หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 409 มอบให้ทันทีที่คุณต้องการ
จินเฉิงวิลล่า เมืองจินหลิง
วันนี้ซีชิงอิ่งกลับมาพักที่บ้าน
เธออาบน้ำ เป่าผมให้แห้ง และนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นกับโจวอวิ๋นผู้เป็นแม่ของเธอซึ่งอยู่ในชุดนอนและกำลังดูทีวี
“แม่คะ ช่วงนี้พ่อยุ่งหรือเปล่าคะ?” ซีชิงอิ่งถาม
“ยุ่ง แต่ไม่ได้ยุ่งเรื่องงาน มีสินค้าค้างสต็อกมากเกินไป ขายไม่ได้ ผมของเขาจะขาวเกือบทั้งหัวแล้ว แล้วนี่ปีใหม่(ตรุษจีน)ก็กำลังจะมา เขายังไม่มีเงินพอจ่ายค่าจ้างคนงานด้วยซ้ำ เขากำลังยุ่งมาก แต่ยุ่งกับการหาเงินกู้จากเพื่อนในธนาคาร” โจวอวิ๋นดูเศร้าลงเล็กน้อย
“เงินขาดเท่าไหร่คะ? หนูยังพอมีอยู่บ้าง” ซีชิงอิ่งกล่าว
“ลูกเหรอ? เก็บเงินไว้เองดีกว่า! สิ่งที่เขาขาดไม่ใช่แค่หลักล้าน ไม่ใช่สิบล้าน แต่เป็นร้อยล้าน!” โจวอวิ๋นถอนหายใจ
เมื่อซีชิงอิ่งได้ยินเช่นนี้ เธอก็เงียบไปทันที
เธอควักเงินหลักล้านได้ แต่ถ้าเป็นร้อยล้าน…เธอเองก็หมดหนทางเหมือนกัน
กริ๊ง!
ทันใดนั้น โทรศัพท์มือถือของเธอที่วางอยู่บนโต๊ะน้ำชาก็ดังขึ้น
เธอคว้าโทรศัพท์มือถือของเธอขึ้นมาก่อนจะเห็นว่าสายเรียกเข้าคือใคร หลังจากตกตะลึงไปชั่วขณะ ดวงตาของเธอก็ฉายแววแห่งความสุขจากก้นบึ้งของหัวใจ เธอรีบกระโดดลงจากโซฟากลับไปที่ห้องของเธอทันที
“เฮ้! ใครโทรหาลูกน่ะ? ทำไมสีหน้าเปลี่ยนไปขนาดนั้น?”
“ไม่ได้เปลี่ยนสักหน่อย!” ซีชิงอิ่งตอบเสร็จก็วิ่งกลับไปที่ห้องของเธออย่างรวดเร็ว และหลังจากปิดประตูแล้วเธอก็กดรับสาย
“โจวอี้ เป็นไงบ้าง?” ซีชิงอิ่งถามด้วยรอยยิ้ม
“คุณหลับหรือยัง? ออกมาดื่มข้างนอกไหม?” เสียงโจวอี้ดังมาจากปลายสาย
“ไปดื่ม? ที่ไหน?” ซีชิงอิ่งถามด้วยความประหลาดใจ
“ตอนนี้เลย ที่พาราไดซ์คลับ”
“ได้เลย!” ซีชิงอิ่งวางสายโทรศัพท์และยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ
ช่วงนี้โจวอี้ไม่ค่อยได้ไปที่โรงน้ำชาปาซานของเธอเลย ดูเหมือนว่าเขาจะทำตัวเป็นพ่อบ้าน ไม่ค่อยออกไปไหนต่อไหน ดังนั้นเธอจึงไม่มีเวลาคุยกับเขามากนัก
ซีชิงอิ่งหายใจเข้าลึกก่อนจะเริ่มเปลี่ยนเสื้อผ้าและแต่งหน้าอ่อน ๆ จากนั้นเธอก็หยิบกระเป๋าเดินออกมาจากห้อง
“เอ๋? ดึกดื่นป่านนี้แล้วลูกจะไปไหน?” โจวอวิ๋นถามด้วยสีหน้างุนงง
“ไปหาเพื่อนค่ะ” ซีชิงอิ่งตอบ จากนั้นเธอก็ครุ่นคิดบางอย่างและพูดว่า “คืนนี้หนูจะไม่กลับมานอนที่บ้านนะคะ หลังจากพบเพื่อนแล้ว หนูจะกลับไปนอนที่ห้องของหนูแทน”
“จะไปหาเพื่อนเหรอ? เพื่อนคนไหน? ผู้ชายหรือผู้หญิง?” โจวอวิ๋นถาม
“อยากให้เป็นผู้ชายหรือผู้หญิงละคะ?” ซีชิงอิ่งถามด้วยรอยยิ้มขณะที่เธอหยิบรองเท้า
“ผู้ชาย” โจวอวิ๋นพูดห้วน ๆ
“…”
ซีชิงอิ่งสวมรองเท้าเสร็จแต่ก็ขี้เกียจเกินกว่าจะพูดอะไร เธอเปิดประตูและรีบออกไปทันที
“ลูกคนนี้รีบร้อนจะไปหาเพื่อนชายใช่ไหมเนี่ย?”
