หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 368 เหตุการณ์แปลกประหลาด
บทที่ 368 เหตุการณ์แปลกประหลาด
บริเวณด้านล่างของช่องแคบกลางภูเขา ผู้คนหลายสิบคนพร้อมเครื่องมือขุดเจาะได้กระจายตัวกันไปตามช่องแคบยาวหลายร้อยเมตร พวกเขาใช้เครื่องตรวจจับโลหะอย่างต่อเนื่องเพื่อตรวจจับพื้นดิน ผนังภูเขาทั้งสองด้าน และใช้เครื่องมือขุดไปยังสถานที่ที่เครื่องตรวจจับส่งสัญญาณเตือน
ชิ้นส่วนของผลึกศักดิ์สิทธิ์ถูกขุดออกมา ทำให้กองผลึกศักดิ์สิทธิ์ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ
ฟุบ! ฟุบ!
ร่างเงาสองร่างปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็วบริเวณด้านล่างของช่องแคบกลางภูเขา
สิ่งแรกที่สะดุดตาโจวอี้คือผลึกศักดิ์สิทธิ์กองใหญ่ และเมื่อเขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ เขาก็เห็นผลึกศักดิ์สิทธิ์ฝังอยู่รอบด้านเต็มไปหมด และกำลังถูกขุดออกมา
รวย!
แม้ว่าโจวอี้จะแสร้งทำเป็นสงบ แต่แท้จริงแล้วเขาก็ยังตื่นเต้นมาก
“เซี่ยหลู่ ผมขอถามอะไรคุณหน่อย” โจวอี้เอ่ยขึ้น
“อะไร?” เซี่ยหลู่หันมาถามด้วยรอยยิ้มที่สดใส
“ผลึกศักดิ์สิทธิ์ขนาดเท่ากำปั้นสามารถขายในตลาดมืดได้ราคาเท่าไหร่?”
“ห้าล้านหยวน! อย่างน้อยก็ห้าล้านหยวน แต่ถ้าขายให้ตำหนักหมื่นประดิษฐ์โดยตรง ราคาอาจสูงกว่านี้ ซึ่งเป็นไปได้ที่จะขายได้ถึงเจ็ดหรือแปดล้านหยวน” เซี่ยหลู่หัวเราะ
ห้าล้านหยวน?
โจวอี้ตาเป็นประกาย
แค่กองผลึกศักดิ์สิทธิ์ที่กองอยู่ตรงหน้าเขา วัดคร่าว ๆ จากสายตาอย่างน้อยน่าจะมีสัก 400 ก้อน และยังมีส่วนที่พบก่อนหน้านี้อีกมากกว่า 100 ก้อน รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 500 ก้อนแน่นอนซึ่งถ้าคำนวณคร่าว ๆ ก้อนละห้าล้านหยวน ผลึกศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้จะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่าสองหมื่นล้านหยวน
เกาะนี้มีผลึกศักดิ์สิทธิ์กี่ก้อน?
พัน?
หมื่น?
แสน?
ล้าน?
โจวอี้สูดหายใจเข้าลึกและตะโกนบอกเฉินซานว่า “เฉินซาน! เก็บผลึกศักดิ์สิทธิ์สักสามร้อยก้อนใส่ถุงกระสอบ แล้วนำพวกมันกลับไปที่เรือยอร์ชของเรา”
“เอ๊ะ?” เฉินซานงุนงง
“เร็วเข้า!” โจวอี้เร่ง
“ตกลง…”
เฉินซานไม่รู้ว่าโจวอี้ต้องการจะทำอะไร แต่เขาก็รีบทำตามที่อาจารย์ลุงน้อยของเขาสั่ง เขารีบเก็บผลึกศักดิ์สิทธิ์สามร้อยก้อนอย่างรวดเร็ว และวิ่งออกไปยังทิศทางของเรือยอร์ชเทียนฉิง
โจวอี้มองไปที่เซี่ยหลู่และอู๋ซินเยว่แล้วพูดพร้อมกับหัวเราะว่า “สาวสวยทั้งสอง ตอนนี้อาจารย์ของผมยังมาไม่ถึง ผมจะให้โอกาสพวกคุณเก็บผลึกศักดิ์สิทธิ์ไปคนละร้อยก้อนเพื่อนำกลับไปเล่น ๆ!”
