งยังใส่เสื้อผ้าสีสันสดใสซึ่งดูมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครเลยทีเดียว
“นายหญิง คุณโจว!” ชายหนุ่มเอ่ยพร้อมประสานมือคารวะ
“เกิดอะไรขึ้น?” เซี่ยหลู่ถาม
“คนตระกูลเทียนเหล่านั้นนำโดยเทียนโส่วจิน พวกเขาพยายามจับลูกสาวสองคนของคุณโจว แต่ถูกผู้หญิงที่คอยอยู่ปกป้องสังหารไปแล้ว” ชายหนุ่มรายงาน
“นายพูดว่าอะไรนะ! ไอ้พวกตระกูลเทียนคิดจะจับลูกสาวของฉันงั้นเหรอ!?” สีหน้าของโจวอี้เปลี่ยนไปทันที “ลูก ๆ ของฉันเป็นยังไงบ้าง!”
“ไม่บาดเจ็บ แค่… ดูเหมือนจะกลัว” ชายหนุ่มพูดด้วยรอยยิ้มบาง ๆ
“ไอ้ระยำ!”
โจวอี้ไม่สนใจเรื่องการตามหาผลึกศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไป ร่างกายของเขาพุ่งออกไปราวกับลูกศรหลุดจากคันธนูไปยังทิศทางของชายฝั่ง เฉินซานติดตามไปอย่างใกล้ชิด และหัวใจของเขาก็เต็มไปด้วยความกระหายอยากจะฆ่า
อู๋ซินเยว่จ้องมองตามหลังของโจวอี้ที่จากไปอย่างรวดเร็ว แววตาของเธอปรากฏความงุนงง เธอหันไปมองเซี่ยหลู่ด้วยความประหลาดใจและถามว่า “คุณโจวมีลูกด้วยเหรอ? แถมยังพามาด้วย? ลูกสาวสองคนของเขาอยู่ที่นี่เหรอ?”
“ฉันรู้แค่ว่าเขามีลูกสาว” เซี่ยหลู่ตอบ
“เราไปดูกันไหม?” อู๋ซินเยว่ถาม
เซี่ยหลู่คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจส่ายหัว
จากท่าทีของโจวอี้ตอนนี้ เขาไม่สนใจเรื่องการสำรวจผลึกศักดิ์สิทธิ์แล้วด้วยซ้ำ เขารีบไปที่ชายหาดทันที เซี่ยหลู่จึงรู้ได้ทันทีว่าโจวอี้ให้ความสำคัญกับลูกสาวสองคนของเขามาก
ถ้าเป็นแบบนี้ เกรงว่าจุดจบของตระกูลเทียนคงจะน่าสลดใจอย่างยิ่ง
ไม่จำเป็นหรือไม่มีความหมายที่จะติดตามไปดูภาพที่น่าสังเวชแบบนั้น
ณ บริเวณชายหาด
ถังเหมียวเหมี่ยวและถังเสี่ยวรุ่ยถูกพากลับขึ้นไปบนเรือยอร์ช และหลังจากอิงหงและหานโหรวปลอบเด็กหญิงสองคนอยู่พักใหญ่ เด็กทั้งสองก็หายหวาดกลัวขึ้นมาบ้าง
ถังเหมียวเหมี่ยวจับมือของถังเสี่ยวรุ่ยไว้เสมอ ราวกับว่ามีเพียงถังเสี่ยวรุ่ยเท่านั้นที่จะสามารถให้ความรู้สึกปลอดภัยได้เพียงพอต่อเธอในเวลานี้
“น้องสาวของพี่…ตอนเราดูการ์ตูนเรื่องซูเปอร์แมนและสไปร์เดอร์แมน ฮีโร่มักเอาชนะคนเลวได้จริงไหม?” ถังเสี่ยวรุ่ยตั้งสติได้แล้ว ดังนั้นเธอจึงพยายามปลอบถังเหมียวเหมี่ยวอย่างอดทน
“อืม…” ถังเหมียวเหมี่ยวพยักหน้าอย่างหม่นหมอง