“หรือว่า…มีความรัก?”
“สงสัยได้เวลาต้องคุยกันแล้ว…”
โจวอวิ๋นพึมพำ จากนั้นก็มุ่งความสนใจไปที่รายการทีวี
พาราไดซ์คลับ
ภายในห้องวีไอพีหรูหรา
ดวงตาหลายคู่จ้องมองมาที่โจวอี้ด้วยความอยากรู้อยากเห็น จนกระทั่งโจวอี้วางโทรศัพท์ลง หวงไห่เทาก็เป็นฝ่ายถามขึ้นมาว่า “เป็นไงบ้าง ๆ คนสวยซีตกลงไหม?”
“ทำหน้าทำตาแบบนี้ทำไมเนี่ย? เธอตอบตกลง และบอกว่าจะมาที่นี่เดี๋ยวนี้” โจวอี้กล่าว
“จริงเหรอวะเนี่ย…”
หวงไห่เทาตบต้นขาของเขาแล้วหัวเราะ “กลายเป็นว่าโจวอี้คือผู้ที่มีใบหน้าต้องใจของคนสวยซี? หลังจากรับโทรศัพท์ก็รีบมาหาเลยสินะ? เกรงว่านายจะเป็นคนเดียวในโลกนี้ที่เธอทำแบบนี้ด้วย!”
“ถ้าคุณโทรมาหาผม บอกว่ามีเรื่องอยากเจอ ผมเองก็รีบมาหาเหมือนกันไม่ใช่รึไง!” โจวอี้พูดอย่างรำคาญ
“ไม่ใช่สิ! เรากำลังพูดถึงคนสวยซี!” หวงไห่เทายิ้มอย่างครุ่นคิดและพูดว่า “ระวังด้วย! ผู้หญิงอย่างซีชิงอิ่งน่ะหยิ่งยโสเหมือนเจ้าหญิง เธอไม่ชอบผู้ชายคนไหนง่าย ๆ แต่เมื่อไหร่ที่เธอชอบละก็ เธอจะ…”
“คุณต้องการจะพูดอะไร?” โจวอี้ขมวดคิ้วถาม
“สิ่งที่ฉันอยากจะบอกก็คือ ถ้าเธอตกหลุมรักนาย มันคงจะยากสำหรับเธอที่จะชายตามองผู้ชายคนอื่นในชีวิตของเธออีก ถ้านายไม่ต้องการให้เธอแก่ตายอย่างโดดเดี่ยว นายก็จงหาทางทำให้เธอถอดใจจากนายให้เร็วที่สุด! เว้นแต่ว่านายจะเต็มใจมีเมียสามอนุสี่ นอนโอบกอดทั้งซ้ายขวาอะไรประมาณนั้น” หวงไห่เทากล่าวอย่างตรงไปตรงมา
“…”
โจวอี้รู้สึกเบื่อหน่ายเล็กน้อยกับแนวคิดเรื่อง ‘ภรรยาสามคนอนุสี่คน’
แต่…
คำพูดนี้กับตัวเขานั้นมันดูข้องเกี่ยวกันแปลก ๆ
ไม่ต้องพูดถึงหลันเสวียน อู๋ซินเยว่ ซึ่งมีความสัมพันธ์กับเขาจนรู้สึกอึดอัดใจ
หากเพิ่มซีชิงอิ่งเข้าไปก็…
สี่?
ว่ากันว่าหากมีผู้หญิงสามคนก็ถือว่าเป็นการหาความสำราญ แต่ถ้าสี่… เขารู้สึกว่าตัวเองอาจจะตายภายใต้ดอกโบตั๋น!
