หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 407 เพื่อนของเพื่อน
“จัดการให้พ่อ-ึงสิ!!”
ความโกรธของฮวงฟู่เจิ้นไม่สามารถระงับไว้ได้อีกต่อไป เขาคว้าที่เขี่ยบุหรี่แล้วขว้างไปที่หวังหมิงกุ้ย ก่อนจะกระโจนเข้าไปรัวชกหน้าอีกฝ่ายจนอีกฝ่ายส่งเสียงกรีดร้องโหยหวน
หากอีกฝ่ายต้องการทำกำไร เขายังพอจะทนได้
แต่อีกฝ่ายกลับกล้าที่จะมีความคิดเลว ๆ กับน้องสาวเขา ผู้เป็นเหมือนเกล็ดย้อนของเขาที่ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่ควรแตะต้อง!
เวลานี้ฮวงฟู่เจิ้นโกรธสุด ๆ เขาประเคนทั้งหมัดทั้งเท้าเข้าใส่หวังหมิงกุ้ย
เขาตัดสินใจล้มเลิกการค้านี้แล้ว และยินดีจ่ายค่าเสียหายมากมาย แม้ว่ามันจะทำให้เขาเจ็บไปถึงกระดูก แต่เขาก็เชื่อว่าไม่ช้าก็เร็ว เขาจะสามารถหาเงินกลับมาได้
ไอ้หวังหมิงกุ้ยคนนี้แม่งชั่วช้าน่ารังเกียจเกินไป!
“อา…” บริกรบังเอิญผลักประตูเข้ามา
และเมื่อเห็นเหตุการณ์ที่เกดขึ้น เขาก็ร้องออกมาทันที ก่อนจะหันหลังกลับและวิ่งออกไปด้านนอก
ไม่นานนัก บรรดาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็รีบเข้ามาล้อมฮวงฟู่เจิ้น
ผู้จัดการคลับรีบเดินเข้ามาในห้องวีไอพี สายตาจับจ้องไปที่หวังหมิงกุ้ยผู้ซึ่งถูกทุบตีจนหน้าบวมปูด และถามฮวงฟู่เจิ้นอย่างดุดันว่า “คุณเป็นใคร? กล้าดียังไงถึงมาทำร้ายคนในพาราไดซ์คลับของเรา? คุณอยากตายมากงั้นเหรอ!”
“ไอ้ห่านี่สมควรโดนตีนแล้ว!” ฮวงฟู่เจิ้นตะคอกใส่อย่างเย็นชา
“นี่คุณบ้าเกินไปไหม! คุณควรไว้หน้าพาราไดซ์คลับของเราบ้าง!” ผู้จัดการคลับก็ตะคอกกลับไปเช่นกัน
“ผมก็ไม่อยากสร้างปัญหาหรอก แต่ไอ้สารเลวนี่ชั่วช้าเกินไป!” ฮวงฟู่เจิ้นตะคอกกลับด้วยความโกรธ
เขาไม่กลัวผู้จัดการคลับหรือแม้แต่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
ในฐานะผู้ฝึกยุทธ์ แม้ว่าระดับของเขาจะไม่สูงมากนัก แต่คนธรรมดาก็ไม่อาจทำอะไรเขาได้
ในขณะเดียวกัน เมื่อบริกรนำอาหารเข้ามาเสิร์ฟ โจวอี้และคนอื่น ๆ ที่กำลังดื่มอยู่ก็พบว่ามีเสียงดังมาจากห้องข้าง ๆ หลี่หงอี้ในฐานะเจ้าของคลับจึงเดินออกไปดูทันที
“เกิดอะไรขึ้น?” หลี่หงอี้เดินเข้ามาในห้องถัดไปด้วยสีหน้าบูดบึ้ง
“เจ้านาย ผู้ชายคนนี้ทุบตีประธานหวัง และเขาก็ดูอวดดีมาก” ผู้จัดการคลับรีบรายงาน
หลี่หงอี้ตกตะลึง
ทุบตีหวังหมิงกุ้ย?
ทำได้ดีมาก!
ว่าแต่ผู้กล้าคนนี้เป็นใครมาจากไหนกัน?