“น้องก็เห็นแล้วไม่ใช่เหรอ! คนเลวพวกนั้นต้องการทำร้ายเรา ศิษย์พี่หญิงก็เลยกลายเป็นซูเปอร์แมนและฆ่าคนเลวพวกนั้น ศิษย์พี่หญิงและอาจารย์ของน้องเป็นฮีโร่ที่กล้าหาญ เราควรเรียนรู้จากพวกเขาใช่ไหม?” ถังเสี่ยวรุ่ยกล่าวต่อ
“ใช่” ถังเหมียวเหมี่ยวพยักหน้า
“อย่ากลัวไปเลย พ่อของเราก็เป็นซูเปอร์แมนเหมือนกัน และในอนาคตเราก็จะกลายเป็นซูเปอร์แมนด้วย ถ้าเราฝึกฝนอย่างหมั่นเพียร จากนั้นเราก็ลงโทษคนเลวและปกป้องสันติภาพของโลกไปกับพ่อของเรา ดีไหม?” ถังเสี่ยวรุ่ยกอดถังเหมียวเหมี่ยวไว้ในอ้อมแขนของเธอและพูดอย่างอ่อนโยน
“อื้ม…เราจะเป็นซูเปอร์แมนเหมือนกัน…” อารมณ์ของถังเหมียวเหมี่ยวมั่นคงขึ้น และแม้แต่ในใจก็แข็งแกร่งขึ้นเล็กน้อย
อิงหงและหานโหรวยืนดูอยู่เงียบ ๆ
ทั้งสองได้ยินการสนทนาระหว่างถังเสี่ยวรุ่ยและถังเหมียวเหมี่ยวอย่างชัดเจน
พวกเธอเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
พวกเธอรู้สึกว่าถังเสี่ยวรุ่ยซึ่งอายุไม่น่าเกินเจ็ดขวบกลับมีความคิดอ่านที่เป็นผู้ใหญ่มากกว่าอายุอย่างมาก
ทันใดนั้นอิงหงก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งเกิดที่ขึ้นนอกหน้าต่าง เธอจึงหันหน้ามองออกไปทันที
มีศพเก้าศพนอนเรียงรายอยู่ที่ชายหาด
อีกทั้งยังมีสมาชิกตระกูลเทียนอีกสิบกว่าคนถูกล้อมรอบด้วยความกลัว
“คุณชายโจว” เยี่ยป๋อซางกลับมาถึงเร็วกว่าก้าวหนึ่ง และเอ่ยต้อนรับโจวอี้ด้วยความเคารพ
“อืม!”
โจวอี้ตอบด้วยสีหน้าบึ้งตึง เขารีบเดินปรี่ไปหาสมาชิกตระกูลเทียนคนหนึ่งอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเอื้อมมือไปกระชากคอเสื้อชายคนนั้นขึ้นจากพื้นแล้วถามด้วยน้ำเสียงอาฆาตว่า “แกต้องการจับลูกสาวของฉันเพื่อขู่ฉันใช่ไหม?!”
“ม…ไม่ใช่นะ เป็นความตั้งใจของคนอื่น ๆ ผ…ผมไม่ได้ทำอะไรเลย ผมไม่กล้าขัดคำสั่งของคุณเลย” ชายที่ถูกกระชากคอเสื้อตะโกนเสียงสั่นด้วยความกลัว
“พูดห่าอะไรไร้สาระ! น่ารำคาญโว้ย!”
มีดเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นในมือของโจวอี้ จากนั้นใบมีดคมก็วาดผ่านลำคอของอีกฝ่ายอย่างไร้ความปรานี ก่อนที่เขาจะโยนอีกฝ่ายออกไปราวกับเศษขยะ
ร่างของชายคนนั้นขดเป็นเหมือนกุ้ง สองมือของเขากุมคอตัวเองแน่นท่ามกลางเลือดที่ยังคงไหลทะลักออกมาอย่างบ้าคลั่ง เขาค่อย ๆ สูญเสียเสียงของเขาไปในขณะที่ร่างกายชักกระตุก
โจวอี้คว้าคอเสื้ออีกคนขึ้นมาแล้วพูดอย่างเย็นชา “แก! ตอบคำถามก่อนหน้านี้ของฉันมา!”