“ผู้ชายที่ยอดเยี่ยมน่ะแม้ว่าพวกเขาจะไม่ใช่คนมักมาก แต่ต่อให้อยู่เฉย ๆ ก็มักจะมีผึ้งและผีเสื้อมาคลั่งไคล้ไม่ขาดสาย แน่นอนว่าผู้หญิงที่ยอดเยี่ยมก็ไม่เว้น พี่น้องโจวของเรายอดเยี่ยมแค่ไหนใคร ๆ ก็รู้ ดังนั้นไม่แปลกหรอกที่ผู้หญิงจะรีบวิ่งมาหาเขาถึงที่นี่ จริงไหม?” เฉิงฮ่าวกล่าวด้วยรอยยิ้ม
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ทุกคนจึงพยักหน้าหงึก ๆ อย่างเห็นด้วย
“ใช่ไหม! ฉันคิดว่าอย่าว่าแต่ภรรยาสามคนอนุอีกสี่คนเลย แม้กระทั่งสามตำหนักหกคฤหาสน์ตราบใดพี่น้องโจวของเราคิดจะมี เขาก็ทำได้แน่นอน ฮ่าฮ่าฮ่า” เฉิงฮ่าวหัวเราะ
“ผายลมเถอะ! ผมคิดว่าคุณนั่นแหละที่ต้องการสนมเจ็ดสิบสองคนในสามตำหนักหกคฤหาสน์ ผมจะให้ยาต้มอี้เฉินกับคุณเพื่อให้ความฝันของคุณเป็นจริงก็แล้วกัน!” โจวอี้หัวเราะ
“ฉันไม่ต้องการหรอก ฉันมีพอแล้ว” เฉิงฮ่าวกล่าว
“เจ้าโง่ นายไม่ต้องการแต่ก็รับไปก่อนได้ไหม แล้วค่อยเอามาให้ฉันก็ได้! ตอนนี้ฉันมีเหลืออยู่แค่สิบกว่าขวดเอง!” ฟานเอ๋อร์เฉียงกลอกตาไปที่เฉิงฮ่าว
“โง่เง่า ถ้าไม่อยากได้ของดีฟรี ๆ ก็ให้ฉันเถอะน้องโจว นายจะลำเอียงเสนอให้แค่คนคนเดียวแบบนี้ไม่ได้นะ ฉันเองก็เหลืออยู่แค่สิบกว่าขวดเท่านั้น” เฉียนต้าจ้าวคร่ำครวญ
ฮวงฟู่เจิ้นที่นั่งอยู่ในห้องกำลังสับสน
ถ้าเขาได้ยินไม่ผิด ทุกคนกำลังพูดถึงยาต้มอี้เฉิน?
ยาต้มอี้เฉินที่ราคาขวดละหลายแสน และตอนนี้ก็ถูกปั่นราคาจนถึงหลักล้านนั่นน่ะเหรอ?
พวกเขา… บอกกันว่าเหลือเป็นสิบขวดเลยเหรอ?
พวกเขาซื้อที่ไหน?
ไม่ใช่ว่าตอนนี้ต่อให้มีเงินก็ซื้อไม่ได้หรอกเหรอ?
“ตกลง! พี่เฉิงน่ะโง่ ถ้าอย่างนั้นผมจะให้พวกคุณคนละหนึ่งร้อยขวด น่าจะเพียงพอเอาไว้ใช้ถึงสามปี จะได้เลิกเซ้าซี้ผมไปได้อีกสีกสองสามปี” โจวอี้ยิ้ม
“โจวอี้ นายสุดยอดมาก!”
“เยี่ยม!”
ฟานเอ๋อร์เฉียงและเฉียนต้าจ้าวยิ้มและยกนิ้วให้
“ให้ฉันด้วย! ฉันก็อยากได้ของฟรีเหมือนกัน!” หวงไห่เทาตะโกนพลางหัวเราะ
“ไปให้พ้นเลย! อย่าคิดว่าผมไม่รู้ว่าคุณเก็บยาต้มอี้เฉินไว้อย่างน้อยหนึ่งพันขวดจากหนึ่งหมื่นขวดเอาไว้เอง” โจวอี้เหลือบมองนิ่ง ๆ
“ฮ่า ฮ่า นายนี่มันเป็นปีศาจน้อยที่แสนฉลาดจริง ๆ นายรู้เรื่องนั้นด้วยสินะ” หวงไห่เทาหัวเราะ
“เอ่อ… พวกคุณกำลังพูดถึงยาต้มอี้เฉินที่เป็นยาวิเศษราคาขวดละหลายแสนในตลาดใช่ไหม? เป็นพี่โจวเองเหรอที่ขายมัน?” ฮวงฟู่เจิ้นถามออกมาอย่างลังเล
ทันใดนั้น ทั้งห้องก็เงียบลงในฉับพลัน
โจวอี้ชี้ไปที่บุหรี่ข้างหน้าฮวงฟู่เจิ้น อีกฝ่ายหยิบบุหรี่ออกมาจุดให้เขาทันที
โจวอี้สูดหายใจเข้าและยิ้มออกมา “ฉันไม่ได้ขายมัน แต่แค่กำลังจะมอบให้เพื่อนเฉย ๆ… แล้วฉันจะให้นายด้วยสักหนึ่งร้อยขวด”
ร้อยขวด?
ฮวงฟู่เจิ้นตกตะลึง
ตอนนี้แต่ละขวดในท้องตลาดมีราคาเป็นล้าน!
ถ้าร้อยขวดจะมูลค่าเท่าไหร่?
ร้อยล้าน?
นอกจากนี้ ยังไม่ใช่แค่เขาคนเดียวที่ได้ยาต้มอี้เฉินจากโจวอี้ไปฟรี ๆ!