“คุณเป็นเจ้าของพาราไดซ์คลับใช่ไหม?” ฮวงฟู่เจิ้นถามเสียงเข้ม
“ใช่ ผมเอง แล้วคุณเป็นใคร?” หลี่หงอี้ขมวดคิ้วถาม
“ผมไม่อยากสร้างปัญหาหรอก แต่สุนัขแซ่หวังตัวนี้น่ารังเกียจเกินไป! เพราะผมให้เกียรติที่นี่ ผมก็เลยแค่ทุบตีมันไปเบา ๆ แต่ถ้าเป็นที่อื่น ป่านนี้ผมคงจะฆ่ามันไปแล้ว!” ฮวงฟู่เจิ้นกล่าวอย่างเย็นชา
หลังจากพูดจบ ฮวงฟู่เจิ้นก็แผ่กลิ่นอายกดดัน สีหน้าของหลี่หงอี้จึงเปลี่ยนไปทันที ตอนนี้เขาตระหนักได้แล้วว่าฮวงฟู่เจิ้นนั้นไม่ธรรมดา แต่อีกฝ่ายเป็นผู้ฝึกยุทธ์
“คุณชื่ออะไร?” หลี่หงอี้ถาม
“ฮวงฟู่เจิ้น ผู้จัดการทั่วไปของบริษัทซือเหมาการ์เม้นท์”
“ผู้จัดการฮวงฟู่ ผมไม่สนหรอกว่าคุณจะทุบตีแขกที่นี่โดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ แต่คุณควรอธิบายให้ผมฟังหน่อยได้ไหม?” หลี่หงอี้แผ่กลิ่นอายกดดันของผู้ฝึกยุทธ์ออกไปเล็กน้อยเพื่อบอกใบ้แก่ฮวงฟู่เจิ้นว่าเขาเองก็เป็นผู้ฝึกยุทธ์เช่นกัน
สีหน้าของฮวงฟู่เจิ้นจึงเปลี่ยนไปเล็กน้อย
ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าทำไมคลับนี้ถึงพิเศษนัก นั่นก็เพราะเจ้าของเป็นผู้ฝึกยุทธ์นี่เอง
แต่จะอธิบายอย่างไรดี?
ทันใดนั้น เสียงเยาะเย้ยก็ดังมาจากหน้าประตู
“โฮ่ ๆๆ นั่นไม่ใช่ประธานหวังหรอกเหรอ? รอยเท้าเต็มหน้าเชียวนะเนี่ย ใครกันที่กินหัวใจหมีดีเสือมาทุบตีประธานหวังคนดังจนมีสภาพเกือบจะกลายเป็นผีแบบนี้?” หวงไห่เทาก้าวเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย ตามมาด้วยเฉิงฮ่าว ฟ่านเอ้อร์เฉียง และเฉียนต้าจ้าว
หวังหมิงกุ้ยแทบจะกระอักเลือด
การที่หลี่หงอี้ในฐานะเจ้าของพาราไดซ์คลับมาเห็นเหตุการณ์เป็นคนแรก เขายังรู้สึกโล่งใจและไม่รู้สึกอับอายสักเท่าไหร่
แต่หวงไห่เทา เฉิงฮ่าว ฟ่านเอ้อร์เฉียง และเฉียนต้าจ้าวมาได้ยังไง?
ถูกเห็นในสภาพแบบนี้ แล้วหลังจากนี้เขาจะกล้าสู้หน้าคนเหล่านี้ได้ยังไง?!
ยิ่งไปกว่านั้น หากเหตุการณ์ในวันนี้แพร่ออกไป เขาคงไม่สามารถแม้แต่จะเดินเชิดหน้าได้อีกในจินหลิง!
หวังหมิงกุ้ยเค้นรอยยิ้มที่น่าเกลียดออกมา พลางพยักหน้าให้คนทั้งสี่แล้วหันไปมองฮวงฟู่เจิ้นด้วยสายตาอาฆาต
ความเกลียดชังปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง
เขาแอบสาบานว่าหลังจากคืนนี้ เขาจะไม่เพียงทำลายธุรกิจของฮวงฟู่เจิ้นเท่านั้น แต่ยังจะฆ่าฮวงฟู่เจิ้น และนำตัวฮวงฟู่จิงจิ่งซึ่งเป็นน้องสาวของอีกฝ่ายมาขึ้นเตียงด้วย
เวลานี้ฮวงฟู่เจิ้นถึงกับตกตะลึง
เขาทำธุรกิจในจินหลิงมาระยะหนึ่งแล้ว ดังนั้นจึงรู้ว่าใครคือยักษ์ใหญ่ในแวดวงธุรกิจของจินหลิง ทั้งสี่คนที่อยู่ตรงหน้าเขาล้วนเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในโลกธุรกิจของจินหลิง แค่คนคนเดียวจากทั้งสี่คนนี้ก็มีอำนาจกว่าเขามากมายหลายเท่า
คราวนี้มีปัญหาแน่!