“ผู้อาวุโสฉู่กำลังมา?” เซี่ยหลู่ถาม
“ใช่แล้ว ผมโทรหาอาจารย์แล้ว เธอจะพาผู้คนจากสำนักโอสถมาที่นี่ด้วยตัวเอง บางทีอาจกำลังใกช้จะมาถึงแล้ว ดังนั้นเวลานี้ผมจะให้โอกาสพวกคุณเติมเงินในกระเป๋าและแจกเงินค่าขนมให้กับพี่น้องของพวกคุณ” โจวอี้กล่าวอย่างภาคภูมิใจ
เติมเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง?
ฉันคิดว่าคุณนั่นแหละกำลังเติมเงินเข้ากระเป๋าของคุณ!
เซี่ยหลู่และอู๋ซินเยว่แอบบ่นในใจ
อย่างไรก็ตาม เมื่อพวกเธอคิดว่าจะได้ผลึกศักดิ์สิทธิ์กลับไปคนละร้อยก้อน มันก็ถือว่าได้กำไรมากเช่นกัน เพราะผลึกศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่ของที่มีเงินแล้วจะสามารถซื้อได้ตลอด
นี่เป็นวัตถุดิบระดับสูงที่เป็นที่ต้องการมากสำหรับการปรับแต่งอาวุธหรือสมบัติต่าง ๆ
เวลาล่วงเลยไปเป็นเวลาเช้าตรู่แล้ว
ดวงอาทิตย์โผล่ขึ้นทางทิศตะวันออก แสงของดวงอาทิตย์สาดส่องไปถึงด้านล่างของช่องแคบกลางภูเขา
หลังจากการขุดเจาะทั้งคืน ผลึกศักดิ์สิทธิ์มากกว่าพันก้อนก็ถูกขุดขึ้นมาและวางซ้อนกันหลายกอง
“มันแปลกที่อาทิตย์ขึ้นแล้วแต่ทำไมยังมีหมอก? แถมหมอกนี้ยังมีสีแดงจาง ๆ?” โจวอี้สังเกตเห็นและรีบมองไปรอบ ๆ ทันที
เขาพบว่ามีกลิ่นคาวเลือดจาง ๆ ในหมอกสีแดงอ่อนนี้
“โจวอี้ มีบางอย่างผิดปกติ” เซี่ยหลู่พูดเสียงเบา
“คุณเดาได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น?” โจวอี้ถาม
“ฉันไม่รู้ ฉันไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อน แต่ฉันรู้สึกไม่ดีเลย” เซี่ยหลู่กล่าว
โจวอี้เงียบไปครู่หนึ่ง ทันใดนั้นก็ตะโกนขึ้นว่า “เยี่ยป๋อซาง! รีบแบ่งคนไปเก็บผลึกศักดิ์สิทธิ์ที่ขุดได้ทั้งหมด และพาพวกเขากลับไปที่เรือยอร์ชให้เร็วที่สุด! เร็วเข้า!”
“รับทราบ!”
เยี่ยป๋อซางเองก็รู้สึกเช่นกันว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่ไม่มีเวลาให้ครุ่นคิดไตร่ตรองอะไรแล้ว เขาสั่งให้คนทั้งหกคนรีบเก็บผลึกศักดิ์สิทธิ์แล้วจากไปอย่างรวดเร็ว
อู๋ซินเยว่ยังมาหาโจวอี้และถามว่า “คุณต้องการให้เราหยุดก่อน แล้วค่อยขุดต่อไปหลังจากที่เรารู้ว่าหมอกสีแดงคืออะไรใช่ไหม?”
“ใช่!” โจวอี้พยักหน้า
เขาระวังตัวมาตลอด และเมื่อทุกคนต่างก็เห็นได้ว่าตอนนี้มีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้น ดังนั้นแล้วเพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสีย เขาจึงต้องการให้คนอื่น ๆ ที่มีระดับยุทธ์ต่ำออกไปก่อนจึงจะดีที่สุด
สามนาทีต่อมา บริเวณด้านล่างของช่องแคบกลางภูเขา
คนทั้งหมดยกเว้นโจวอี้ เฉินซาน เซี่ยหลู่ และอู๋ซินเยว่ได้ถอนตัวออกไปหมดแล้วเพื่อกลับไปรับประทานอาหารและพักผ่อนให้เพียงพอ
“กลิ่นคาวเลือดเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ” เซี่ยหลู่สังเกตสภาพแวดล้อมอย่างระมัดระวัง
“อืม!” ทุกคนพยักหน้า
เมื่อหมอกสีแดงหนาแน่นมากขึ้นเรื่อย ๆ มันก็ได้แทรกซึมไปทั่วทั่งภูเขา และกลิ่นคาวนี้ก็รุนแรงขึ้นมากกว่าเดิมเรื่อย ๆ
แกรก ๆๆ!
