หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 389 มุมมองที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
บทที่ 389 มุมมองที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
แสงแดดอ่อน ๆ ส่องผ่านผ้าม่านภายในห้องอันเงียบสงบ
ถังหว่านนั่งนิ่งอยู่ที่ขอบเตียงราวกับรูปปั้น ความคิดมากมายวิ่งวนอยู่ภายในหัว
วันนี้โลกทัศน์ของเธอเปลี่ยนไปมาก
สามีของเธอร่ำรวยมหาศาล อีกทั้งยังมีเส้นสายที่แข็งแกร่ง แม้ว่าเขาจะเป็นแพทย์จีน แต่เขาก็ยังเป็นผู้ฝึกยุทธ์ และแม้แต่คนรอบข้างเขาก็ยังเป็นสมาชิกของสำนักผู้ฝึกยุทธ์
เธอรู้สึกเหมือนอยู่ในโลกแห่งความฝัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลูกสาวของเธอที่อายุเพียงสี่ห้าขวบ แต่กลับมีความสามารถเกินเด็กในวัยเดียวกันไปแบบสุดกู่
ก๊อก ก๊อก..
ประตูถูกเคาะจากด้านนอก
ถังหว่านหันไปเห็นว่าโจวอี้กำลังผลักประตูเข้ามา ดวงตาที่สวยงามของเธอกะพริบปริบ ๆ เมื่อหลุดออกจากภวังค์ ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมา
สามีของฉันยอดเยี่ยม และลูกสาวของฉันก็ยอดเยี่ยม มันก็ดีที่สุดแล้วนี่นา!
พวกเขาต้องดีเลิศแบบนี้แหละ ถึงจะสามารถมีชีวิตที่ดีได้!
ยิ่งไปกว่านั้น ในอนาคตฉันจะสามารถติดตามพวกเขาเพื่อเรียนรู้และฝึกฝน และฉันจะเป็นผู้หญิงที่สามารถบินข้ามหลังคา เดินบนกำแพง และช่วยเหลือผู้อื่นได้!
ถังหว่านยิ้มพลางเพ้อฝันเกี่ยวกับฉากในภาพยนตร์ ซึ่งตัวเธอจะเป็นเหมือนตัวละครเอกหญิงสวมชุดโบราณที่สะพายดาบและขี่ม้า
“คุณอารมณ์ดีขึ้นหรือยัง?” โจวอี้เดินเข้ามาหาถังหว่านและถามด้วยรอยยิ้ม
“ฉันอารมณ์ดีแล้ว!” ถังหว่านดึงโจวอี้มานั่งที่ด้านข้าง เธอจับแขนของเขาไว้แล้วพูดว่า “ฉันเองก็อยากฝึกเหมือนกัน ฉันทำได้ไหม?”
“ได้แน่นอน ถึงแม้ว่าการเริ่มฝึกฝนในตอนนี้จะสายไปนิดหน่อย แต่ก็ไม่เป็นไร สามีของคุณเป็นศิษย์ของสำนักโอสถ และสำนักของเราไม่เคยขาดพวกโอสถวิเศษ! ดังนั้นต่อให้คุณจะไม่มีพรสวรรค์หรืออายุมากแล้ว ผมก็สามารถทำให้คุณเป็นผู้ฝึกยุทธ์ได้” โจวอี้กล่าวอย่างมั่นใจ
“จริงเหรอ? จะเก่งแบบพวกคุณเลยใช่ไหม?” ถังหว่านถามอย่างยินดี
“เก่งเหมือนกับพวกผมเหรอ…อืม…ดูเหมือนจะยากนิดหน่อย แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นวางใจได้เลย!” โจวอี้โอบไหล่อันบอบบางของเธอแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม
ถังหว่านรู้สึกโล่งใจเมื่อได้ยินคำพูดนี้
“ไปจดทะเบียนสมรสกันเถอะ!” ถังหว่านนั่งตัวตรงขึ้นมาทันที
“ตอนนี้?” โจวอี้เลิกคิ้วขึ้น
“ใช่แล้ว! ตอนนี้เลย!” ถังหว่านแทบรอไม่ไหวพลางดึงโจวอี้ให้ลุกขึ้นตาม
“ที่รัก ตอนนี้คงไม่ได้หรอก” โจวอี้พูดด้วยรอยยิ้มขมขื่น
“ทำไมล่ะ คุณไม่อยากจดทะเบียนสมรสกับฉันเหรอ?” ถังหว่านถามด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ
“มันจะเป็นแบบนั้นได้ยังไงล่ะ คุณเป็นภรรยาของผม และคุณจะเป็นภรรยาของผมไปตลอดชีวิต” โจวอี้กอดเธออีกครั้งและพูดด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “แต่วันนี้เป็นวันเสาร์ สำนักงานไม่เปิด!”