“ท…เทียนโส่วจิน เขาคิดว่าถ้าเขาจับเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ สองคนนั้นได้ เขาจะมีอำนาจต่อรองพอที่จะขู่คุณ ต…แต่ผลที่ตามมาคือพวกเขาไม่เพียงแต่ล้มเหลว ทว่ายังถูกฆ่าด้วย พวกเราที่เหลือไม่ได้ทำอะไรเลยจริง ๆ นะครับ…” ชายคนนั้นกล่าวเสียงสั่น
“เหตุผลที่แกไม่ได้ทำเพราะแกไม่มีความสามารถที่จะทำ!” โจวอี้ตบหน้าอีกฝ่ายด้วยใบมีดและเยาะเย้ยว่า “ฉันเป็นคนที่ไม่ชอบการทิ้งตัวปัญหาเอาไว้เบื้องหลัง ดังนั้นพวกแกทั้งหมดต้องตายและจำไว้ว่าชาติหน้าอย่าไปเกิดในตระกูลเทียนอีก!”
หลังจากนั้น โจวอี้ก็แทงมีดตัดขั้วหัวใจอีกฝ่ายทันที
“คนแซ่โจว เราไม่ได้ทำอะไรเลย ฆ่าพวกเราทำไม!”
“คุณไม่ควรฆ่าพวกเรา! มีแค่เทียนโส่วจินกับคนอีกไม่กี่คนเท่านั้นที่พยายามจับลูก ๆ ของคุณ เราไม่ได้ร่วมมือกับคนเหล่านั้นสักหน่อย!”
“คุณโจว! พวกเราทั้งหมดได้รับบาดเจ็บสาหัส ไม่งั้นถ้าเราพอมีแรงเหลือ เราคงขัดขวางเทียนโส่วจิน ไม่มีวันปล่อยให้พวกเขาทำแบบนั้น…”
“คุณโจว โปรดไว้ชีวิตพวกเราด้วย! มันเป็นความผิดของเทียนโส่วจินที่สมควรตายเป็นพัน ๆ ครั้ง พวกเราที่เหลือบริสุทธิ์!”
“โปรดไว้ชีวิตเรา…”
เหล่าคนของตระกูลเทียนตะโกนอ้อนวอนด้วยสีหน้าที่ทั้งไม่ยินยอมและคับข้องใจ พวกเขาขอร้องโดยหวังว่าโจวอี้จะปล่อยให้พวกเขามีชีวิตอยู่ต่อ
แต่โจวอี้จะให้หรือไม่?
คำตอบคือไม่!
ลูกสาวของเขาคือแก้วตาดวงใจของเขา
ใครก็ตามที่กล้าละเมิดแม้แต่เส้นผมของลูกสาวเขา เขาจะหั่นอีกฝ่ายเป็นชิ้น ๆ และเผามันไม่ให้เหลือแม้แต่เถ้าถ่าน
“จงโทษที่ชาตินี้พวกแกเกิดมาผิดที่ผิดทาง ทำให้มีชะตากรรมที่น่าสังเวชแบบนี้ ดังนั้นชาติหน้าก็ช่วยเลือกเกิดหน่อย เอาที่มันดี ๆ จะได้ไม่ต้องจบชีวิตเหมือหมาจรจัดแบบนี้!” ทันทีที่โจวอี้พูดจบ ร่างของเขากระโจนเข้าใส่กลุ่มคนตระกูลเทียนอย่างรวดเร็ว
การสังหารหมู่!
มันคือการสังหารหมู่ฝ่ายเดียว
โจวอี้ฆ่าคนทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว
เพียงครึ่งนาที สมาชิกตระกูลเทียนนับสิบคนก็ถูกเขาฆ่าตายจนเหี้ยน