ทันใดนั้น ก้อนกรวดจากภูเขาก้อนหนึ่งพลันร่วงลงมา
ทั้งสี่คนมองไปที่ก้อนกรวดนั้นทันที
ทันใดนั้น แผ่นดินก็ดูเหมือนจะสั่นไหวอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเสียงที่คล้ายกับเสียงร้องของมังกรก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน!
“นี่คือเสียงบ้าอะไร?!” อู๋ซินเยว่ถามด้วยความสงสัยปนตื่นตระหนก
ทุกคนส่ายหัวด้วยความงุนงง
มังกร?
พวกเขาไม่เชื่อว่ามีมังกรอยู่ในโลกจริง ๆ
แต่เสียงนี้…
ครืน…
ด้านล่างของช่องแคบกลางภูเขาเริ่มสั่นสะเทือน และมีเศษหินตกลงมาจากภูเขาที่อยู่ด้านบน เศษหินเหล่านั้นร่วงหล่นลงมามากขึ้นเรื่อย ๆ
“ออกจากที่นี่ก่อน แยกกันไปตรวจสอบ แล้วค่อยไปเจอกันที่ยอดเขาที่อยู่ตรงข้าม!” จู่ ๆ เฉินซานก็พูดขึ้น
“ตกลง!”
ทุกคนพยักหน้า
ทันใดนั้น อู๋ซินเยว่ก็พูดขึ้นว่า “คุณโจว คุณไปด้วยกันกับฉันดีกว่า! ถ้าคุณตกอยู่ในอันตราย ฉันจะปกป้องคุณได้”
“คุณเนี่ยนะ?” โจวอี้ตกใจ
เซี่ยหลู่ลังเล แต่เมื่อมองท่าทีจริงจังของอู๋ซินเยว่ เธอจึงพยักหน้าช้า ๆ และพูดว่า “มีซินเยว่คอยปกป้องคุณ ตราบใดที่คุณและเธอไม่เจอกับคนที่แข็งแกร่งระดับบรรพจารย์ยุทธ์ คุณก็ไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัย คุณเฉิน เราไปทางทิศตะวันออกเพื่อสำรวจกันก่อนเถอะ!”
“ได้!” เฉินซานพยักหน้า
ตอนนี้เขารู้สึกถึงกลิ่นอายอันแข็งแกร่งของอู๋ซินเยว่แล้ว… เธอคือปรมาจารย์ขั้นสมบูรณ์แบบ!
“แบบนั้นก็ได้!”
โจวอี้อยากจะบอกกับทุกคนว่าเขาไม่ต้องการให้คนอื่นมาปกป้อง แต่เมื่อเขาเห็นว่าเฉินซานตกลง เขาก็ไม่สามารถพูดอะไรได้อีก เขาวิ่งไปพร้อมกับอู๋ซินเยว่ มุ่งตรงไปทางฝั่งตะวันตกของช่องแคบกลางภูเขา
ณ ริมชายหาด
เยี่ยป๋อซางที่กลับมาถึงชายหาดพร้อมกับผลึกศักดิ์สิทธิ์ถึงกับชะงัก
ดูเหมือนเขาจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ แววตาของเขาเริ่มฉายความกังวล หัวใจของเขาเริ่มเต้นระส่ำ
เขาจำได้แล้ว!
เขาเพิ่งจำได้ว่าหมอกสีแดงอ่อนนั่นคืออะไร!
“พวกคุณส่งผลึกศักดิ์สิทธิ์ไปที่เรือยอร์ชและมอบให้คุณอิงหง!” เยี่ยป๋อซางคำราม ก่อนจะหันกลับมาและรีบพุ่งเข้าไปในป่าทิศทางภูเขา
เขากลัว!
กลัวว่าโจวอี้จะตายบนเกาะ
เขาต้องการเกาะขาทองคำของโจวอี้ แต่ถ้าอีกฝ่ายตายที่เกาะนั้น มันจะเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่สำหรับเขา
นอกจากนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือถ้าโจวอี้ตาย เหล่าตัวตนที่น่าสะพรึงกลัวทั้งหลายของสำนักโอสถคงจะมาระบายความโกรธใส่เขาแน่นอน
ถ้าเป็นแบบนั้น… เกรงว่าเขาคงจะถูกตามล่าไปสุดขอบโลกจากตัวตนที่แสนน่ากลัวนับไม่ถ้วน และแม้แต่นิกายราตรีทมิฬของเขาก็คงได้แต่เฝ้ามองเฉย ๆ โดยที่ทำอะไรไม่ได้เลยสักนิด