ถ้าคนเหล่านี้เป็นฝ่ายเดียวกับหวังหมิงกุ้ย เกรงว่าคืนนี้เขาคงจะจบไม่สวยแน่
“นายเองเหรอที่เป็นคนกระทืบประธานหวัง?” หวงไห่เทาเลิกคิ้วและมองไปที่ฮวงฟู่เจิ้น
“ผมเอง!” ฮวงฟู่เจิ้นกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ฮ่า ๆ นายไม่กลัวเขาจะแก้แค้นเหรอ?” หวงไห่เทาถามด้วยรอยยิ้มแปลก ๆ
“ไม่กลัว…”
“พี่น้องทั้งหลาย…” หวังหมิงกุ้ยผู้ถูกทุบตีจนหน้าบวมปูดชี้ไปที่ฮวงฟู่เจิ้นแล้วตะโกนว่า “คืนนี้ใครก็ได้ช่วยฉันสอนบทเรียนให้ไอ้สารเลวนี่ที! ฉันจะนับคนคนนั้นเป็นพี่น้องร่วมสาบาน และจะถือเป็นหนี้บุญคุณครั้งใหญ่!”
“…”
พวกหลี่หงอี้อดไม่ได้ที่จะมองหน้ากันด้วยสีหน้าแปลกประหลาด
พี่น้อง?
ใครจะกล้าเป็นพี่น้องกับหวังหมิงกุ้ย?
ในบรรดาพวกพี่น้องที่หวังหมิงกุ้ยเคยไปสัญญานู่นนี่นั่นด้วย มีใครบ้างที่ไม่ถูกหักหลังอย่างน่าสังเวช?
ฮวงฟู่เจิ้นไม่รู้ว่าทุกคนกำลังคิดอะไรอยู่ เมื่อเขาได้ยินคำพูดของหวังหมิงกุ้ย สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป หัวใจของเขาหนักอึ้งราวกับถูกหินหล่นทับ
ก๊อก ก๊อก…
ทันใดนั้นประตูก็ถูกเคาะ และมีเสียงหนึ่งดังเข้ามา
“ทำอะไรกันอยู่? ถูกสกัดจุดชีพจรอยู่รึไง? ทำไมถึงเงียบกันขนาดนี้? พวกคุณเข้าไปดูเรื่องตลกกันไม่ใช่เหรอ? ทำไมผมไม่ได้ยินเสียงใครหัวเราะเลยล่ะ?”
“แค่ก…”
“แค่ก แค่ก…”
หวงไห่เทา เฉิงฮ่าว และคนอื่น ๆ ตอบสนองด้วยอาการไอแห้ง
อย่างไรก็ตาม พวกเขาจงใจเพิกเฉยต่อคำพูดก่อนหน้านี้ของหวังหมิงกุ้ย
โจวอี้เดินเข้าไปในห้องด้วยสีหน้างุนงง และสิ่งที่ทำให้เขาหยุดไปกะทันหันก็คือเขาเห็นฮวงฟู่เจิ้นอยู่ในห้อง
“พี่โจว ทำไมพี่มาอยู่ที่นี่?” ทันทีที่ฮวงฟู่เจิ้นเห็นโจวอี้ แววตาของเขาก็ฉายความสับสนเล็กน้อย
“เมื่อตอนบ่ายฉันบอกนายแล้วไม่ใช่เหรอว่าฉันมีนัดดื่มในตอนเย็น แต่นายบอกว่าติดธุระ ว่าแต่ทำไมนายถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ?” โจวอี้ถามด้วยรอยยิ้ม
“ผมมาที่นี่เพราะ… ” ฮวงฟู่เจิ้นแสดงสีหน้าลำบากใจ
เขามาที่นี่เพื่อขอความช่วยเหลือจากหวังหมิงกุ้ย แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นว่าเขาทุบตีอีกฝ่ายและสร้างสถานการณ์วุ่นวายต่อหน้าโจวอี้ ซึ่งมันทำให้เขาไม่รู้จะอธิบายอย่างไร
ครั้นทุกคนได้ยินโจวอี้และฮวงฟู่เจิ้นพูดคุยกัน สีหน้าของพวกเขาก็ดูประหลาดใจเล็กน้อย