วันเสาร์?
ถังหว่านเพิ่งนึกขึ้นได้ “ทำไมวันดี ๆ แบบนี้ต้องเป็นวันหยุดด้วยนะ! น่าจะให้เจ้าหน้าที่ของที่นั่นไม่ต้องหยุด”
“ฮ่า ๆ…” โจวอี้รู้สึกขบขันกับคำพูดนั้น
“อย่ากังวลไป! ถึงแม้ว่าเราจะยังไม่มีทะเบียนสมรส แต่ผมคือสามีของคุณ และคุณคือภรรยาของผม นี่เป็นข้อเท็จจริงที่จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง” โจวอี้กอดเธอไว้ในอ้อมแขนด้วยรอยยิ้ม
“อืม!” ถังหว่านพยักหน้าหนักแน่น
พวกเขากอดกันอยู่สักพักแล้วจึงออกจากห้องไปพร้อมกัน
“เสี่ยวหว่าน มีอีกอย่างที่ผมลืมบอกคุณ” จู่ ๆ โจวอี้ก็พูดขึ้น
“อะไรเหรอ?”
“ในพวกภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ พวกคนที่มีความสามารถพิเศษเรียกว่าอะไร?” โจวอี้ถาม
“พวกผู้มีพลังพิเศษไง”
“อืม ถ้าอย่างนั้น ในโลกภายนอกนี้ก็คงต้องเรียกเสี่ยวรุ่ยว่าเป็นผู้มีพลังพิเศษ” โจวอี้กล่าว
“เสี่ยวรุ่ย? ผู้มีพลังพิเศษ? คุณกำลังแกล้งฉันเหรอ?” ถังหว่านถามด้วยสีหน้างุนงง
“ผมไม่ได้แกล้งคุณนะ เสี่ยวรุ่ยเป็นผู้มีพลังพิเศษจริง ๆ แม้แต่ถังเสี่ยวถังพี่ชายของเสี่ยวรุ่ยของเราก็เป็นผู้มีพลังพิเศษด้วย ความสามารถพิเศษของเสี่ยวรุ่ยคือการควบคุมน้ำ และความสามารถของเสี่ยวถังคือการควบคุมไฟ หรือจะให้เรียกอีกอย่างก็คือพวกเขาคือผู้ควบคุมพลังธาตุ”
“ฉัน…” เป็นอีกครั้งที่ถังหว่านพูดไม่ออก
โจวอี้จับมือของถังหว่านเดินออกไปนอกห้อง จากนั้นก็มองลงไปที่บันไดชั้นล่างแล้วตะโกนว่า “หานโหรว! ให้ภรรยาของผมเห็นพลังอันยิ่งใหญ่ของคุณหน่อย!”
“ได้!”
เมื่อเสียงตอบรับดังขึ้น ถังหว่านก็เห็นหยดน้ำปรากฏอยู่ตรงหน้าเธอ
และในช่วงเวลาต่อมา หยดน้ำก็หลอมรวมกันก่อตัวเป็นเส้นสายน้ำลอยผ่านอากาศตรงหน้า
จากนั้นหานโหรวก็เหยียบลูกบอลน้ำสองลูกและลอยมาหยุดอยู่ตรงหน้าโจวอี้และถังหว่านอย่างเงียบ ๆ ในขณะที่เส้นสายน้ำนั้นก็ยังลอยวนอยู่รอบ ๆ
“นี่…” ถังหว่านมีสีหน้าโง่งมทันที
เธอคว้าแขนของโจวอี้ไว้เพราะความประหม่า
นี่มันเหลือเชื่อ!
ขนาดผู้ฝึกยุทธ์ เธอยังแทบจะไม่สามารถยอมรับการมีอยู่ได้ แล้วนี่อะไร? ควบคุมน้ำอย่างกับเวทมนตร์! นี่มันเกินกว่าที่สมองของเธอจะประมวลผลยอมรับได้ทัน!
ฉากที่อยู่ตรงหน้าเธอรุนแรงกว่าการรับชมภาพยนตร์แนววิทยาศาสตร์ เมื่อได้เห็นกับตาตัวเองเธอก็รู้สึกว่าคนที่มีความสามารถแบบนี้ในสายตาเธอสมควรเรียกว่าสัตว์ประหลาดมากกว่าผู้มีพลังพิเศษอย่างที่เธอเคยเอ่ยไปเมื่อครู่
โจวอี้ลูบหลังถังหว่านและพูดเบา ๆ ว่า “ตอนนี้คุณเข้าใจแล้วหรือยังว่าทำไมเสี่ยวรุ่ยถึงเรียกหานโหรวว่าอาจารย์? เสี่ยวรุ่ยของเราเป็นเหมือนหานโหรว เธอสามารถควบคุมธาตุน้ำได้ แต่ผมไม่ได้ปล่อยให้เธอเปิดเผยความสามารถนี้ในเวลาปกติ คุณก็เลยไม่เคยรู้มาก่อน”
“เสี่ยวรุ่ย…”
ริมฝีปากของถังหว่านอ้าออก แต่เธอไม่รู้ว่าจะพูดอะไร
เป็นเรื่องยากสำหรับเธอที่จะจินตนาการว่าลูกสาวบุญธรรมที่เธอมักจะถูกอุ้มไว้ในอ้อมแขนแท้จริงแล้วเป็นเด็กที่มีความสามารถเหนือมนุษย์ได้ขนาดนี้
โชคดี…
โชคดีที่เสี่ยวรุ่ยมีเหตุผลและฉลาด ไม่อย่างนั้นถ้าแสดงพลังออกมาให้โลกภายนอกเห็น ป่านนี้คงถูกจับไปทดลองและถูกมองว่าเป็นตัวประหลาดไปแล้วใช่ไหม?
โจวอี้โบกมือให้หานโหรวกลับไปก่อน จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ ทำให้ถังหว่านสงบลง
“ก่อนหน้านี้ผมวางแผนที่จะพาคุณและลูก ๆ ไปเล่นที่ลู่เฉิงเพื่อพักผ่อนสักหน่อย แต่ผมเกรงว่าคราวนี้เสี่ยวรุ่ยจะไปกับเราไม่ได้แล้ว” โจวอี้พูดอย่างเสียดาย
“ทำไมล่ะ?”
“เสี่ยวรุ่ยยังควบคุมพลังของเธอได้ไม่ดีนัก ดังนั้นหานโหรวจึงอยากพาเธอไปทางเหนือ และสอนบางอย่างให้เธอ ผมบอกอิงหงแล้วว่าให้ไปกับสองคนนี้ด้วย”
“ไม่ไปไม่ได้เหรอ ฉันกลัวว่า…”
“ไม่เป็นไรหรอก อิงหงเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับปรมาจารย์ขั้นสูง นับได้ว่าเป็นตัวตนที่มีคนในโลกผู้ฝึกยุทธ์ไม่มากนักที่จะสามารถเอาชนะเธอได้ และหานโหรวก็ควบคุมธาตุน้ำได้แข็งแกร่งมากด้วย พวกเขาทั้งคู่มีความสามารถเพียงพอที่จะปกป้องเสี่ยวรุ่ยแน่นอน” โจวอี้กล่าวด้วยรอยยิ้ม
“อื้ม!” ถังหว่านพยักหน้า
“คุณจะไปลู่เฉิงไหม? ผมจะพาคุณไปพักผ่อน” โจวอี้ถามด้วยรอยยิ้ม
“ฉันเกรงว่าคงจะไปไม่ได้ ถึงแม้ว่าวันนี้ฉันจะได้หยุดพักผ่อน แต่พรุ่งนี้ฉันต้องไปงานประกาศรางวัลอีกสองสามรายการ นอกจากนี้บริษัททีวีดาวเทียมหลี่จือในมณฑลเจียงซูก็ติดต่อฉันมากว่าหนึ่งเดือนก่อน เพื่อเชิญให้ฉันไปเข้าร่วมในงานกาล่าเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งฉันก็ตกลงไปแล้วด้วย” ถังหว่านพูดด้วยรอยยิ้มขมขื่น
“ไม่เป็นไร! ในเมื่อคุณไม่ว่าง งั้นผมจะพาเหมียวเหมี่ยวไปพักผ่อนที่ลู่เฉิงเอง” โจวอี้กล่าวด้วยความผิดหวังเล็กน้อย
วันนี้ถังหว่านรู้สึกว่ามุมมองหลายอย่างในชีวิตเธอช่างกลับตาลปัตร
ครั้นถึงยามค่ำคืน แม้ว่าเธอจะเล่านิทานกล่อมลูกสาวทั้งสองให้หลับไปอย่างที่เคยทำ แต่วันนี้สายตาที่เธอมองลูกสาวทั้งสองกลับเปลี่ยนไป
ในมุมมองของเธอ เด็กน้อยสองคนนี้ได้กลายเป็นสัตว์ประหลาดตัวน้อยไปเสียแล้ว
ช่วงดึก
โจวอี้ถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงโทรศัพท์มือถือของเขาที่ดังขึ้นถี่รัว
เมื่อเขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาและเห็นว่าผู้โทรเข้าเป็นใคร แววตาของเขาก็แสดงออกถึงความประหลาดใจ