“โจวอี้ นี่เพื่อนของนายเหรอ?” หวงไห่เทาถามอย่างงุนงง
“ใช่ เพื่อนของผมเอง” โจวอี้ยิ้ม
“เฮ้ เพื่อนของโจวอี้ก็เท่ากับเพื่อนของเราไง! หยุดเสียเวลาอยู่ที่นี่แล้วไปดื่มที่ห้องถัดไปกันดีกว่า!” หวงไห่เทาเอื้อมมือไปคว้าแขนของฮวงฟู่เจิ้นไว้แต่อีกฝ่ายกลับเบี่ยงตัวหลบ
เมื่อเฉิงฮ่าวเห็นว่าเป็นเช่นนั้น เขาจึงก้าวไปข้างหน้าสองก้าวในพริบตา ก่อนจะคว้าแขนของฮวงฟู่เจิ้นไว้ทันที สีหน้าของฮวงฟู่เจิ้นเปลี่ยนไปเพราะเขารู้สึกถึงความแข็งแกร่งของเฉิงฮ่าว
หลังจากนั้น ฮวงฟู่เจิ้นก็ไม่มีความคิดที่จะต่อต้านอีกต่อไป
เวลานี้เหลือเพียงสามคนในห้องโถง
โจวอี้ยืนอยู่ข้างหลี่หงอี้และมองไปที่หวังหมิงกุ้ยผู้ถูกทุบตีจนหน้าบวมปูดและกำลังรู้สึกอับอาย
“พี่ชายคนนี้เป็นอะไรหรือเปล่า? เขาถูกรังแกมาเหรอ?” โจวอี้ถาม
“ใช่!” หลี่หงอี้กล่าวด้วยรอยยิ้มแห้ง
“เขาเป็นใคร? แล้วใครรังแกเขา?”
“เขาคือ…เพื่อนที่ฉันเคยบอกนายก่อนหน้านี้” หลี่หงอี้อยากจะหัวเราะ แต่ก็พยายามอดทนและพูดต่อ “เพื่อนนายรังแกเขา”
“เฮ้ ที่นี่พวกเราคนกันเองทั้งนั้น เพราะงั้นมีปัญหากันนิดหน่อยก็ไม่ควรเก็บเอาไปถือสากันใช่ไหม?” โจวอี้ส่ายหัวและยิ้มออกมา “คุณหวังใช่ไหม? ดูแล้วคุณก็เป็นผู้ชายอกสามศอกอยู่นะบาดแผลแค่นั้นน่าจะไม่เป็นไรหรอกเนอะ? คืนนี้ก็ไปดื่มที่ห้องอื่นต่อดีกว่า จริงไหม?”
“นาย นาย…” หวังหมิงกุ้ยพูดติดอ่างด้วยความโกรธ
เขาไม่ได้โง่!
เขารู้ว่าชายหนุ่มคนนี้รวมทั้งหวงไห่เทาและคนอื่น ๆ ต้องการจะปกป้องฮวงฟู่เจิ้น
หลี่หงอี้มองไปที่โจวอี้ จากนั้นก็มองไปที่หวังหมิงกุ้ย ทันใดนั้นก็พูดด้วยรอยยิ้มขมขื่นว่า “เหล่าหวัง เรื่องที่เกิดขึ้นกับคุณในวันนี้ เป็นเพราะผมบกพร่อง ไม่ได้ดูแลคุณให้ดี ผมจะเปลี่ยนห้องให้คุณ และค่าใช้จ่ายทั้งหมดของคุณที่นี่ในวันนี้ผมจะเลี้ยงเอง คุณคิดว่าโอเคไหม?”
“เฮ้ อย่าลืมส่งสาวที่สวยที่สุดของที่นี่ให้เหล่าหวังด้วย และช่วยย้ำเธอด้วยว่าให้รับใช้เหล่าหวังอย่างเต็มที่ไม่มีบิดพลิ้ว” โจวอี้พูดด้วยแววตาเป็นประกาย
“ได้เลย!” หลี่หงอี้พยักหน้าด้วยรอยยิ้ม
“คนที่สวยที่สุด? กี่คน?” หวังหมิงกุ้ยมีท่าทีลังเล
“ใช่ ผมแน่ใจว่าเหล่าหวังจะต้องพอใจกับผู้หญิงที่สวยที่สุดของเราแน่นอน” หลี่หงอี้มองไปที่โจวอี้ทันที
ถึงแม้ว่าเขาจะสับสน แต่เขาก็ยังเล่นไปตามน้ำ